|
|
แม่เหล็กทุกชนิดมีสนามแม่เหล็ก รอบๆแท่ง และมีแรงแม่เหล็ก กระทำกันระหว่างแม่เหล็ก 2 แท่ง เนื่องจากแรงปฏิกิริยาภายในสนามแม่เหล็ก วัตถุใดๆที่ถูกทำให้เป็นแม่เหล็กได้ ก็จะกลายเป็นแม่เหล็ก และจะกลายเป็นแม่เหล็กเมื่อวางไว้ในสนามแม่เหล็ก การเคลื่อนที่ของประจุ (ปกติคืออิเล็กตรอน) ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กเช่นเดียวกัน Pole : ขั้วแม่เหล็ก เป็นจุดบนแท่งแม่เหล็กซึ่งแรงแม่เหล็กจะปรากฏอย่างเข้ม ที่นั่น แม่เหล็กมี 2 ขั้ว ขั้วเหนือและขั้วใต้ (ระบุได้โดยให้แท่งแม่เหล็กวางตัวในสนามแม่เหล็กโลก) แท่งแม่เหล็กทั้งหมดมีขั้วแต่ละชนิดเท่ากัน กฎข้อแรกของแม่เหล็กกล่าวว่า ขั้วต่างกันดูดกัน และขั้วเหมือนกันผลักกัน คลิกอ่านต่อครับ |
|||
|
||||
|
||||
|
แบบฝึกหัดประจำสัปดาห์
แม่เหล็กไฟฟ้า บทนำ
ถ้าคุณมีความเข้าใจพื้นฐานทางฟิสิกส์ของแม่เหล็กไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย
คุณสามารถสร้างมอเตอร์ ฮาร์ดดิสก์
และลำโพงได้เองอย่างง่ายดาย ฟิสิกส์ราชมงคลจะอธิบายหลักการของแม่เหล็กไฟฟ้าและบอกความแตกต่างของแม่เหล็กไฟฟ้ากับแม่เหล็กธรรมดาให้คุณได้ทราบในหน้าถัดไป |

ภาพวงจรรวมตัวแรกของโลก ของนายแจ๊ค คิวบี้ สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 12 เดือนกันยายน 1958

รูปไมโครโพรเซสเซอร์ขนาด 32 บิต ที่ประกอบด้วยวงจรไฟฟ้ากว่า 200000 ชิ้น บรรจุอยู่ภายในแผ่นชิพที่มีขนาดเท่ากับเหรียญเท่านั้น
วงจรรวม (integrated circuit)
นายแจ๊ค คิลบี้ นักวิทยาศาสตร์ของบริษัทเทกซัส อินสตูรเมนส์ ได้ประดิษฐ์วงจรรวมขึ้นมาปี ค.ศ. 1958 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นหัวใจของอุปกรณ์ต่างๆมากมายอาทิเช่น คอมพิวเตอร์ นาฬิกา กล้อง รถยนต์ เครื่องบิน หุ่นยนต์ ยานอวกาศ และอุปกรณ์สื่อสารแทบทุกประเภท ภายในมี ทรานซิสเตอร์ ไดโอด ตัวต้านทาน และตัวเก็บประจุ บรรจุอยู่บนแผ่นซิลิคอน ที่เรียกว่า แผ่นชิพ
วงจรรวมช่วยลดขนาดของวงจรไฟฟ้า และแก้ปัญหาการต่อสายระหว่างชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก่อนเราใช้หลอดสูญญากาศ ซึ่งกินกระแสไฟฟ้ามาก และมีขนาดใหญ่เทอะทะ การต่อสายไฟต้องใช้ระยะยาว ทำให้สูญเสียพลังงาน ปกติประจุไฟฟ้าเดินทางได้ 0.3 เมตรในระยะเวลา 0.000000001 วินาที จากวงจรหนึ่งไปอีกวงจรหนึ่ง ซึ่งเสียเวลามาก (เทียบกับปัจจุบัน) เมื่อนำวงจรไฟฟ้าทั้งหมดอัดลงไปบนแผ่นชิพ ปัญหาการกินกระแสไฟ ขนาด และการเดินทางของประจุไฟฟ้าก็หมดลง จะเห็นได้ว่า ความเร็วของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน เร็วหายห่วงจริงๆ
บทความพิเศษ

โธมัส เอดิสัน (Thomas Edison)
โธมัส แอลวา เอดิสัน เป็นนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก เอดิสัน เกิดในปี 1847 ในวัยเด็ก เอดิสันมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่ชอบไปโรงเรียน เขาได้เรียนรู้อยู่กับบ้านโดยคุณแม่ของเขาเป็นคนสอน เขาเริ่มทำงานได้เมื่ออายุ 12 ปี และในไม่ช้าเขาก็ฝันอยากเป็นนักประดิษฐ์ เขาได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นครั้งแรกในปี 1868 และได้เปิดห้องทดลองที่เมนโล ปาร์ค มลรัฐนิวเจอร์ซี่ ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเขาสามารถพัฒนาแนวความคิดใหม่ๆ การประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ของเอดิสันก็คือหีบเสียง หลอดไฟฟ้า และกล้องถ่ายภาพยนตร์ การค้นพบสิ่งเหล่านี้นำไปสู่การค้นพบของอุตสาหกรรมใหม่ๆ หลายชนิด เอดิสันถึงแก่กรรมในปี ค.ศ.1931
รถไฟแม่เหล็ก
บทนำ
วันนี้ถ้าคุณได้เข้าไปในสนามบิน คุณจะเห็นแต่คนเดินกันพลุกพล่าน และเสียงจ๊อกแจ๊ก จอแจเต็มสนามบินไปหมด เสียงเหล่านี้น่ารำคาญยิ่ง แต่ก็ต้องทนฟัง เพราะการโดยสารด้วยเครื่องบินเป็นวิธีการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ ในระยะทางไกลๆ ที่เร็วสุดในปัจจุบัน
ถ้าคุณไม่ใช้เครื่องบิน หันไปใช้บริการของรถแท๊กซี่ รถบัส เรือ และรถไฟ เป็นต้น ก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ข้อเสียประการเดียวของมันก็คือ ช้าไม่ทันใจ นั่งรถบัสจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้เครื่องบินเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามในศตวรรษหน้าจะมีการปฏิวัติการเดินทางแบบใหม่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณเคลื่อนที่ในแนวระดับด้วยความเร็วไม่น้อยกว่าเครื่องบิน
รถไฟพลังงานแม่เหล็กมีชื่อเรียกเป็นทางการว่า รถไฟแมกเลฟ ( Maglev trains ) ด้วยอำนาจการผลักดันของแม่เหล็กทำให้รถไฟทั้งคันลอยอยู่เหนือรางเล็กน้อย จึงไม่มีแรงเสียดทาน วิ่งได้เร็วเทียบได้กับจรวด ไม่เหมือนกับรถไฟแบบเก่าที่ใช้ล้อเหล็กกลิ้งอยู่บนราง ฟิสิกส์ราชมงคลจะเปิดเผยกลไกการทำงานของรถไฟแม่เหล็ก ให้ทราบในหน้าถัดไป
|
:: เนื้อหาวิชา :: |
|||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||
นำมาจาก http://www.pitlok.com/magnetic/index.html ฟิสิกส์ราชมงคลขอขอบคุณครับ
ภาพแสงเหนือแสงใต้
| แสงเหนือแสงใต้แสดง
เป็นภาพ gift | |||
|
|
|
ภาพยนตร์แสงออรอรา ( คลิกครับ *.mov ขนาด 730 kb) |
|
|
ภาพยนตร์แสงออรอรา (คลิกครับ windows media ขนาด 560 kb) |
แสงเหนือและแสงใต้
ถ้าคุณอยู่ภายนอกบ้านยามค่ำคืน
ที่บริเวณซีกโลกด้านเหนือหรือใต้
คุณจะได้เห็นแสงออรอรา
หรือบางครั้งเรียกว่า ม่านปีศาจ
ลักษณะของแสงเหมือนกับเป็นม่านที่พลิ้วลงมาจากท้องฟ้าหรือสรวงสวรรค์ แสงออรอราอยู่สูงจากพื้นประมาณ 100
กิโลเมตร
และยาวหลายพันกิโลเมตร
พาดเป็นทางโค้งอยู่บนท้องฟ้า
แต่น่าแปลกใจที่ว่า มีความหนาเพียง
1 กิโลเมตร ทำไมแสงนี้จึงหนาเพียงนิดเดียว
?
ครั้งที่
การเรียนฟิสิกส์ทั่วไปผ่านทางอินเตอร์เน็ต