A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

B Star (บี-สตาร์) ดาวฤกษ์ที่มีสเปคตรัม Type B มีสเปคตรัมดูดกลืนของฮีเลียมชัดเจน อุณหภูมิ 10,500 เคลวินที่ B9 และ 28,000 เคลวินที่ B0 มีมวลอยู่ระหว่าง 3.2 ถึง 17 เท่าของดวงอาทิตย์ จัดเป็นพวกดาวยักษ์สีน้ำเงินสว่างกว่าดวงอาทิตย์ 20,000 เท่า  ตัวอย่างของดาว B star ได้แก่ Achernar,Regulus,Rigel,Spica

Barlow lens (ฺบา-โล-เลนซ์) เป็นเลนซ์พิเศษที่ใช้เชื่อมต่อกับเลนซ์ตา เพื่อเพิ่มกำลังขยาย โดยปกติจะเพิ่มได้อีก 2 เท่าหรือ 3 เท่า ที่เรียกว่า Barlow 2x  หรือ Barlow 3x ตามลำดับ เช่นเดิมถ้าใช้เลนซ์ตาได้กำลังขยาย 50 เท่า เมื่อใช้ Barlow 2x จะไดกำลังขยายเพิ่มขึ้นเป็น 100 เท่าเป็นต้น  Barlow lens ถูกประดิษฐขึ้นโดยนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษชื่อ Peter Barlow (ีคศ.1776-1872) 
Barnard's Star (บา-นาดร์-สตาร์) เป็นดาวแคระแดงอยู่ห่างจากโลก 6 ปีแสงในกลุ่มดาวคนแบกงู (Ophiuchus) เป็นดาวอยู่ใกล้โลกอันดับต่อจาก อัลซ่าเซนทอรี่ ผู้ค้นพบโดย E.E.Barnard  มีความสว่าง 9.5  หรือ 0.0004 เท่าของความสว่างของดวงอาทิตย์ 


ืngc1395

Barred Spiral Galaxy (บา-สไปรัล-กาแลกซี่) เป็นพวกกาแลกซี่เกลียวแบบมีคานแขนกังหันออกมาสองข้าง
Bennett Comet (ดาวหาง เบนเนท) หนึ่งในดาวหางที่สว่างในช่วงศตวรรณที่ 20  ค้นพบโดยนักดูดาวสมัครเล่นชาวอาฟริกาใต้ John Caister Bennett เมื่อปีคศ.1969 
Big Bang (บิก-แบงค์) เป็นทฤษฏีที่ใช้อธิบายกำเนิดของจักรวาลยุดใหม่ เปิดเผยขึ้นเมื่อปี คศ.1940 โดย George Gamow จากแนวความคิดของ George Lemaiter กล่าวว่า "เอกภพกำเนิดมาจากมวลสารเริ่มต้นที่เรียกว่า singularity และระเบิดขยายมวลสารแผ่กว้างออกไป เกิดเป็นช่องว่าง ที่เรียกว่า อวกาศ และ มวลสารที่เป็นกาแลกซี่กับดาวฤกษ์ โดยทฤษฏีนี้บอกอายุของจักรวาลอยู่ที่ 10 ถึง 20 พันล้านปี และปัจจุบันจักรวาล กำลังขยายตัวไปเรื่อยๆ"
Binary pulsar (ไบ-นา-รี่ พัล-ซาร์)  เป็นพัลซ่าร์ที่โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์คล้ายกับเป็นระบบดาวคู่ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี คศ.1974 คือ PSR 1913+16 ประกอบด้วยดาวนิวตรอนกับดาวที่ไม่ปล่อยคลื่นวิทยุ โคจรรอบกันกินเวลา 7 -3/4 ชั่วโมง
Binary Star (ไบ-นา-รี่-สตาร์) ระบบดาวคู่ซึ่งโคจรรอบซึ่งกันและกันมีจุดศูนย์กลางมวลร่วมกัน มีคาบการโคจรตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายปี ปัจจุบันมีการค้นพบดาวคู่แล้วกว่า 50,000 ดวง  ดาว Mizar ในกลุ่มดาวหมีใหญ่ เป็นดาวคู่แรกที่ค้นพบเมื่อปีคศ.1650  โดย Giovanni Battista Riccioli   สำหรับดาวคู่ที่มีจำนวนมากกว่า 2 เราจะเรียกว่า multiple star เช่นดาว Castor มีดาวคู่ 6 ดวงหรือ 3 คู่
Binoculars (ไบ-โน-คู-ล่า) เรียกสั้นๆว่า Binoc (ไบ-นอค) หรือ กล้องสองตา  เป็นกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก 2 ตัวนำมาประกอบกัน มีกำลังขยายค่อนข้างต่ำส่วนใหญ่เป็น 8 เท่า ถึง 10 เท่า  ดูเรื่องกล้องสองตา
Bipolar Flow (ไบ-โพ-ล่า-ฟโล) เป็นสายธารมวลสารจากดาวฤกษ์ที่มี 2 ลำในทิศทางตรงข้ามกัน  ดาวฤกษ์ที่ผลิต bipolar flow นั้นมักจะมีกลุ่มจานฝุ่นที่หมุนล้อมรอบในทิศทางตั้งฉากกับแกนหมุน ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างการหมุนตัวของดาวฤกษ์กับมวลสารที่ไหลออกมานี้ก่อให้เกิด Bipolar Flow
Black Hole (แบลค-โฮล) หลุมดำ เป็นวัตถุที่มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล ซึ่งจะดูดกลืนวัตถุหรือมวลที่อยู่โดยรอบเข้าภายในหลุมดำ แม้กระทั้งแสง ก็ยังหนีรอดไม่ได้ เราจึงมองไม่เห็นหลุมดำ แต่เราทราบได้ว่ามีหลุมดำ เพราะบริเวณโดยรอบหลุมดำ ซึ่งมวลกำลังถูกดูดกลืน จะมีพลังงานจลย์มหาศาล และคายพลังงานเหล่านั้นออกมา ในรูปของคลื่นวิทยุและรังสีเอกซ์ ซึ่งตรวจจับได้จากโลก ดูบทความประกอบ
Blazar (บา-ซ่าร์) เป็นลูกผสมระหว่าง BL Lacertae Object  กับ ควอซ่าร์  เป็นพวกกาแลกซี่ที่ผิดแผกไปจากชาวบ้าน ที่เป็นพวก AGN  บาซ่าร์มีความสว่างเปลี่ยนแปลงแปรผันรุนแรงมาก รวมทั้งโพลาไรเซชั่นและการปล่อยคลื่นวิทยุ  
BL Lacertae Object  (บี-แอล-เล็ก-เซอร์-ต้า- ออบเจ็ค)   เป็นพวก AGN ที่มีความสว่างสูงมาก และคล้ายกับดาวแปรแสงตรงที่มีการเปลี่ยนแปลงความยาวคลื่นตั้งแต่ช่วงคลื่นวิทยุ ถึงช่วงรังสีเอ็กซ์ มีคุณสมบัติที่ต่างจากควอซ่าร์โดยสิ้นเชิง เรามักจะพบ BL Lacertae Object  บริเวณศูนย์กลางของกาแลกซี่โดดเดี่ยว เช่นพวก Giant elliptical galaxy 
Blueshift (บลู-ชิป) เป็นปรากฏการณ์ Doppler effect ทางดาราศาสตร์เมื่อแหล่งกำเนิดแสงอย่างดาวฤกษ์ เคลื่อนที่เข้าหาโลก ความยาวคลื่น ของแสงจะอัดตัวสั้นลง ความถี่ของแสงจะเลื่อน (shifted) ไปทางด้านสีม่วงของเส้นสเปคตรัม สังเกตได้จากแถบสเปคตรัมดูดกลืน จะเลื่อนไปทาง สีม่วงหรือสีน้ำเงิน (blueshift) โดยผลต่างของความถี่ที่เปลี่ยนไปสามารถคำนวนมาเป็นความเร็วที่เคลื่อนที่เข้าหาได้
Brown Dwarf (บราว-ดะวาฟ) ดาวแคระน้ำตาล  เป็นวัตถุที่มีมวลน้อยกว่า 0.08 เท่าของดวงอาทิตย์แกนกลางมีอุณหภูมิไม่สูงพอที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้ มีอุณหภูมิผิว 2500 เคลวิน ค่าต่ำสุดของดาวแคระแดง (Red Dwarf) มีการค้นพบแล้วหลายสิบดวง ดวงที่เย็นที่สุดคือ Gliese 229B มีอุณหภูมิผิว 900 เคลวิน
Butterfly Diagram (บัท-เทอ-ฟลาย ได-อะ-แกรม) เป็นแผนผังการเปลี่ยนแปลงจุดบนดวงอาทิตย์ในรอบ 11 ปี กราฟทางแนวตั้งบอกตำแหน่งละติจูดบนดวงอาทิตย์ ซึ่งจะสร้างภาพสมมาตรคล้ายรูปผีเสื้อ แผนผังนี้คิดขึ้นโดย Edward  Maunder เมื่อปี 1904


A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับหน้าสารบัญธรรมชาติมหัศจรรย์ ฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์