A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

C Star (Carbon Star) มี spectral Type C  เป็นดาวยักษ์แดงเย็นเฉียบ ผิวของดาวมีองค์ประกอบของคาร์บอนเป็นโมเลกุลพื้นฐาน เช่น คาร์บอนมอนน๊อคไซด์ (CO)  ไซยาโนเจน (CN) และโมเลกุลของคาร์บอน (C2)  ดาวฤกษ์มวลขนาดดวงอาทิตย์ของเราช่วงที่เป็นดาวยักษ์แดง จะมีคาร์บอนเป็นส่วนประกอบเช่นกัน เนื่องจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่แกนกลางที่ผลิตคาร์บอนแล้วส่งต่อถึงพื้นผิว

Calendar (แคล เอ็นเดอะ) ปฏิทิน คือวันใน 1ปีที่ถูกแบ่งย่อยออกเป็นเดือนๆ ตามการปรากฏของดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ ปฏิทินถูกคิดขึ้น ครั้งแรกโดย ชาวบาบิโลเนียน โดยใช้การปรากฏของดวงจันทร์ซึ่งมี 29.5 วัน เรียกว่า "ปฏิทินจันทรคติ" แต่มาถูกปรับปรุงให้มีความแม่นยำขึ้น โดยชาวอียิปต์โบราณ โดยใช้ดวงอาทิตย์เป็นหลัก เรียกว่า "ปฏิทินสุริยะคติ"
Cassegrain Telescope (แคส-ซิ-เกรน) เป็นกล้องสะท้อนแสงอีกชนิดหนึ่งที่มีกระจกหลักเป็นแบบพาราโบลิค สะท้อนภาพกลับไปยังกระจกบานที่สอง (secondary mirror) ที่เป็นกระจกนูน และสะท้อนผ่านรูตรงกลางกระจกหลัก เกิดจุดโฟกัสที่เรียกว่า "Cassegrain Focus"  กล้องแบบ Cassegrain นี้ถูกคิดขึ้นครั้งแรกโดยนักบวชชาวฝรั่งเศสชื่อ Laurent Cassegrain เมื่อปีคศ.1629-1693  ดูคำว่า Schmidt-Cassegrain Telescope
Cassini Division (แคส-ซิ-นี่ ดิวิชั่น)  เป็นช่องว่างระหว่างวงแหวน A และ B ของดาวเสาร์ ถูกค้นพบครั้งแรกโดย นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Giovanni Cassini เมื่อปี คศ.1675  แต่ต่อมายานวอยเอเจอร์พบว่าไม่ได้เป็นช่องว่างแท้จริง แต่ประกอบด้วยวงแหวนเล็กๆอีกนับร้อยวง
Cassini Spacecraft  เป็นยานอวกาศสำรวจดาวเสาร์และบริวารไททัน เป็นความร่วมมือกันระหว่างองค์การนาซ่า(NASA) กับองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ปล่อยสู่วงโคจรเมื่อเดือนตุลาคม 1997  ยานแคสซินี่จะโคจรรอบดาวเสาร์และปล่อยหัวสำรวจชื่อ Huygens สำรวจดวงจันทร์ไททัน  และจะเสร็จสิ้นภาระกิจปี คศ.2004
Cassiopeia A (แคส-ซ-ิโอ-เปีย- เอ) แหล่งคลื่นวิทยุความเข้มสูงบนท้องฟ้าในกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย เป็นซากหลงเหลือจากการระเบิดของซุปเปอร์โนวา เมื่อราว คศ.1660  แต่ไม่มีการบันทึกการเห็นไว้บนโลก ทิ้งซากไว้เป็นเนบิวล่าจางๆ อยู่ห่างจากโลกราว 10,000 ปีแสง 
Catadioptric (คา-ทา-ได-อ๊อป-ตริก) เป็นกล้องโทรทรรศน์อีกชนิดหนึ่งที่รวมเอาหลักการของเลนซ์และกระจกไว้ด้วยกัน  โดยมีเลนซ์รวมแสงอยู่ด้านหน้าที่เรียกว่า Correcting plated มีกระจกนูนติดไว้อีกด้านหนึ่งเพื่อสะท้อนภาพจากกระจกหลัก ผ่านรูตรงกลางไปท้ายกระจก คล้ายกับกล้อง Cassegrain เพียงแค่มี Correcting plated เพิ่มด้านหน้าเท่านั้น  กล้องแบบนี้ได้แก่ Schmidt-Cassegrain telescope และ Maksutov Telescope
CCD (charge-coupled device) เป็นสารกึ่งตัวนำ (solid-state) ทางอิเลคทรอนิคที่ทำให้เกิดภาพได้  CCD จะประกอบด้วยขั้วไฟฟ้าขนาดสี่เหลี่ยมเล็กเรียงต่อกันเป็นแผงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เมื่อแสงตกกระทบขั้วไฟฟ้าแต่ละขั้วก็จะเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นไฟฟ้า ผ่านขบวนการเพื่อทำให้เกิดเป็นภาพได้ ความละเอียดของภาพขึ้นอยู่กับจำนวนขั้วไฟฟ้านั้นมีหน่วยเป็น พิกเซล  กล้องวีดิโอทั่วไปจะมี CCD เป็นส่วนประกอบ แต่ปัจจุบันวงการดาราศาสตร์ใช้ CCD เพื่อการถ่ายภาพแทนฟิล์มซึ่งจะทำให้ช่วงเวลาการถ่ายภาพนั้นลดลง 
Celestial Equator (ซี-เลส-เชียน- อิ-เคว-เตอร์) เป็นแนวของเส้นศูนย์สูตรโลก ที่ขยายไปปรากฏบนทรงกลมท้องฟ้า เรียกว่า เส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า ดังนั้นแนวของเส้นศูนย์สูตรโลก กับ แนวเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า จะเป็นแนวเดียวกัน
Celestial Object (ซี-เลส-เชียน ออปเจ็คท์) ใช้เรียกวัตถุที่อยู่บนทรงกลมท้องฟ้า เช่น ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ดาวหาง และอื่นๆ รวมทั้งดวงอาทิตย์
Celestial sphere (ซี-เลส-เชียน-สเฟียร) ทรงกลมสมมุติของท้องฟ้าที่ล้อมรอบโลกเราไว้ โดยมีโลกอยู่ที่จุดศูนย์กลางและมีรัศมีเป็นอนัตต์ หมุนรอบโลกด้วยแกนที่จุดขั้วฟ้าที่เรียกว่า Celestial Pole โดยมีเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้า (celestial equator) ขนานไปกับเส้นศูนย์สูตรโลกด้วย ดูบทความประกอบ
Celestial mechanics (ซี-เลส-เชียน-แมค-คา-นิค) สาขาหนึ่งของวิชาดาราศาสตร์ ที่อธิบายถึงการเคลื่อนที่ของวัตถุบนท้องฟ้า โดยใช้กฏ ทางฟิสิกส์ อธิบายแนวการโคจรของดาวเคราะห์ ดาวเทียม และอื่นๆ
Centaurus A (เซนทอรัส เอ) หรือกาแลกซี่ NGC5128  เป็นกาแลกซี่แหล่งคลื่นวิทยุที่เข้มข้นมาก  คาดว่าเกิดจากการชนกันของกาแลกซี่ยักษ์รูปไข่ กับกาแลกซี่เกลียวขนาดเล็ก เมื่อมองด้วยกล้องโทรทรรศน์จะเห็นแถบฝุ่นทึบพาดกลางกาแลกซี่สองแถบ Centaurus A อยู่ห่างจากโลก 10 ล้านปีแสง ในกลุ่มดาวม้าครึ่งคน (Centaurus) 
Chandrasekar Limit  ค่าจำกัดจันทราสิกขา  เป็นค่าสูงสุดของมวลของดาวแคระขาว (White dwart) มีค่าประมาณ 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์  ถ้าดาวฤกษ์มีมวลมากกว่าค่านี้ ดาวจะยุบตัวกลายเป็นดาวนิวตรอน และหลุมดำ  ค่าจำกัดจันทราสิกขาถูกคิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี คศ.1931 โดยนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย และเขาได้ตั้งทฤษฏีเกี่ยวกับวิวัฒนาการของดาวฤกษ์  
Chandra X-ray Observatory (CXO) หอสังเกตการณ์จันทราเอ็กซเรย์  เป็นดาวเทียมของนาซ่า ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปีคศ.1999 เป็นดาวเทียมสำรวจท้องฟ้าช่วงคลื่นรังสีเอ็กซ์ ถูกตั้งชื่อให้เป็นเกียรติกับ Subrahmanyan Chandrasekhar นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย
Chromosphere (โคร-โมส-เฟียร์) ชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์อยู่ระหว่างชั้น Photoshere กับ Corona มีความหนาประมาณ 10,000 กิโลเมตร อุณหภูมิ 4,000 ถึง 100,000 เคลวิน
Coma (โคม่า) มี 2 ความหมายคือ
1) เป็นความผิดเพี้ยนของภาพที่ตกกระทบบนเลนซ์ มองเห็นวัตถุเป็นฝ้ารีๆ คล้ายกับหัวของดาวหาง สาเหตุเกิดขึ้นจากมุมตกกระทบของภาพ กับเลนซ์วัตถุ และจะผิดเพี้ยนมากขึ้นเมื่ออยู่ห่างศูนย์กลาง ของมุมมองของภาพมากขึ้นเช่นกัน
2) เป็นกลุ่มก๊าซหรือฝุ่นละอองที่อยู่รอบๆ แกนกลางของดาวหาง
Conjunction (คอน-จัง-ชั่น) หรือตำแหน่งร่วม  ดูเรื่อง Elongation
Constellation (คอน-สเตล-เล-ชั่น)  หรือกลุ่มดาวบนท้องฟ้า  เป็นกลุ่มของดาวฤกษ์บนท้องฟ้าที่มนุษย์จิตนาการไว้เป็นรูปร่างต่างๆเพื่อง่ายต่อการจดจำ เริ่มใช้ครั้งแรกในยุคสมัยของ Ptolemy  มีอยู่ด้วยกัน 44 กลุ่ม ปัจจุบัน IAU แบ่งกลุ่มดาวบนท้องฟ้าออกเป็น 88 กลุ่ม และกำหนดขอบเขตที่แน่นอนเมื่อปี คศ.1930  จากกลุ่มดาวขนาดเล็กสุดคือกลุ่มดาวกางเขนใต้ (Crux) จนถึงกลุ่มดาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือกลุ่มดาวงูไฮดรา (Hydra)
Coordinates (โค-ออ-ดิ-เนท) หรือระบบพิกัด  เป็นระบบที่ใช้สำหรับอ้างอิงตำแหน่งของวัตถุท้องฟ้า ในทางดาราศาสตร์นิยมใช้กันอยู่สองแบบคือ
 1.ระบบขอบฟ้า (The Horizontal system) หรือ บางทีเรียกว่าระบบอัลติจูดและอะซิมุท (Altitude and Azimuth system)
       อัลติจูด (Altitude) หรือ มุมเงย เป็นมุมที่วัดจากเส้นขอบฟ้า คือ 0 องศา ขี้นไปจนถึงจุดเหนือศีรษะ Zenith คือ 90 องศา
       อะซิมุท (Azimuth) เป็นทิศทางตามแนวเส้นขอบฟ้า Horizontal Line เริ่มต้นจากทิศเหนือ 0 องศา ไปตามแนวทิศ ตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก กลับมาที่ทิศเหนือ ครบรอบ 360 องศา
        การบอกตำแหน่งด้วยวิธีนี้ จะบอกเป็นค่ามุมเงย และ มุมอะซิมุท พร้อมกัน มีหน่วยเป็นองศา และการบอกตำแหน่งระบบนี้ จะใช้ได้กับผู้สังเกตุที่อยู่บนเส้นละติจูดเดียวกัน ในเวลาเดียวกัน ( ลองจิจูดเดียวกัน)  เท่านั้น เช่นขณะนี้ดาวหางอยู่ที่ตำแหน่ง มุมอัลติจูด 45 องศา มุมอะซิมุท 270 องศา เป็นต้น

2. ระบบศูนย์สูตร (Equatorial System) เป็นระบบที่จำลองมาจากการบอกตำแหน่งบนพื้นโลกด้วยเส้น ละติจูด และ ลองจิจูด โดยที่บนท้องฟ้าเราจะบอกตำแหน่งเป็นค่า เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) และ ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A)     
   เดคลิเนชั่น (Declination- Dec) เปรียบได้กับละติจูด มีหน่วยเป็นองศา ใช้บอกระยะเชิงมุมของดาวว่าอยู่ห่างจาก เส้นศูนย์สูตรฟ้า ( 0 องศา) ไปทางทิศเหนือ ระหว่าง 0 ถึง +90 องศา หรือ ไปทางทิศใต้ ระหว่าง 0 ถึง –90 องศา เป็นมุมเท่าใด
   ไรท์แอสเซนชั่น (Right Ascension- R.A) เปรียบได้กับ ลองจิจูด ที่บอกหน่วยเป็น เวลา ชั่วโมง:นาที:วินาที โดยที่ 360 องศามีค่าเท่ากับ 24 ชั่วโมง หรือ 15 องศา มีค่าเท่ากับ 1 ชั่วโมง ในทำนองเดียวกันกับเส้นลองจิจูด จุดเริ่มต้น 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมง อยู่ที่เมืองกรีนิช ในประเทศอังกฤษ สำหรับ R.A ค่า 0 องศาหรือ 0 ชั่วโมงจะเริ่มที่จุดอ้างอิง Vernal Equinox (เวอร์นัล อิควินอค) คือจุดที่แนวเส้นEcliptic ตัดกับเส้นศูนย์สูตรฟ้า พอดี ในวันที่ 21 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากัน ตรงตำแหน่งกลุ่มดาวปลา (PISCES) แล้วนับไปทางขวามือ (Right) เป็นชั่วโมง นาที วินาที หรือถ้าเราหันหน้า เข้าหาทิศเหนือให้นับไปทางทิศตะวันออก แต่เนื่องจากกลุ่มดาวปลา ไม่ค่อยสว่างบนท้องฟ้าจึงสังเกตลำบาก เราอาจจะให้กลุ่มดาวค้างคาวหาตำแหน่งที่ RA เท่ากับศูนย์ได้เช่นกัน 

corona (โคโลน่า) คือบรรยากาศชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์ มีความหนาแน่นต่ำแต่มีอุณหภูมิสูงมาก ราว 1 ล้านเคลวิน (Kelvin) และแผ่ขยายกว้างไป ในอวกาศได้ไกลเป็นล้านๆ กิโลเมตร เราสามารถเห็นบรรยากาศชั้นโคโลน่าได้ ตอนเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง
COsmic Background Explorer (COBE) หรือ โคบี เป็นดาวเทียมของนาซ่าที่ส่งขึ้นไปเพื่อทำการศึกษา Comic Microwave Background  ถูกส่งขึ้นไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 1989 และสิ้นสุดปฏิบัติการตั้งแต่ปี คศ.1993 
Cosmic Microwave Background  หรือรังสีคอสมิคพื้นหลัง  เป็นการแพ่รังสีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเอกภพซึ่งแพ่ออกมาทุกทิศทุกทางในอวกาศมีอุณหภูมิราว 2.73 เคลวิน เชื่อว่าเป็นคลื่นพลังงานที่หลงเหลือมาจากความร้อนของเอกภพหลังการเกิด BigBang  ถูกพบครั้งแรกเมื่อปี คศ.1965 โดย Arno Penzias กับ Robert Wilson จาก Bell Telephone Laboratories การค้นพบในช่วงนั้นมีความยาวคลื่นสั้นมากเป็นไมโครเวฟ  ปัจจุบันความยาวคลื่นเพิ่มขึ้นเป็นมิลลิเมตรจากผลของเอกภพขยายตัว แต่ยังคงเรียกว่าเป็นคลื่นไมโครเวฟอยู่
Cosmic ray (คอส-มิค-เรย์) เป็นนิวเคลียส์ของอะตอมซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโปรตอน มีพลังงานสูงที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ของดาวฤกษ์ แพร่กระจายไปทั่วจักรวาล แต่จะถูกดูซับไว้ด้วยชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งเห็นได้จากการแตกตัวของอิออนในชั้นบรรยากาศสูงๆ อย่างสตาร์โตสเฟียร์
Cosmology (คอส-โม-โล-จี้) วิชาที่ว่าด้วยการศึกษาโครงสร้างของเอกภพ 
Cygnus A แหล่งคลื่นวิทยุความเข้มสูง อยู่นอกกาแลกซี่ทางช้างเผือก บริเวณกลุ่มดาวหงส์  คิดว่าเกิดจากการชนกันของสองกาแลกซี่
Cygnus X-1  แหล่งคลื่นรังสีเอ็กซ์เข้มข้นอยู่ในกลุ่มดาวหงส์ (Cygnus) เชื่อว่ามีหลุมดำอยู่ที่นั่น


A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับหน้าสารบัญธรรมชาติมหัศจรรย์ ฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์