A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

Magnetoshere (แมค-นี-โทส-สะ-เฟียร์) คืออวกาศชั้นนอกสุดรอบๆดาวเคราะห์ที่มีสนามแม่เหล็ก โดยรูปร่างของชั้น magnetoshere จะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสลมสุริยะ โดยขอบเขตชั้นนอกสุดของ magentoshere เรียกว่า magnetopause  และบริเวณที่มีความแปรปรวน ของเส้นแรงแม่เหล็กเนื่องจากกระแสลมสุริยะ เรียกว่า magnetosheath  ส่วนบริเวณ magnetoshere ที่ยืดยาวออกไปตามทิศทางลมสุริยะ เรียกว่า magnetotail  
           ดาวเคราะห์และบริวารในระบบสุริยะบางดวงจะมีชั้น magnetoshere ด้วยเช่น ดาวพุธ โลก และดาวเคราะห์ยักษ์ อย่าง ดาวพฤหัสที่มีชั้น magnetoshere กว้างใหญ่กว่าดวงอาทิตย์

magnitude (แมค-นิ-จูด) คือความสว่างของวัตถุท้องฟ้า ที่กำหนดเป็นค่าของตัวเลข กำหนดใช้ครั้งแรกเมื่อ สองศตวรรษก่อนคริสตกาล โดยนักดาราศาสตร์ชาวกรีก ชื่อ ฮิปปราคัส (Hipparchus) โดยกำหนดไว้ 6 ค่า คือ 1 มีความสว่างที่สุด และ 6 มีความสว่างน้อยที่สุดที่ตามองเห็น 
           ปัจจุบันทราบว่า ความสว่าง (magnitude) 1 สว่างมากกว่า 6 ถึง 100 เท่า ดังนั้นแต่ละช่วงของ ความสว่างห่างกันเท่ากับ รากที่ 5 ของ 100 หรือเท่ากับ 2.512 หมายความว่า 1 สว่างมากกว่า 2 อยู่ 2.51 เท่า และ 1 สว่างมากกว่า 3 อยู่ 5 เท่า เราสามารถคำนวนความแตกต่าง ของความสว่าง ได้จากสูตร 
         
                                    2.512 ยกกำลัง magnitude 
เช่น
ดาวฤกษ์ A ความสว่าง 2.5 และดาวฤกษ์ B ความสว่าง 7.5 ดังนั้น A จะสว่างกว่า B เท่ากับ 
                                   2.512 ^( 7.5-2.5) = 100 เท่า

          สำหรับวัตถุที่มีความสว่างมากกว่า 1 จะมีค่าเป็น ศูนย์ และ ติดลบ ยิ่งติดลบมาก ความสว่างก็ยิ่งมาก เช่นดวงอาทิตย์ เป็นวัตถุท้องฟ้าที่สว่างที่สุด มีค่าเท่ากับ –27 ส่วนวัตถุท้องฟ้าที่สว่างน้อยที่สุดเท่าที่บนโลกสังเกตเห็นมีค่าเท่ากับ +30  ดูเรื่อง absolute magnitude

Meteor (มี-ทิ-เออ) หรือดาวตก บางก็เรียกว่า "shooting star" หรือ "falling star" ดาวตกนั้นแท้จริงแล้วคือ เศษของฝุ่น หรือหินที่ถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเข้ามาแล้วผ่านชั้นบรรยากาศเสียดสีแล้วเกิดลุกไหม้ ส่วนใหญ่แล้วดาวตกมักเกิดจากฝุ่นของดาวหาง ถ้าหาก มีจำนวนมากๆ เราก็เรียกว่าฝนดาวตก (Meteor Shower มี-ทิ-เออ-โช-เออ) ถ้ามีอัตราการตกถี่มากตั้งแต่ 1,000 ดวงต่อนาที ก็จะเรียกว่า พายุดาวตก (Meteor Storm มี-ทิ-เออ-สะตอม) ถ้าฝนดาวตกที่มีอัตราการตกน้อยกว่า 10 ดวงต่อชั่วโมง เราก็เรียกว่าเป็น Minor Meteor Showers   ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
          สำหรับเศษหินของดาวตกที่ลุกไหม้ไม่หมด แล้วตกลงถึงพื้นโลกเราก็เรียกว่า อุกกาบาต (Meteorite มี-ทิ-เออ-ไรท)

Meteoroids (มี-ทิ-เออ-ลอย) หรือดาวเคราะห์น้อย เป็นกลุ่มของวัตถุขนาดเล็กเป็นพวกหิน และฝุ่น ที่โคจรอยู่รอบ ดวงอาทิตย์ อยู่ระหว่าง ดาวอังคารกับดาวพฤหัส  ดาวเคราะห์น้อยบางดวงเป็นเศษซากหลงเหลือของดาวหางด้วย กลุ่มของดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้บางที่เราก็เรียกว่า Meteor Stream

Meteor Train (มี-ทิ-เออ-ทเรน) หางของฝุ่นหรือก๊าซที่แตกตัว หลงเหลือเป็นทางยาวตามแนวดาวตกนั่นเอง



A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
 

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับหน้าสารบัญธรรมชาติมหัศจรรย์ ฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ธรรมชาติมหัศจรรย์