![]() |
|
|
ความรู้เบื้องต้นวิชาแผ่นดินไหว บทที่ 7 ศัพท์แผ่นดินไหว หน้าที่ 1 บทที่ 8 ศัพท์แผ่นดินไหว หน้าที่ 2
วิชาแผ่นดินไหวคืออะไร?
วิชาแผ่นดินไหว (Seismology) เป็นสาขาหนึ่งของวิชาวิทยาศาสตร์โลก (Earth Science) ที่ศึกษาเกี่ยวกับแผ่นดินไหว (Earthquakes) และคลื่นแผ่นดินไหว (Seismic Waves) ที่เคลื่อนที่ผ่านส่วนต่าง ๆ ของโลก นักแผ่นดินไหว (Seismologist) คือนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาแผ่นดินไหวและคลื่นแผ่นดินไหวดังกล่าว
1.2
ความเป็นมาของวิชาแผ่นดินไหว เราอาจเคยได้ยินมาว่าแผ่นดินไหวเกิดจากปลาอานนท์พลิกตัว นี้เป็นความเชื่อโบราณ ไม่แต่ในบ้านเราที่อื่น ๆ ก็มีความเชื่อทำนองนี้เช่นกัน หลักความเชื่อก็คือ มีสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่โตอยู่ใต้พื้นผิวโลก เมื่อสิ่งมีชีวิตดังกล่าวขยับตัวก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหว อริสโตเติล (Aristotle 384-322 B.C.) เป็นปราชญ์คนแรกที่พยายามอธิบายว่า แผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ สมมติฐานของเขา คือ แผ่นดินไหวเกิดจากการกระพือโหมของลมที่อยู่ใต้พื้นผิวโลก สมัยก่อน เมื่อเกิดแผ่นดินไหวที่ทำให้ผู้คนได้รับบาดเจ็บ บ้างก็ล้มตาย แต่ไม่ค่อยมีผู้ใดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหาย หรือผลกระทบของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นแก่บ้านเมืองเหล่านั้น จนกระทั่งทศวรรษ 1750 เมื่อประเทศอังกฤษได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวติดต่อกันหลาย ๆ ครั้ง ติดตามด้วยแผ่นดินไหวในยุโรป โดยเฉพาะแผ่นดินไหวที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1755 แผ่นดินไหวตามด้วยคลื่นซึนามิ ทำให้ผู้คนล้มตายไปราว 70,000 คน เหตุการณ์ครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นการจุดประกายให้เกิดวิชาแผ่นดินไหวขึ้นบนโลกใบนี้ โดยเริ่มจากการศึกษาด้านผลกระทบ (Effect) ศูนย์กลาง (Epicenter) และเวลาเกิด (Origin Time) ของแผ่นดินไหว ก่อนหน้าที่จะเกิดแผ่นดินไหวที่กรุงลิสบอนดังกล่าว ผู้คนเชื่อว่าแผ่นดินไหวเกิดจากลมใต้พื้นผิวโลกตามแนวคิดของอริสโตเติล หลังจากแผ่นดินไหวที่ลิสบอน แนวคิดสมัยใหม่ คือแนวคิดเกี่ยวกับแรงเค้น (Stress) ที่กระทำต่อชั้นหินใต้พื้นผิวโลกจึงเริ่มขึ้น ตามด้วยการจัดทำฐานข้อมูลด้านผลกระทบ ศูนย์กลาง และเวลาเกิดของแผ่นดินไหวในประเทศอังกฤษ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในยุคแรก ๆ ยังเป็นข้อมูลที่เกิดจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ หรือแผ่นดินไหวขั้นทำลาย เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เมื่อ ค.ศ. 1783 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 35,000 คน เมื่อกาลเวลาผ่านไป เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้าขึ้น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลแผ่นดินไหวระหว่างประเทศ และมีบทความรายงานผลกระทบจากแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น รายงานผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี เมื่อ ค.ศ. 1822 โดย Maria Graham อันเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ Charles Darwin นักวิทยาศาตร์ผู้เลื่องชื่อทางทฤษฎีวิวัฒนาการกำลังทำงานการค้นคว้าของเขาบริเวณเทือกเขาแอนดีส ครั้นทศวรรษ 1850-1870 การศึกษาวิจัยด้านแผ่นดินไหวในยุโรปเป็นไปอย่างกว้างขวาง เช่น Robert Mallet วิศวกรเจ้าของผลงานมากมายในกรุงลอนดอน ทดลองหาความเร็วของคลื่นแผ่นดินไหวโดยการจุดระเบิดด้วยดินปืน สมมติฐานของเขาคือ ความเปลี่ยนแปรความเร็วของคลื่นแผ่นดินไหวที่เดินทางผ่านชั้นหินต่าง ๆ ภายในโลกเป็นตัวชี้ถึงลักษณะหรือสมบัติของหินใต้พื้นผิวโลก วิธีการนี้ยังคงดำเนินการอยู่แม้ในปัจจุบัน เช่น การสำรวจแหล่งน้ำมัน เป็นต้น ขณะที่ Robert Mallet ทำงานทดลองของเขาในประเทศอังกฤษ Alexis Perrey ได้ศึกษาข้อมูลแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบในประเทศฝรั่งเศส สมมติฐานของเขาคือ รอบระยะเวลาการเกิดแผ่นดินไหวน่าจะสัมพันธ์กับฤดูกาล ขณะเดียวกัน Luigi Palmieri ได้ประดิษฐ์เครื่องตรวจแผ่นดินไหวแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Seismograph) ขึ้นในประเทศอิตาลี นับเป็นเครื่องตรวจแผ่นดินไหวต้นแบบ ที่ใช้ในการตรวจแผ่นดินไหวทุกวันนี้ ความก้าวหน้าหรือพัฒนาการของวิชาแผ่นดินไหวดำเนินต่อไป เช่น ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 John Milne James Ewing และ Thomas Gray ร่วมกันประดิษฐ์เครื่องตรวจแผ่นดินไหวความไวสูงขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ทำให้การศึกษาด้านแผ่นดินไหวดำเนินต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีความก้าวหน้าทางพัฒนาการของวิชาแผ่นดินไหวไม่น้อย เช่น Grove Karl Gillbert เสนอว่ารอยเลื่อน (Faults) เป็นแหล่งกำเนิดของแผ่นดินไหว อันเป็นผลจากการศึกษาแผ่นดินไหวในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อ ค.ศ. 1872 ก่อนหน้านี้ เข้าใจกันว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการระเบิดใต้พื้นผิวโลก รอยเลื่อนเป็นผลกระทบจากการระเบิดดังกล่าว แท้จริงรอยเลื่อนนั่นเองที่เป็นสาเหตุหลักของแผ่นดินไหว Harry Fielding Reid นำผลงานของ Grove Karl Gillbert มาศึกษาต่อไป เขาเสนอว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการสะสมแรงเค้นในรอยเลื่อน จนถึงจุดที่รอยเลื่อนต้านแรงเค้นที่สะสมไว้ไม่ไหวก็แตกออกในรูปของแผ่นดินไหวแล้วจึงคืนตัวสู่ตำแหน่งเดิม ต่อจากนั้นก็เริ่มสะสมแรงเค้นอีกจนถึงจุดแตกหักครั้งต่อไป แนวคิดนี้เป็นผลมาจากการศึกษาแผ่นดินไหวซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อ ค.ศ. 1906 แนวคิดของ Reid เรียกว่า Elastic Rebound Theory
บุคคลผู้ควรกล่าวถึง ในประวัติวิวัฒนาการของวิชาแผ่นดินไหว คือ Alfred Wegener นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ผู้เสนอทฤษฎีทวีปจร (Theory of Continental Drift ) อันลือลั่น เมื่อ ค.ศ. 1912 ซึ่งต่อมาพัฒนาสู่แนวคิดหรือทฤษฎีเพลตเทคโทนิคส์ (Theory of Plate Tectonics) ที่ยังคงมีบทบาทอย่างสูงในการอธิบายปรากฏการณ์ทางโลกศาสตร์ในปัจจุบัน
ศตวรรษที่
20
เป็นยุคเฟื่องฟูของวิชาแผ่นดินไหว
มีการพัฒนาเครื่องมือตรวจแผ่นดินไหวเป็นระบบดิจิตอลออนไลน์ เช่น
เครื่องตรวจแผ่นดินไหวระบบไอริส
(Incorporated Research
Institutions for Seismology: IRIS)
ที่ติดตั้งอยู่ ณ สถานีตรวจแผ่นดินไหวเชียงใหม่
(Chiang Mai Seismic
Station: CHTO)
เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการวางเครือข่ายสถานีตรวจแผ่นดินไหวทั่วโลกอย่างกว้างขวางอีกด้วย
|
|
![]() |
ศัพท์แผ่นดินไหว และธรณีวิทยา แบ่งตามหมวดตัวอักษร ตั้งแต่ อักษร
A จนถึง Z
มีภาพประกอบ และภาพเคลื่อนไหว สีสรรชัดเจน ของอดิศร ฟุ้งขจร
จำนวน 185 หน้า
คลิกค่ะ |
ครั้งที่
ธรรมชาติมหัศจรรย์