![]() |
||
|
ความรู้เบื้องต้นวิชาแผ่นดินไหว
บทที่
1
วิชาแผ่นดินไหวคืออะไร บทที่ 7 ศัพท์แผ่นดินไหว หน้าที่ 1 บทที่ 8 ศัพท์แผ่นดินไหว หน้าที่ 2 บทที่ 7 ศัพท์แผ่นดินไหว หน้าที่ 1
ศัพท์พื้นฐานวิทยาศาสตร์โลก ศัพท์พื้นฐานวิทยาศาสตร์โลกจัดทำขึ้นเพื่อปูพื้นฐานความรู้สาขานี้ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป คำศัพท์และรูปภาพส่วนใหญ่นำมาจากเว็บไซต์ http://earthquake.usgs.gov/image_glossary อาจมีคำอธิบายเพิ่มเติมโดยนำมาจากพจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา อังกฤษ-ไทย จัดทำโดย คณะอนุกรรมการจัดทำพจนานุกรมธรณีวิทยา ของคณะกรรมการประสานงานด้านธรณีวิทยา ภายใต้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ พ.ศ. 2530
หมวดคำศัพท์ A | B | C | D | E | F | G | H | I | J | K | L ไปหน้า 2 (หมวด M-Z) สารบัญรูป
หมวด A Acceleration
| Accelerogram
| Accelerograph
| Accretionary
Wedge | Active
Fault | Aftershocks
| Alluvium
| Amplification
| Amplitude | Arc
| Aseismic
| Asperity
|
หมวด B Basement | Bedrock | Benioff zone | Blind thrust fault | Body wave | Brittle-ductile boundary
หมวด C
หมวด D Deformation | Dip | Dip-slip faults | Directivity | Displacement
หมวด E Earthquake | Elastic rebound | Epicenter | Earthquake hazard | Earthquake risk
หมวด F Fault gouge | Fault plane | Fault plane solution | Fault scarp | Fault trace | First motion | Focal depth | Forearc | Foreshocks | Frequency
หมวด G Geodesy | Geodetic | Geology | Geomorphology | Geophysics | Geotechnical | Graben | Gravity | Ground failure | Ground motion
หมวด H Half space | Harmonic tremor | Hertz (Hz) | Holocene | Horst | Hypocenter
หมวด I Intensity | Interplate | Interplate coupling | Intraplate | Isoseismal
หมวด J Joint | Jurassic period | Juvenile water
หมวด K Kame | Kast | Kinematic | Knee fold
หมวด L Landslide | Late Quaternary | Lateral spread | Least-squares fit | Left-lateral | Lifelines | Liquefaction | Lithology | Lithosphere | Locked fault | Love wave
เมื่อเราย้ำลงบนคันเร่งรถยนต์ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้น
หรือเมื่อเยียบเบรกก็ทำให้รถชะลอความเร็ว
เมื่อรถเปลี่ยนความเร็วจากระดับหนึ่งไปอีกระดับหนึ่ง
ไม่ว่าเป็นการเร่งให้เร็วขึ้น
หรือชะลอความเร็วให้ช้าลง การเปลี่ยนแปลงความเร็วนี้
เรียกว่า
อัตราเร่ง
ขณะที่เกิดแผ่นดินไหว
เมื่อแผ่นดินสั่นสะเทือนมีอัตราเร่งเกิดขึ้นเหมือนกัน
อัตราเร่งของการสั่นสะเทือนดังกล่าวสามารถตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ Accelerogram
รูปที่
1 บันทึกอัตราเร่งของพื้นดินขณะเกิดแผ่นดินไหวมีหน่วยเป็น
ซม./วินาที2
หรือ
แกล (gal)
เปรียบเทียบกับความเร็วของพื้นดินมีหน่วยเป็น
ซม./วินาที
และการกระจัด
(ระยะการเคลื่อนที่ของพื้นดิน)
มีหน่วยเป็น
ซม.
Accelerograph
รูปที่
2
เครื่องบันทึกอัตราเร่งของพื้นดินขณะเกิดแผ่นดินไหว
Accretionary
Wedge
accretion การงอกพอกพูน:
รูปที่
3
เมื่อเพลตเทคโทนิคส่วนที่เป็นพื้นมหาสมุทร
(ด้านซ้ายของภาพ)
ปะทะกับเพลตเทคโทนิคส่วนที่เป็นพื้นทวีป
(ด้านขวาของภาพ)
ทำให้ผิวด้านนอกของเพลตเทคโทนิคส่วนที่เป็นพื้นมหาสมุทรหลุดออกขณะที่มุดลงใต้เพลตเทคโทนิคส่วนที่เป็นพื้นทวีปแล้วไปพอกพูนให้เพลตเทคโทนิคส่วนที่เป็นพื้นทวีป
รอยเลื่อนมีพลัง
หมายถึง
รอยเลื่อนที่จะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีกในอนาคต
รอยเลื่อนที่จัดว่าเป็นรอยเลื่อนมีพลังต้องมีการเคลื่อนที่อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในระยะเวลา
10,000 ปี
รูปที่
4
รอยเลื่อนอีเมอร์สันในแคลิฟอร์เนีย
สหรัฐอเมริกา
รอยแยกที่ปรากฏให้เห็นบนพื้นผิวเกิดจากแผ่นดินไหวขนาด
7.2 ริคเตอร์
เมื่อ ค.ศ. 1992 Aftershocks
Aftershock แผ่นดินไหวระลอกหลัง:
หลังจากแผ่นดินไหวแล้ว
หินต่าง ๆ รอบ
ๆ
ศูนย์กลางไหวสะเทือนใต้ผิวโลกจะพยายามปรับตัวให้คืนสู่สภาพสมดุล
ดังนั้น
จึงเกิดความไหวสะเทือนตามมาเป็นระยะ
ๆ
กว่าจะหยุดไหวสนิท
อาจกินเวลานับเป็นชั่วโมง
ๆ เป็นวันๆ
หรือเป็นเดือน
ๆ ก็มี
แต่มีความรุนแรงน้อยกว่าระลอกแรกมาก
(พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา
2530 หน้า
3)
รูปที่
5
แผนภูมิเปรียบเทียบระหว่างแผ่นดินไหวหลักกับแผ่นดินไหวระลอกหลัง
Alluvium
ตะกอนน้ำพา
เป็นกรวด หิน
ตะกอน ดิน
ทราย เลน
ที่ทับถมกันจากการพัดพามาของกระแสน้ำ
Alluvium ตะกอนน้ำพา:
กรวด
หิน ดิน ทราย
และสิ่งอื่น
ๆ
ที่น้ำนำพาไปสะสมตัว
ณ
บริเวณใดบริเวณหนึ่ง
เช่น
ตามร่องน้ำ
เรียกว่า
สิ่งทับถมร่องน้ำ
(channel-filled deposit) ตามที่ราบน้ำท่วมถึง
เรียกว่า
สิ่งที่ทับถมที่ราบน้ำท่วมถึง
(flood plain deposit) ตามพื้นทะเลสาบ
เรียกว่า
สิ่งทับถมในทะเลสาบ
(lacustrine deposit) (พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา
2530 หน้า
5)
รูปที่
6
ตะกอนน้ำพาสองฝั่งแม่น้ำซอลต์
มลรัฐอาริโซน่า
สหรัฐอเมริกา
Amplification
รูปที่
7
ปัจจัยสำคัญสองประการของโครงสร้างธรณีวิทยาที่มีผลต่อระดับการเคลื่อนที่ของพื้นดินขณะเกิดแผ่นดินไหว
ได้แก่
ประการแรก
ความอ่อนของพื้นผิว
ประการที่สอง
ความหนาของชั้นตะกอนของพื้นผิว ภาพนี้แสดงให้เห็นผลกระทบจากแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นอันเนื่องจากโครงสร้างธรณีวิทยา
ณ บริเวณต่าง
ๆ (site effects) ของเมืองลอสแองเจลิส
Amplitude
รูปที่
8
รูปบนแสดงแอมพลิจูดขนาดต่างๆ
ของคลื่นอย่างง่าย Arc
แนวโค้ง
เป็นแนวโค้งภูเขาไฟ
ที่บางครั้งอาจเกิดขึ้นบนแผ่นดินเมื่อเพลตที่เป็นพื้นมหาสมุทรปะทะกับเพลตที่เป็นพื้นทวีปแล้วมุดลงใต้เพลตที่เป็นพื้นทวีป
(ดูรูปที่
3
ประกอบ)
ศัพท์ที่ใช้บรรยายลักษณะรอยเลื่อนที่ตรวจไม่พบแผ่นดินไหว Asperity
รูปที่
9
พื้นผิวที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว Attenuation
Basement
Bedrock base rock หินดาน: หินที่รองรับดิน ทราย กรวด (พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา 2530 หน้า 14)
รูปที่
11
แสดงตำแหน่งของหินดาน
Benioff
zone Benioff zone เขตเบนิออฟฟ์: เขตที่มีจุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวระดับปานกลางถึงระดับลึก ซึ่งจะเอียงออกไปจากแนวร่องลึกก้นสมุทรและอยู่ใต้หมู่เกาะรูปโค้งหรือทวีปที่อยู่ใกล้เคียง (พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา 2530 หน้า 14)
รูปที่
12
แสดงลักษณะของเขตเบนิออฟฟ์
กากบาทสีแดงเป็นตำแหน่งของศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว
(ดูรูปที่
3
ประกอบ)
Blind
thrust fault
Body
wave
รูปที่ 14 ลักษณะการเคลื่อนที่ของคลื่นแผ่นดินไหวแบบต่าง ๆ
รูปที่ 15 รอยต่อระหว่างชั้นธรณีภาคชั้นนอกกับชั้นธรณีภาคชั้นกลาง
14C-age
radiocarbon dating
การหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี:
การหาอายุของวัตถุโบราณโดยหาปริมาณของคาร์บอน
14
ที่มีอยู่ในวัตถุโบราณนั้น
วิธีนี้เหมาะสำหรับหาอายุของวัตถุโบราณที่มีอายุสูงสุดประมาณ
30,000 ปี
รูปที่
16
รูปแบบการสลายหรือครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสี
Core
รูปที่ 17 โครงสร้างของโลก (ปรับปรุงจาก http://www.pbs.org/wnet/savageearth/animations/hellscrust/index.html)
Creep
รูปที่ 18 การเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ของรอยเลื่อนแห่งหนึ่งในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา | ||