Magnetic-levitation เป็นตัวอย่าง ที่ใช้อธิบาย การใช้งาน สารตัวนำยิ่งยวด ได้เป็นอย่างดี ยานพาหนะ ที่ใช้ในการขนส่ง เช่นรถไฟ สามารถถูกทำให้ ลอยตัว อยู่บน สนามแม่เหล็กแรงสูง ที่ผลิตจากสารตัวนำยิ่งยวดได้ หมดปัญหา การเสียดสี ระหว่างราง และตัวรถ ลงได้โดยปริยาย ในแม่เหล็กธรรมดา ไม่เพียงแต่ จะสิ้นเปลือง พลังงาน ไปเนื่องจาก ความร้อน ยังมีขนาดใหญ่กว่า แม่เหล็ก ที่ทำจากสาร ตัวนำยิ่งยวด อีกด้วย
Maglev technology นี้ได้กำเหนิดขึ้น ในปี ค.ศ. 1990 โดยโครงงาน ของรัฐบาลญี่ปุ่น และกระทรวงคมนาคม ได้มีคำสั่ง ให้สร้างขึ้น ในปี ค.ศ.1997 เส้นแรกชื่อว่า Yamanashi Maglev Test Line ในวันที่ 3 เมษายน 1997 สองปีต่อมา ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ.1999 รถไฟฟ้ารุ่น MLX01รถทดสอบ ดังแสดงในรูป ซึ่งมีความสามารถ เร่งความเร็ว ได้ถึง 343 ไมล์ต่อ ชั่วโมง ซึ่งก็ยังอยู่ ในระหว่าง กระบวนการ พัฒนา อยู่ในขณะนี้

ML100
Coil
room
ส่วนประกอบ ของ Maglev รถทดลองรุ่นแรก ของประเทศญี่ปุ่น

 


ภาพกะโหลก ศีรษะมนุษย์ที่ถ่ายไว้โดย MRI
อีกส่วนนึงในงานการใช้สารตัวนำยิ่งยวด เพื่อการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ โดยที่นายแพทย์ไม่ต้องผ่าตัดภายในคนไข้เลย โดยการใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูงที่ผลิตจากสารตัวนำยิ่งยวด ผ่านเข้าไปยังร่างกายคนไข้แทน อะตอมของไฮโดรเจน ที่มีในน้ำ และโมเลกุลของไขมัน ในร่างกายจะซึมซับพลังงานจากสนามแม่เหล็ก และปลดปล่อยคลื่นความถี่ออกมาความถี่หนึ่ง ซึ่งสามารถตรวจจับได้ และแสดงผลเป็นกราฟด้วยคอมพิวเตอร์
Magnetic Resonance Imaging (MRI) ถูกคิดค้น ในกลางปี ค.ศ.1940 แต่เพิ่ง จะเป็นเครื่องมือ ที่มีความจำเป็น ใช้ร่วมกับ คอมพิวเตอร์ ความเร็วสูง ที่สามารถรองรับ ข้อมูลจำนวนมากๆ ที่ผลิตจากเครื่องนี้ได้ ข้อมูลเพิ่มเติม UT Austin NMRI Lab links page หรือการสอนอบรมที่ : http://www.cis.rit.edu/htbooks/mri/chap-1/chap-1.htm

กลุ่มค้นคว้าสารตัวนำยิ่งยวด ใน KRISS ในด้าน boimagnetic technology ในเกาหลี ได้ทำการค้นคว้า เกี่ยวกับ double-relaxation oscillation SQUID (Superconducting Quantum Interference Device) ที่ใช้ใน เครื่อง Magnetoencephalography. SQUIDS สามารถตรวจจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้ไวถึง แสนล้านครั้ง ในสนามแม่เหล็ก ที่อ่อนกว่าสนามแม่เหล็กที่ทำให้เข็มทิศหักเหเสียอีก โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้การตรวจสอบร่างกาย มนุษย์ไม่จำเป็นต้องผ่านสนาม แม่เหล็กแรงสูง เช่นที่ใช้ในเครื่อง MRI อีกต่อไป

โครงงาน Super-Collider ที่เคยมีแผนให้สร้างขึ้น ที่เมือง Ellis รัฐ Texas งบประมาณหลายพันล้านดอลล่าร์ แต่ก็ได้ถูกระงับไป เมื่อปี ค.ศ.1993 แนวคิดที่ใช้ คือการค้นคว้า การผลิตพลังงานมหาศาล ที่สามารถเร่ง subatomic ให้เข้าใกล้ความเร็วของแสง ซึ่งสามารถจะทำให้เป็นจริงได้ ถ้าใช้ซูเปอร์คอนดัคเตอร์ ส่วนทาง CERN กลุ่มประเทศยุโรป ก็ทำในแนวนี้ ด้วยเช่นกัน คือ Large Hadron Collider (LHC) ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง
ลิ๊งค์ อื่นๆ ที่มีการค้นคว้า เช่นนี้ด้วย เช่น Fermilab หน้า proton-antiproton collider ส่วนเยอรมันที่ DESY และล่าสุดที่ Brookhaven National Laboratory เรื่อง RHIC heavy-ion collider.

การใช้สาร ตัวนำยิ่งยวด มาทำ เป็นลวด ตัวนำไฟฟ้า ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แทน ลวดทองแดง ที่ใช้ใน ปัจจุบันนี้ ความเป็นจริงแล้ว ประสิทธิภาพ จะได้เพียง 99% แต่มี ขนาดเล็กลง กว่าครึ่งหนึ่ง ของแบบเดิม ซึ่งสามารถ นำมาทำเพื่อ การค้าได้ โดยที่ General Electric คาดว่า เครื่องกำเนิด ไฟฟ้าแบบใช้ ซูเปอร์คอนดัคเตอร์ นี้จะทำตลาดได้ ถึง 2-3 หมื่นล้านเหรียญ ในช่วงทศวรรษนี้ และกำลังพัฒนา ทำเครื่องต้นแบบ ขนาด 100 เมกกะโวลท์แอมป์ อยู่ในขณะนี้
โครงงานเพื่อการค้าอื่นๆ เช่น บริษัท American Superconductor Corp ได้รับใบสั่งจาก สมาพันธ์พลังงาน เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.2000 ให้ติดตั้ง Distributed Superconducting Magnetic Energy Storage System (D-SMES) ในวิสคอนซิล เพียง D-SMES หนึ่งเครื่อง สามารถสำรองไฟฟ้ามากกว่า 3 ล้านวัตต์ทีเดียว

เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการนำเอา สารตัวนำยิ่งยวด มาทำอุปกรณ์ ทางไฟฟ้า กำลังกันแล้ว โดยทำ หม้อแปลงไฟฟ้า และ fault limiters โดยบริษัท Swiss-Swedish company ASEA Brown-Bovery และได้ติดตั้งต้นแบบ ไว้ที่ใกล้ๆกับเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ ด้วยกำลัง 630 กิโลโวล์ทแอมป์ หล่อเย็นในสารไนโตรเจนเหลว ตัว fault limiter ตัวนี้ สามารถจำกัดกระแสเป็นพันแอมแปร์ ในเวลาเพียงเสี้ยวมิลลิวินาที
บริษัท Power Superconductor Applications Corp เป็นบริษัทหนึ่ง ที่ผลิต fault limiter แบบ BSCCO และ Intermagnetics General ก็ได้ผลิต fault limiter ขนาดใหญ่ 15kv ออกมาใช้ติดตั้งที่ Southern California Edison สถานีใต้ดิน เขต Norwalk แคลิฟอร์เนีย ขณะนี้อเมริกา และญี่ปุ่นมีแผนงานที่แทนที่ เคเบิ้ลทองแดงใต้ดิน ด้วย เคเบิ้ลซุเปอร์คอนดัคเตอร์ ชนิด BSCCO หล่อเย็นด้วยไนโตรเจนเหลว จากรูป ข้างล่าง กระแสไฟฟ้าจะไหลได้ดีกว่า ที่ติดตั้ง อยู่ในอุโมงค์เคเบิ้ล ปัจจุบัน


ในเดือน ธันวาคม ค.ศ.1998 Pirelli Wire ได้ทดลองสร้าง ลวดเคเบิ้ล ขนาด 115 กิโลโวล์ท ด้วยซูเปอร์คอนดัคเตอร์ ชนิดอุณหภูมิสูง ที่ผลิตจาก American Superconductor และร่วมมือกับ Electric Power Research Institute. เคเบิ้ลนี้ยาวเพียง 150 ฟุตเท่านั้น แต่สามารถส่งผ่านกระแสไฟฟ้า 2000 แอมแปร์ได้ ในปี ค.ศ.2000 Pirelli จะติดตั้ง เคเบิ้ลสามเส้น ขนาดยาว 400 ฟุต ด้วย HTS เคเบิ้ลนี้ ให้ส่งผ่านกำลัง 100 ล้านวัตต์ ที่ Detroit Edison ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้นำมาใช้เพื่อการค้า แก่ชาวอเมริกัน ในการส่งผ่านไฟฟ้าแรงสูง ด้วยซูเปอร์คอนดัคเตอร์ ซึ่งขณะนี้ Pielli ได้กำลังทดลองผลิตพัฒนาสาย co-axial HTS เพื่อติดตั้งใน ฝรั่งเศษ เยอรมัน และอิตาลี


The National Science Foundation พร้อมด้วย NASA และ DRAPA และ มหาวิทยาลัยต่างๆ กำลังวิจัย เรื่อง "petaflop" คอมพิวเตอร์. "petaflop" สามารถคำนวญ เลขได้ หนึ่งพันล้านล้านเลข ต่อวินาที ซึ่งเร็วมากกว่า parallel computer ที่เร็วที่สุดตอนนี้ เพิ่งแตะเพียง "Teraflop" เท่านั้น ต่างกันประมาณ 1 พันเท่า คาดได้ว่าจะมีกลไกสวิตช์ขนาด 50 นาโนเมตร มากมายอยู่ภายใน อาจจะโดยใช้ josephson junction ที่ทำจากซูเปอร์คอนดัคเตอร์ เป็นส่วนสำคัณอย่างยิ่งในการเพิ่มความเร็วนี้

นักวิจัย TRW ได้ทำนาย ไว้ว่า josephson junction จำนวน แสนล้านตัว บนไมโครโปรเซสเซอร์ จำนวน 4,000 ตัว ถึงจะทำให้ได้ความเร็วถึง 32 petabit. Josephson junction นี้ ทำงานอยู่ภายในSuperFET ซึ่งกลายเป็น ส่วนนึงของสวิตช์ อิเล็กทรอนิกส์โลจิก ภายใน ไมโครโปรเซสเซอร์ นั่นเอง และเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการสาธิต เรื่อง สนามแม่เหล็กขนาดเล็ก สามารถทำให้ ซูเปอคอนดัคเตอร์ ชนิดที่ 2 เก็บและนำกลับ คืนข้อมูลทางดิจิตอลได้ ในอนาคตอันไกล้ เราจะเห็นอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ทั้งหลาย หันมาใช้สารซูเปอร์คอนดัคเตอร์ เป็นส่วนวำคัญ แทบทั้งสิ้น เช่น quantum (DELTT) transistors และ อุปกรณ์ "electron wave" สามารถสับสวิตช์ภายในได้เร็วถึง femtosecond (1 พันล้านล้านวินาที) ถ้าสนใจเรื่องการค้นคว้า เรื่อง petaflop computer ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้นำเอาซูเปอร์คอนดัคเตอร์ มาใช้ในการกรองสัญญาณคลื่นวิทยุ เนื่องด้วยสามารถให้ความแม่นยำในการกรองได้สูง จึงนำมาใช้ ในงานได้มากมาย เช่นใน ระบบโทรศัพท์ มือถือ แบบ cellular. บริษัทที่ผลิตตัวกรองสัญญาณ นี้ เช่น
- Conductus
- Illinois Superconductor
- Superconductor Technologies

ซูเปอร์คอนดัคเตอร์ มีใช้อย่างกว้างขวางในวงการ ทหาร HTSC SQUIDS ใช้ในงานของราชนาวี สหรัฐ โดยใช้ในการตรวจจับ ทุ่นระเบิด และเรือดำน้ำ และกำลังผลิตเรือ ซึ่งใช้มอเตอร์ ขนาดเล็กที่ใช้ลวดที่ทำจากซูเปอร์คอนดัคเตอร์ ในอุปกรณ์ หลายอย่าง ซูเปอร์คอนดัคเตอร์เทป(Tape) ได้ถูกนำมาใช้แทน ขดลวดซูเปอร์คอนดัคเตอร์
เทคโนโลยี ที่ทันสมัยอย่างอื่น ก็เช่น การใช้ซูเปอร์คอนดัคเตอร์ ในการควบคุมระบบโคจรของดาวเทียม ที่ลอยอยู่ รอบๆโลก เนื่องจากมีค่า friction เข้าใกล้ 0 มาก จึงทำให้ การควบคุม momentum wheel (gyroscope) มีเสถียรภาพ มาก โดยใช้คุณสมบัติ "flux-pinning" ของซูเปอร์คอนดัคเตอร์ ,superconducting light detectors ที่เร็วและ ไวในการตรวจจับ ได้นำมาพัฒนา กล้อง เทเลสโคป ที่มี ประสิทธิภาพ ในการตรวจจับ ตัวโฟตอนของแสงได้ รวมทั้งในระบบอินเตอร์เน็ท ซูเปอร์คอนดัคเตอร์ ก็เข้ามามีบทบาทอย่างแน่นอน Irvine Sensors Corporation ได้รับทุนร่วม 1 ล้านเหรียญ ดอลล่าร์ superconducting digital router สำหรับการสื่อสาร ความเร็วสูง เพราะว่า อินเตอร์เน็ทได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และการจราจรบนเน็ท จะเพิ่มเป็น สองเท่า ทุกๆ 100 วัน เทคโนโลยี นี้อาจจะต้อง นำมาใช้ ในอนาคต เพื่อรองรับ การส่งผ่าน ข้อมูล จำนวนมาก ด้วย ความเร็วสูง