จังหวะ (Rhythm)

          
           จังหวะ (Rhythm) เป็นพื้นฐานในชีวิตของมนุษย์ เราจะพบกับจังหวะได้ในทุก ๆ วัฎจักร นับตั้งแต่การเกิดกลางคืน - กลางวัน, การมีฤดูกาลทั้ง 4 ฤดู, การขึ้น – ลงของน้ำ, การหายใจ, การเต้นของหัวใจ, การเดิน หรือแม้กระทั่งการดำเนินชีวิตของคนบางครั้งเราจะพบว่าบางช่วงชีวิตดำเนินไปด้วยความราบรื่นอยู่ ๆ จังหวะดีก็อาจถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 เป็นเศรษฐีภายในช่วงข้ามวัน แต่บางครั้งก็มีสะดุดไปบ้างจากคนที่มีเงินทองมากมายก็อาจจนลงได้ภายในไม่ข้ามคืนก็เป็นไปได้ ทั้งหมดที่กล่าวมาก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับจังหวะ ทั้งสิ้น
ในทางดนตรีแล้วจังหวะหมายถึง การเคลื่อนที่ของแนวทำนองหรือเสียงในช่วงเวลาหนึ่ง โดยปกติจังหวะประกอบด้วย

- จังหวะหนัก (Strong beat) หมายถึงจังหวะที่หนักกว่าจังหวะอื่น ๆ ภายในห้องเพลงเดียวกันมีหลายกลุ่ม เช่น

กลุ่ม 2 จังหวะ (Duple Meter) คือ จังหวะหนักอยู่ที่จังหวะที่ 1 จังหวะที่ 2 เป็นจังหวะเบา


กลุ่ม 3 จังหวะ (Triple Meter) คือจังหวะหนักอยู่ที่จังหวะที่ 1 จังหวะที่ 2,3 เป็นจังหวะเบา

กลุ่ม 4 จังหวะ (Quadruple Meter) คือจังหวะหนักอยู่ที่จังหวะที่ 1 และ3 จังหวะที่ 2และ 4 เป็นจังหวะเบา

จังหวะทำนอง (Duration) หมายถึงความสั้นยาวของเสียงทุกเสียงในทำนองเพลง

1 เครื่องหมายกำหนดจังหวะ (Time Signature)
          ดนตรีเป็นโสตศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับเสียงและเวลาเวลาในทางดนตรีถูกกำหนดโดยใช้เครื่องหมายกำหนดจังหวะเป็นตัวเลขคล้ายกับเลขเศษส่วน แต่ไม่มีเส้นตรงขีดระหว่างตัวเลขบนและล่าง


ตัวเลขตัวบน ใช้บอกจำนวนตัวโน้ต หรือจังหวะภายในแต่ละห้อง เช่น

เลข 2 หมายถึง มีตัวโน้ตได้ 2 ตัว

เลข 3 หมายถึง มีตัวโน้ตได้ 3 ตัว

เลข 4 หมายถึง มีตัวโน้ตได้ 4 ตัว

เลข 6 หมายถึง มีตัวโน้ตได้ 6 ตัว

ตัวเลขตัวล่าง ใช้บอกลักษณะตัวโน้ตที่ใช้เป็นเกณฑ์

เลข 2 ใช้แทนโน้ต ตัวขาว

เลข 4 ใช้แทนโน้ต ตัวดำ

เลข 8 ใช้แทนโน้ต ตัวเขบ็ต 1 ชั้น

เลข 16 ใช้แทนโน้ต ตัวเขบ็ต 2 ชั้น

          โดยทั่วไปในทางดนตรีสามารถจำแนกอัตราจังหวะได้ 2 ประเภทคือ อัตราจังหวะธรรมดา (Simple Time Signatures) และอัตราจังหวะผสม (Compound Time Signatures)

          จากตัวอย่างข้างต้น อ่านว่า เครื่องหมายกำหนดจังหวะ สี่ – สี่ หมายความว่าภายในหนึ่งห้องเพลงที่กำหนดด้วยเครื่องหมายกำหนดจังหวะนี้ประกอบด้วยตัวโน้ตตัวดำ (เลข 4 ตัวล่าง) ได้จำนวน 4 ตัว (เลข 4 ตัวบน) ในการปฏิบัติให้ถือว่า 1 ห้อง มี 4 จังหวะ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ภายหนึ่งห้องจะประกอบด้วยตัวโน้ตหรือตัวหยุดชนิดใดก็ได้แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 4 จังหวะ

          จากตัวอย่างข้างต้น อ่านว่า เครื่องหมายกำหนดจังหวะ สาม – สี่ หมายความว่าภายในหนึ่งห้องเพลงที่กำหนดด้วยเครื่องหมายกำหนดจังหวะนี้ประกอบด้วยตัวโน้ตตัวดำ (เลข 4 ตัวล่าง) ได้จำนวน 3 ตัว (เลข 3 ตัวบน) ในการปฏิบัติให้ถือว่า 1 ห้อง มี 3 จังหวะ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ภายหนึ่งห้องจะประกอบด้วยตัวโน้ตหรือตัวหยุดชนิดใดก็ได้แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 3 จังหวะ


          จากตัวอย่างข้างต้น อ่านว่า เครื่องหมายกำหนดจังหวะ สาม – แปด หมายความว่าภายในหนึ่งห้องเพลงที่กำหนดด้วยเครื่องหมายกำหนดจังหวะนี้ประกอบด้วยตัวโน้ตตัวเขบ็ต 1 ชั้น (เลข 8 ตัวล่าง) ได้จำนวน 3 ตัว (เลข 3 ตัวบน) ในการปฏิบัติให้ถือว่า 1 ห้อง มี 3 จังหวะ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ภายหนึ่งห้องจะประกอบด้วยตัวโน้ตหรือตัวหยุดชนิดใดก็ได้แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 3 จังหวะ

          จากตัวอย่างข้างต้น อ่านว่า เครื่องหมายกำหนดจังหวะ หก – สี่ หมายความว่าภายในหนึ่งห้องเพลงที่กำหนดด้วยเครื่องหมายกำหนดจังหวะนี้ประกอบด้วยตัวโน้ตตัวดำ (เลข 4 ตัวล่าง) ได้จำนวน 6 ตัว (เลข 6 ตัวบน) ในการปฏิบัติให้ถือว่า 1 ห้อง มี 2 จังหวะ เนื่องจากเป็นอัตราจังหวะผสม โน้ตตัวดำ 3 ตัวให้นับ 1 จังหวะ หรือ 1 เคาะในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ภายหนึ่งห้องจะประกอบด้วยตัวโน้ตหรือตัวหยุดชนิดใดก็ได้แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 6 จังหวะ (อัตราตัวโน้ตปกติ)

          จากตัวอย่างข้างต้น อ่านว่า “เครื่องหมายกำหนดจังหวะ หก – แปด” หมายความว่าภายในหนึ่งห้องเพลงที่กำหนดด้วยเครื่องหมายกำหนดจังหวะนี้ประกอบด้วยตัวโน้ตตัวเขบ็ต 1 ชั้น (เลข 8 ตัวล่าง) ได้จำนวน 6 ตัว (เลข 6 ตัวบน) ในการปฏิบัติให้ถือว่า 1 ห้อง มี 2 จังหวะ เนื่องจากเป็นอัตราจังหวะผสม โน้ตเขบ็ต 1 ชั้น 3 ตัวให้นับ 1 จังหวะ หรือ 1 เคาะในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ภายหนึ่งห้องจะประกอบด้วยตัวโน้ตหรือตัวหยุดชนิดใดก็ได้แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 3 จังหวะ (อัตราตัวโน้ตปกติ)

          จากตัวอย่างข้างต้น อ่านว่า “เครื่องหมายกำหนดจังหวะ เก้า – แปด” หมายความว่าภายในหนึ่งห้องเพลงที่กำหนดด้วยเครื่องหมายกำหนดจังหวะนี้ประกอบด้วยตัวโน้ตตัวเขบ็ต 1 ชั้น (เลข 8 ตัวล่าง) ได้จำนวน 9 ตัว (เลข 9 ตัวบน) ในการปฏิบัติให้ถือว่า 1 ห้อง มี 3 จังหวะ เนื่องจากเป็นอัตราจังหวะผสม โน้ตตัวเขบ็ต 1 ชั้น 3 ตัวให้นับ 1 จังหวะ หรือ 1 เคาะในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ภายหนึ่งห้องจะประกอบด้วยตัวโน้ตหรือตัวหยุดชนิดใดก็ได้แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน4? จังหวะ (อัตราตัวโน้ตปกติ)

2 ความเร็วจังหวะ (Tempo) หมายถึง ความเร็วของบทเพลงต่าง ๆ ที่อัตราความช้าเร็วต่างกันออกไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ประพันธ์เพลงผู้กำหนดว่าจะให้มีความช้า – เร็ว เท่าไร อาจมีจังหวะเร็ว ปานกลาง หรือช้าก็ได้ แต่ต้องเคาะจังหวะให้ช่องของจังหวะห่างเท่ากันเสมอ ในทางปฏิบัตินั้นการกำหนดความช้า – เร็ว ของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากันจึงมีผู้ประดิษฐ์เครื่องมือที่ใช้เคาะจังหวะขึ้นมาเรียกว่า “เมโทรโนม” (Metronome) เพื่อให้ใช้ยึดว่าความช้า – เร็ว เท่าใดควรจะเคาะอย่างไรโดยการกำหนดเป็นคำศัพท์ทางดนตรีดังนี้เช่น

largo
(very slow, broad) 40-56
ช้ามาก
grave
(very slow, solemn)
ช้ามาก ๆ
adagio
(slow)58-70
ช้า ๆ ไม่รีบร้อน
andante
(moderately slow)72-90
ช้า, ก้าวสบาย ๆ
moderrato
(moderate) 93-100
ความเร็วปานกลาง
allegretto
(moderately fast)102-120
ค่อนข้างเร็ว
allegro
(fast) 125-134
เร็ว
vivace
(lively) 136-172
เร็วขึ้นแบบมีชีวิตชีวา
presto
(very fast) 174-216
เร็วมากทันทีทันใด
prestissimo
(as fast as possible) 218-
เร็วที่สุด

เมโทรโนม(Metronome) คือ เครื่องกำหนดจังหวะโดยใช้การบอกว่าใน 1 นาที จะมีจังหวะตบกี่ครั้ง เช่น adagio มีความเร็ว 70 ครั้งต่อนาที เป็นต้น


3. จังหวะตบหรือจังหวะเคาะ (Beat) หมายถึง การเคาะหรือนับจังหวะอย่างสม่ำเสมอที่ปรากฏในบทเพลง เป็นจังหวะธรรมดาที่ดำเนินไปเรื่อย ๆ คล้ายกับจังหวะการเต้นของหัวใจ (Pulse) ความช้า – เร็วนั้นขึ้นอยู่การกำหนดของผู้แต่ง หรือผู้ประพันธ์ (Composer)


     

4.อัตราจังหวะ (Meter) หมายถึง การจัดกลุ่มของจังหวะตบหรือการจัดกลุ่มการเคาะ และการเน้นจังหวะเคาะอย่างสม่ำเสมอ โดยปกติจังหวะที่ 1 จัดเป็นจังหวะที่หนักที่สุดเช่น

กลุ่มจังหวะธรรมดา

กลุ่มจังหวะผสม

   
H-o-M-e

224  โรงเรียนลำปางกัลยาณี  ถ.พหลโยธิน  ต.สวนดอก อ.เมือง จ.ลำปาง
E-mail : rashentik@yahoo.com

 

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล