ICT : etraining


elearning

ความหลากหลายทางชีวภาพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับ
ความหลากหลายทางชีวภาพ
กำเนิดสิ่งมีชีวิตและวิวัฒนาการ
คุณสมบัติสิ่งมีชีวิต

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

ความหลากหลายทางชีวภาพ

คุณค่าและอนุรักษ์ความหลากหลาย

ระบบนิเวศ
ห้องปฎิบัติการชีววิทยา
เกษตรธรรมชาติ : ดินคืออะไร
มหัศจรรย์แห่งไส้เดือนดิน
กำเนิดดิน

ฐานวิชา : ความหลากหลายทางชีวภาพ

มหัศจรรย์แห่งไส้เดือนดิน

 
ส้เดือนดินถูกจัดอยู่ในอาณาจักรสัตว์ (Kingdom : Animalia) ศักดิ์แนนิลิดา ( Phylum : Annelida) ชั้นโอลิโกคีตา ( Class : Oligochaeta ) ตระกูลโอพิสโธโพรา (Order : Opisthopora) สำหรับ วงศ์ ( Family) ของไส้เดือนดินนั้น มีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้จัดจำแนกออกเป็นจำนวนที่แตกต่างกันออกไป ไส้เดือนเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในดิน ช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้กับดิน จะสังเกตได้หากดินของใครมีไส้เดือนอยู่มาก ดินก็จะมีความสมบูรณ์ ต้นไม้จะงาม เพราะมีความสมบูรณ์กว่าดินทั่วไป 5-10 เท่า
ความสมบูรณ์ของดินไส้เดือนสร้างได้โดยการที่ไส้เดือนกินอาหาร แล้วขับถ่ายออกมาซึ่ง สิ่งที่ไส้เดือนกินเป็นอาหารก็คือ ดิน เศษซากอินทรียวัตถุต่าง ๆ สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในดินหรือแม้แต่เศษก้อนหินเมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกไส้เดือนกินเข้าไปแล้ว ถูกย่อยและถูกขับถ่ายออกมากลายเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพเยี่ยม
นอกจากนี้ไส้เดือนยังกินเศษพืชผัก ผลไม้จากบ้านเรือนและสวน เราจึงมาทำปุ๋ยหมักโดย การเลี้ยงไส้เดือนด้วยเศษผัก และผลไม้ในบ้าน เพื่อให้ไส้เดือนขับถ่ายออกมาเป็นปุ๋ยแล้วนำไปใส่ในแปลงพืชผัก และสามารถช่วยกำจัดขยะในบ้านอีกด้วย

 

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
 ไส้เดือนชอบดินชื้น มีใบไม้และเศษซากพืช ซากสัตว์
1. อุณหภูมิที่เหมาะสม อยู่ระหว่าง 12-25 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่านี้ไส้เดือนอาจยังมีชีวิตอยู่ แต่จะไม่สืบพันธุ์และไม่ขยายจำนวน ถ้าต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ไส้เดือนจะตาย ถ้าสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ไส้เดือนจะตายเช่นเดียวกัน
2. ภาชนะที่ใช้เลี้ยงไส้เดือน ควรวางไว้ในที่ ๆ อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงมาก ไม่ควรโดนแสงแดงโดยตรง ให้วางไว้ใต้ร่มไม้ หรือใต้ชายคา
3. ระบายอากาศได้ดี
4. มีอาหาร เศษซากพืช ซากสัตว์ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์
5. ความเป็นกรด ด่าง อยู่ระหว่าง 5-8 แต่ความเหมาะสมอยู่ที่ 7
ภาชนะที่ใช้เลี้ยง
ไส้เดือนจะเลื้อยมากินอาหารบนผิวดิน ภาชนะที่ใช้เลี้ยงจึงควรมีพื้นผิวกว้าง มีก้นปิด สามารถเคลื่อนย้ายได้ วัสดุมีความชุ่มชื้น ไม่แห้ง ระบายน้ำได้ดี ไม่เปียกแฉะ ไม่ม่น้ำขัง เช่ฯ
  • ถังพลาสติก
  • กระบะไม้
  • กระบะพลาสติก
  • บ่อซีเมนต์
ขนาดของภาชนะกับปริมาณไส้เดือน
จำนวนคนในบ้าน ปริมาณไส้เดือน(น้ำหนัก) ขนาดของภาชนะ
1-2 คน 500 ก. 60x60x30 ซม.
2-3 คน 1 ก.ก. 75x60x30 ซม.
4-6 คน 1.5 ก.ก. 90x60x30 ซม.
การหมักปุ๋ยด้วยไส้เดือนในถังพลาสติก
แบ่งถังออก 3 ส่วน
  1. ส่วนล่างสุดจะรองรับน้ำ
  2. ส่วนที่ 2 ที่อยู่อาศัย
  3. ส่วนที่ 3 เป็นอาหาร

ส่วนล่างสุด ใส่ก้อนหินบริเวณก้นถัง เฉลี่ยสูง 15 ซม. ตัดแผ่นไม้เป็นวงกลม เจาะรู วางทับบนก้อนหิน
ส่วนที่สอง ที่อยู่อาศัย วางไส้เดือนลงบนแผ่นไม้ ประมาณ 50-10 ตัว ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เศษใบไม้ หนา 15-30 ซม. โรยปิดทับด้วย ดินแห้ง หนาประมาณ 1 นิ้ว
ส่วนที่สาม ใส่เศษพืชผัก ใบไม้ เศษฟาง หรือแม้แต่เศษวัชพืช ควรสูงประมาณ 3 นิ้ว ใช้ฝาปิด หากไม่มีฝา ใช้ฟางข้าว หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ปิด

การให้อาหารไส้เดือน
 ควรให้ที่ละน้อย แต่ให้บ่อย ๆ ครั้ง เพราะให้มากไส้เดือนจะกินไม่ทัน อาหารจะเน่ากลิ่นเหม็น นอกจากนี้จะทำให้เกิดความร้อนสูงจากการหมัก ทำให้ไส้เดือนตายได้ โดยปกติถ้ามีปริมาณไส้เดือนมากพอ จะกินอาหารหมดภายใน 2-3 วัน และเศษอาหารควรสับเป็นชิ้นเล็กๆ จะถูกย่อยเร็วขึ้น
 อาหารเลี้ยงไส้เดือนได้                                เลี้ยงไม่ได้
    เปลือกผัก                                                     เปลือกส้ม
    เศษผัก                                                         ผลิตภัณฑ์จากนม
   เปลือกไข่                                           เนื้อ / ปลา
    เปลือกผลไม้                                                ขี้หมา / ขี้แมว
    เศษอาหารที่ปรุงแล้ว                                 ดอกไม้จากตลาด (ปนเปื้อนสารเคมี)
    เศษหนังสือพิมพ์                                        พลาสติก แก้ว กระป๋อง
    กากกาแฟ ใบชา
    เปลือกหอม
ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยน้ำไส้เดือน
หลังให้อาหาร 2-3 เดือน ไส้เดือนจะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และพวกอาหารก็จะเปลี่ยนเป็นปุ๋ยหมัก สีดำ มีฮิวมัสมากมีคุณค่าทางอาหารสูงและหากปริมาณมากพอโกยเอาเศษอาหารด้านบนที่ยังไม่ได้กินหรือกินไม่หมดออก แล้วตักเอาปุ๋ยหมักไส้เดือนออกจากถัง แล้วเทลงบนพื้นปลูกเพื่อแยกไส้เดือน
วิธีแยก 1. วิธีเขี่ยแยกปุ๋ยกับไส้เดือน โดยแยกไปเรื่อย ๆ เริ่มจากด้านนอกก่อน
                ไส้เดือนจะหนีเข้าข้างในกองปุ๋ย
            2. เทปุ๋ยบนพื้นที่มีแสงแดด หนาประมาณ 5 ซม. แล้วเอาหนังสือพรมน้ำ
                ปิดบังแสงไว้ครึ่งหนึ่ง ไส้เดือนจะหนีแสงมาอยู่ด้านไม่มีแสง ทำไปเรื่อย ๆ
                จนหมด เหลือเฉพาะไส้เดือน
ปุ๋ยน้ำ ที่ได้จะอยู่ด้านล่างของถัง จะเป็นปุ๋ยอย่างดี ผสมน้ำ 1 : 10 ใช้รดพืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ ควรจะมีก๊อกน้ำก้นถัง เพื่อเอาปุ๋ยน้ำ
การหมักปุ๋ยหมักด้วยไส้เดือนในแปลงดิน
    • พิจารณาแปลงดินที่มีไส้เดือน แต่หากมีน้อยก็ควรเติมไส้เดือน
    • โรยเศษผักสด เศษหญ้า เศษใบไม้ เศษฟาง ด้านบนแปลง
    • โรยทับด้วยดินร่วน
    • ปิดทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ให้ทั่วแปลง (ช่วยเก็บความชื้นและป้องกันวัชพืช)
    • ไส้เดือนจะเลื้อยกินอาหาร 2-3 สัปดาห์ ก็จะกลายเป็นปุ๋ยและสามารถนำกล้าไม้มาปลูกในแปลงได้เลย
F
การเกื้อกูลกันของธรรมชาติโดยมีไส้เดือนเป็นส่วนประกอบด้วย
บทบาทด้านที่เป็นประโยชน์ของไส้เดือนดิน
E
วงจรชีวิตไส้เดือนดิน

บทบาทด้านที่เป็นประโยชน์ของไส้เดือนดิน

1.ช่วยพลิกกลับดิน นำดินด้านล่างขึ้นมาด้านบนโดยการกินดินที่มีแร่ธาตุบริเวณด้านล่างและถ่ายมูลบริเวณผิวดินด้านบน ช่วยให้เกิดการผสมคลุกเคล้าแร่ธาตุในดิน นำแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อพืชในชั้นใต้ดินขึ้นมาด้านบนให้พืชดูดนำไปใช้ได้
2.ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในดิน ซากพืช ซากสัตว์ และอินทรียวัตถุต่างๆ ทำให้ธาตุต่างๆ อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น ไนโตรเจน ในรูปแอมโมเนียและไนเตรท และอีกกลายชนิด รวมทั้งสารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชและวิตามินจะถูกปลอดปล่อยออกมาด้วย
3.ช่วยเพิ่มและแพร่กระจายจุลินทรีย์ในดินที่มีประโยชน์ต่อพืช เช่น ไรโซเบียม ไมคอร์ไรซา ในบริเวณรากพืช
4.การชอนไชของไส้เดือนดิน ทำให้ดินร่วนซุย การถ่ายเทน้ำและอากาศดี ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินทำให้รากพืชชอนไชได้ดี

แนวทางการนำไส้เดือนดินมาใช้ประโยชน์
           1) นำมาย่อยสลายขยะอินทรีย์และเศษอาหารจากบ้านเรือนเพื่อผลิต ปุ๋ยหมักมูล ไส้เดือนดิน นำมาใช้ในการ เกษตรลด ต้นทุนการซื้อปุ๋ยเคมี
           2) นำมาใช้เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมีปริมาณเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่สูงมากช่วยลดค่าใช้จ่ายในค่า อาหารสัตว์
           3) ใช้ฟื้นฟูสภาพดินที่เสื่อมโทรมเช่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และเหมืองแร่เก่า
           4) ใช้เป็นดัชนีทางสิ่งแวดล้อมในการตรวจสอบธาตุโลหะหนักและสารเคมีที่ปนเปื้อน จากการเกษตรในดิน
           5) ใช้เป็นอาหาร ยาบำบัดโรค ยาบำรุงทางเพศ หรือใช้เป็นวัตถุดิบในวงการเภสัชกรรม และเครื่องสำอาง
6) ใช้เป็นดัชนีทางสิ่งแวดล้อมในการตรวจสอบธาตุโลหะหนัก และการปนเปื้อนของสารเคมีทางการเกษตรในดิน

 
 
north education e-learning network

สถานศึกษาเพื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร ์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม พัฒนาโดย ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาลำปาง
science e-learning network Copyright 2009© Last updated January, 2009

 

 

ش

Ѻ˹áྨԡҪ