ฟิสิกส์ราชมงคล

index 102

 

กรีนอีกัวน่า  

สัตวเลื้อนคลาน

Green Iguana 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Iguana iguana

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นกิ้งก่าขนาดใหญ่ สีเขียว หัวโตมีหนามแหลมคล้ายหวีอยู่แนวกลางของลำตัว ซึ่งหนามนี้จะเห็นได้ชัดที่สุด ตั้งแต่ตรงคอไปถึงหาง บริเวณลำคอมีปุ่มกลมขนาดใหญ่ ใต้คอมีเหนียงขรุขระขนาดใหญ่ ตัวผู้ตัวโต มีหัวโตและมีแผงหนามชัดเจนกว่าตัวเมีย
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     มีถิ่นอาศัยอยู่ในอเมริกากลางและอเมริกาใต้
     กรีนอีกัวน่ากินแมลง พืชผักเป็นอาหาร

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ในป่าร้อนชื้น ชอบไต่ไปตามกิ่งไม้หรือขอนไม้ บางครั้งไต่ได้อย่างรวดเร็วไปตามพุ่มไม้และอาจลงน้ำได้เป็นบางครั้ง เมื่อยังเล็กจะกินเฉพาะแมลง แต่พอโตเต็มวัยแล้วจะกินพืชเป็นหลัก
     กรีนอีกัวน่าวางไข่ครั้งละ 20-40 ฟอง ต่อ ครั้ง ระยะฟักไข่นาน 10-15 สัปดาห์

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา
 

งูเขียวดอกหมาก(งูเขียวพระอินทร์) 

สัตวเลื้อนคลาน

Golden Tree Snake 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Chrysopelea ornata

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นงูบก หัวกลม ว่องไวปราดเปรียว เลื้อยเร็ว ลำตัวสีเขียวอ่อน มีลายดำตลอดตัว หัวมีลายมากจนดูคล้ายกับมีหัวสีดำ ใต้คางสีขาว ใต้ท้องสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อน ๆ ใต้หางมีลายดำเป็นจุด ๆ
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในบริเวณพื้นที่ที่มีความสูงมากกว่า 550 เมตร ในประเทศไทย จีน อินเดีย ศรีลังกา พม่า อินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
     งูเขียวดอกหมากกิน กิ้งก่า จิ้งจก ลูกนก หนู งูที่เล็กกว่าบางชนิด และแมลงต่าง ๆ บางครั้งหาอาหารกินไม่ได้ก็ใช้วิธีบังคับแย่งอาหารกินจากตุ๊กแก จนเข้าใจกันผิด ๆ ว่างูเขียวกินตับตุ๊กแก แต่ที่จริงแล้วงูเขียวใช้วิธีรัดตัวตุ๊กแกบังคับให้อ้าปาก แล้วแย่งกินเศษเนื้อเศษแมลงที่ติดอยู่ตามซอกในปากและฟัน ไม่ใช่ล้วงเข้าไปกินตับตุ๊กแก ถ้าตุ๊กแกตัวไม่โตนักก็จะกลืนกินตุ๊กแกทั้งตัวเลย

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     งูเขียวดอกหมากชอบอาศัยอยู่ตามซอกมุมบ้าน ซุ้มไม้ โพรงไม้ ออกหากินในเวลากลางวัน
     ออกลูกเป็นไข่ ครั้งละ 6-12 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

งูเขียวหางไหม้  

สัตวเลื้อนคลาน

Green Pit Viper 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Trimeresurus sp.

ลักษณะทั่วไป
    
งูเขียวหางไหม้มีหลายชนิด หัวยาวมนใหญ่ คอเล็ก ตัวอ้วนสั้น ปลายหางมีสีแดงชัดเจน ลำตัวมีสีเขียวอมเหลืองสด บางตัวมีสีเขียวอมน้ำเงิน หางสีแดงสด บางตัวมีหางสีแดงคล้ำเกือบเป็นสีน้ำตาล เป็นงูพิษอ่อน เมื่อถูกกัดจะปวดมาก บวมอยู่หลายวัน แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต นอกจากว่ามีโรคแทรก
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     มีชุกชุมในจังหวัดภาคกลาง เช่น กรุงเทพฯ นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี ปทุมธานี อยุธยา อ่างทอง สระบุรี ลพบุรี และชลบุรี นอกจากประเทศไทยแล้วยังพบใน อินเดีย จีน พม่า ศรีลังกา
     งูเขียวหางไหม้กินลูกกิ้งก่า จิ้งจก ตุ๊กแก ลูกนก แมลง หนู กบ เขียด

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ปกติเลื้อยช้า ๆ ไม่รวดเร็ว ดุและ ฉกกัดเมื่อเข้าใกล้ ชอบอาศัยตามซอกชายคา ตามกองไม้ กระถางต้นไม้ กอหญ้า ออกหากินในเวลากลางคืนทั้งบนต้นไม้ และตามพื้นดินที่มีหญ้ารก ๆ ขณะเกาะนอนบนกิ่งไม้ มันจะใช้ลำตัวและหางรัดพันยึดกับกิ่งไม้ไว้
     งูเขียวหางไหม้ออกลูกเป็นตัวครั้งละประมาณ 8-12 ตัว แต่ก็มีงูเขียวหางไหม้บางชนิดเหมือนกันที่ออกลูกเป็นไข่

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์นครราชสีมา
 

งูงวงช้าง  

สัตวเลื้อนคลาน

Elephant-trunk Snake 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Acrochordus javanicus

ลักษณะทั่วไป
    
งูงวงช้างมีหัวเล็กแบน ลำตัวอ้วนสั้น ตัวนิ่ม หนังย่นและเป็นปุ่ม ๆ ถ้าอยู่พ้นน้ำจะมีสีเหลืองนวล แต่ถ้าอยู่ในน้ำจะมีสีน้ำตาลดำ
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในไทย มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย
     งูงวงช้างกินปลาและสัตว์น้ำบางชนิด และมักออกหากินตอนกลางคืน

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ตามท้องร่อง คลอง แม่น้ำ หนองบึงทั่วไป โดยปกติแล้วแข็งแรงว่องไวเมื่ออยู่ในน้ำ เมื่อจับมาไว้บนบกจะนิ่งเหมือนตายไม่เลื้อยไปไหน เป็นงูไม่ดุ และไม่มีพิษ ชอบหากินในน้ำ เมื่อจับสัตว์เช่นปลาได้ เมื่อปลาดิ้นมันก็จะใช้หางไชโคลนลงไป หรือไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะ เป็นงูที่อยู่ในน้ำจึงเลื้อยไม่เก่งบนบก แต่ว่ายน้ำด้วยความชำนาญ
     งูงวงช้างออกลูกเป็นตัว ครั้งละ 25-30 ตัว ลูกที่เกิดใหม่มีความยาวประมาณ 29 เซนติเมตร ซึ่งสามารถกินอาหารได้เลย

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

งูจงอาง  

สัตวเลื้อนคลาน

King Cobra 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Ophiophagus hannah

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นงูพิษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หัวกลมทู่ใหญ่ แผ่แม่เบี้ยได้ ไม่มีลายดอกจันอย่างงูเห่า แต่ทำเสียงขู่คล้ายงูเห่า ลำตัวเรียวยาว เป็นงูสีน้ำตาลแดงอมเขียวเป็นส่วนมาก สีอื่นมีบ้าง ท้องของงูจงอางเหลืองเกือบขาว ใต้คอมักมีสีแดงหรือส้ม
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในไทย อินเดีย พม่า อินโดจีน มาเลเซีย สำหรับประเทศไทยมีมากในป่าจังหวัดนครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และนครราชศรีมา
     งูจงอางชอบกินงูเป็นๆ มาก นอกจากนี้มี หนู กบ ตะกวด

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     เป็นงูที่มีนิสัยดุ ปกติเลื้อยช้า แต่ว่องไวปราดเปรียวเมื่อตกใจ จะชูคอขึ้นสูงแค่เอวประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว แผ่แม่เบี้ย ขู่ฟ่อ ๆ เมื่อเข้าใกล้ มักอาศัยอยู่ในป่า ปกติไม่ปรากฏพบตามเรือกสวนไร่นา เป็นงูที่รู้จักทำรังวางไข่ งูจงอางมีพฤติกรรมการกัดแบบติดแน่น ไม่กัดฉกเหมือนงูเห่า พิษงูจงอางจะทำลายประสาทเหมือนพิษงูเห่า แต่เกิดอาการเร็วและรุนแรงกว่า เนื่องจากมีน้ำพิษปริมาณมาก (มีตัวโตกว่างูเห่า)
     งูจงอางวางไข่ปีละครั้ง ประมาณ 20-40 ฟอง ชอบทำรังในกอไผ่ งูจงอางจะกก และฟักไข่เอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา
 

งูปล้องฉนวนอินเดีย 

สัตวเลื้อนคลาน

Blanford's Bridle Snake 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Dryocalamus davisonii

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นงูหัวกลมที่มีขนาดเล็กแต่ยาวเรียว ลำตัวมีสีและลวดลายสวยงาม พื้นตัวเป็นสีน้ำตาลไหม้ มีลายสีเหลืองอ่อนอมเขียว หรือเหลืองอ่อนเกือบขาว ส่วนท้องเป็นสีขาว
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     บริเวณภาคใต้ของไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดกระบี่ ประเทศพม่า และอินโดจีน เป็นงูที่ไม่ค่อยชุกชุม นาน ๆ จึงพบสักครั้ง
     งูปล้องฉนวนบ้านกินงูดิน ไส้เดือน จิ้งจก และแมลงต่าง ๆ

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบขดตัวนอนกับพื้นดินหยาบตามซอกดินซอกหิน มักพบเลื้อยมาหากินตามชายหลังคามุงจาก หากินในเวลากลางคืน ไม่ดุ และเป็นงูไม่มีพิษ
      

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์นครราชสีมา
 

งูปล้องทอง   

สัตวเลื้อนคลาน

Mangrove Snake 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Boiga dendrophila

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นงูบกที่มีความยาวมาก ลำตัวเป็นสามเหลี่ยมเล็กน้อย ตัวโต คางใหญ่ ขากรรไกรแข็งแรงมาก ขบกัดอะไรแล้วไม่ยอมปล่อย บางตัวดุเป็นพิเศษ พุ่งตัวฉกทีท่าน่ากลัวและฉกได้รวดเร็ว แต่พิษอ่อน กัดปวดบวมแต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต ลำตัวมีสีดำสนิทสลับเหลืองเป็นระยะ ริมฝีปากถึงใต้คางสีเหลืองสด
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในมาเลเซีย สิงคโปร์ และบางส่วนของเกาะสุมาตรา ประเทศไทยมีชุกชุมในจังหวัดทางภาคใต้
     อาหารของงูปล้องทองได้แก่ หนู ปลา กิ้งก่า ลูกนก ไข่

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบขดตัวนอนตามคบไม้ โพรงไม้ชื้น ๆ ออกหากินเวลากลางคืน โดยเฉพาะพบชุกชุมตามป่าโกงกาง บางครั้งหากินบนต้นไม้เหมือนกัน กลางวันซึมเซา แต่กลางคืนปราดเปรียว
     งูปล้องทองวางไข่ครั้งละ 4 - 15 ฟอง ระยะฟักไข่ 12 สัปดาห์ ลูกงูที่ออกมามีความยาวลำตัวประมาณ 35 - 43

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์สงขลา
 

งูแมวเซา  

สัตวเลื้อนคลาน

Siamese Russell's Viper 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Dabonia russellii

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นงูบก หัวสามเหลี่ยม ลำตัวอ้วนสั้น หางสั้น เวลาตกใจมักขดตัวเตรียมสู้และระวังตัว พร้อมทั้งทำเสียงขู่คล้ายแมวแทนที่จะเลื้อยหนี เป็นงูที่ฉกกัดได้รวดเร็วแทบไม่ทันรู้ตัวทั้ง ๆที่ขดตัวอยู่ในลักษณะปกติ เป็นงูสีน้ำตาลอ่อนอมเทา มีเกล็ดสีชมพูแซมบริเวณสีข้าง มีลายลักษณะทรงกลมสีน้ำตาลเข้มตลอดทั้งตัว เป็นงูพิษทางระบบโลหิต
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบมากที่ ธนบุรี นนทบุรี สระบุรี อยุธยา อ่างทอง สมุทรปราการ ลพบุรี สิงห์บุรี และนครสวรรค์
     งูแมวเซากินหนู กบ เขียด จิ้งเหลน กิ้งก่า แย้

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ตามที่ราบแห้ง ๆเชิงเขาที่เป็นดินปนทราย ตามที่ดอน บางทีพบตามซอกหิน โพรงดิน ใต้กอหญ้าใหญ่ ๆ ไม่ชอบย้ายที่อยู่บ่อย ๆ ปกติไม่เลื้อยขึ้นต้นไม้ ออกหากินไม่ไกลจากที่อยู่ เชื่องช้าไม่ปราดเปรียว ดุ ไม่ชอบน้ำส่วนใหญ่ออกหากินเวลากลางคืน แต่ในที่เย็น ๆกลางวันก็ออกหากินด้วย
     งูแมวเซาออกลูกเป็นตัว ครั้งละประมาณ 20-30 ตัว

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

งูสามเหลี่ยม  

สัตวเลื้อนคลาน

Banded Krait 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Bungarus fasciatus

ลักษณะทั่วไป
    
งูสามเหลี่ยมมีหัวกลม ลำตัวเรียวยาว ปลายหางมักทู่ บางตัวหัวแบนเล็กน้อย ลำตัวเป็นสันสามเหลี่ยมชัดเจน เลื้อยช้าแต่ว่ายน้ำได้เร็ว เป็นงูที่มีความว่องไวปราดเปรียวในน้ำ สีของลำตัวเป็นปล้องดำสลับเหลืองทั้งตัว เวลากัดไม่มีการแผ่แม่เบี้ยเหมือนงูเห่า หรืองูจงอาง
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบในอินเดีย พม่า อินโดจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
     งูสามเหลี่ยมชอบกินงูขนาดเล็ก รวมทั้งกิน หนู กบ เขียด ปลา

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบขดนอนตามโคนกอไผ่ ละเมาะไม้ พงหญ้าริมน้ำ ออกหากินในเวลาพลบค่ำจนถึงกลางคืนตามลำน้ำ เป็นงูที่ไม่ดุ ไม่ฉกกัด นอกจากคนเดินไปเหยียบหรือเดินผ่านขณะที่งูสามเหลี่ยมกำลังไล่กัดงูซึ่งเป็นอาหารของมัน ปกติกลางวันซึมเซา กลางคืนว่องไว เป็นงูพิษ มีพิษทำลายระบบประสาทและโลหิตรวมกัน เมื่อถูกกัดจะมีอาการชักกระตุก ปวดช่องท้อง มีเลือดออกเป็นจุด ๆใต้ผิวหนัง มีเลือดออกตามไรฟันและไอเป็นเลือด
     งูสามเหลี่ยมวางไข่ครั้งละ 8-12 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

งูหลาม  

สัตวเลื้อนคลาน

Bivitattus Python(Burmese Python)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Python molurus bivitattus

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นงูที่มีขนาดใหญ่มาก ลำตัวอ้วนสั้น หางสั้นไม่ยาวเหมือนงูเหลือม สีและลายผิดกับงูเหลือม ลายที่หัวผิดกับงูเหลือมอย่างเห็นได้ชัด มีแถบสีขาวจากบริเวณริมท้ายทอยต่อจากลำตัวมาจรดกันที่ปลายจมูก มีลักษณะรูปหน้าจั่วลายศรที่หัวสีขาว
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     มีทุกภาคในประเทศไทย ยกเว้นภาคใต้แถบติดต่อมาเลเซีย
     งูหลามกินสัตว์ เช่น เก้ง กระต่าย หนู เป็ด ไก่ นก

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     อุ้ยอ้าย เลื้อยช้า ไม่ดุนัก เป็นงูเชื่องช้าและไม่มีพิษ ไม่ค่อยขึ้นต้นไม้ ไม่ออกหากินไกลจากโพรงที่อยู่นัก คอยนอนดักจับสัตว์ที่เผลอเดินเข้ามาใกล้กิน ไม่ชอบลงหากินในน้ำ
     งูหลามออกไข่ครั้งละประมาณ 40 ฟอง ระยะฟักเป็นตัวประมาณ 2 เดือน มีอายุยืนประมาณ 15 ปี

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 สถานที่ช

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา

งูหลามปากเป็ด  

สัตวเลื้อนคลาน

Short Python(Blood Python)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Python curtus

ลักษณะทั่วไป
    
งูหลามปากเป็ด (Short Python) เป็นงูชนิดที่มีขนาดเล็กที่สุดในสกุล Python มีขนาดยาวประมาณ 1.50 เมตร
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบใสนมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่พบในประเทศไทยเฉพาะทางภาคใต้ประมาณจังหวัดประจวบคีรีขันท์ลงไป
     อาหารของงูหลามปากเป็ดคือหนู และนกน้ำ

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     อาศัยตามริมน้ำ บางครั้งหมกตัวอยู่ในโคลนเพื่อรอจับเหยื่อ
     งูหลามปากเป็ดวางไข่ครั้งละ 10-15 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

งูเหลือม  

สัตวเลื้อนคลาน

Reticulated Python(Regal Python)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Python reticulatus

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นงูที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก มีปากใหญ่ ฟันแหลมคม ขากรรไกร แข็งแรงมาก พื้นตัวสีน้ำตาลแดง มีลายแบ่งเป็นวงมีหลายสี ที่หัวมีเส้นศรสีดำจนเกือบถึงปลายปาก ส่วนท้องสีขาว
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     มีทุกภาคในประเทศไทย พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์
     งูเหลือมกินสัตว์แทบทุกชนิด เช่น เก้ง สุนัข กระต่าย หนู ไก่ เป็ด นก บางครั้งก็จับปลากินด้วย

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     งูเหลือมเป็นงูไม่มีพิษ เลื้อยช้าๆ ดุ ออกหากินกลางคืน หากินทั้งบนบกและในน้ำ อาศัยนอนตามโพรงดินโพรงไม้ในที่มืดและเย็น หลาย ๆ วันจึงจะออกหากินครั้งหนึ่ง
     งูเหลือมมีการสืบพันธุ์คล้ายงูหลาม แต่มีระยะฟักไข่ 3 เดือน ลูกงูที่ออกจากไข่มีความยาวประมาณ 55 เซนติเมตร

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา
 

งูเห่า  

สัตวเลื้อนคลาน

Monocled Cobra 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Naja Kaouthia

ลักษณะทั่วไป
    
งูเห่า เป็นงูบกขนาดกลาง มีหลายสี คือ ดำ น้ำตาล เขียวอมเทา เหลืองหม่น รวมทั้งสีขาว มีทั้งที่มีลายตามตัว และไม่มีลายเลย เป็นงูที่มีอันตราย นิสัยดุ ฉกกัด เมื่อเกิดอาการตกใจมักทำเสียงขู่ฟู่ๆ และเป็นงูที่มีพิษร้ายแรง มีร่องและรูทางออกของน้ำพิษทางด้านหลังของเขี้ยวพิษ เขี้ยวพิษขนาดไม่ใหญ่นักซึ่งผนึกติดแน่นกับขากรรไกรขยับไม่ได้ นอกจากเขี้ยวพิษแล้วอาจมีเขี้ยวสำรองอยู่ติด ๆ กันอีก 1 - 2 อัน ที่ขากรรไกรล่างไม่มีฟัน งูเห่าเมื่อโตเต็มวัย มีความยาวประมาณ 120-150 เซนติเมตร เมื่อเทียบตามส่วนแล้วงูเห่าสามารถแผ่แม่เบี้ยได้กว้างที่สุดกว่าชนิดอื่น ยกตัวชูคอแผ่แม่เบี้ยได้สูงที่สุดประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว เกล็ดบนหัวมีขนาดใหญ่
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในบริเวณที่มีลักษณะภูมิประเทศที่ยังคงเป็นธรรมชาติ เช่น ประเทศแถบเอเชีย
     อาหารส่วนใหญ่ของงูเห่าคือ คางคก เขียด หนู ไก่ ปลา และงูที่มีขนาดเล็กกว่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ตามท้องทุ่งหรือท้องนา อาศัยพักนอนในโพรงดิน เลาโกรธหรือตกใจจะชูคอแผ่แม่เบี้ยขู่ฟ่อ เมื่อเข้าใกล้จะฉกลงกัด งูเห่าสามารถกัดได้โดยไม่ต้องแผ่แม่เบี้ยถ้าตกใจหรือโดนเหยียบ ออกหากินตั้งแต่พลบค่ำจนถึงกลางคืสตอนดึก ในฤดูร้อนงุเห่ามักจะหลบอยู่ในโพรงดินหรือรูหนู เพื่อคอยดักจับหนูที่จะกลับเข้ามา ในฤดูฝนจะออกหากินตามท้องนาคอยดักจับกบ เขียด ซึ่งออกมากินแมลง เมื่อข้าวออกรวงจะคอยดักจับหนูที่มากินรวงข้าว ถ้าน้ำท่วมท้องนา งูเห่าจะหนีไปตามที่ดอนไปขึ้นต้นไม้ หรือเข้าไปอยู่ใกล้ๆบ้านคน สำหรับในฤดูหนาวงูเห่าจะหลบอยู่ตามรู ไม่ค่อยออกมาหากิน
     งูเห่าวางไข่ครั้งละประมาณ 10-20 ฟอง ไข่มีลักษณะยาวรี เปลือกไข่เหนียวนิ่มและมีสีขาว เมื่อไข่ถูกฟักออกมาเป็นตัว ลูกงูจะมีลักษณะสีลวดลายคล้ายตัวโตเต็มวัย

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

จระเข้นํ้าเค็ม  

สัตวเลื้อนคลาน

Saltwater Crocodile(Indo-Pacific Crocodile)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Crocodylus porosus

ลักษณะทั่วไป
    
ลักษณะของหัวยาวเพรียว ไม่มีเกล็ดท้ายทอย 4 เกล็ดให้เห็น ขาหลังมีพังผืดยึดนิ้วทั้ง 5 ซึ่งเห็นได้ชัดเจน และพังผืดยาวจรดปลายนิ้ว มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาจระเข้ ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยพบยาว 7 เมตร
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     อาศัยอยู่ตั้งแต่ฝั่งทะเลตะวันออกของอินเดีย ถึง ฟิลลิปินส์ และทางเหนือของออสเตรเลีย ทางใต้ของไทยและมาเลเซีย
     โดยปกติแล้วลูกจระเข้น้ำเค็มกินปลา แมลง ปู กบ ส่วนตัวที่โตเต็มวัยจะกินสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น หมู รวมทั้งคนก็กินได้

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     มีนิสัยดุร้ายมาก กินคนเป็นอาหารได้ อาศัยอยู่ในที่ลุ่ม หนอง บึง และแม่น้ำที่ไม่มีบ้านเรือนตั้งอยู่
     จระเข้พันธุ์น้ำเค็มจะเริ่มไข่ได้เมื่ออายุ 12 - 15 ปี มีความต้องการสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากจระเข้น้ำจืด ตั้งแต่ต้องการบ่อที่กว้างกว่า ในบางครั้งต้องการน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม ผสมพันธุ์ในฤดูหนาว ผสมพันธุ์ปีละครั้ง ออกไข่ในหลุมดินในช่วงฤดูร้อนหรือต้นฤดูฝน ฟักไข่ในหลุมดินประมาณ 11 สัปดาห์ วางไข่ครั้งละ 60 - 80 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา
 

จระเข้นํ้าจืด  

สัตวเลื้อนคลาน

Siamese Crocodile 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Crocodylus siamensis

ลักษณะทั่วไป
    
จระเข้น้ำจืดตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมียมีขนาดยาวประมาณ 12 ฟุต แต่ตัวผู้มีหางยาวกว่าตัวเมีย และมักมีจำนวนเกล็ดที่ห่างมากกว่า จระเข้น้ำจืดหัวทู่สั้นกว่าจระเข้น้ำเค็ม มีเกล็ดท้ายท้อย 4 เกล็ดเรียงให้เห็นชัด เท้าหลังมีพังผืดเล็กน้อย หางจระเข้มีกำลังมากใช้โบกพัดไปมาช่วยในการว่ายน้ำ หรือเป็นอาวุธ สามารถฟาดหางทำให้คนหรือสัตว์ได้รับอันตรายได้ ปกติไม่ได้ใช้ขาในการว่ายน้ำ
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในเอเชียแถบประเทศกัมพูชา อินโดนีเซีย และประเทศไทย
     จระเข้น้ำจืดกินสัตว์ที่มีขนาดกลาง เช่น ปลา กบ นก รวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ถ้าอาหารมีขนาดใหญ่มันจะคาบอาหารแล้วเหวี่ยงไปมาทำให้อาหารขาดออกเป็นชิ้น ๆ อาหารจะถูกย่อยอย่างช้า ๆ ทำให้ไม่ต้องกินอาหารประมาณ 15-30 วัน หลังจากนั้นจึงกินอีกครั้งหนึ่ง

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ตัวเดียว ตามแหล่งน้ำนิ่งซึ่งมีความลึกไม่เกิน 5 ฟุต และมีที่ร่ม ในช่วงอากาศร้อนจะแช่ตัวในน้ำ ถ้าอากาศหนาวจะขึ้นมาผึ่งแดดบนบกในตอนกลางวัน
     จระเข้น้ำจืดมักผสมพันธุ์กันในฤดูหนาวซึ่งในระยะนี้ตัวผู้จะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเป็นเจ้าของตัวเมีย การผสมพันธุ์มีปีละครั้ง จระเข้น้ำจืดเริ่มวางไข่โดยตัวเมียจะขุดดินที่อยู่ใกล้น้ำที่เป็นดินทรายกว้าง 40-50 เซ็นติเมตร แล้วออกไข่ประมาณ 20-40 ฟอง เมื่อวางไข่เสร็จแล้ว จระเข้จะกวาดใบไม้รอบ ๆ หลุมไข่มารวมพูนกองบนรังไข่เพื่อป้องกันฝน จากระยะออกไข่จนฟักเป็นตัว ระยะนี้จระเข้จะดุร้ายมาก ศัตรูตามธรรมชาติของไข่จระเข้น้ำจืดนอกจากคนแล้วก็มี เหี้ย ตะกวด ชะมด อีเห็น ซึ่งมาลักไข่ของมันไปกิน เมื่อฟักไข่ครบกำหนดแล้วจระเข้ตัวอ่อน ๆ ก็จะเจาะเปลือกไข่ออกมาเอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์สงขลา
 

ตะกวด(แลน) 

สัตวเลื้อนคลาน

Clouded Monitor(Bengal Monitor)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Varanus bengalensis

ลักษณะทั่วไป
    
พื้นตัวเป็นสีเทาเหลืองหรือน้ำตาลเทา เกล็ดเป็นสีเหลืองหรือเป็นจุด ๆ เมื่อมองผ่าน ๆ จึงดูตัวเป็นสีเหลือง
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งอินเดียและพม่า
     ตะกวดกินไก่ นก ปลา กบ เขียด หนู กินได้ทั้งของสดและของเน่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ไม่ดุเท่าเหี้ย ชอบอาศัยอยู่ตามต้นไม้ แต่ว่ายน้ำและดำน้ำไม่เก่งเท่าเหี้ย ปกติชอบอยู่ใกล้น้ำเช่นเดียวกัน แต่บางทีอาจพบได้ตามป่าโปร่งและเนินเขาไกลจากลำน้ำ
     ตะกวดจะโตเต็มที่เมื่อมีอายุ 3 ปี วางไข่ครั้งละ 20 ฟองในฤดูฝน ฟักออกเป็นตัวง่าย ออกไข่ในหลุมดิน เช่นเดียวกับเหี้ย

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

ตะพาบแก้มแดง  

สัตวเลื้อนคลาน

Hill-Stream Soft-shelled Turtle 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Dogania subplana

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นตะพาบที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศไทย กระดองยาวประมาณ ๑ ฟุต หนักประมาณ ๑๕ กิโลกรัม กระดองสีเทาเข้มมีจุดดำทั่วไป หัวสีเทานวลมีรอยเส้นสีดำตลอดตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงส่วนท้ายกระดอง มีสีแดงที่แก้มและข้างคอ ชนิดที่พบที่จังหวัดตากและกาญจนบุรีมีสีเข้มกว่าและไม่มีสีแดงที่แก้ม ตะพาบชนิดนี้มีจมูกยาว หางสั้น และมีแขนขาเล็ก
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในพม่า มาเลเซีย สุมาตรา อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทยพบบ้างที่จังหวัดตาก กาญจนบุรี และพบมากทางภาคใต้แถวชุมพร นครศรีธรรมราช
     ตะพาบแก้มแดงชอบกินปลา กบ เขียด ปู กุ้ง

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ในห้วยหนอง คลองบึงทั่วไป และมีชุกชุมตามลำธารบนภูเขา
     ออกไข่ครั้งละ 3-7 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
 

ตะพาบนํ้าหัวกบ(กริวดาว หรือ กราวเขียว) 

สัตวเลื้อนคลาน

Blunt-Headed Giant Soft-shelled Turtle(Asian Giant Soft- shelled Turtle)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Pelochelys bibroni

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นตะพาบที่มีขนาดใหญ่ รองลงมาจากตะพาบม่านลาย กระดองยาวประมาณ 1 เมตร มีน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม (80 -90 กิโลกรัม ) กระดองแบนเรียบสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน ไม่มีลาย เมื่อเล็กกระดองสีตองอ่อน มีจุดเป็นดวงสีเหลืองบนกระดอง จุดเหล่านี้จะหายไปเมื่อเมื่ออายุราว 7-8 ปี ตะพาบชนิดนี้มีหัวใหญ่ป้อมทู่ คอยาว ปากใหญ่ ฟันคม ตาเล็ก มือและเท้ามีผังผืดเต็มไปหมด มีเล็บ 3 นิ้ว ตัวเมียใหญ่กว่าตัวผู้ ออกไข่ริมตลิ่งเช่นเดียวกับตะพาบม่านลาย และออกไข่มากเช่นกัน
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบตั้งแต่ประเทศจีน อินเดีย พม่า อินโดจีน มาลเซีย สุมาตรา อินโดนีเซีย นิวกินี และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทยพบเกือบทุกภาคพบมากในจังหวัดตาก อยุธยา กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี และนครศรีธรรมราช
     ตะพาบน้ำหัวกบชอบกินกบ เขียด ปู กุ้ง ปลา

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     มีนิสัยดุ ชอบอยู่ใต้น้ำนาน ๆ ทั้งนี้เนื่องจากตะพาบชนิดนี้สามารถขับอ็อกซิเจนออกจากน้ำได้ตอนที่น้ำผ่านปากตรงคอ
      

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
 

ตะพาบม่านลาย  

สัตวเลื้อนคลาน

Striped Giant Soft-shelled Turtle 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Chitra chitra

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นตะพาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กระดองยาวเมตรเศษ หนัก 100 -120 กิโลกรัม กระดองแบนเรียบสีครีมหรือสีเนื้อ มีลายสวยสีน้ำตาลหัวเล็ก คอยาว สามารถยืดคอออกมาได้ยาว มือและเท้าเป็นแผ่น มีเล็บใหญ่แข็งแรง
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในอินเดีย พม่า ปากีสถาน สำหรับเมืองไทยพบที่แม่น้ำแควน้อยและแควใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี และแม่น้ำแม่กลองจังหวัดราชบุรี
     ตะพาบม่านลายเป็นพวกซุ่มดักกินเหยื่อ ชอบกินกบ เขียด ปู กุ้ง ปลา

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     เนื่องจากเป็นตะพาบที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักตัวมาก การเดินบนบกทำได้ลำบาก ตะพาบชนิดนี้จึงใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดในน้ำ จะขึ้นบกเฉพาะเมื่อต้องการออกไข่ ชอบอยู่ตามลำธารน้ำไหลที่พื้นเป็นทราย
     ชอบวางไข่บนตลิ่งที่เป็นทราย หรืดโคลนที่มีหญ้าสดๆเท่านั้น ออกไข่ครั้งละ 60-110 ฟอง ใช้เวลา 65 วันในการฟักตัว

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
 

ตุ๊ดตู่  

สัตวเลื้อนคลาน

Red-headed Monitor(Harlegoin Monitor)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Varanus dumerilii

ลักษณะทั่วไป
    
ลำตัวยาว 50-125 เซนติเมตร เมื่อเล็กตั้งแต่ปลายปากถึงคอสีส้มถึงแดงเข้ม เมื่อโตสีจะจางลง มีขีดสีดำตั้งแต่ขอบตาถึงคอ ลำตัวมีขวั้นสีเหลืองตั้งแต่คอถึงปลายหาง ตุ๊ดตู่เป็นสัตว์ที่เล็กที่สุดในกลุ่มสัตว์จำพวกเหี้ย-ตะกวดที่พบได้ในประเทศไทย และเป็นสัตว์ไม่มีพิษ
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบอาศัยในป่าดิบชื้นภาคใต้ของประเทศไทยและพบในมาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว สิงคโปร์
     ตุ๊ดตู่กินเนื้อสัตว์และแมลงต่าง ๆ

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     เป็นสัตว์เชื่องช้า ไม่ค่อยออกไปหากินไกลจากที่หลับนอน ชอบนอนตามโพรงไม้ หรือซอกหิน เมื่อหิวจึงจะออกหากิน แล้วก็กลับเข้าหลับนอนตามเดิม
     ตุ๊ดตู่วางไข่ครั้งละ 23 ฟอง ระยะฟักไข่ 203 - 230 วัน

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์นครราชสีมา
 
 

เต่าจักร  

สัตวเลื้อนคลาน

Spiny Terrapin 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Heosemys spinosa

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่าน้ำจืดขนาดเล็ก กระดองหลังค่อนข้างแบน เกล็ดกระดองหลังนูนเป็นสันอยู่กลางหลัง เกล็ดที่ขอบกระดองเป็นหนามแหลมรอบตัว คล้ายจักรและจะหาย เมื่อโตเต็มวัยจะมีกระดองหลังโดยวัดจากเกล็ดเหนือต้นคอ พาดตามแนวกลางของความยาวกระดองหลังมาจรดที่ปลายเกล็ดเหนือโคนหางยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     เต่าจักรถูกจัดอยู่ในกลุ่มเต่าน้ำจืดในประเทศไทยพบเต่าจักร เฉพาะในจังหวัดภาคใต้ นอกนั้นพบในมาเลเซีย สุมาตราและบอร์เนียว
     อาหารของเต่าจักรได้แก่ พืช ผลไม้ ลูกไม้และซากสัตว์

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
      
     เต่าจักรมีการขยายเผ่าพันทางธรรมชาติน้อยมาก

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
 

เต่าดำ (เต่าแก้มขาว)

สัตวเลื้อนคลาน

Black Terrapin 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Siebenrockiella crassicollis

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่าขนาดเล็ก ยาวประมาณครึ่งฟุต หนักไม่ถึงครึ่งกิโลกรัม ตัวแบนไม่สวย กระดองดำ หัว หาง และขาดำ มีแต้มขาวเหนือตา แก้ม และตามใบหน้าอีกหลายแห่ง กระดองส่วนบนยาวเต็มที่ประมาณ 200 เซนติเมตร
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในอินเดีย อินโดจีน มาเลเซีย สุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทยพบทั่วไป แต่มีมากในภาคกลาง และภาคใต้
     เต่าดำกินหอย กุ้ง ผัก และเมล็ดพืชเป็นอาหาร

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบกบดานหรือหากินตามพื้นดินโคลนใต้น้ำ นาน ๆ จึงโผล่ขึ้นมาสักครั้ง ดังนั้นเวลาพบจึงเห็นตัวสกปรกเลอะโคลนอยู่เสมอ จะขึ้นบกเวลากลางคืน เพื่อต้องการหาทำเลวางไข่ หรือผสมพันธุ์ หรือย้ายที่ทำมาหากิน ส่วนกลางวันมักหมกตัวอยู่ในที่รก ชื้นแฉะ หรือตามโคลนใต้พื้นน้ำ
      

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่

เต่านา (เต่าสามสัน)

สัตวเลื้อนคลาน

Malayan Snail-eating Terrapin(Rice-field Terrapin)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Malayemys subtrijuga

ลักษณะทั่วไป
    
รูปร่างของเต่านาเหมือนเต่าทั่วไป แต่มีขนาดเล็ก หนักประมาณครึ่งกิโลกรัม กระดองสีน้ำตาลอ่อน หัวดำมีลายสีขาวเป็นเส้นใหญ่จากจมูกผ่านนัยน์ตาตอนบนและจากปากผ่านนัยน์ตาตอนล่าง มีลายขาวที่แก้มด้วย ลายเส้นขาวใหญ่นี้เป็นจุดเด่นของเต่าชนิดนี้ ผิวหนังทั่วไปและขามีสีเทาดำ
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     ในประเทศไทยพบทั่วไปทุกภาค
     เต่านาเป็นเต่าไม่ชอบกินพืชผัก แต่ชอบกินหอย ปู กุ้ง แมลงต่างๆ และปลาเล็กๆ

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     เป็นเต่าขี้ตื่นกลัว ไม่ชอบคน ถ้าเห็นคนจะหยุดนิ่งเฉยๆ ไม่กระดุกกระดิก หดหัวอยู่ในกระดอง ชอบอยู่ในกระดอง ชอบอยู่ตามแม่น้ำลำคลองที่มีโคลนตม หรืออยู่ตามห้วยหนองบึงทั่วไป และเนื่องจากเป็นเต่าที่พบทั่วไปตามท้องนา ที่มีน้ำ จึงเรียกกันว่า “เต่านา”
      

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

เต่าบึงหัวเหลือง(เต่าวัด, เต่าบัว) 

สัตวเลื้อนคลาน

Yellow-headed Temple Turtle 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Hieremys annandalii

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่าขนาดใหญ่ เมื่อโตเต็มที่หนักถึง 12 กิโลกรัม เนื่องจากเต่าชนิดนี้คนชอบนำมาปล่อยในวัด บางคนจึงเรียกว่า “เต่าวัด” เต่าชนิดนี้เมื่อตอนยังเล็กกับโตแล้วมีความแตกต่างกันมาก จึงทำให้เรียกผิดกันได้บ่อย ๆ เมื่อตอนยังเล็ก กระดองกลมคล้ายใบบัวสีเขียวเข้ม จึงมักเรียกเต่าระยะนี้ “เต่าบัว” เมื่อค่อย ๆโตขึ้นกระดองทรงกลมจะค่อย ๆเปลี่ยนเป็นยาวรีขึ้น พร้อมกับสีเขียวเข้มค่อย ๆเปลี่ยนเป็นสีดำ จึงมักเรียกเต่าระยะนี้ว่า “ เต่าหม้อ” ซึ่งอาจเป็นเพราะกระดองสีดำคล้ายกับก้นหม้อ หัวของเต่าชนิดนี้เมื่อยังเล็ก เป็นสีเขียวมีแถบสีเหลือง มีจุดขาวเล็กกระจายทั่วไป เมื่อโตขึ้น หัวมีสีเหลืองมากขึ้น และมักพบตามบึงจึงเรียกว่า “เต่าบึงหัวเหลือง” เต่าชนิดนี้มีพังผืดระหว่างนิ้วที่ช่วยในการว่ายน้ำด้วย
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบมากทางภาคกลางของประเทศ เต่าชนิดนี้ยังมีในอินโดจีน และมาเลเซียอีกด้วย
     เต่าบึงหัวเหลืองชอบกินพืช ผัก ผลไม้ และกินหนอน แมลง เป็นบางครั้ง

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ตามห้วย หนอง คลอง บึงทั่วไป
     เต่าชนิดนี้วางไข่ครั้งละ 4 - 6 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์นครราชสีมา
 

เต่าปูลู 

สัตวเลื้อนคลาน

Siamese Big-headed Turtle 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Platysternon megacephalum pequense

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่าขนาดเล็ก หนักประมาณครึ่งกิโลกรัม กระดองเล็กแบน หัวโตหดเข้ากระดองไม่ได้ ปากคมแข็งแรงคล้ายปากนกแก้ว ขาใหญ่หดเข้ากระดองไม่ได้เช่นกัน ปลายเท้ามีเล็บสามารถปีนขึ้นขอนไม้หรือก้อนหินได้ หางยาวกว่ากระดอง มีเดือยแหลมอยู่ระหว่างขาและก้นข้างละอัน กระดองสีน้ำตาลเข้ม เมื่ออายุน้อยส่วนหัวมีสีออกส้ม เมื่อโตขึ้นหัวค่อยเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่ ความยาวที่พบสูงสุด 17 เซนติเมตร
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในอินโดจีน สำหรับประเทศไทยพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดเลย เพชรบูรณ์ สกลนคร และภูเขาตามภาคเหนือ เช่น จังหวัดน่าน
     เต่าชนิดนี้ชอบกินปลา กุ้ง หอย ปู กบ เขียด

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     สามารถปีนต้นไม้สูงได้ดีมาก ตอนกลางวันจะปีนต้นไม้เพื่อผึ่งแดด แต่จะออกหากินในเวลากลางคืนเป็นเต่าที่มีนิสัยดุ ถ้าจับกระดองเต่าอาจยืดคอแว้งกัดเอาได้ ฉะนั้น การจับเต่าชนิดนี้ให้จับที่โคนหางยกขึ้น เต่าปูลูชอบอาศัยอยู่ตามลำธาร ตามภูเขา ชอบน้ำใสเย็นที่ไหลอยู่เสมอ
     เต่าชนิดนี้วางไข่ ครั้งละ 3-4 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เชียงใหม่
 

เต่าหกดำ  

สัตวเลื้อนคลาน

Burmese Black Tortoise(Black Asian Giant Tortoise)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Manouria emys phayrei

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย กระดองยาว ๒ ฟุต หนัก ๓๐ -๔๐ กิโลกรัม มีสีดำหรือน้ำตาลดำ กระดองโค้งสูงมาก ขาหน้าด้านบนมีเกล็ดใหญ่ ๆขาหลังสั้นทู่มีเล็บกลมใหญ่ มีเดือยอยู่ระหว่างขาหลังกับหางข้างละอัน เดือยมีกระดูกอยู่ข้างใน สำหรับใช้ยันพื้นดินเวลาปีนขึ้นที่สูงจึงดูคล้ายมีขาเพิ่มอีก ๒ ขา เป็นหกขา จึงเรียกว่า “เต่าหก”
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในพม่า อัสสัม สำหรับประเทศไทยพบทางตอนเหนือ และทางด้านตะวันตก เช่น จังหวัด ตาก กาญจนบุรี และพบตามเทือกเขาตะนาวศรีจากเหนือจรดใต้
     อาหารของเต่าหกดำได้แก่ พืชผัก ผลไม้ หัวเผือก หัวมัน รวมทั้งหอยต่างๆ ทากก็กินเหมือนกัน

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบดินที่มีความชื้นสูง ดินแห้งแข็งไม่ชอบ ชอบขุดหลุมซุกตัวเองอยู่ในดิน หรือแอ่งดินที่มีน้ำขัง ชอบอยู่ตามภูเขา ตามพื้นราบไม่ค่อยพบ ถ้าเลี้ยงบนพื้นซีเมนต์ต้องมีน้ำให้ตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเปียกชื้น เต่าหกนี้ถ้าเลี้ยงให้ถูกวิธีจะมีอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี
     วางไข่ครั้งละประมาณ 50 ฟอง

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา
 

เต่าหวาย เต่าบ้าน

สัตวเลื้อนคลาน

Orange-headed Temple Terrapin(Giant Asian Pond Turtle)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Geoemyda grandis

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่าน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง หนักประมาณ ๑๒ กิโลกรัม กลางหลังกระดองมีสันกลางเห็นได้เด่นชัด มองดูคล้ายเส้นหวาย และอาจด้วยเหตุนี้จึงถูกเรียกว่า “เต่าหวาย” ส่วนหัวมีสีน้ำตาลอ่อนและมีลายหรือจุดสีส้ม จึงทำให้ดูเหมือนว่าหัวเต่าชนิดนี้มีสีออกสีส้ม ขาสีน้ำตาลมีจุด ปนสีส้มเล็กน้อย ผิวหนังสีขาวนวล และมีกระดองสีน้ำตาล ตามวัดที่มีเต่ามักเป็นเต่าชนิดนี้ และเนื่องจากหัวเต่าชนิดนี้มีสีออกส้ม บางคนจึงเรียกว่า “เต่าวัดหัวแดง”
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     บริเวณที่ราบต่ำในประเทศไทยพบทั่วไปทั้งภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ นอกจากนี้ยังพบในพม่า อินโดจีน และมาเลเซีย
     เต่าหวายกินพืช ผัก ผลไม้ เป็นส่วนมาก กินสัตว์ได้เป็นบางครั้ง

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ตามแม่น้ำลำคลอง หนองบึงทั่วไป โดยเฉพาะภาคกลางพบมาก เป็นเต่าไม่ชอบขึ้นมาอยู่บนบก
      

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต
 

เต่าหับ  

สัตวเลื้อนคลาน

Siamese Box Terrapin(Asian Box Turtle)
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Cuora amboinensis

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่ามีขนาดค่อนข้างเล็ก กระดองบนสีดำ หรือมีสีน้ำตาลปนบ้าง กระดองล่างสีขาวอมเหลือง หรืออมเขียว ผิวหนังเป็นสีขาวแต่แขนขามีสีเทา หัวด้านบนเป็นสีดำและมีเส้นสีเหลืองผ่านจากจมูกไปที่คอ ผ่านตอนบนของนัยน์ตา และผ่านขอบปากบน ที่ปากล่าง คอ ตา หู มีสีนวลเหลือง ที่กระดองล่างแบ่งกลางออกเป็นสองส่วน ปิดได้ทั้งด้านหน้าและหลัง เป็นเต่าชนิดเดียวที่เก็บหัวหาง แขนขา ไว้ในกระดองได้หมด โดยเมื่อมองจากด้านท้องจะไม่เห็นส่วนอื่นใดยื่นออกมา
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในอินเดีย อินโดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทยพบมากแถวภาคกลางและภาคใต้
     เต่าหับกินพืช ผัก ผลไม้ ปลา หอย ปู กุ้ง

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ตามห้วย หนอง คลอง บึงทั่วไป ชอบอยู่บนบกมากกว่าอยู่ในน้ำ ชอบหมกตัวอยู่ตามกอหญ้า
     เต่าหับผสมพันธุ์ในน้ำ แต่วางไข่บนบก ปีหนึ่งวางไข่หลายครั้ง ทว่าวางไข่ครั้งละ 2-3 ฟองเท่านั้น

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา

เต่าเหลือง,เต่าเทียน(เต่าขี้ผึ้ง) 

สัตวเลื้อนคลาน

Elongated Tortoise 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Indotestudo elongata

ลักษณะทั่วไป
    
เป็นเต่าค่อนข้างเล็ก หนักประมาณ 2 กิโลกรัม กระดองโค้งสูงพอสมควร ทั่วตัวมีสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ มีแต้มสีดำบ้างประปราย ขอบกระดองของบางตัวมีสีเหลืองใสดูคล้ายขี้ผึ้ง บางคนจึงเรียกเต่าชนิดนี้ว่า “เต่าเทียน” ขาหน้ามีเกล็ดใหญ่ ๆ อยู่ด้านบน ขาหลังสั้นทู่ ขาหน้าและขาหลังไม่มีพังผืดระหว่างนิ้ว แต่มีนิ้วแข็งแรงมาก
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     เต่าเหลืองพบในอินเดีย พม่า อินโดจีนและมาเลเซีย สำหรับประเทศไทยพบทุกภาค
     เต่าชนิดนี้กินผักทุกชนิด รวมทั้งหัวเผือก ผลไม้ และหอยต่าง ๆ

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     เป็นเต่าชอบอยู่ในป่า บนที่ราบสูง หรือบนภูเขา ไม่ชอบแช่น้ำ ชอบที่เย็นและมีความชื้นสูง ชอบปีนป่าย
      

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์นครราชสีมา

เห่าช้าง  

สัตวเลื้อนคลาน

Rough-Necked Monitor 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Varanus rudicollis

ลักษณะทั่วไป
    
ตัวสีดำเข้ม มีขนาดเล็กกว่าพวกเหี้ย หรือตะกวด มีลายเลือนๆ ขวางลำตัว ปากแหลมและเกล็ดบนสั้น เกล็ดบนคอใหญ่เป็นแหลมๆ คล้ายหนามทุเรียน
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในภาคใต้ของประเทศไทยและพม่า หมู่เกาะสุมาตรา บอร์เนียว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
     เห่าช้างกินไก่ นก ปลา กบ เขียด กินได้ทั้งของสด และของเน่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ชอบอยู่ในป่าทึบและเดินหากินบนพื้นดิน แต่ก็ขึ้นต้นไม้เก่ง เป็นสัตว์ว่องไวปราดเรียวและซุกซ่อนตัวเก่ง ดุกว่าเหี้ย ถ้าเข้าใกล้จะพองคอขู่ฟ่อๆ
     เห่าช้างเริ่มผสมพันธุ์ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม โดยวางไข่ตามหลุมที่ขุดเป็นโพรง เมื่อออกไข่แล้วจะไม่ฟักไข่ ลูกฟักออกจากไข่เองตามธรรมชาติ และเมื่อลูกออกจากไข่แล้วก็จะหากินเอง

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      ไม่สามารถหาดูได้ภายในสวนสัตว์ เนื่องจากเลี้ยงยากมากในสภาพกรงเลี้ยง
 

เหี้ย,เหี้ยลายดอก(ตัวเงิน ตัวทอง) 

สัตวเลื้อนคลาน

Water Monitor 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Varanus salvator

ลักษณะทั่วไป
    
ตัวสีดำ ลิ้นสีม่วงปลายแฉก มีลายดอกสีขาวหรือเหลืองเป็นแถวพาดขวางตัว หางเป็นปล้องสีดำสลับกับเหลืองอ่อน หนังหยาบเป็นเกล็ด ลำตัวมีขนาดใหญ่กว่าสัตว์อื่นในจำพวกเดียวกัน แต่เล็กกว่ามังกรโคโมโด
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งอินเดียและศรีลังกา ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค
     เหี้ยไม่เลือกอาหาร กินทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ สัตว์ปีก เช่น ไก่ นก ปลา กบ เขียด หนู กินได้ทั้งของสดและของเน่า

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     ดุ ใช้หางเป็นอาวุธฟาดศัตรูแล้วใช้ปากกัด ชอบอยู่ใกล้น้ำว่ายน้ำ ดำน้ำเก่ง และขึ้นต้นไม้เก่งด้วย
     เหี้ยวางไข่ครั้งละ 15-30 ฟอง ขุดหลุมหรือทำโพรงเป็นที่วางไข่ ไม่ฟักไข่ คือพ่อแม่ไม่ต้องกกไข่ ลูกฟักตัวออกมาเองจากไข่โดยธรรมชาติ เมื่อลูกออกมาจากไข่แล้วก็หากินเอง เปลือกไข่นิ่มแต่เหนียว

สถานภาพปัจจุบัน
     เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์นครราชสีมา
 

เหี้ยดำ(มังกรดำ) 

สัตวเลื้อนคลาน

Black Jungle Monitor 
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Varanus salvator komaini

ลักษณะทั่วไป
    
มีขนาดเล็กกว่าเหี้ยมาก เมื่อโตเต็มวัยจากปลายากถึงโคนหาง 50 เซนติเมตร หางยาว 60 เซนติเมตร มังกรดำ สีดำสนิทด้านทั้งตัว ไม่มีลายและจุดด่างเลย ท้องเทาเข้ม ลิ้นสีเทาม่วง มังกรดำเป็น Monitor ชนิดที่พบใหม่ มีรูปลักษณะคล้ายเหี้ย ลักษณะของเกล็ดผิดเพี้ยนกันเพียงเล็กน้อย
      

ถิ่นอาศัย, อาหาร
     มังกรดำพบได้เฉพาะบริเวณชายทะเลและเกาะเล็ก ๆ ทางฝั่งตะวันตกภาคใต้ของประเทศไทย
      

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์
     อุปนิสัยคล้ายตะกวดดำที่พบในปาปัวนิกินีมาก
      

สถานภาพปัจจุบัน
      

สถานที่ชม
      สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์นครราชสีมา

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์