วันที่  19  กันยายน  1985    เกิดคลื่นแผ่นดินไหว จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ตามชายฝั่งตะวันตกของประเทศเมกซิโก  แต่ปรากฏว่าเมืองหลวงของประเทศเมกซิโก ที่ห่างจากจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวถึง  400 กิโลเมตรได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง  อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายมากมายขนาดนี้ ทั้งๆที่บริเวณที่ใกล้กับจุดศูนย์กลาง การเสียหายเกิดขึ้นไม่มากมายนัก  นักฟิสิกส์ตอบคำถามให้คุณได้ ลองกดเฉลยดู

         การเกิดแผ่นดินไหวที่เมกซิโก เดือนกันยายน  1985 มีระดับการสั่นสะเทือนวัดในมาตราส่วนริคเตอร์ได้ขนาด  8.1  แต่ว่า เมืองหลวงของประเทศเมกซิโกห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ  400  กิโลเมตร   ซึ่งขนาดของคลื่นแผ่นดินไหวน่าที่จะลดขนาดลง  จนแทบจะไม่มีผลของการทำลายในระยะไกลขนาดนี้    อย่างไรก็ตาม  มีการวิจัยพบว่า  เมืองหลวงของเมกซิโก ตั้งอยู่บนทะเลสาปโบราณ ที่ถูกดินทับถมจนเต็มมาเป็นเวลาหลายร้อยปี   ใต้พื้นดินของเมืองหลวงเป็นดินเลน มีลักษณะอ่อนตัวและยังชื้นอยู่    ถึงแม้ว่าแอมพลิจูดของคลื่นแผ่นดินไหวจะอ่อนตัวลง เพราะเดินทางมาไกล   แต่เมื่อมาเจอกับดินเลน  แอมพลิจูดจึงเพิ่มขึ้น     

          ความเร่งสูงสุดของคลื่นแผ่นดินไหววัดได้  0.2 เท่าของความเร่งโลก     และมีความถี่เชิงมุมประมาณ  3  เรเดียนต่อวินาที    ซึ่งสอดคล้องกับความถี่ของพื้นดินบริเวณนั้น และตึกต่างๆที่อยู่บนเมืองหลวงของเมกซิโก  มีความถี่ประมาณนี้เช่นเดียวกัน    จึงเกิดปรากฎการณ์เรโซแนนท์  ตึกและสิ่งก่อสร้างล้วนล้มระเนระนาดลงมาดังที่เห็นในภาพ

ระบบเบรกของรถยนต์

เท้าของคนขับรถผลักที่ลูกสูบก่อให้เกิดความดันบนของเหลว  ความดันนี้ส่งผ่านไปยังลูกสูบแต่ละข้างของจานใหญ่บนเพลา  ทำให้ลูกสูบบีบจาน  (เช่นเดียวกับเบรกของจักรยาน)  รถจึงวิ่งช้าลง  เบรกทุกอันของรถได้รับความดันเท่ากัน  ถ้าลูกสูบที่จานมีพื้นที่ 2  เท่าของลูกสูบหลัก  จะมีแรงกระทำเป็น 2 เท่าของแรงที่เท้าของคนขับรถ   แรงจะถูกขยายโดยการเพิ่มพื้นที่ของลูกสูบ  เครื่องกลไฮโดรลิกอื่นๆ  ก็ใช้หลักการเดียวกัน  ตัวอย่างเช่น  แม่แรงยกรถไฮโดรลิก

ระหว่างศิลปินกับไอนสไตน์

ภาพชื่อ  Relativity  (สัมพัทธภาพ)  เขียนโดย  Maurits Cornelis Escher  จิตรกรชาวดัทช์  แสดงให้เห็นความรู้เชิงมายาของมนุษย์  ในเอกภพที่เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา  ในภาพนี้จะเห็นคนปราศจากหน้าแต่ละคนกำลังเคลื่อนไหว ประหนึ่งรู้จักวิถีของตนดี  แต่ด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพ  ของไอนสไตน์  จะเห็นว่าความรับรู้ดังกล่าวนี้เป็นความรู้สึกลวงๆ  ไอนส์ไตน์กล่าวว่า  "ไม่มีมาตรฐานแน่นอนใดๆในเอกภพที่มนุษย์สามารถกำหนดและตัดสินความเคลื่อนไหว ได้อย่างสมบูรณ์  ของระบบที่กำลังเคลื่อนไหว ......"

อัลตร้าซาวด์ใช้ในวงการแพทย์ด้วย  เพื่อดูอวัยวะภายในของร่างกาย  วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการฉายรังสีเอกซ์  ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้  เครื่องส่งและรับอัลตร้าซาวด์ที่วางอยู่บนท้องของแม่ทำให้เห็นทารกที่อยู่ในครรภ์ได้  เมื่อไรก็ตามที่คลื่นเสียงเดินทางจากสารหนึ่งไปอีกสารหนึ่ง (ผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก)  ส่วนหนึ่งของคลื่นจะสะท้อนกลับ ทำให้เกิดเสียงก้อง  เครื่องมือที่ใช้เสียงก้องนี้ใช้ในการสร้างภาพบนจอโทรทัศน์  เพื่อให้เห็นรายละเอียดมากขึ้น  ความยาวคลื่นของเสียงต้องสั้นโดยใช้ความถี่สูงมากๆ คือ  1.5  เมกกะเฮิร์ตซ  (1 500 000 เฮิร์ตซ)  มีความยาวคลื่นในน้ำเพียง  1 mm    รูปภาพข้างบนนี้แสดงการแสกนด้วยอัลตร้าซาวด์ของเด็กในครรภ์ อายุ  28  สัปดาห์  หลังปฏิสนธิ   วิธีนี้ยังใช้ตรวจปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและตับ  และตรวจหาเนื้องอกได้ด้วย

ภาพแห่งความชัดแย้ง   

จูบส่งถ่ายประจุ    ปรากฎการณ์การส่งถ่ายประจุจากเครื่องแวนเดอร์กราฟ  ผ่านทางการจูบไป  กดดูการบรรยายเรื่องไฟฟ้าสถิต

ปี พ.ศ. 2295 นาย เบนจามิน แฟรงกลิน ได้ตัดสินใจค้นคว้าหาความจริงเกี่ยวกับไฟฟ้าในอากาศ   โดย ทำการทดลองแบบเสี่ยงกับความตาย ซึ่งไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ อุปกรณ์การทดลอง เป็นว่าว ทำด้วยผ้าไหม ส่วนโครงทำด้วยโลหะ มีความแข็งแรงพอต้านลมได้ สายว่าวทำด้วยป่าน สุดสายป่านผูกติดกับลูกกุญแจ ต่อจากป่านมาหามือ ผูกเข้ากับริบบิ้น ณ เวลาบ่ายวันหนึ่ง ที่มลรัฐฟิลาเดลเฟีย ท้องฟ้าครึ้ม เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า อีกไม่นานฝนจะต้องตกอย่างแน่นอน แฟรงกลินกับลูกชายก็ปล่อยว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า ครั้นเมื่อ  ต่อไป

แอลเบิร์ต  เกิดเมื่อ  14  มีนาคม  1879  ในเยอรมันนี  ที่โรงเรียนเขาเป็นเด็กขี้เกียจ  และเรียนอ่านหนังสือได้ช้า  แต่เล่นไวโอลินเก่ง  เขาสอบตกในบางครั้ง  แต่สามารถเรียนจนจบได้ปริญญาจากโพลีเทคนิคในสวิตเซอร์แลนด์  และเข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สิทธิบัตรในปี  1905   เขาอธิบายการเคลื่อนที่แบบบราวน์  ตีพิมพ์ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ  และแสดงว่า  E  =  mc2  เขาแสดงให้เห็นจริงว่ากฎของนิวตันไม่จริงเสมอไปสำหรับวัตถุที่เคลื่อนที่ได้เร็วมากๆ  ณ ใกล้อัตราเร็วแสง   เมื่อนาซีครองอำนาจในเยอรมนี  ไอน์สไตน์จากไปทำงานในอเมริกา  เขาเป็นคนฉลาด  รื่นเริง และหลักแหลม  เขาพูดต่อต้านสงครามและความโหดร้าย  และเกลียดการสวมถุงเท้า  ทฤษฎีสัมพัทธภาพของเขาเป็นการขยายกฎของนิวตัน  การเปลี่ยนวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์มองเนื้อที่  กับเวลา  พลังงานและความโน้มถ่วง  ลองฟังเสียงจริงของไอน์สไตน์เมื่อเขากล่าวว่า มวลกับพลังงานมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และอีกไม่นาน ระเบิดปรมาณู สองลูกก็ได้ถูกหย่อนลงในประเทศญี่ปุ่น เสียงจริงของไอน์สไตน์ 

Alessandro Volta
อเล็กซานโดร โวลต้า

นักฟิสิกส์และเคมีชาวอิตาเลียน เป็นผู้ค้นพบกระแสไฟฟ้าที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และเป็นผู้ประดิษฐ์แบตเตอรี่ไฟฟ้า จนได้รับเกียรติให้นำชื่อของเขามาเป็นนชื่อของหน่วยวัดแรงเคลื่อนของกระแสไฟฟ้าคือคำว่า “โวลต์” อเล็กซานโดร โวลต้า เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค. ศ. 1745 ที่ประเทศอิตาลี เขาเรียนหนังสือเก่งโดยเฉพาะวิชาเคมีและฟิสิกส์จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ประจำวิชาเคมีและฟิสิกส์ ที่บ้านเกิดตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 30 ปีและอีก 5 ปีต่อมาเขาได้เป็นศาสตราจารย์ประจำวิชาปรัชญาธรรมชาติวิทยา โวลต้าค้นพบว่าในความชื้นระหว่างโลหะนั้นจะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลได้ จากการเชื่อมปลายโลหะต่างชนิดทั้ง 2อันเข้าด้วยกัน จากหลักการนี้โวลต้าได้ลงมือประดิษฐ์แบตเตอรี่ขึ้น โดยอาศัยคาร์บอนและสังกะสีมาทำเป็นขั้ว นอกจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าแล้ว โวลต้ายังประดิษฐ์สิ่งต่างๆให้แก่วงการวิทยาศาสตร์อีกมาก อาทิเช่น ตะเกียงแก๊ส เป็นต้นจากผลงานของเขานี่เอง ที่เขาได้รับการยกย่องให้ใช้ชื่อของเขาเป็นหน่วยวัดแรงเคลื่อนไฟฟ้ากระแสคือคำว่า “โวลต์” นั่นเอง โวลต้าถึงแก่กรรมเมื่อ วันที่ 5 มีนาคม ปีค.ศ. 1827 ที่อิตาลี เมื่อเขามีอายุได้ 82 ปี

 

 

 

Michael Faraday
ไมเคิล ฟาราเดย์

นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการศึกษาน้อยและยากจน มีชีวิตอยู่ในสลัม แต่รักในการอ่านหนังสือ และชอบไปฟังการบรรยายของนักวิทยาศาสตร์สำคัญๆเสมอ จนได้เป็นลูกศิษย์ของเซอร์ฮัมฟรีย์ เดวี

ไมเคิล ฟาราเดย์ เกิดเมื่อวันที่ 22 กันยายน ปี ค.ศ.1791 เป็นบุตรของช่างเหล็กชาวอังกฤษ เนื่องจากฐานะไม่สู้ดี เขาจึงได้รับการศึกษาน้อย ยังไม่ทันเรียนสำเร็จก็ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน และใช้ชีวิตอยู่ในสลัมแห่งหนึ่งไม่มีวี่แววว่าจะเติบโตขึ้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงไปได้

เมื่อมีอายุได้ 13 ปี ไมเคิลก็ไปทำงานเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์ และทำงานเย็บปกหนังสือในร้านขายหนังสือด้วย จากการงานนี้ทำให้เขามีใจรักหนังสือและหาโอกาสอ่านอยู่เสมอ โดยเฉพาะหนังสือที่เกี่ยวกับวิชาไฟฟ้าที่เขาสนใจที่สุด และก็ลองทำการทดลองดูด้วยตนเอง และหาโอกาสไปฟังการบรรยายของเซอร์ฮัมฟรีย์ เดวี ซึ่งเขาจะไปฟังทุกครั้ง และส่งจดหมายแสดงความประสงค์ที่จะขอไปเป็นเด็กรับใช้ของเซอร์ฮัมฟรีย์

เซอร์ฮัมฟรีย์ เดวีย์ เห็นชายหนุ่มมีความสนใจอย่างแรงกล้า จึงรับเข้าทำงานเป็นคนล้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ในห้องเครื่องมือ ทำให้เขามีโอกาสศึกษาวิชาทางวิทยาศาสตร์จากเซอร์ฮัมฟรีย์ จนเกิดความชำนาญ จนได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยและติดตามท่านเซอร์ไปในการเดินทางไปบรรยายทุกครั้ง

ในปี1821 ขณะที่ฟาราเดย์ได้ทำการทดลองเรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า เขาก็พบปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่กระแสไฟฟ้าเดินตามเส้นลวดแล้วทำให้เกิดอำนาจแม่เหล็กรอบๆเส้นลวด กระแสนี้เมื่อนำเอาเข็มแม่เหล็กไปวางไว้ใกล้ กระแสนี้ก็จะหมุนไปเรื่อยๆ ด้วยหลักอันนี้ ฟาราเดย์จึงทดลองประดิษฐ์ไดนาโมเล็กๆขึ้น อันเป็นต้นกำเนิดของไดนาโมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

ไมเคิล ฟาราเดย์ ล้มป่วยเป็นโรคความจำเสื่อมในบั้นปลายของชีวิต และถึงแก่กรรมเมื่อ ปี ค.ศ. 1867 ที่แฮมป์ตันคอร์ท เมื่ออายุได้ 76 ปี

 

George Simon Ohm
ยอร์ช ไซมอน โอห์ม

นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันที่ต้องพบกับความยากลำบากเกี่ยวกับการศึกษาในวัยเยาว์อันเนื่องมาจากความยากจน แม้เมื่อเขาได้ค้นพบผลงานอันมีค่าแล้ว ก็ยังมีบางคนไม่เข้าใจ จนเขาได้รับการวิจารณ์อย่างรุนแรง และถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งครูที่เขาสอนอยู่ จนว่างงานไปถึง 6 ปี

ยอร์ช ไซมอน โอห์ม เกิดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ปี ค.ศ. 1787 ที่แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน บิดาเขาเป็นนายช่างกล ที่ให้การสนับสนุนให้ลูกชายได้รับการศึกษาอย่างดี แม้จะมีฐานะยากจน เมื่อเขาจบการศึกษาแล้วก็ทำงานเป็นครูสอนในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง โดยสอนคณิตศาสตร์และฟิสิกส์

ในสมัยนั้น นักวิทยาศาสตร์ชื่อฟอเรย์ ได้ค้นพบการไหลของความร้อน ซึ่งโอห์มสนใจมาก เขาจึงนำเอาความคิดนี้มาทดลองกับกระแสไฟฟ้าดู โดยใช้เส้นลวดที่มีขนาดต่างๆกัน การทดลองนี้ทำให้โอห์มพบว่า “ปริมาณกระแสไฟฟ้าจะแปรเปลี่ยนค่าโดยทางกลับกัน กับความยาวของสายไฟ และจะแปรเปลี่ยนไปในทางตรงกันกับพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ” โดยหลักการนี้เอง โอห์ม จึงสามารถหาค่าของความต้านทานได้โดยตั้งกฎที่เป็นที่มาของกฎของโอห์มว่า “การไหลของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำ ย่อมเป็นปฏิภาคโดยตรงกับความต่างศักย์ และเป็นปฏิภาคโดยกลับกันกับความต้านทาน”

โอห์มได้ประกาศความคิดเห็นนี้ในปี ค.ศ. 1827 แต่ผลงานของเขาไม่เป็นที่สนใจในประเทศเยอรมันนัก ซ้ำถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง แต่ในประเทศอังกฤษเขาได้รับการยกย่องมาก จนได้รับเหรียญคอพเลย์ในปี ค.ศ. 1841

จากเกียรติที่โอห์มได้รับในต่างแดน ทำให้รัฐบาลเยอรมันเริ่มเห็นคุณค่า และมอบตำแหน่งศาสตราจารย์ให้เขาและยังใช้ชื่อของเขาเป็นหน่วยวัดความต้านทานไฟฟ้าคือ โอห์ม ด้วย โดยมีความหมายว่า “กระแสไฟฟ้า 1 แอมแปร์ ไหลผ่านตัวนำภายใต้ความต่างศักย์ 1 โวลต์ ค่าของตัวนำนั้นมีความต้านทาน 1 โอห์ม”

โอห์มถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1854 รวมอายุได้ 67 ปี

ทรงกลมโลหะ  ได้รับประจุไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จนมีแรงดันไฟฟ้าสูงมาก  ประจุไฟฟ้าจึงรั่วออกจากทรงกลมประจุอย่างรวดเร็ว ผ่านโมเลกุลของอากาศ  เปล่งแสงออกเป็นสีชมพู

 

 

 

อุปกรณ์ที่ทอมสันใช้ในการทดสอบหาค่า  ประจุต่อมวล    อนุภาคอิเล็กตรอนจากคาโถดจะถูกเร่งให้มีความเร็วเพิ่มขึ้น  วิ่งผ่านเข้าไปในสนามไฟฟ้า และสนามแม่เหล็ก  และผ่านไปที่ฉากที่ฉาบด้วยฟอสฟอรัส  

ส่วนรูปที่สองเป็นภาพของทอมสัน (คนซ้าย)

a)  ภาพหลอดคาโถด   อิเล็กตรอนจะหลุดออกจากคาโถดที่ร้อนแดง   และถูกแร่งให้มีความเร็วเพิ่มขึ้นผ่านขั้วอาโนด A  ผ่านเข้าสู่ แผ่นประจุคู่ขนาน เพื่อใช้ในการเบี่ยงเบนอิเล็กตรอน    b)   ภาพเงากากบาท ที่เกิดจากการบังการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอน

เมื่อเราให้ประจุกับโมเลกุลขนาดใหญ่ และผ่านโมเลกุลนี้เข้าไปในตัวกลาง พร้อมกับให้สนามไฟฟ้า จะเกิดแรงทางไฟฟ้ากระทำกับโมเลกุล  แต่เพราะว่าโมเลกุลขนาดใหญ่ ประกอบขึ้นจากโมเลกุลขนาดต่างๆมากมาย มีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ผสมกัน เมื่อโมเลกุลขนาดใหญ่ได้รับแรง โมเลกุลแต่ละขนาดจะวิ่งอยู่ในตัวกลางด้วยความเร็วไม่เท่ากัน โมเลกุลขนาดเล็กจะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าโมเลกุลขนาดใหญ่ วิธีนี้ได้นำไปใช้ในการหาแบบพิมพ์ทางดีเอ็นเอ โดยการนำโมเลกุลของเซลในร่างกาย ไปผ่านกระบวนการแยกทางไฟฟ้า ภาพทางซ้าย 4 ช่อง เป็นภาพถ่ายดีเอ็นเอ ของครอบครัวหนึ่ง มี พ่อ (F) แม่ (M) ลูก 2 คน (C) จะเห็นแถบชั้นของความสัมพันธ์ทางสายเลือด ดูที่ช่อง C แถบช่องของลูก จะได้รับจากพ่อและแม่มาอย่างละครึ่ง

 

ปลาฉลามมีเซลพิเศษที่สามารถจะสัมผัสกับสนามไฟฟ้าที่มีขนาดน้อยมากถึง 10-6 N/C ช่วยให้มันสามารถล่าเหยื่อ ซึ่งโดยปกติปฏิกิริยาเคมีในร่างกายของเหยื่อ สามารถก่อให้เกิดสนามไฟฟ้าขึ้นที่ผิวหนัง ทำให้มันรับรู้และพุ่งเข้าไปเขมือบได้

ทดลองกดเล่นแอ๊พเพล็ต  แรงระหว่างจุดประจุ  โดยใช้กฏของคูลอมบ์  กดเพื่อเข้าสู่การทดลอง

 

ความกว้างของสายฟ้า

ภาพฟ้าผ่าอย่างดุเดือดในเมืองแมนฮัตตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นภาพที่ขัดแย้งกันเอง ระหว่างความน่าสะพรึงกลัว กับความสวยงาม การผ่าของสายฟ้าแต่ละครั้ง มีจำนวนอิเล็กตรอนประมาณ 1020 ตัววิ่งจากเมฆ ลงสู่พื้นดินด้านล่าง คุณอยากทราบไหมว่า ความกว้างของสายฟ้ามันมีขนาดเท่าไรกันแน่ เพื่อที่จะได้อยู่ห่างอย่างปลอดภัยที่สุด  เฉลย

ทดลองกดเล่นแอ๊พเพล็ต  ประจุวิ่งอยู่ในแผ่นประจุคู่ขนาน  เป็นแนวโค้งที่เราเรียกว่า โปรเจกไตล์  กดเพื่อเข้าสู่การทดลอง

 

ทดลองกดเล่นแอ๊พเพล็ต  การเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงด้วยความเร่งคงที่   กดเพื่อทำการทดลอง

ทดลองกดเล่นแอ๊พเพล็ต  วงจรไฟฟ้ากระแสตรง  กดเพื่อทำการทดลอง

ทดลองฝึกเขียนกราฟ   กดเพื่อทำการทดลอง

 

ทดลองฝึกวัดมัลติมิเตอร์  กดเพื่อทำการทดลอง

จรวดโทมาฮอร์คทำงานได้อย่างไร

         จรวดโทมาฮอร์ค  เป็นที่กล่าวขวัญกันมากในตอนนี้  เพราะเป็นอาวุธที่ประเทศสหรัฐชอบใช้มากในสงคราม  ซึ่งตอนนี้กำลังนำไปถล่มในประเทศอัฟกานิสสถานอยู่

หลักการ

        จรวดโทมาฮอร์ค   คือ เครื่องบินที่ไม่ต้องใช้คนขับนั่นเอง   จรวดโทมาฮอร์คขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน (turbo fan)   ซึ่งสามารถจะพุ่งไปได้ไกลในช่วงถึง  1000  ไมล์    แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ  เช่น สภาพทางภูมิศาสตร์  และสภาพอากาศ  เป็นต้น      งานของจรวดโทมาฮอร์ค  ที่สำคัญที่สุดก็คือ บรรทุกระเบิดขนาด  450 kg   ไปยังเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ  ตัวถังของจรวดจะถูกทำลายไปพร้อมกับระเบิดด้วย    ราคาต่อลูกประมาณ  22-45  ล้านบาท  ค่อนข้างแพงมาก

A  :   เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน    B:  เชื้อเพลิง     C: ส่วนดูดอากาศ   D:  ส่วนบรรทุกระเบิด  มีต่อ

 


  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์