ฟิสิกส์ราชมงคล

index 120

ความเป็นมาของ เป๊ปซี่-โคล่า (Pepsi-Cola)

 


ค.ศ. 1898
นาย คาเลบ แบรดแฮม (Caleb D. Bradham) เภสัชกรจากเมืองนิวเบิร์น รัฐนอร์ธ คาโรไลนา ได้เปลี่ยนชื่อเครื่องดื่มคาร์บอเนต "แบรดส์ ดริงค์" (Brad's Drink) ที่เขาเป็นผู้ปรุงขึ้นเพื่อบริการลูกค้าร้านขายยาของเขา ไปเป็นชื่อ "เป๊ปซี่-โคลา" (Pepsi-Cola) เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม

ค.ศ. 1902
นายแบรดแฮม ยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ภายใต้ชื่อ "เป๊ปซี่-โคล่า" (Pepsi-Cola)

ค.ศ. 1903
เพื่อคงต้นตำรับความเป็นเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นโดยเภสัชกร แบรดแฮมจึงทำการโฆษณาเครื่องดื่มของเขาว่า เป็นเครื่องดื่มที่ "สดชื่น มีชีวิตชีวา และช่วยในการย่อยอาหาร"

คลิกครับ


ประวัติความเป็นมาของ "ชา"

    ทุกวันนี้ ชาเป็นเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกันมากในสหราชอาณาจักร คนอังกฤษดื่มชากันมากกว่า 14 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งก็ประมาณ 4 ถ้วยต่อวัน ประเทศที่ส่งออกชามากที่สุดในโลกคืออินเดียและศรีลังกา และมากกว่าครึ่งหนึ่งของชาที่ส่งออกถูกดื่มโดยประเทศที่อยู่ในสหราชอาณาจักร

    ชาวอังกฤษไม่ใช่ชาติแรกที่ดื่มชา หากแต่จะเป็นชาวจีนที่ได้ดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ ซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ฉ่า" หรือ "เต๊" มาก่อนอย่างน้อย 4000 ปีก่อนที่ชาจะถูกส่งเข้าลอนดอนเป็นครั้งแรกในทศวรรษที่ 1630 ชาได้ถูกดื่มเป็นครั้งแรกโดยจักรพรรดิ์ เฉิน หนาง ของจีน ในปี 2737 ก่อน ค.ศ. จักรพรรดิ์ได้ออกเดินทาง และได้หยุดพักในบริเวณพุ่มไม้ ในขณะที่กำลังต้มน้ำไว้สำหรับดื่มอยู่นั้น ใบไม้ซึ่งต่อมานักพฤษศาสตร์เรียกมันว่า Cameillia sinesis หรือใบชา ก็ได้ปลิวตกลงไปในหม้อต้มน้ำขององค์จักรพรรดิ์ เมื่อจักรพรรดิ์ได้ดื่มน้ำ ก็ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก และชาก็เป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวอังกฤษยังคงใช้คำแสลงในการพูดว่า "ชา" สำหรับชา ซึ่งมีการออกเสียงคล้ายคลึงกับภาษาจีนว่า "ฉ่า"คลิกครับ


แผ่นดิสก์มหัศจรรย์

            จริง ๆ แล้วคำว่า “แผ่นดิสก์” Diskettes หรือ Floppy Disk  นั้น  ได้มีการกำหนดชื่อให้มีลักษณะคล้ายกับคำว่า  “คาสเซ็ต”   ในเริ่มรู้จักในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 โดยเฉพาะการที่ประชาชนได้รู้จักการนำแผ่นดิสก์มาใช้ส่วนตัวที่บ้านกันมากยิ่งขึ้น

            ความเป็นมาของแผ่นดิสก์นั้น  สามารถย้อนไปไกลถึงปี 1967 จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นที่แคลิฟอร์เนีย  ในช่วงนั้นทางไอบีเอ็มได้เริ่มมีการพัฒนา และเริ่มใช้อุปกรณ์ที่เรียกกันว่า “เซมิคอนดัคเตอร์”  กัน  พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นหน่วยความจำอย่างหนึ่งนั่นเอง  และเมื่อใดก็ตามที่เรื่องคอมพิวเตอร์เกิดปิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก็จะมีการโอนถ่ายข้อมูลเข้าไปในอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เก็บหน่วยความจำนี้ทันที

คลิกครับ


  Abdus Salam



     Abdus Salam เกิดเมื่อป พ.ศ. 2469 ที่เมือง Jhang ในแค้วนปัญจาบ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในความปกครองของอินเดีย แต่ปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน บิดาของ Salam เป็นคนที่เคร่งศาสนาจึงสนับสนุนและส่งเสริมให้บุตรได้รับการศึกษาสูง Salam ได้รับการศึกษาชั้นต้นที่เมือง Lahore และต่อมาได้รับทุนของรัฐบาลไปศึกษาฟิสิกส์ในระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัย St. John’s ของมหาวิทยาลัย Cambridge ในประเทศอังกฤษ เขาสำเร็จการศึกษาฟิสิกส์ระดับปริญญาเอกที่ Cambridge ในขณะที่มีอายุเพียง 26 ปี
คลิกครับ


Cosmic Microwave Background radiation

อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราสามารถศึกษาเอกภพในอดีตได้?

      นักดาราศาสตร์เรียนรู้ การเกิด วิวัฒนาการ และลักษณะทางกายภาพของดวงดาวดวงหนึ่งๆ ได้จากการศึกษาแสงของดาวเหล่านั้นที่เดินทางมาถึงเขา ในทำนองเดียวกันนักจักรวาลวิทยา(Cosmologist) หรือผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพก็ต้องอาศัยแสงเช่นเดียวกัน พวกเขากำลังศึกษาการกำเนิด และคุณสมบัติของเอกภพจากแสง แต่เป็นแสงที่มองไม่เห็นด้วยตา แสงนั้นมีชื่อว่าคลื่นคอสมิกไมโครเวฟแบ็กกราวน์ (Cosmic Microwave Background radiation หรือ CMB) คลื่นคอสมิกไมโครเวฟแบ็กกราวน์นี้เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่อยู่ในช่วง 3 x 108 ถึง 3 x 1011 เฮิร์ต ซึ่งเป็นความถี่ย่านไมโครเวฟ คลื่นไมโครเวฟนี้ในปัจจุบันเป็นหลักฐานทางที่ช่วยให้เราศึกษาลักษณะของเอกภพย้อนอดีตไปได้ไกลที่สุด เนื่องจากว่าแสงนี้เกิดขึ้นเมื่อเอกภพมีอายุแค่ 300,000 ปีเท่านั้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจจะอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งถึงสองหมื่นล้านปีที่แล้ว

คลิกครับ


บทเรียนและแบบฝึกหัด

คลิกครับ


รู้จักชีวิตของกาลิเลโอ
 


 
    ชีวิตของกาลิเลโอ นับได้ว่าเป็น ตัวอย่างที่ดี ตัวอย่างหนึ่ง ของผู้ที่มีจิตใจเป็น นักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เพราะเป็นผู้ทีมี คุณสมบัติการเป็นคน ช่างสังเกต มีความอยากรู้ อยากเห็น มีเหตุผล ใจกว้าง และเป็นผู้ที่มี ความอดทน ต้องต่อสู้กับความ ยากลำบาก ในการยืนหยัด ต่อความคิด ที่ถูกต้อง ที่ได้ค้นพบ ความจริงบางอย่าง ของธรรมชาติ จนต้องถูก ต่อต้าน ถูกประณาม ว่าเป็นคนนอกศาสนา เพราะไปคัดค้าน คำสอนทางศาสนา ซึ่งศาสนจักร ในสมัยนั้น มีอำนาจ และมีอิทธิพล ครอบงำ ความเชื่อของประชาชนอยู่ จน ต้องถูกขึ้นศาล และถูกลงโทษจำคุก
     ชีวิตในวัยเด็ก เท่าที่มีประวัติเล่าขานกัน เกิดที่เมืองปิซา ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของประเทศ อิตาลี ครอบครัวไม่ร่ำรวยนัก กาลิเลโอ เป็นเด็กที่ชอบ เรียนหนังสือ บิดาได้ว่าจ้างครู มาสอนหนังสือ ให้ที่บ้าน ในปี ค.ศ. 1574 ได้ย้ายไปอยู่ที่เมือง ฟลอเรนซ์ และได้รับการศึกษา จากบาทหลวง ในเมืองวาลลอมโบรซา
     เมื่ออายุได้ 17 ปี ได้เข้าศึกษา วิชาแพทยศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยปิซา เล่ากันว่า วันหนึ่ง ในมหาวิหารปิซา กาลิเลโอได้ยืนจ้องมอง โคมระย้า บนเพดานของวิหาร เห็นโคมแกว่งไปมา เมื่อถูกลมพัด เขาสังเกตเห็นว่า ไม่ว่าโคม จะแกว่งเป็นวงกว้าง หรือแคบ คาบ(ระยะเวลา)การแกว่ง จะกินเวลา เท่ากันเสมอ ซึ่งยังความประหลาดใจแก่เขา เป็นอันมาก และต่อมาเขาได้มีโอกาส เข้าฟังการ บรรยาย วิชาเรขาคณิต ครั้งหนึ่ง ในมหาวิทยาลัย เหตุการณ์ทั้งสองครั้ง ได้จุดประกาย ความสนใจใน วิชาวิทยาศาสตร์ ของเขา โดยเฉพาะด้าน คณิตศาสตร์ และฟิสิกส์
คลิกครับ


การกัดกร่อน หรือ corrosion

1. บทนำ

2. โลหะทางการแพทย์ กับการกัดกร่อนในร่างกาย

3. การกัดกร่อนทั่วผิวหน้า

4. การกัดกร่อนแบบกัลวานิ

5. การกัดกร่อนในที่อับ

6. การกัดกร่อนแบบรูเข็ม

7. การสูญเสียส่วนผสมบางตัว

8. การกัดกร่อนตามขอบเกรน

9. การกัดกร่อน-สึกกร่อน

10.การกัดกร่อน-ความล้า

11.การกัดกร่อนแบบถูครูด

12.การกัดกร่อนแบบรูพรุน

13.การกัดกร่อนร่วมกับความเค้น

14.การกัดกร่อนแบบใต้ชั้นเคลือบ

15.Graphitization

16.ตัวอย่างการกัดกร่อนแบบกัลวานิก


วัสดุศาสตร์: ความหมาย ความก้าวหน้า อนาคต...

  วัสดุ...คืออะไรกันแน่ ?  

    คำว่า “วัสดุ” เป็นคำที่เราได้ยินและใช้กันอย่างติดปากกันอยู่ทุกคน  แต่เราทราบกันจริง ๆ มั้ยว่า วัสดุคืออะไร? เชื่อว่าทุกคนบอกได้ว่าวัสดุมีอะไรบ้าง แต่อาจจะไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่ามันคืออะไร บางท่านอาจจะคิดว่าวัสดุคือของแข็งที่สามารถจับต้องได้ บางท่านอาจจะคิดว่ามันคือสสารชนิดหนึ่ง บางท่านอาจจะบอกว่าวัสดุก็คือ โลหะ พลาสติก เซรามิก คอมโพสิต แก้ว ต่างคนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่โดยจริงแล้ววัสดุที่เป็นที่สนใจของนักวัสดุศาสตร์จะหมายถึง “สสารที่มีสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางวิศวกรรมและผ่านกระบวนการผลิตเพื่อเป็นองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งของเครื่องใช้” ดังนั้นเราจึงอาจไม่เรียกทุกอย่างในโลกนี้ว่าวัสดุ ตัวอย่างเช่น เราไม่เรียกต้นมะพร้าวว่าวัสดุ แต่ถ้าเรานำเส้นใยที่ได้จากมะพร้าวมาปั่นเป็นเส้นใยแล้วปั่นเป็นเส้นเชือกแล้ว นั่นคือวัสดุ คลิกครับ


Fire Works

วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) เวลา 23.59 น. ทุกคนเฝ้ารอการนับถอยหลังสู่วันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่ และสหัสวรรษใหม่ อย่างใจจดใจจ่อ เมื่อนับถึงศูนย์ ทุกคนต่างกรีดร้องไชโยต้อนรับสหัสวรรษใหม่ พร้อมๆ  กับการจุดดอกไม้ไฟชุดใหญ่พร้อมกันทั่วโลกการเฉลิมฉลองในวันนั้น หลายคนคงประทับใจกับความสวยงามบนท้องฟ้าไม่ลืมเลือน เพราะเป็นการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเท่าที่เคยเห็นกัน  คลิกครับ


เครื่องจักรกลขนาดเล็ก

    การทำให้เครื่องจักรมีขนาดที่เล็กลงเล็กลง เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากที่สุดอย่างหนึ่ง  คอมพิวเตอร์ได้ใช้เครื่องจักรกลขนาดเล็กที่เรียกว่า ชิพ  เรียบร้อยแล้ว  แต่นักวิทยาศาสตร์คิดว่าในอีก  10  ปีข้างหน้านี้ เครื่องจักรกลขนาดเล็กชนิดอื่นๆ  นี้  จะกลายเป็นสิ่งที่ธรรมดาด้วยเช่นกัน

เครื่องจักรกลขนาดเล็กนี้มีขนาดใหญ่กว่าของจริง  600 เท่า 

ควบคุมการทำงานของถุงลมรถยนต์

คลิกครับ


นาโนเทคโนโลยี

    ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถเลือกจับอะตอม และโมเลกุลเฉพาะตัว (กลุ่มของอะตอม)  ได้แล้วเคลื่อนย้ายมันไปโดยรอบได้    นั่นหมายความว่า ในอนาคตเป็นไปได้ที่จะสร้างเครื่องจักรกลที่ซับซ้อนให้มีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าขึ้นมาได้   วิทยาศาสตร์ประเภทนี้เรียกว่า นาโนเทคโนโลยี

ปลายเล็กๆ 

    เราสามารถใช้ปลายเล็กๆของกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่เรียกว่า  กล้องจุลทรรศน์แบบส่องกราด  ชนิดเทินเนลจับอะตอมเอาไว้ได้ดังแสดงในภาพนี้  ปลายเล็กๆนี้เพียงสามารถย้ายอะตอมในสูญญากาศคือ  เมื่อไม่มีอากาศหรือก๊าซชนิดอื่นอยู่รอบๆได้เท่านั้น

ปลายเล็กๆของกล้องจุลทรรศน์แบบส่องกราด ชนิดเทินเนลลิงขนาดขยาย  2,300 เท่า

คลิกครับ


อาวุธจิ๋วแห่งอนาคต

(Micro air vehicles)

      แต่มันคือเทคโนโลยีประเภทหนึ่งที่มีชื่อว่า “แมลงจักรกล (Micro air vehicles :MAVs)” เทคโนโลยีจากการคิดค้นของนักชีววิทยาและนักวิจัยมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ แคลิฟอร์เนีย  “ผมทึ่งในตัวแมลงวันมากครับ มันเป็นแมลงที่ทนทานและหลบหลีกเก่งที่สุด  พวกมันเป็นนักบินรบแห่งโลกของสัตว์เลยทีเดียว” รอน เฟียริ่ง นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ แคลิฟอร์เนีย กล่าวถึงสิ่งที่มาเป็นตัวจุดประกายความคิดให้แก่เขา  คลิกครับ


นาโนเทค

    

นาโนเทค หรือนาโนเทคโนโลยี  หมายถึงเทคโนโลยีในระดับโมเลกุล หรือระดับนาโนเมตร (nanometer) เป็นเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับสสารหรือวัสดุที่มีขนาด 1 – 100 นาโนเมตร

      สสารหรือวัสดุที่มีขนาด 1 – 100 นาโนเมตร  ซึ่งเป็นความยาวเท่ากับ  หนึ่งในพันล้านส่วนของ 1 เมตร  หรือ  เท่ากับ 0.000000001 เมตร [1*10 เมตร]  ดังนั้นคำจำกัดความของนาโนเทคโนโลยีจึงเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการประดิษฐ์วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องกลระดับโมเลกุล หรือขนาดนาโนเมตร นาโนเทคโนโลยีมีความหมายอีกแง่หนึ่งคือ  การรวมวิทยาศาสตร์ระดับนาโน (nanoscience) กับวิศวกรรมระดับนาโน (nanoengineering) เข้าด้วยกัน คลิกครับ


ผลกระทบของสนามแม่เหล็ก

หอกระจายพลังงานของเทสลา

     ในชีวิตประจำวันของเราทุกคนไม่สามารถหลีกหนีการรับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้เราได้รับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าตลอดเวลาจากแหล่งกำเนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า

     เมื่อ 122 ปีมาแล้ว  นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการีชื่อ นิโคลา เทสลา (Nikola Tesla)  ค้นพบระบบจ่ายกำลังไฟฟ้าโดยการใช้กระแสไฟฟ้าสลับ (Alternating Current :AC)  ระบบไฟฟ้าดังกล่าวแทนระบบจ่ายกำลังไฟฟ้ากระแสตรง (Direct  Current : DC) ของ โทมัส  อัลวา  เอดิสัน (Thomas Alva Edison) ในเวลาต่อมา โดยระบบไฟฟ้า AC มีข้อที่ดีกว่าระบบ DC ตรงใช้สายส่งกำลังไฟฟ้าเส้นเล็กกว่าระบบ DC  มากในขณะที่ใช้แรงดันและกระแสเท่ากัน

นายเทสลา

คลิกครับ


เทคโนโลยีเลเซอร์เป็นมากกว่าที่เห็น

ชื่อเต็มของเลเซอร์

     เลเซอร์ เป็นที่รู้จักกันดีในวงการวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2503 เนื่องจากได้มีการปรากฏตัวของเลเซอร์ ที่ใช้งานได้ขึ้นครั้งแรก และแม้ว่าในช่วงแรกของการทำวิจัยเกี่ยวกับเลเซอร์จะเป็นการทำวิจัยที่มีแนวโน้มไปในทางการทหารก็ตาม แต่ ณ วันนี้เทคโนโลยีเลเซอร์กลับถูกคิดค้น ประยุกต์ และพัฒนาขึ้นเพื่อประโยชน์ในเชิงการค้า มากกว่าทางการทหารถึง 4 เท่า ไม่ว่าจะเป็นการนำเลเซอร์มาใช้ในทางการแพทย์ ทางการสื่อสาร ทางการพิมพ์ การตัดเจาะด้วยแสง ตลอดจนในทางอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ

ใช้เลเซอร์ผ่าตัดดวงตา

คลิกครับ


ต า ร า ง ธ า ตุ

ในเว็บนี้ จะมีการกล่าวถึงตารางธาตุและธาตุต่างๆ ดังนั้น เราลองมาทำความรู้จักกับตารางธาตุสักนิดก่อนละกัน

 

   ในปัจจุบัน  มีการค้นพบธาตุต่างๆ มากมายกว่า 100 ธาตุ ซึ่งได้ถูกบรรจุลงไปเรียบร้อยแล้วในตารางธาตุ และถ้าเราลองเอาตารางธาตุมากางดูนะครับ (กางดูเลยตอนนี้ยิ่งดี) เราก็จะพบว่า ตารางธาตุนั้น มีทั้งหมด 7 คาบ (ตามระดับพลังงานหรือจำนวนวงอิเล็กตรอน) และมีทั้งหมด 18 หมู่

 

   ส่วนตารางธาตุสองแถวล่างที่ถูกแยกออกมาน่ะเหรอครับ? อันนี้เรียกว่า หมู่ธาตุทรานซิชันชั้นใน ซึ่งโดยปกติแล้ว ธาตุทรานซิชันปกติจะถูกบรรจุไว้ตรงกลางตารางธาตุ (ตั้งแต่หมู่ 3 จนถึงหมู่ 12)  แต่เพื่อความเหมาะสมในการจัดผังธาตุในตาราง ธาตุที่เกิน(ไม่สามารถเขียนได้พอ) จึงถูกจัดไว้ข้างนอกต่างหาก  คลิกครับ


 

พจนานุกรม  

ธาตุเคมี

สารบัญ

ไฮโดรเจน ฮีเลียม
โบรอน ถ่าน (คาร์บอน)

สารบัญ    หน้าก่อน   หน้าถัดไป

นำมาจาก  พจนานุกรม ธาตุเคมี  ของ จีราภา  ชาติสุวรรณ  ฟิสิกส์ขอขอบคุณครับ


มรณกรรมของโคลัมเบีย

17.35 น.        ปิดประตูห้องสัมภาระ เก็บแผงกระจายความร้อน
18.50 น.        ผู้บังคับการและนักบินสวมชุดสีส้ม เข้าประจำที่นั่งด้านหน้าซ้ายและขวา
20.15 น.        จุดเครื่องยนต์เป็นเวลาสองนาทีครึ่ง พายานออกจากวงโคจร
20.44 น.        เข้าสู่ขอบบรรยากาศที่ระดับ 121 กิโลเมตร อุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น
20.53 น.        ศูนย์ควบคุมพบเซนเซอร์วัดอุณหภูมิสำหรับระบบไฮดรอลิกที่บังคับแฟลปปีกซ้ายบกพร่อง
20.56 น.        เซนเซอร์ที่ระบบลงจอดในห้องเก็บล้อด้านซ้ายรายงานการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในสายเบรกและล้อ

20.58 น.        เซนเซอร์สามตัวที่ปีกซ้ายซึ่งฝังอยู่ในโครงสร้างเสียหาย
20.59 น.        เซนเซอร์แปดตัวที่ปีกซ้ายซึ่งทำหน้าที่วัดอุณหภูมิและความดันล้อเสียหาย

คลิกครับ


อัจฉริยะที่โลกลืม

     ชะตะชีวิตของมนุษย์เราบางคนหักเหและแปรเปลี่ยนจนเกินกว่าที่เราจะคาดเดากันได้ บางคนมีสติปัญญาล้ำเลิศเข้าขั้นอัจฉริยะ แต่แทนที่จะมีความมั่งคั่งสุขสบายจากผลแห่งปัญญา ก็กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกเพราะถูกเขาโกง หรือหักหลังจนสิ้นเนื้อประดาตัว อย่างเช่นอัจฉริยะที่ถูกลืมชื่อ นิโคลา เทสล่า (Nicola Tesla) เป็นต้น  ฟิสิกส์ราชมงคลจะเปิดเผยชีวิตของท่านให้ทราบในหน้าถัดไป

นิโคลา เทสล่า เป็นผู้ประดิษฐ์ไดนาโม สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าสลับ ที่มีความสำคัญยิ่งต่อไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

คลิกครับ


เรือไททานิค อัปปางเพราะความผิดพลาด

ทางวิชาการจริงหรือ

จุดเริ่มต้นของความหายนะ

      ก่อนเที่ยงของวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2455 เรือไททานิคออกเดินทางเป็นครั้งแรกจากเมืองเซาแธมป์ตันไปยังนิวยอร์ก สองวันต่อมา ณ เวลา 5 ทุ่ม 40 นาที ตามเวลากรีนแลนด์ เรือก็ชนกับภูเขาน้ำแข็งที่มีมวลมากกว่ามวลของเรือ 3-6 เท่า หัวเรือเสียหายมาก ห้องด้านหน้าจำนวนหกห้องพังยับ น้ำจึงเข้าท่วมเรือและจมลงภายใน 2 ชั่วโมง 40 นาที สูญเสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้มีการบันทึกเป็นประวัติศาสตร์อย่างละเอียด และเป็นมนต์ขลังที่จะสืบสานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รวมทั้งการถกเถียงถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเหตุใดเรือจึงจม จำเลยที่ถูกอ้างเสมอ ๆ ก็คือ คุณภาพของเหล็กกล้าที่ใช้ในการสร้างเรือ ผลวิเคราะห์ของส่วนผสมและโครงสร้างจุลภาคตลอดจนการทดสอบความแข็งแรงของเหล็กที่ใช้ทำหัวเรือไททานิคส่วนที่เสียหายตามหลักวิชาการโลหวิทยาได้ให้คำตอบที่กระจ่างชัด

ภาพยนตร์เรื่องไททานิค โด่งดังข้ามปี

คลิกครับ


เหตุที่ฟ้าเป็นสีฟ้า

อาทิตย์ตกดินเป็นสีแดง

      ลำแสงสามารถถูกทำให้กระเจิงได้ เมื่อกระทบกับอนุภาคเล็กๆ  ไม่ว่าจะเป็นของแข็ง  ของเหลวหรือก๊าซ  หรือกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า แสงที่กระเจิงก็คือ   ลำแสงที่ถูกเปลี่ยนทิศทางไปเมื่อผ่านหรือกระทบกับตัวกลาง   การกระเจิงเกิดได้เมื่อตัวกลางที่แสงผ่านนั้นมีขนาดหรือความหนาแน่น  ไม่สม่ำเสมอกัน

ท้องฟ้าตอนกลางวัน

คลิกครับ


ทัชมาฮาล ช้ำเพราะใคร

       ขึ้นชื่อว่า ความรัก แล้วอนุภาพของมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะอธิบายออกเป็นคำพูด....

        วันจันทร์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ขึ้น 14 ค่ำ พระจันทร์ใกล้เต็มดวงทอแสงนวลใยแจ่มกระจ่าง ชาวอินเดียทั้งประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องน้อมศีรษะคารวะให้กับความงามอันยิ่งใหญ่ของ “ทัชมาฮาล” ที่เด่นตระหง่านอยู่ใต้แสงจันทร์ เหนือริมฝั่งแม่น้ำยะมุนา ในเมืองอัครา รัฐอุตตรประเทศมานานถึง 350 ปี

         และขณะเดียวกัน ก็ต้องน้อมคารวะ ให้กับความรักอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ ชาห์ ชาฮาน แห่งราชวงค์โมกุลที่สร้าง “ทัชมาฮาล” เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ที่พระองค์ทรงมีต่อพระนางมุมตัช มาฮาล พระมเหสี ผู้สิ้นพระชนม์ไปก่อนหน้า

คลิกครับ


ยก "โนเบล" ให้

3 นักฟิสิกส์อเมริกันพบแรงเชื่อม “ควาร์ก”

   

สุดยอดนักฟิสิกส์แห่งปี ที่ร่วมกันรับรางวัลโนเบลปี 2004 เดวิด เจ กรอส (ซ้าย), เอช เดวิด โพลิตเซอร์ (กลาง) และแฟรงค์ วิลเช็ก (ขวา)

       เอพี/รอยเตอร์/บีบีซีนิวส์ – 3 นักฟิสิกส์ชาวสหรัฐฯ ครองรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดของวงวิชาการร่วมกัน หลังค้นคว้าหาแรงเชื่อมของอนุภาคที่เล็กที่สุด เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ช่วยนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกเขยิบใกล้การกำหนด “ทฤษฎีสรรพสิ่ง” ซึ่งเป็นสุดยอดหัวใจของฟิสิกส์
 

คลิกครับ


10 สิงหารำลึก "รูดอลฟ์ ดีเซล"

กับวันไบโอดีเซลระหว่างประเทศ

รูดอลฟ์ ดีเซล ผู้ทำให้เรามีเครื่องยนต์ดีเซลใช้จนถึงทุกวันนี้

     ก่อนหน้านี้...วันที่ 10 สิงหาคม 1893 เมื่อ 111 ปีที่แล้วน้ำมันไบโอดีเซลถูกนำมาทดลองใช้ในเครื่องยนต์เป็นผลสำเร็จครั้งแรกของโลก โดย "รูดอลฟ์ ดีเซล" ได้นำเครื่องยนต์ลูกสูบเดี่ยวที่ทำจากเหล็กยาว 3 เมตร โดยมีล้อเฟืองติดอยู่ที่ฐานมาทดลองใช้กับน้ำมันไบโอดีเซลได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก ในเมืองอักส์บวร์ก ประเทศเยอรมนี และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสำเร็จในครั้งนั้นทำให้วันนี้ถูกกำหนดให้เป็นวันไบโอดีเซลระหว่างประเทศ  คลิกครับ


นาฬิกามนุษย์

     ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัย  อิมพีเรียลคอลเลจ  เชื่อว่า  ร่างกายของมนุษย์เราเองอาจเป็นอุปสรรคสำรวจอวกาศในอนาคตสืบเนื่องจากกลไกของร่างกายที่คุ้นเคยกับการทำงานเป็นวัฏจักรในรอบ  24  ชั่วโมงที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่แรกเกิด  ทำให้ร่างกายปรับตัวเองให้เข้ากับการนอน  การตื่น  เป็นช่วงเวลาชัดเจน  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบไว้ว่าเหมือนกับร่างกายของคนเรามี  "นาฬิกา"   ที่ทำหน้าที่ปลุกและปิดการทำงานของร่างกายโดยอัตโนมัติอยู่ภายใน

คลิกครับ


สี

  เรามองเห็นโลกหลากสีได้เพราะนัยน์ตาของเรารับแสงสีต่าง ๆ ที่สะท้อนจากวัตถุ หรือที่ผลิตขึ้นโดยวัตถุรอบ ๆ ตัวเรา เราเห็นกุหลาบแดงเป็นสีแดงได้เพราะมันสะท้อนแสงสีแดงเข้าสู่ตาเรา แสงสีขาวเป็นการผสมของแสงหลาย ๆ สี และสีดำคือการปลอดแสงนั่นเอง

สี (colour)

ผลของแสงความยาวคลื่นต่าง ๆ ที่มีต่อนัยน์ตาของเรา

     โดยปกตินัยน์ตาของเรารับแสงสีได้ในพิสัยหนึ่ง คือ จากแสงสีแดง สีส้ม และสีเหลืองเรื่อยไปจนถึงสีเขียว สีน้ำเงิน และสีม่วง เรามองเห็นสีต่าง ๆ เพราะแสงของแต่ละสีมีความยาวคลื่นที่ต่างกัน สีแดงมีความยาวคลื่นยาวที่สุด วัตถุบางอย่าง เช่น ไฟจราจรเปล่งแสงเฉพาะบางสี วัตถุอื่น ๆ ที่เรามองเห็นสีก็เพราะวัตถุเหล่านั้นสะท้อนแสงที่ส่องมา โดยมันจะดูดกลืนแสงบางสีเอาไว้ แลสะท้อนแสงสีอื่น ๆ ที่เหลือ ตัวอย่างเช่น ต้นหญ้าเขียว ๆ สะท้อนเฉพาะแสงสีเขียว

แสงสีขาว

เมื่อแสงสีขาวส่องบนวัตถุหลากสีชิ้นนี้ วัตถุจะสะท้อนสีหมดทั้งห้าสี

คลิกครับ


เรือดำน้ำอยู่ใต้น้ำครั้งละหลายสัปดาห์ได้อย่างไร

    เรือดำน้ำชื่อ นอติลุส  ที่สร้างโดยชาวอเมริกัน  ชื่อ โรเบิร์ต  ฟุลเลอร์   เมื่อ ค.ศ.   1800   และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกชื่อ   ยูเอสเอส นอติลุส  นั้นสร้างห่างกันเกือบ  160  ปี  นอติลุสลำแรกดำน้ำได้นาน    4   ชั่วโมง  และมีลูกเรือ  คน ส่วนลำหลังดำน้ำได้นานหลายสัปดาห์และมีลูกเรือกว่า  100 คน

  ลำใหม่ลำเก่า   เรือยูเอสเอส เวล  แทรกทะลุน้ำแข็งโผล่ขึ้นมาที่ขั้วโลกเหนือ  เมื่อ ค.ศ.   1696  (บน)   เรือพลังงานนิวเคลียร์ลำนี้ สามารถอยู่ใต้น้ำได้หลายสัปดาห์  ต่างจากเรือดำน้ำพลังงานไอน้ำของปี ค.ศ.   1877  (รูปเล็ก)   ซึ่งสามารถอยู่ใต้น้ำได้ประมาณ  ชม.  เท่านั้น และแล่นได้เพียงไม่กี่ กม.

คลิกครับ


หุ่นยนต์สมองอิเล็กทรอนิก

     คนมักเข้าใจว่าหุ่นยนต์คือเครื่องยนต์ที่ทำตัวเหมือนคนและมีลักษณะคล้ายคน  แต่หุ่นยนต์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันกลับดูไม่เหมือนคนเลย  เช่น หุ่นยนต์ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโลหะในโรงงานผลิตรถยนต์นั้นรูปร่างเหมือนปั้นจั่น  หุ่นยนต์ชนิดเคลื่อนไหวได้ซึ่งใช้งานในหน่วยกำจัดระเบิด มีรูปร่างเหมือนรถเข็นบนราง

     แต่กระนั้นหุ่นยนต์ก็สามารถทำงานต่าง ๆ ด้วยกิริยาที่คล้ายมนุษย์  คือทำงานหลายแบบได้อย่างต่อเนื่องกันไป  ไม่เหมือนเครื่องยนต์อัตโนมัติที่ทำงานซ้ำ ๆ อยู่อย่างเดียว  การเคลื่อนไหวของหุ่นควบคุมได้ด้วยความดันของน้ำมันหรือลมหรือควบคุมด้วยเครื่องยนต์ไฟฟ้า

คลิกครับ


เครื่องยนต์ทำให้ล้อหมุนไปได้อย่างไร

     เครื่องยนต์จะทำให้รถเคลื่อนไปได้ ก็ต่อเมื่อลูกสูบที่ชักขึ้นลงเพราะการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนั้นไปหมุนเพลาล้อเสียก่อน

การเร่งกำลังเครื่อง

     กำลังของเครื่องยนต์ 4 สูบที่ใช้กันทั่วไป เกิดจากการนำน้ำมันมาผสมกับอากาศ แล้วนำมาอัดและจุดให้เผาไหม้อยู่ในกระบอกสูบ (cylinder) ของเครื่องยนต์ แก๊สร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้จะดันลูกสูบ (piston) ให้ลงไปในกระบอกสูบ มีการตั้งช่วงเวลาให้เกิดการเผาไหม้ไล่เรียงกันไปทีละกระบอกเพื่อให้เครื่องมีกำลังอย่างต่อเนื่อง

คลิกครับ


ลายพิมพ์ DNA

     รหัสพันธุกรรม  “ดีเอ็นเอ”  ได้พลิกแนวทางการสืบสวนอาชญากรรม  วิธีนี้ช่วยให้ชี้ตัวบุคคลได้ถูกต้องแม่นยำที่สุดเท่าที่เคยมีมา  เพราะโอกาสที่ดีเอ็นเอของคน 2 คนจะบังเอิญตรงกันนั้นไม่มีเลย  ความรู้เรื่องดีเอ็นเอสามารถนำมาใช้พิสูจน์ได้ตั้งแต่ว่าใครเป็นบิดาของเด็ก  ไปจนถึงใช้ควบคุมการผสมพันธุ์สัตว์หายาก

     ศาสตราจารย์ อเล็ก เจฟฟรีย์ ชาวอังกฤษ  ผู้เชี่ยวชาญวิชาพันธุศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเลสเตอร์  ค้นพบวิธีพิสูจน์บุคคลด้วยหลักฐานของดีเอ็นเอ  ในระหว่างศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้

ดีเอ็นเอชี้ตัวคนร้าย   ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ (เส้นกลาง)   จากรอยเลือดที่พบในสถานที่เกิดเหตุ   เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยอีก  คน  พบว่าเส้นที่ใกล้สุดทางซ้ายมือมีลักษณะตรงกันทุกอย่าง   ส่วนเส้นอื่นมีบางอย่างคล้ายกันเท่านั้น  ดังนั้นจึงระบุตัวผู้กระทำผิดได้อย่างแน่ชัด  ส่วนอีก  คนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์

คลิกครับ


รถไฟแม่เหล็กลอยตัว

ความล่าช้า

     การเดินทางอย่างรวดเร็วนั้น ในความคิดของทุกคนมักจะนึกถึงการเดินทางโดยเครื่องบิน  แต่ปัจจุบันยานยนต์ที่เดินทางโดยใช้เวลาโดยรวมได้ใกล้เคียงกับเครื่องบิน  คือ รถไฟฟ้าแม่เหล็กลอยตัว ซึ่งอาศัยหลักการลอยตัวอยู่เหนือรางจากการเหนี่ยวนำไฟฟ้า  ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและจะเป็นการขนส่งมวลชนในอนาคตอันใกล้นี้

คลิกครับ


     4 ตุลาคม 1957

       
       ดาวเทียมสปุตนิก 1 ของสหภาพโซเวียต (รัสเซียในปัจจุบัน) นับได้ว่าเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ถูกส่งขึ้นยังอวกาศ โดยมีจรวดอาร์ – 7 เป็นพาหนะที่นำพาดาวเทียมดวงนี้ขึ้นสู่วงโคจร หลังจากนั้นจึงถูกปล่อยให้โคจรอยู่ห่างจากพื้นผิวโลกประมาณ 250 กิโลเมตร

คลิกครับ


ฟลูออเรสเซนซ์

         หลอดทดลองดังรูป  บรรจุสารละลายโซเดียมฟลูออเรสซีนไว้ในแสงปกติ  สารละลายมีสีแดงเรื่อ  แต่เมื่อฉายไฟซึ่งสว่างจ้าไปที่สารละลายในระยะประชิด  ฟลูออเรสซีนในสารละลายจะเรืองแสงเป็นสีเขียว

ความสว่าง  (Illumination)

ปริมาณแสงที่ตกบนพื้นผิวหนึ่งหน่วย

         วัตถุที่รับแสง  ได้มากจะเป็นวัตถุที่สว่างสุกใส  วัสดุโปร่งใส (transparent) เช่น แก้วใส เป็นวัสดุที่ยอมให้แสงผ่านได้ดี  วัสดุโปร่งแสง (translucent) เช่น  แก้วฝ้ายอมให้แสงบางส่วนผ่านได้  และวัสดุทึบแสง (opaque)  จะกั้นแสงทั้งหมดไว้

คลิกค่ะ


เครื่องจักรความร้อน

     ในเครื่องจักรความร้อน เราเปลี่ยนความร้อนให้เป็นงาน เครื่องจักเหล่านี้ใช้ประโยชน์ ในการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางอวกาศ และยังใช้เดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า ทำให้เรามีไฟฟ้าใช้

เครื่องยนต์สี่จังหวะ (Four-stroke engine)

คลิกครับ


 การบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

แบบรวดเดียวเป็นครั้งแรก

ชิงเงินรางวัล

     การบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแบบรวดเดียวโดยไม่มีการหยุดพักระหว่างทาง เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 16 ปีหลังจากที่พี่น้องตระกูลไรต์ใช้เครื่องบินที่พวกเขาประดิษฐ์ขึ้น  บินข้ามหมู่บ้านคิตตี ฮอว์ก ในรัฐนอร์ธ แคโรไลนา เป็นระยะทางบิน 37 .

     ความสำเร็จของการบินแบบรวดเดียวนี้เป็นฝีมือของนักบินชาวอังกฤษ 2 นาย คือนาวาอากาศเอกจอห์น  อัลค็อก  วัย 27 ปี  ซึ่งรับราชการเป็นนักบินในกองทัพอากาศระหว่างสงครามโลกครั้งที่ กับนาวาอากาศโทอาเธอร์ วิตเทน บราวน์  วัย 33 ปี  ซึ่งเกิดในครอบครัวชาวอเมริกันที่กรุงกลาสโกว์  ประเทศอังกฤษ  บราวน์เคยเป็นนักบินนำร่องมาก่อน  ภายหลังเขาคืนสัญชาติอเมริกันเพื่อเข้าร่วมกับกองบินแห่งราชนาวีอังกฤษในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1

บินสู่ชื่อเสียง  จอห์น อัลค็อก  และอาเธอร์  วิตเทน  บราวน์ (ด้านขวา ของภาพเล็ก)  ขับเครื่องบินทิ้งระเบิดวิกเคิร์ส  วิมี  ขึ้นจากทางวิ่งที่เป็นดงหญ้าขรุขระที่นิวฟันด์แลนด์ (ล่าง)  เพื่อบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแบบรวดเดียว

คลิกครับ


   การถ่ายรูป

 การประทับสิ่งที่มองเห็นลงไปบนกระดาษ 

       การถ่ายรูปเป็นศิลปะในการประทับภาพลงบนแผ่นกระดาษ หรือวัตถุอื่น ๆ  โดยใช้เลนซ์  ถ้าเลื่อนแว่นขยายไว้ข้างหน้าผนังที่อยู่ตรงข้ามกับหน้าต่าง  ให้แว่นขยายห่างจากผนังประมาณหนึ่งหรือสองนิ้ว  จะเห็นภาพของหน้าต่างบนฝาผนังนั้น  ภาพที่เกิดขึ้นเป็นภาพหัวกลับ  แต่เป็นภาพจริง  ทอมมัส  เวกวูด  เป็นคนแรกที่มีความคิดที่จะประทับภาพนี้ไว้  เขาได้ความคิดมาจากผลของการค้นคว้าของนักเคมีชื่อ  ชุลท์ส  ผู้ซึ่งพบว่าแสงสว่างทำให้เกลือของเงิน (เช่นเงินโบรไมต์) ดำลงได้   เวกวูดทำการทดลองร่วมกับ เซอร์ฮัมฟรีเดวี  โดยใช้กระดาษจุ่มลงไปในน้ำยาเงินโปรไมต์และเงินคลอไรด์ แล้วปล่อยให้ถูกแสง 

คลิกครับ


การถ่ายภาพความไวสูง

ภาพลูกกระสุนทะลุไข่  

       การถ่ายภาพแมลงกระพือปีกให้ดูเหมือนหยุดค้างโดยที่ภาพไม่พร่าไหวนั้น  จะต้องเปิดหน้ากล้องรับแสง (exposure)  เป็นระยะเวลาสั้นมากๆ  เกินกว่าที่กล้องถ่ายรูปธรรมดาจะทำได้  แม้จะรับแสงเป็นเวลาเพียง  1/1000  วินาที  ภาพของปีกก็ยังไม่คมชัด    จึงต้องให้ช่วงรับแสงสั้นลงอีก  10- 20 เท่า  คลิกครับ


กระจกอัจฉริยะ

      บทนำ

     สามารถปรับกระจกให้เป็นแบบโปร่งแสงหรือทึบแสง  และสะท้อนแสงบางสีได้  ไม่ต้องมีผ้าม่านหรือมู่ลี่  ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้อีกทาง

โครงสร้างกระจกแบบซัสเปนด์พาร์ติเกิล

      ดูจากในรูป  จะเห็นว่าโครงสร้างของกระจกแบบนี้จะประกอบไปด้วยกระจกประกบกันสองแผ่น  ผิวด้านในจะเคลือบด้วยสารตัวนำไฟฟ้า  ส่วนช่องตรงกลางจะเป็นสารแขวนลอยในรูปของเหลวหรือแผ่นฟิล์มบาง ๆ ซึ่งภายในจะบรรจุอนุภาคของสารแขวนลอย ซึ่งจะเป็นตัวบังแสง  ส่วนแหล่งจ่ายไฟตรงก็จะเป็นพลังงานจ่ายเลือกควบคุมแบบอัตโนมัติหรืแบบควบคุมด้วยเราเอง

คลิกครับ


รถเหาะตีลังกา  คนไม่หล่นได้อย่างไร

หกคะเมนตีลังกา  ผู้โดยสารสนุกกับการนั่งรถรางเหาะที่กำลังวิ่งควงสว่านด้วยความเร็วสูง  ที่ซีเวิลด์ ควีนสแลนด์

      เมื่อเรานั่งรถรางเหาะตีลังกาในสวนสนุก  ตัวเรายึดติดกับที่นั่งไว้ได้โดยไม่กระเด็นออกไป  ในทำนองเดียวกันกับเมื่อเราจับถังที่มีน้ำอยู่เหวี่ยงไปรอบ ๆ  น้ำในถังก็ไม่กระฉอกออกใส่

      ปรากฏการณ์แบบนี้คืออะไรกันแน่  และเกิดขึ้นได้อย่างไร

คลิกค่ะ


ดิ่งพสุธา  กีฬาล่องเวหน

 ความเร็วขั้นสุดท้าย

      ขณะที่นักดิ่งพสุธายืนอยู่ที่ปากประตูเครื่องบินในระดับความสูงเกือบ 3,700 . จากพื้นดินนั้น โลกเบื้องล่างที่มองผ่านกลุ่มเมฆลงมาจะเห็นเป็นเพียงหย่อมสีต่าง ๆ  ตึกรามบ้านช่องแลดูกระจิริดจนมองแทบไม่เห็น

เมื่อจะเข้าต่อตัวกัน  เขาก็จะกางร่มออกทันที  นักดิ่งพสุธาจะต่อตัวกันโดยเริ่มจาก 2 คนก่อน  จากนั้นคนอื่นๆจึงเรียงเข้ามาต่อทีละคน ไล่ขึ้นมาจากล่าง การต่อตัวซ้อนกันของนักดิ่งพสุธา  เคยมีสถิติทำได้ถึง  24  คน

คลิกค่ะ


ความลับของโลกและคำตอบของคำถาม

 โลกเต็มไปด้วยความลี้ลับ

      คนที่สนใจศึกษาเรื่องโหราศาสตร์คนหนึ่งบอกว่าการทำนายอนาคตและความเป็นไปในชีวิตวันข้างหน้าของใครคนใดก็ตาม นั่นเท่ากับว่าเขากำลังไขกุญแจความลับของโลก  ซึ่งโลกที่เต็มไปด้วยความลับไม่อนุญาตให้ใครทำเช่นนั้น

คลิกค่ะ


1.        การหักเหของแสงและการเกิดสีรุ้ง

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลางซึ่งเปลี่ยนชนิดไป แสงจะเกิดการหักเหขึ้น ตามกฎของเสนลล์ ( Snell's Law) ค่าดัชนีการหักเหของแสงจะขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุที่แสงนั้นผ่านเข้าไป ซึ่งจะทำให้มุมการหักเหของแสงนั้นไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างในรูปที่ 1 เป็นการเปรียบเทียบมุมการหักเหของแสงในแก้ว และในอากาศซึ่งจะเห็นได้ว่าแก้วสามารถหักเหแสงได้มากกว่าน้ำ ซึ่งค่าดัชนีการหักเหของแก้วก็จะมากกว่าน้ำตามไปด้วย


รูปที่ 1 ลักษณะการหักเหของแสงที่เกิดขึ้นเมื่อแสงเดินทางผ่านแก้ว และน้ำ [1]

ยิ่งไปกว่านั้น แสงซึ่งมีช่วงความยาวคลื่นต่างกัน จะมีมุมของการหักเหที่ต่างกัน ตัวอย่างซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือปริซึม ( Prism) เมื่อแสงสีขาวเดินทางผ่านแท่งปริซึม แสงที่ออกมาจากปริซึมจะมีสีที่ต่างกันออกไปดังแสดงในรูปที่ 2

 
รูปที่ 2 แสงสีขาวซึ่งส่องผ่านปริซึมจะถูกแยกสีออกมาได้หลายสี [1]

และเมื่อทำการในช่วงแสงซึ่งตาเราสามารถเห็นได้ (แดงไปจนถึงน้ำเงิน) ดัชนีการหักเหของแสงซึ่งมีช่วงความยาวคลื่นต่างกันในวัสดุต่างชนิดกันจะมีค่าซึ่งแสดงในตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ค่าดัชนีการหักเหของแสงในวัสดุต่างชนิดกัน และในช่วงความยาวคลื่นของแสงที่ต่างกัน [1]

วัสดุ

แดง
( 656.3 นาโนเมตร)

เหลือง
( 589.3 นาโนเมตร)

น้ำเงิน
( 486.1 นาโนเมตร)

แก้ว คราวน์

1.515

1.517

1.524

แก้ว ฟลินท์

1.622

1.627

1.639

น้ำ

1.331

1.333

1.337

คาร์บอน ไดซัลไฟด์

1.618

1.628

1.652


2.        การเกิดสีรุ้งในภาพจากเลนส์

จากพฤติกรรมตามธรรมชาติของการหักเหแสงในวัสดุต่าง ๆ ข้างต้น ส่งผลให้ภาพที่เกิดขึ้นจากเลนส์เป็นสีรุ้งขึ้นดังแสดงในรูปที่ 3 แสงเดินทางตั้งฉากกับเลนส์ทางด้านซ้าย แล้วผ่านเลนส์ออกไปทำให้เกิดจุดโฟกัสของแสงในด้านขวา แต่เนื่องจากดัชนีการหักเหของแสงในช่วงความยาวคลื่นแสงมีความต่างกัน จึงทำให้จุดโฟกัสของแสงในช่วงความยาวคลื่นต่าง ๆ ต่างมีจุดโฟกัสของตัวเอง โดยจากรูปจะเห็นว่าแสงสีน้ำเงินมีความยาวโฟกัสสั้นสุดเมื่อเทียบกับสีอื่น และแสงสีแดงจะมีความยาวโฟกัสที่มากสุด เราเรียกความคลาดเคลื่อนของสีแบบนี้ว่าความคลาดเคลื่อนสีตามแนวแกน (Longitudinal Chromatic Aberration)

 
รูปที่ 3 การเกิดจุดโฟกัสของแสงที่มีความยาวคลื่นแสงต่างกันในแนวแกน [2]

เมื่อยกตัวอย่างจากภาพของจริงในภาพที่ 4 ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบภาพที่ถ่ายโดยมีจุดโฟกัสที่ดีที่สุด (ภาพด้านซ้าย) กับภาพที่มีจุดโฟกัสสั้นกว่าความเป็นจริงไปเล็กน้อย จะเห็นว่าสีที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนไปอยู่ในโทนสีที่ใกล้สีน้ำเงินมากขึ้น


รูปที่ 4 ภาพเปรียบเทียบระหว่างภาพที่มีการโฟกัสในจุดที่ดีที่สุด (ภาพทางซ้าย)
และภาพที่มีการโฟกัสสั้นกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย (ภาพทางขวา) [2]
 

ในขณะที่เมื่อภาพที่เราสังเกตไม่ได้อยู่กึ่งกลางของเลนส์ แต่อาจอยู่ตรงมุมของเลนส์จะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนสีตามแนวตั้งฉาก (Lateral Chromatic Aberration) ดังแสดงในรูปที่ 5

 
รูปที่ 5 การเกิดจุดโฟกัสของแสงที่มีความยาวคลื่นแสงต่างกันในแนวตั้งฉาก [2]
 

โดยลักษณะอาการดังกล่าวสามารถสังเกตได้จากรูปตัวอย่าง รูปที่ 6 () ซึ่งเป็นรูปที่ถ่ายให้เห็นมุมกว้าง โดยเมื่อสังเกตที่ไม้กางเขนที่อยู่ด้านบนขวาของรูป ภาพที่ได้จากการขยาย (รูปที่ 6 ( )) จะเห็นสีซึ่งคลาดเคลื่อนโดยมีสีในโทนสีเขียวอยู่ด้านนอกจากจุดศูนย์กลางของภาพและมีสีม่วงอยู่ด้านใน


()


()

รูปที่ 6 ภาพที่เกิดการคลาดเคลื่อนของสีในแนวตั้งฉาก [2]


3.        การแก้สีรุ้งของเลนส์

การแก้สีรุ้งของภาพที่เกิดจากเลนส์สามารถแก้ได้โดยการใช้แก้วซึ่งมีค่าดัชนีการหักเหต่างกัน 2 ชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกัน โดยใช้เลนส์นูนซึ่งมีดัชนีการหักเหแสงที่น้อยกว่าเป็นตัวรับแสง แล้วทำการส่งแสงต่อไปยังเลนส์เว้าซึ่งมีดัชนีการหักเหแสงที่มากกว่า ซึ่งจะสามารถทำให้จุดรวมแสงของแสงในคลื่นความยาวต่าง ๆ มารวมจุดเดียวกัน ดังแสดงในรูปที่ 7


รูปที่ 7 การแก้สีรุ้งด้วยเลนส์นูนและเลนส์เว้าซึ่งมีค่าดัชนีการหักเหแสงต่างกัน [3]


4.        ชนิดและประสิทธิภาพของเลนส์ใกล้ตา[3]

เลนส์ใกล้ตาอันแรกได้ถูกสร้างขึ้นนอกเหนือจากแว่นตาทั่วไป ในช่วงปี 1608-1609 โดย ฮานส์ ลิเปอร์ชี่ ( Hans Lipershy ) มันเป็นเลนส์นูน แต่ก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจถึงหลักการทำงานของเลนส์ใกล้ตานั้นดีนัก ซึ่งหลังจากนั้น 5-6 ปี ฮานส์ได้สร้างเลนส์ใกล้ตาที่ใช้อย่างจริงจังขึ้น

เลนส์ใกล้ตาแบบ Galilean (Negative)

เลนส์ใกล้ตาแบบกาลิเลี่ยน ( Galilean) (เลนส์ใกล้ตาแบบเนกาทีฟ ( Negative)) ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย Galileo Galilie ในปี 1610 เลนส์ใกล้ตานี้สร้างขึ้นโดยใช้เลนส์เว้า พบปัญหาทางระบบการหักเหแสงซึ่งทำให้ภาพบิดเบี้ยวไป แต่อย่างไรก็ตาม ข้อดีของเลนส์ใกล้ตานี้คือให้ภาพหัวตั้ง แต่อย่างไรก็ตามเลนส์ใกล้ตานี้ได้มักจะใช้ในกล้องส่องทางไกลเด็กเล่นทั่วไป และรวมถึงกล้องดูโอเปรา ( opera glasses) ซึ่งมีราคาไม่แพง

 

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Positive

เลนส์ใกล้ตาแบบโพสิทีฟ ( Positive) ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย ฮาลล์ (Hall) ในปี 1615 เลนส์ใกล้ตานี้ใช้เลนส์ นูนสองด้านในการประดิษฐ์ และการค้นพบครั้งนี้ทำให้ผู้คนสนใจการใช้กล้องดูดาวเพิ่มขึ้น และเป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบเลนส์ใกล้ตาในยุคต่อ ๆ มา

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Huygens

หลายสิบปีต่อมา ในปี 1703 เลนส์ใกล้ตาแบบไฮเกนส์ (Huygens) ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย คริสเตียน ไฮเกนส์ (Christian Hygens) ซึ่งเป็นเลนส์ใกล้ตาที่มีราคาไม่แพง มีลักษณะการออกแบบ และสร้างได้ง่าย โดยใช้เลนส์นูนด้านเดียว 2 ตัวเรียงต่อกัน แต่ใช้งานได้ไม่ดีเมื่อใช้กับกล้องดูดาวซึ่งมีขนาด F ratio ที่ต่ำกว่า f/10 โดยจะพบความคลาดเคลื่อนในหลายๆ อย่างของภาพที่ได

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Mittenzway

โมริทซ์ มิทเทนซ์เวย ( Moritz Mittenzway) ได้ปรับปรุงการออกแบบเลนส์ใกล้ตาแบบ ไฮเกนส์ ในปี 1865 โดยได้เปลี่ยนการใช้เลนส์นูนด้านเดียวไปเป็นการใช้เลนส์นูนแกมเว้า ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานเหมาะขึ้นกับกล้องซึ่งมี F ratio ประมาณ f/8

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Ramsden

และในปี 1782 เจซซี่ แรมส์เดน ( Jesse Ramsden) ได้ประดิษฐ์เลนส์ใกล้ตาขึ้นโดยใช้เลส์นูนด้านเดียว 2 ชิ้น หันด้านนูนเข้าหากัน ข้อดีของเลนส์ใกล้ตาประเภทนี้คือจะไม่มีการบิดเบี้ยวของรูปขึ้นและเป็นต้นแบบพื้นฐานซึ่งใช้ในการผลิตเลนส์ใกล้ตาประเภท เคลเนอร์ ( Kellner) และ พลอซเซิล ( Plossl) ในยุคถัดมา โชคไม่ดีที่เลนส์ใกล้ตาประเภทนี้มีปัญหาเรื่องของระยะห่างในการมองเห็น ( eye relief) ซึ่งสั้นมาก นั่นหมายความว่าถ้าคุณต้องการมองภาพจากกล้องดูดาว คุณจะต้องส่องผ่านเลนส์ใกล้ตาในระยะใกล้มาก ยิ่งไปกว่านั้น เลนส์ใกล้ตาประเภทนี้ยังพบปัญหาจากการคลาดของสี ( chromatic aberration) และความคลาดเนื่องจากทรงโค้ง ( spherical aberration) นั่นหมายความว่า ภาพที่ได้จะเกิดทั้งสีรุ้ง และความคมชัดของภาพจะไม่สม่ำเสมอเท่ากันทั้งมุมมองของเลนส์ใกล้ตา(อันเนื่องมาจากจุดโฟกัสที่เหมาะสมของภาพเป็นทรงโค้งจึงทำให้เมื่อปรับความคมชัดของภาพที่อยู่ตรงกลางชัด ภาพที่ขอบก็จะไม่ชัด และในทางตรงข้ามกัน เมื่อปรับความคมชัดของภาพที่อยู่ขอบให้ชัด ภาพที่จุดตรงกลางก็จะไม่ชัด)

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Kellner

คาร์ล เคลล์เนอร์ ( Carl Kellner) ได้ปรับปรุงเลนส์ใกล้ตาในรูปแบบของ Ramsden ขึ้นใหม่ในปี 1849 ซึ่งการปรับปรุงครั้งนี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเลนส์ใกล้ตาสมัยใหม่ สิ่งที่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากคือการใช้เลนส์ใกล้ตาซึ่งเป็นเลน์อะโครมาติก ( achromatic ) ที่ต่อกัน 2 ตัว ซึ่งระบบนี้สามารถแก้อาการสีรุ้งได้ดี โดยจุดเด่นของเลนส์ใกล้ตานี้คือ มีระยะห่างในการมองเห็นที่ดี และแทบจะขจัดปัญหาเรื่องของความคลาดเคลื่อนต่าง ๆ ได้เกือบหมด เลนส์ใกล้ตานี้ยังสามารถใช้ได้ดีเมื่อใช้กับกล้องดูดาวซึ่งมี F ratio ที่ต่ำถึง f/6 ข้อเสียหลักของเลนส์ใกล้ตาประเภทนี้คือการที่มีแนวโน้มจะเกิดการกระเจิงของภาพภายในเลนส์ใกล้ตา ( ghost) ซึ่งราคาอยู่ในระดับปานกลาง

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Plossl

ซิมอน พอลซเซิล ( Simon Plossl) ได้ดัดแปลงลักษณะการออกแบบของเคล์ลเนอร์ในปี 1860 เลนส์ใกล้ตาแบบนี้ใช้เลนส์อะโครมาติก สองชุดซึ่งจะช่วยลดความคลาดต่าง ๆ ได้มากกว่าเลนส์ใกล้ตาแบบ เคลล์เนอร์ ยิ่งไปกว่านั้น เลนส์ใกล้ตานี้สามารถใช้กับกล้องดูดาวซึ่งมีอัตราส่วน F ratio ได้สั้นถึง f/4 ซึ่งเลนส์ใกล้ตานี้เป็นระบบซึ่งแพร่หลายแม้แต่ในกล้องขนาดใหญ่เช่น Meade LX200 16” SCT

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Orthoscopic

เอร์นิสต์ คาร์ล แอบเบ ( Ernst Karl Abbe) ได้ประดิษฐ์เลนส์ใกล้ตาแบบ orthoscopic ขึ้นในปี 1880 ลักษณะการออกแบบหลักของเลนส์ใกล้ตาได้เปลี่ยนไปโดยการใช้เลนส์ประกบกัน 3 ตัว ( triplet) ซึ่งการออกแบบเลนส์ประเภทนี้สามารถพูดได้ว่าเป็นการออกแบบที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 ก็ว่าได้ ซึ่งเลนส์ใกล้ตาประเภทนี้รวมเอาคุณสมบัติที่ดีของระยะห่างในการมองเห็นผนวกกับการไร้ซึ่งการบิดเบี้ยวของภาพที่ขอบของเลนส์ใกล้ตา (อาการโคมา ( coma aberration )) รวมถึงความคลาดอื่น ๆ ซึ่งแก้ไว้ในระดับที่ดี

ราคาของเลนส์ใกล้ตาประเภทนี้อยู่ในระดับกลาง สิ่งที่ทำให้เลนส์ใกล้ตาประเภทนี้น่าจดจำคือการออกแบบให้มุมภาพที่มองเห็น ( field of view) ที่อยู่ระหว่าง 30 ถึง 50 องศา ซึ่งเป็นที่นิยมจวบถึงปัจจุบัน

 

เลนส์ใกล้ตาแบบ Erfles และ Konigs

เลนส์ใกล้ตาแบบเออร์เฟิลส์ ได้ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1917 โดย เฮียนริช เออร์เฟิลส์ ( Heinrich Erfle) โดยมีจุดเด่นที่มุมของภาพที่มองเห็นที่กว้างเป็นพิเศษ (ประมาณ 60 ถึง 70 องศา) แต่เลนส์ใกล้ตาประเภทนี้มีข้อเสีย คือคุณภาพของภาพที่มองเห็นตรงขอบจะด้อยกว่าตรงกลาง และในปี 1930 อัลเบอร์ท โคนิก ( Albert Konig) ได้พัฒนาการออกแบบของ เออร์เฟิลส์ ให้สามารถผลิตเลนส์ใกล้ตาซึ่งมีความยาวโฟกัสได้สั้นลง

 

[1] http://www.olympus.com/
[2] http://www.vanwalree.com/
[3] http://www.frostydrew.org/observatory


การหักเหของแสง


 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

สามปอยขุนตาล (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กันเกรา (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กุมาริกา (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

คัดเค้า (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กลาย  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กุหลาบพันปี  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ไข่ดาว  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ชาปัตตาเวีย (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

นมแมว  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ปีป  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พะยอม  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พุดตะแคง  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พุดตาน (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พุดน้ำมนุษย์  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พุทธชาด  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พุดสามสี (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

มะลิซ้อน  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

มะลิลา  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ยี่หุบ  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ยี่โถ (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

แย้มปีนัง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

รัตมา (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ราชาวดี  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ราชาวดีป่า  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ราตรี (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ราตรีสีทอง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ราตรีสีม่วง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ราตรีสวรรค์ (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ทิวาราตรี (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

รำเพย  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ลีลาวดี  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ลำดวน  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

เล็บมือนาง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

สร้อยฟ้า  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

สายหยุด  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

สารภี (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

นมตำเลีย  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

โฮย่า  ผกาแก้ว  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

หิรัญญิการ์  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

อโศก  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

โลกพวง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ซ่อนกลิ่น  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

จำปีแขก (ไม้ดอกหอม)

 

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

มะลิหลวง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

นมควาย  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ยอป่า  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

รวงผึ้ง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ราชพฤกษ์  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

แวววิเชียร  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

หนามแดง  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ชมนาด  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

นมแมวซ้อน (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ช้างน้าว (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

เปลวสุริยัน (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

สร้อยไพริน  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

บุหงาเซิง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

สีเสียดเหนือ  (ไม้ดอกหอม)


 

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

มหาหงส์ (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

บัวหลวง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กุหลาบ  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ช้างกระ  (ไม้ดอกหอม)

 

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

เอื้องแซะ  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ช้างสารภีน้อย  (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ไอยเรศ  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

มะลุลี (ไม้ดอกหอม)

 

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

รสสุคนธ์  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

การเวก (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พวงแก้วมณี  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พุทธชาดก้านแดง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ชะลูดช้าง  (ไม้ดอกหอม)

 

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

ถ้วยทอง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

โนรา (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กระดังงาไทย (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กาละสองคำ  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

แก้ว (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พิกุล  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

พญาสัตบรรณ  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กระถินณรงค์  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

จำปา  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

จำปี  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

มณฑา (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

มณฑาป่า  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

เข็มขาว  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

โมกใหญ่  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

บุหงาลำเจียก  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

บุหงาส่าหรี (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

กาหลง  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

โมก  (ไม้ดอกหอม)

ไม้ดอกหอม

โดย อาจารย์ เศรษมันตร์ กาญจนกุล

โมกแดง  (ไม้ดอกหอม)

 

 

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์