เครื่องดักฝุ่นไฟฟ้าสถิต

ควันปริมาณมากที่มาจากโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมก่อให้เกิดมลภาวะ  ควันเหล่านี้คือ  ฝุ่นละอองและขี้เถ้า  ซึ่งใช้ไฟฟ้าสถิตแยกออกมาได้  โดยใช้เส้นลวดขึงตามแนวเส้นศูนย์กลางของปล่องควัน  เส้นลวดนี้ถูกทำให้มีความจุไฟฟ้าบวกประมาณ  50000 โวลต์  ซึ่งทำให้ก๊าซที่อยู่รอบๆมีประจุไฟฟ้า  หรือเกิดเป็นไอออนขึ้น  ด้วยวิธีนี้อนุภาคควันจึงมีประจุไฟฟ้าบวก  และถูกผลักโดยเส้นลวดที่ขึงไว้ให้เคลื่อนที่ไปติดอยู่กับแผ่นโลหะที่ต่อลงดินไว้จึงมีฝุ่นติดอยู่  เมื่อใช้ค้อนเคาะที่แผ่นโลหะเพียง  2-3  นาที  ขี้เถ้าก็จะตกลงมายังถังเก็บ  และนำไปใช้ทำอิฐสร้างบ้านต่อไป  แอร์ยี่ห้อ ไซโจ เดนกิ  ที่บอกว่ามีระบบการกรองฝุ่น  ก็เป็นแบบนี้

การพิมพ์ลายนิ้วมือ

วิธีนี้ใช้พิมพ์รอยนิ้วมือบนกระดาษได้  โดยวางกระดาษใกล้กับเส้นลวด  ที่มีประจุเหมือนกับเส้นลวดในปล่องควัน  ใช้ผงละเอียดสีดำแทนควันผงจะติดกับลายนิ้วมือ  แต่ไม่ติดกับกระดาษส่วนอื่น  เครื่องถ่ายเอกสารก็ทำงานอย่างนี้

การพ่นสี

อุปกรณ์พ่นสีไฟฟ้สถิตใช้พ่นสีรถจักรยานและรถยนต์  เมื่อพ่นสีมประจุไฟฟ้าจะทำให้การพ่นสีเกาะดีขึ้น  ละอองสีที่พ่นออกไปมีประจุไฟฟ้าชนิดเดียวกันจึงผลักกัน  สีจึงกระจายกว้างออกไปเหมือนเมฆ  ผิวของวัตถุจะดูดละอองสีที่มีประจุนี้ไว้  เพราะมีประจุตรงข้ามกัน  จึงใช้สีน้อย  หลักการนี้ใช้พ่นยาและปุ๋ยทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ

สายล่อฟ้า

เมื่อเมฆมีประจุลบเคลื่อนผ่านข้างบน  มันจะเหนี่ยวนำประจุบวกที่ปลายโลหะล่อฟ้าที่มีลักษณะแหลม  ปลายโลหะล่อฟ้าจะผลักไอออนบวกเข้าไปยังเมฆ  เพื่อทำให้เป็นกลาง  จึงไม่เกิดฟ้าแลบ  อิเล็กตรอนที่ถูกดูดโดยตัวนำจะเคลื่อนลงสู่พื้นดิน จึงมีกระแสไหลผ่านตัวนำ 

ตัวเก็บประจุ

ตัวเก็บประจุมีใช้ในเครื่องรับวิทยุ  โทรทัศน์   และวงจรไฟฟ้ามากมาย  ขนาดของความจุมักจะวัดเป็นไมโครฟารัด    ตัวเก็บประจุธรรมดาทำด้วยแผ่นโลหะบางยาว  2  แถบ  มีฉนวนกั้นไม่ให้แตะกัน (กระดาษชุบไขหรือพลาสติก)  แล้วม้วนให้แน่นเป็นท่อนกลมคล้ายแยมโรล  เมื่อแถบโลหะหนึ่งถูกทำให้เป็นประจุบวก  และอีกแถบหนึ่งเป็นประจุลบ  ตัวเก็บประจุนี้จะเก็บประจุไฟฟ้าได้ มันเก็บประจุไฟฟ้าไว้คล้ายกับแบตเตอรี่ขนาดเล็ก

ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คนเยอรมันภูมิใจมากที่พวกเขาสามารถสร้างเรือเหาะขนาดใหญ่ เท่ากับสนามฟุตบอล 3 สนามรวมกันได้สำเร็จ เขาขนานนามมันว่า เรือเหาะฮินเดนเบอร์ก ข้างในเรือเหาะแบ่งออกเป็น 16 ห้อง แต่ละห้องบรรจุแก๊สไฮโดรเจนซึ่งเป็นแก๊สที่เบาที่สุดในโลก ซึ่งช่วยให้เรือเหาะลำนี้สามารถลอยอยู่ในอากาศ และยังบรรทุกผู้โดยสารได้หลายร้อยคน อย่างไรก็ตามแก๊สไฮโดรเจนเป็นแก๊สที่อันตรายมาก เพราะมันติดไฟได้  มีต่อ

จาวาแอ๊พเพล็ต แสดงการอัดและการคายประจุ   ลองทดลองดู 

ทฤษฎีแห่งสัมพัทธภาพ มีต้นกำเนิดมาจากพฤติกรรมแปลกๆ ของแสง กล่าวคือ ในตอนแรกนักวิทยาศาสตร์ต่างพยายามหาอัตราเร็วของแสง เมื่อหาได้แล้วก็หันมาพิจารณาถึงตัวกลางที่แสงเดินทางผ่าน บรรดานักวิทยาศาสตร์ต้องพบกับความฉงน และด้วยความฉงนดังกล่าวนี้ที่ทำให้เกิดความคิดอันเป็นพื้นฐานของทฤษฎีแห่งสัมพัทธภาพ  มีต่อ

8-1-45

แสงแรกในสยาม

รูปแสดงแสงซินโครตรอนจาก bending magnet ของวงแหวนกักเก็บอิเล็กตรอน

เที่ยงวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2544 ทีมนักฟิสิกส์และวิศวกรของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ ได้ประสบความสำเร็จในการเร่งอิเล็กตรอนขึ้นถึงพลังงาน 1 GeV (หนึ่งพันล้านอิเล็กตรอนโวลต์ หรือเทียบเท่าความเร็วอิเล็กตรอน ประมาณ 0.999999 เท่าของความเร็วแสง) และเห็นแสงซินโครตรอนซึ่งถูกปลดปล่อยจากอิเล็กตรอนพลังงานสูง ขณะเลี้ยวโค้งในสนามแม่เหล็กของ bending magnet ใน booster synchrotron

จากนั้น ในวันที่ 17 ธันวาคม 2544 ทีมนักฟิสิกส์และวิศวกรดังกล่าว ได้ประสบความสำเร็จในการกักเก็บลำอิเล็กตรอนภายในวงแหวนกักเก็บอิเล็กตรอน (storage ring) ของเครื่องกำเนิดแสงสยาม และเห็นแสงซินโครตรอนจาก bending magnet ของวงแหวนกักเก็บอิเล็กตรอนเป็นครั้งแรก

จากนี้ กระบวนการต่อไปคือการกักเก็บลำอิเล็กตรอนเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อรอให้กระบวนการ photodesorption (คือปรากฏการณ์ที่แสงซินโครตรอนทำอันตรกิริยากับผนังท่อสุญญากาศ และเกิดการปลดปล่อยโมเลกุลที่ฝังตัวอยู่ออกมา ทำให้ความดันในท่อสุญญากาศเพิ่มขึ้น) เสร็จสิ้น จนความดันในท่อสุญญากาศของวงแหวนกักเก็บอิเล็กตรอนลดลงเหมือนเดิม และคงที่ที่ระดับ ultra high vacuum (ความดันประมาณ 10-11 Torr)

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการ photodesorption เครื่องกำเนิดแสงสยามจะเริ่มให้บริการแสงซินโครตรอนเพื่องานวิจัยแก่นักวิจัยทั่วประเทศ และเริ่มต้นศักราชของงานวิจัยระดับสูงด้วยแสงซินโครตรอนในประเทศไทย

จากวิชาการดอทคอม
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แหล่งข่าวจาก ดร. Supagorn Rugmai แห่ง National Synchrotron Research Center

ราชสำนักสวีเดนได้ประกาศรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2543
ให้แก่นักฟิสิกส์ที่ศึกษาด้านสารกึ่งตัวนำ โดยได้แบ่งรางวัลเป็นสองส่วน

ส่วนแรกให้แก่นักฟิสิกส์สองท่านคือ

- Zhores Alferov แห่งสถาบันวิจัย A F Ioffe ในเมือง St Petersburg ประเทศรัสเซีย

- Herbert Kroemer แห่งมหาวิทยาลัย University of California at Santa Barbara ประเทศสหรัฐอเมริกา

เนื่องจากการค้นพบโครงสร้างสารกึ่งตัวนำแบบ heterostructures
ซึ่งใช้อย่างแพร่หลายในอุปกรณ์ opto-electronics

ส่วนอีกครึ่งหนึ่งให้กับ Jack Kilby แห่งสถาบัน Texas Instruments ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวงจร integrated circuits หรือ IC

ผลงานของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสามมีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นการนำโลก
เข้าสู่ยุค information technology

จากวิชาการดอทคอม

ชายน่า(Chyna) สาวน้อยของโลกดิจิตอลคนใหม่ที่สร้างโดยชาวจีน

ผู้สร้างจากจีนแผ่นดินใหญ่ได้สร้างตัวละครใหม่ด้วยคอมพิวเตอร์เป็นผลสำเร็จ เธอชื่อ "ชายน่า" (Chyna) ที่เรียกในภาษาจีนว่า "ติง นา" โดยภาพยนตร์การ์ตูนอะนิเมชั่นความยาว 5 นาทีจะเปิดฉายโชว์ครั้งแรกในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นจะออกมาเป็นอัลบั้มเพลง, ของเล่น, สมุดภาพ, รายการโทรทัศน์และวิดีโอเกม ส่วนภาพยนตร์สั้นสมบูรณ์ของตัวละครใหม่นี้จะออกฉายในเดือนพฤษภาคมปีหน้า

 

        "ชายน่า" ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ให้เป็นเด็กสาววัย 17 -18 ปี สูง 5 ฟุต 7 นิ้ว ใบหน้าออกทางเอเชียแต่มีรูปร่างพร้อมกับใส่ชุดว่ายน้ำแบบนางแบบจากสแกนดิเนเวีย โดยใช้เทคโนโลยีคล้าย ๆ กับตัวละครในหนัง Final Fantasy : The Spirit Within สร้างโดยดรีม สเปซ ดิจิตอล อิมเมจ จากเมืองจีน ซึ่งจะเป็นตัวละครใหม่ออกมาประชันกับ ลาร่า ครอฟท์ ที่เป็นวิดีโอเกมและสร้างเป็นหนังจอใหญ่เมื่อเร็ว ๆ นี้.

จากบ้านวิดยา

หนังสือภาษาอังกฤษ  ฉบับหนึ่ง  ในปีค.ศ. 1934  ได้สัมภาษณ์ไอนส์ไตน์  ถึงความพยายามนำพลังงานจากภายในอะตอมว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน  ตอนนั้นสงครามโลกครั้งที่สองยังไม่ยุติ  ไอสน์ไตน์ตอบว่า การจะนำพลังงานจากนิวเคลียร์ของอะตอมมาใช้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย  มันเป็นได้แต่เพียงทฤษฎี   อีกไม่กี่ปี หลังจากที่ไอสน์ไตน์สัมภาษณ์ระเบิดอะตอม 2 ลูก  ก็สำแดงฤทธิ์เดช  ถูกนำไปทิ้งที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ  เป็นการพิสูจน์  ว่าไอสน์ไตน์ก็คาดเดาความก้าวหน้าทางด้านนิวเคลียร์ไม่ถึงเหมือนกัน  สัปดาห์หน้า ฟิสิกส์ราชมงคล จะนำวิธีการทำระเบิดนิวเคลียร์มาลงในอินเตอร์เน็ต  ผู้สนใจสามารถคลิ๊กมาดูได้

       เมื่อเดือนกันยายน ปีค.ศ. 1933 รัทเธอร์ฟอร์ด  ผู้ทดลองยิงอนุภาคนิวตรอนไปที่อะตอม และทำให้อะตอมแตกได้สำเร็จเป็นคนแรก ได้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า  การนำพลังงานจากภายในอะตอมเป็นเรื่องตลก  และไม่น่าจะเป็นไปได้ ตอนนั้นสงครามโลกครั้งที่สองยังไม่ยุติ  มีนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่เชื่อในคำพูดของท่านและพยายามนำพลังงานอันมหาศาลจากอะตอมออกมาได้จนสำเร็จ   เป็นที่น่าแปลกใจที่ว่า นักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ใกล้ชิดกับอะตอมมากที่สุดกลับไม่เชื่อว่าจะนำเอาพลังงานจากอะตอมออกมาได้  ขอเวลาอาทิตย์หน้า ฟิสิกส์ราชมงคลจะนำเทคนิคการทำระเบิดนิวเคลียร์มาเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต    การทดลองของรัทเทอร์ฟอร์ด

 

...โนเบลสาขาวิทยาศาสตร์ 2001....

ทุกๆ  ปี มูลนิธิโนเบล จะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น 6 สาขาคือ เคมี ฟิสิกส์การแพทย์ วรรณกรรม สันติภาพ และเศรษฐศาสตร์ สำหรับรางวัลสาขาทางวิทยาศาสตร์ 3 สาขา ในปีนี้มอบแด่นักวิทยาศาสตร์จำนวน 9 คน ทุกคนล้วนมีส่วนสร้างสรรค์ความรู้ที่ยังประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ มีใครบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

โวล์ฟกัง เคตเทอร์ลี           คาร์ วีแมน        

      อีริค คอร์เนลล์

โวล์ฟกัง เคตเทอร์ลี แห่งสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซ็ตต์ และสองนักวิจัย คาร์ วีแมน และ อีริค คอร์เนลล์ แห่ง JILA ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่โบลเดอร์ โคโลราโด ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกัน จากการศึกษาเรื่องโบส-ไอน์สไตน์ คอนเดนเสต (Bose-Einstein Condensate : BECs)

คอนเดนเสตเป็นรูปแบบอย่างใหม่ของสสารซึ่งเป็นสถานะที่แปลกออกไป กล่าวคือเป็นสถานะกลุ่มของอะตอม มีพฤติกรรมเหมือนอนุภาคเดี่ยวๆ ซึ่งคอนเดนเสตนี้ สร้างขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรกโดย วีแมนและคอร์เนลล์ เมื่อ พ.ศ. 2538  โดยนำอะตอมของธาตุรูบิเดียมมาใส่ไว้ในสภาวะเย็นจัดเกือบ 0 องศาสัมบูรณ์ ส่วนคณะของเคตเทอร์ลี ก็สามารถสร้างคอนเดนเสตได้ ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น

ทฤษฎีว่าด้วยโบส-ไอน์สไตน์ คอนเดนเสตนั้น ไอน์สไตน์เป็นผู้นำเสนอแนวคิด เมื่อ พ.ศ. 2467 และได้รับการสานต่อโดยนักฟิสิกส์ชาวอินเดีย คือ สัตเยนทรา นาถ โบส ทฤษฎีนี้กล่าวว่า อนุภาคทุกชนิดเป็นได้ทั้งโบซอน (อนุภาคที่เป็นไปตามหลักการทางสถิติโบส-ไอน์สไตน์ ได้แก่ โฟตอน, ไพ เมซอน, นิวเคลียสทุกชนิดที่มีอนุภาคอยู่เป็นคู่ และอนุภาคทุกชนิดที่มีการหมุนอย่างสมบูรณ์) และ เฟอร์มิออน (อนุภาค เช่น อิเล็กตรอน โปรตอน หรือ นิวตรอน ที่เป็นไปตามกฎฟังก์ชันคลื่น เมื่ออนุภาคที่เหมือนกันหลายอนุภาค เปลี่ยนไปเมื่อพิกัดของคู่ใดๆ เปลี่ยนไป ซึ่งอนุภาคนี้เป็นไปตามหลักการกีดกันของเพาลีด้วย) ทฤษฎีควอนตัมกล่าวว่า เฟอร์มิออนสองอนุภาค ไม่อาจอยู่ในสถานะทางควอนตัมเดียวกัน แต่โบซอนอยู่ได้ ไอน์สไตน์ได้ทำนายไว้ว่า ที่อุณหภูมิที่ต่ำมากๆ อนุภาคทุกชนิดที่อยู่ในกลุ่มโบซอน (เช่น อะตอมของรูบิเดียม) จะตกลงมาอยู่ในสถานะเดียวกัน และทำตัวเหมือนอนุภาคเดี่ยวๆ ซึ่งต่อมาภายหลังได้ตั้งชื่อทฤษฎีว่าโบส-ไอน์สไตน์ คอนเดนเสต

กว่าจะทำการทดลองพิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้ก็ต้องใช้เวลาอีกยาวนาน และเมื่อวีแมนและคอร์เนลล์นำเสนอรายงานชิ้นนี้เมื่อ พ.ศ. 2538 ก็ถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการฟิสิกส์พื้นฐาน แล้วเคตเทอร์ลีและทีมงานก็ตอกย้ำด้วยการอธิบายคุณสมบัติบางประการของคอนเดนเสต ซึ่งงานของเขาทั้งสามเป็นต้นแบบที่ก่อให้เกิดการทดสอบในเรื่องพื้นฐานของทฤษฎีควอนตัมตามมาอีกมากมาย

โดย..คาลลิสโต    มีต่อ

 


  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์