โธมัส แอลวา เอดิสัน

ประวัติและผลงาน
นักประดิษฐ์ ชาวอเมริกัน
เกิด 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1847
ถึงแก่กรรม 18 ตุลาคม ค.ศ. 1931
       โธมัส แอลวา เอดิสัน เกิดเมื่อ ค.ศ. 1842 ที่เมืองมิลาน รัฐโอไฮโอ จัดว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือ
นักประดิษฐ์ในยุควิทยาศาสตร์เฟื่องฟูปัจจุบัน ซึ่งมีผู้รู้จักกันทั่วทุกมุมเมือง ในฐานะนักประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าที่
เราได้ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ บิดาของเขาชื่อ แซมมวล เอดิสัน เชื้อสายทางบรรพบุรุษของเขาเป็นชาวฮอลแลนด์ มี
อาชีพไม่แน่นอน มารดาชื่อ แนนซี่ เอลเลียด เป็นคนเชื้อชาติอิตาเลียน และเคยเป็นครูสอนโรงเรียนที่กรุง
เวียนนามาก่อน
       ครอบครัวของเอดิสันค่อนข้างยากจนสักหน่อย ฉะนั้น เอดิสันจึงได้รับการศึกษาน้อย หรือแบบ
ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สำเร็จชั้นประถมศึกษาด้วยซ้ำ แต่อาศัยที่มารดาเป็นครูมาก่อน เอดิสันจึงต้องกลับมาเล่า
เรียนเอาที่บ้านของเขาเอกจากมารดา กล่าวได้ว่า เอดิสันมีพรสวรรค์มาแต่เล็ก เพราะพอมีอายุได้ 9 ขวบ ก็
สามารถอ่านหนังสือวรรณคดี หรือหนังสือที่เป็นเรื่องเป็นราวได้อย่างดี แต่เพราะหนัวงสือเหล่านั้นไม่ได้ก่อให้
เกิดประโยชน์อะไรให้แก่เขามากนัก เอดิสันจึงหันเข้าหาตำราทางวิทยาศาสตร์มาศึกษาแทน
       เอดิสันสนใจในวิทยาศาสตร์มาก่อนแล้ว พอศึกษาไปได้สักหน่อย ก็เริ่มคิดทดลองตามตำราเหล่านั้นดู
บ้าง ซึ่งโดยปกติดเขามักจะมีความคิดขัดแย้งกับคนอื่นอยู่เสมอ และมีนิสัยชอบซักถามบรรดาผู้มีความรู้ หรือ
พวกครูอาจารย์ต่าง ๆ แบบที่เรียกว่าต้องการให้รู้ถึงแก่นจริง ๆ จนบางครั้งกลายเป็นว่า เอดิสันชอบค้นหา
ความจริงจากสิ่งต่าง ๆ ให้แน่ชัด เขาเป็นคนที่เรียกว่า ทำอะไรทำจริง และมีความมุมานะในเรื่องที่ปรารถนา
จะรู้ข้อเท็จจริงให้ถึงที่สุดนั่นเอง จนบางครั้งเขาจะลงมือทดลองด้วยตนเอง ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้น เอดิสันยังมี
อายุเพียง 10 กว่าขวบเท่านั้น กล่าวคือ วันหนึ่งบิดามารดาไปพบเขากำลังนั่งอยู่ในกรงห่าน พยายามจออกไข่
ห่านเหมือนกับที่เห็นแม่ห่านทำ เพื่อทดลองว่าเขาสามารถจะกกไข่ห่านให้ออกเป็นตัวได้หรือไม่ หรือเพื่อจะดู
ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป
       พออายุได้ 12 ขวบ เอดิสันก็เริ่มสะสมเครื่องใช้ในการทดลองวิทยาศาสตร์ และถึงกับเอาห้องเก็บ
ของเป็นที่ทดลองทางเคมีของเขา ซึ่งในห้องนั้นจะเต็มไปด้วยขวดบรรจุเคมีเป็นจำนวนมาก และแต่ละขวดเขา
จะเขียนไว้ว่า "ยาพิษ - ห้ามแตะต้อง" สิ่งของเหล่านี้ เอดิสันพยายามหาเงินมาใช้จ่ายซื้อหามาทดลองด้วยตน
เองเกือบทั้งสิ้น ในขั้นแรกก็ได้อาศัยการยายผักในสวน แต่ต่อมา เขาก็หาทางไปเป็เด็กขายหนังสือพิมพ์ และ
ลูกกวาดบรถไฟ ระหว่างเดทรอย - ปอร์ตฮิวรอน ซึ่งเมื่อบิดามารดาอนุญาตให้เข้าไป เขาก็จะออกเดินทาง
ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ เพื่อให้ทันขบวนรถและกลับเอาเมื่อร่วมเที่ยงคืนทุกวัน ด้วยปรารถนาอันแรงกล้าที่จะ
หาเงินมาซื้อเครื่องทดลองวิทยาศาสตร์นั้นเอง
       และโดยไม่ได้นึกฝัน การค้นคว้าของเขากลับเจริญก้าวหน้าออกไป จนถึงกับไม่ช้าเขาก็มีร้านขายของ
เบ็ดเตล็ดเป็นของตนเองเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง แล้วต่อมาก็ขยายออกไปเป็น 2 ร้าน เขาจึงต้องว่าจ้างเด็กอีกคนหนึ่ง
เข้ามาช่วยงานด้วย
       ถึงระยะนี้ โธมัส แอลวา เอดิสัน เริ่มจะเป็นเด็กหนุ่มขึ้นแล้วและก็เป็นเพียงอายุ 15 ปีเศษเท่านั้น
แต่ก็แสดงให้เห็นว่า เขามีแววของความเป็นอัจฉริยบุรุษในภายภาคหน้าได้คนหนึ่ง กล่าวคือ เขาได้ซื้อเครื่อง
พิมพ์มาออกหนังสอืพิมพ์รายสัปดาห์ของตนเองขึ้นฉบับหนึ่งชื่อว่า "วีคลี เฮราลด์" ซึ่งต่อมาได้ทำสถิติการ
จำหน่ายสัปดาห์ละ 800 - 1,000 ฉบับ และทำรายได้ให้เขาเดือนละ 45 ดอลลาร์ ซึ่งภายใน 4 ปี เขา
สามารถหาเงินได้ถึง 2,000 ดอลลาร์
       อย่างไรก็ตาม สำนักพิมพ์ของเขารวมทั้งที่ทำงานและร้านขายของเบ็ดเตล็ดดังว่านี้ แทนที่จะเป็นตึก
หรูหรา เขากลับอาศัยอยู่ในดบกี้หรือตู้รถไฟเก่า ๆ ซึ่งจอดทิ้งไว้ไม่ใช้งานหลังหนึ่ง ในรถตู้คันนี้ มีทั้งเครื่อง
พิมพ์ เครื่องใช้จิปาถะรวมทั้งเครื่องวิทยาศาสตร์อีกด้วยซึ่งแสดงว่า ชีวิตในตอนนี้ของเขายังไม่สู้จะรุ่งโรจน์นัก
เพราะยังต้องผจญกับอุปสรรค และความลำบากตรากตรำอยู่อีกมาก มิหนำซ้ำ ก็กลับมามีอันเป็นไปต้องทำให้
โครงการก่อร่างสร้างตัวของเขาเกิดพังพินาศลงไปด้วย กล่าวคือ วันหนึ่งขณะที่เขากำลังทดลองเคมี ภายใน
ห้องทำงานหรือในตู้ไฟหลังนั้นเกิดมีเสียงระเบิดขึ้น ทำให้ไฟลุกไหม้พื้นกระดานตู้รถไฟ พนักงานดูแลรพไฟจึง
ขับไล่เขาออกไปจากตู้หลังนั้น และโดยวิธีจับจับกระกชากเขารวมทั้งเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเขามาจากตู้รถ
หมด เมื่อเขาถูกผลักลงมาจากตู้พร้อมด้วยเครื่องเคมีนั้น ตามเรื่องราวบางแห่งก็ว่า เขาถูกตบแก้วหูไล่ลงจาก
รถ บางแห่งก็ว่า เครื่องเคมีของเขาเกิดระเบิดเสียงสนั่น ทำให้แก้วหูของเขาหนวกและอื้อไปทันที และนับแต่
นั้นมา เอดิสันก็กลายเป็นคนหูหนวกไปจนตลอดชีวิต
       ปี ค.ศ. 1862 เอดิสันก็ได้เข้าไปทำหน้าที่พนักงานโทรเลขที่ปอร์ตฮิวรอน ได้รับอัตราเงินเดือน เดือน
ละ 25 ดอลลาร์ เหตุที่เขาได้ไปทำงานในหน้าที่นั้น ก็โดยบังเอิญที่วันหนึ่งเขาช่วยเด็กคนหนึ่งซึ่งกำลังเพลิน
แล่นอยู่ในรางรถไฟหน้าสถานี โดยไม่ทันเฉลียวใจนึกถึงขบวนรถที่กำลังแล่นเข้ามาเทียบชานชลา เขาเป็นผู้
เสี่ยงชีวิตข้าไปช่วยอุ้มเด็กคนนั้นรอดพ้นขึ้นมาได้อย่างหวุดหวิดเต็มที การณ์ปรากฏว่าเด็กคนนั้นเป็นบุตรของ
นายแมคเคนซี นายสถานีเมานท์คลีเมนส์นั้นเอง ด้วยสำนึกบุญคุณของเอดิสัน นายแมคเคนซีจึงถ่ายทอดวิธี
การรับส่งโทรเลของสถานีให้เอดิสันจนกระทั่งเอดิสันมีความชำนาญพอสมควรแล้ว เอดิสันจึงใช้ความรู้นี้ เข้า
ไปสมัครเป็นพนักงานโทรเลขที่ปอร์ตฮิวรอนและได้งานสมประสงค์
       แต่ต่อมาไม่ช้า เอดิสันก็ต้องถูกออกจากงานในหน้าที่พนักงานโทรเลขอีก เนื่องจากความฉลาดรองรู้
เกินไปของเขานั่นเอง เพราะเมื่อเอดิสันเข้ามารับหน้าที่ส่งโทรเลขนั้นเขาจะต้องทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังที่ทำ
การใหญ่ทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อแสดงให้รู้ว่า พนักงานรับส่งโทรเลขจะต้องปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลากลางคืน และมี
เวลาพักผ่อนในตอนกลางวัน แต่เอดิสันค่อนข้างชอบนอนหลับในเวลากลางคืน หรือตอนดึกเสมอฉะนั้น เขา
ขึงหาวิธีตบตาสำนักงานใหญ่ ด้วยการประดิษฐ์เครื่องส่งสัญญาแทนตัวเขาในขณะนอนหลับแลเครื่องก็ทำหน้า
ที่ของมันได้ดีทีเดียว หากว่าผู้อำนวยการจะไม่บังเอิญจับได้ว่า เขานอนหลับทุก ๆ คืน เขาก็คงจะทำงานหน้าที่
ต่อไปได้อีกนานทีเดียว
       เอดิสันคงใช้ชีวิตระหกระเหิน ในหน้าที่การงานอยู่หลายปี เพราะตอนนั้นเขายังมีอายุในวัยรุ่น เข้า
ทำงานที่ไหนไม่ได้นาน ไปทำงานอยุ่ที่สถานีรถไฟเมืองชาเนียร์ในแคนาดา ก็เกือบไปทำให้รถไฟชนกัน ต้องถูก
ออกจากงาน ต่อมาอีก 4 ปี เขาได้ทำหน้าที่พนักงานส่งโทรเลขจเร ระหว่างสงครามกลางเมือง แต่ต้องออก
จากงานอีกเช่นเดียวกัน และต้องตระเวนหางานทำไปตามเมืองต่าง ๆ เช่นที่อินเดียนา โปลิส, ซิซินเนติ, เมม
ฟิส, หลุยส์วิลล์
       เขากลับไปปอร์ตฮิวรอน เมื่ออายุได้ 21 ปี และกลับไปแบบคนโซ แต่ก็ยังดีที่มีผู้แนะให้เขาไป
ทำงานบริษัทเวสเทอร์นยูเนียนที่เมืองบอสตัน ลักษณะการแต่งกายของเขาเวลานั้น ทำให้คนสมเพชและ
ประมาทในความรู้ของเขา แต่เอดิสันก็แสดงความสามารถในเรื่องโทรเลขให้คนเหล่านั้นเห็นว่า ยากที่จะหา
ใครเสมอเหมือน
       คราวนี้ พอมีงานทำเป็นหลักแหล่งดีแล้ว เอดิสันก็หวนกลับมาใช้ชีวิตของนักทดลองทางวิทยาศาสตร์
อีกพักหนึ่ง ระยะนี้เองเขาได้กลายเป็นนักประดิษฐ์ของใหม่ ๆ ขึ้นหลายอย่าง ที่ก่อประโยชน์ให้ก็มีที่ประดิษฐ์
ขึ้นมาแล้วไม่มีผู้นิยมก็ล้มเลิกไป แต่เอดิสันก็มุมานะในงานค้นคว้าและประดิษฐ์ของเขาเรื่อยไป การประดิษฐ์
ของเขาในครั้งหลัง ๆ นี้ เมื่อทำออกมาแล้ว ไม่มีใครสนใจ เอดิสันก็เกิดมานะที่จะคิดประดิษฐ์สิ่งก่อให้เกิด
ความสนใจ เหตุนี้ เขาจึงลงทุนทิ้งงานหน้าที่ทางโทรเลขที่บอสตัน ออกเดินทางไปนิวยอร์ค
       โชคเข้าข้างเอดิสันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเขาไปถึงนิวยอร์คละไปอาศัยนอนอยู่ในห้องแบตเตอรี่ ของบริษัท
โกลด์อินดิเคเตอร์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่แจ้งราคาหุ้นซื้อขายแก่พวกนายหน้า ตั้งอยู่ที่ถนนวอลสตรีท
ที่บริษัทนี้จะมีเครื่องจักรบอกราคาหุ้นหมุนเป็นจังหวะอยู่ตลอดเวลา และบังเอิญวันหนึ่ง เครื่องถ่ายทอด
กระแสไฟฟ้าเสียกลางคันทำให้บริษัทเกิดโกลาหลอลหม่าน เพราะไม่มีใครสามารถแก้ไขได้ เมื่อเอดิสันทราบ
เรื่องก็ขออาสาแก้ไข เขาตรวจดูรู้ว่าลวดสปริงซึ่งเชื่อมกันอยู่ในเครื่องตัวหนึ่งเกิดหักและตกลงไปคาอยู่ในเฟือง
จักร เอดิสันจัดการแก้ไขให้เครื่องได้ทำงานดังเก่า ผลก็คือ เขาได้รับบรรจุเข้าทำงานในบริษัทนี้ได้ตำแหน่งผู้ดู
แลเครื่องไฟฟ้า และมีอัตราเงินเดือนสูงกว่าทุก ๆ แห่งที่เขาเคยได้รับมา เมื่อคำนวณแล้วเขายังมีรายได้เหลือ
พอที่จะเจียดมาซื้อเครื่องใช้ในการทดลองการประดิษฐ์ของเขาไปได้อีก เอดิสันก็ถือหลักเช่นนั้นด้วยใจรักจริง ๆ
       และนับจากนั้น เอดิสันก็ลงมือประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นโดยเฉพาะในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 1869 เขาได้
ร่วมทุนกับวิทศวกรคนหนึ่ง ประดิษฐ์เครื่องบอกราคาทองคำเพื่อใช้เป็นเครื่องแจ้งราคาตามที่ตลาดใช้กันอยู่ตั้ง
ชื่อ "ยูนิเวอร์แซลลปริ้นเตอร์" ปรากฏว่าเครื่องนี้ทำเงินให้แก่เขาได้ถึง 40,000 ดอลลาร์ ซึ่งนับว่าเป็นจำนวน
มาหาศาล ขนาดที่ในชีวิตของเขาไม่เคยได้พบมาก่อน ด้วยเงินจำนวนนี้ เอดิสันจึงสามารถเปิดร้านจำหน่าย
เครื่องประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่เขาคิดจัดทำขึ้นได้แห่งหนึ่งที่นิวเจอร์ซี ร้านของเขาเป็นทั้งที่จำหน่ายและโรงงานในตัว
เสร็จมีคนงานนับจำนวนร้อย
       ตามสมุดบันทึกของเขา แสดงรายการเครื่องประดิษฐ์ของเขานับจำนวนไม่ถ้วน และปรากฏว่าได้
ผ่านการทดลองมาก็หลายชนิด และมีครั้งหนึ่งที่เขาได้คิดประดิษฐ์เครื่องโทรศัพท์ของเขาขึ้น แต่ก็เป็นภายหลัง
ที่เครื่องโทรศัพท์แบบเบลได้มีใช้กันอยู่ก่อนแล้ว เอดิสันยังคงยกย่องให้เกียรติแก่เครื่องโทรศัพท์ของเบลอยู่เสมอ
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้คิดปรับปรุงให้เครื่องโทรศัพท์ของเบล ซึ่งเดิมใช้ในระยะใกล้ ๆ ให้ขยายพูดอกไปได้ไกล ๆ ก็
ตามและนับว่าเครื่องโทรศัพท์ที่ใช้กันอยู่ในอัจจุบันนี้ ก็เป็นเครื่องที่ประดิษฐ์ขึ้นตามแบบฉบับของเอดิสันทั้งสิ้น
และเครื่องโทรศัพท์ที่เอดิสันคิดขึ้นนี้สามารถทำเงินให้แก่เขานับจำนวนมหาศาลทีเดียว
       ผลงานประดิษฐ์ของเอดิสัน ที่นับว่าเป็นยอดเยี่ยมและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก "หลอดไฟฟ้า" ซึ่งในขั้น
แรกเขาใช้ใยไม้ไผ่ทำไส้ภายในหลอดทั้งสิ้น แต่สามารถจะให้แสงสว่างและมีคุณประโยชน์แก่โลกในยุกนั้นอยู่
มาก เอดิสันได้เปิดโรงงานจ่ายกระแสไฟฟ้าของเขาขึ้นที่ถนน 65 ในกรุงนิวยอร์ค
       กล่าวได้ว่า ในชั่วชีวิตของเขา เขาได้ประดิษฐ์สิ่งที่เป็นสินค้าออกมาสู่โลก และทำการจดทะเบียน
ลิขสิทธิ์นับเป็นพัน ๆ ชนิด ซึ่งไม่มีนักประดิษฐ์หรือนักวิทยาศาสตร์คนใดสามารถจะลบสถิติการประดิษฐ์ของ
เขาได้
       โธมัส แอลวา เอดิสัน มีภรรยาด้วยกัน 2 คน คนแรกคือ แมรี่ สติลเวลล์ มีบุตรด้วยกัน 3 คน
ต่อมานางแมรีถึงแก่กรรมที่เมืองเมนโลปาร์ค เขาจึงย้ายไปอยุ่เมืองออเร้นซ์ รัฐนิวเจอร์ซี่ และได้แต่งงานใหม่
กับนางไมนา มิลเลอร์ เมื่อปี พ.ศ. 1886
       เขาถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1981 คำนวณอายุได้ 84 ปี หลังจากนั้นได้มีการสร้าง
หอเป็นที่ระลึกถึงเขาที่เมนโลปาร์ค ปัจจุบันนี้ ห้องทดลองของเขาซึ่งเฮนรี่ ฟอร์ดมหาเศรษฐีอเมริกันได้ซื้อไว้
มีจำนวนคนและนักวิทยาศาสตร์รวมทั้งนักประดิษฐ์ นับเป็นจำนวนพัน ๆ คนปฏิบัติงาน

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์