p16

Ernest Rutherford
(1871-1937,New Zealand)

Lord Rutherford เกิดที่ New Zealand ในปี 1871 และได้รับ Ph.D. in Physics ในปี 1895 เมื่อเขาไปศึกษาที่ Cambrige University J.J. Thompson ชักชวนให้เขาทำงานวิจัยทางด้าน Radioactivity และในที่สุดเขาก็เป็นผู้ค้นพบ a และ b radiation ต่อมาเขาย้ายไปทำงานวิจัยที่ McGill University, Canada เพื่อพิสูจน์ว่า a และ b radiation มีอิเล็กตรอนเป็นองค์ประกอบ ซึ่งทำให้เขาได้รับ Nobel Prize ในปี 1908 เขามีลูกศิษย์ที่เก่งมากคือ Soddy ในปี 1907 เขาย้ายไปที่ Manchester University และเขาได้ทำการทดลองซึ่งทำให้เราได้รับแนวความคิดใหม่เกี่ยวกับอะตอม ในปี 1919 เขากลับ Cambridge และได้สืบทอดตำแหน่งของทอมสัน เขาเป็นผู้ที่ได้รับสืบทอดตำแหน่งของ Thompson เขาเป็นผู้ที่มีผลงานสำคัญทางฟิสิกส์และเคมี และยังเป็นที่ปรึกษาของผู้ได้รับรางวัลโนเบลในภายหลังกว่า 10 คน

นำมาจาก  http://pirun.ku.ac.th/~b4104056/project/atom/page/rutherford.html


John Dalton

(1766-1844, British)

จอห์น ดาลตัน เป็นนักเคมีและนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ จาก Eaglesfield, Cumberland เขาไดัรับการศึกษาขั้นต้นจากบิดา และที่ Quaker School บ้านเกิด เขาเริ่มสอนหนังสือที่นั่นเมื่อมีอายุเพียง 12 ปี ในปี 1781เขากับพี่ชายย้ายไปที่ Kendal และร่วมกันสร้างโรงเรียน

เขาเริ่มการค้นคว้าเกี่ยวกับ Meteorology ในปี 1787 และทำอย่างต่อเนื่องตลอด 57 ปี หลังจากนั้นเขาก็ทำงานวิจัยที่เกี่ยวกับตาบอดสี ซึ่งเป็นการอธิบายครั้งแรกเกี่ยวกับปรากฏการณ์การมองเห็นที่เรียกว่า Daltonism งานสำคัญที่สุดของดาลตันได้แก่การอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างของอะตอม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของ Modern Physical Science และการศึกษาเกี่ยวกับ partial pressure ของก๊าซผสม เขาใช้ชีวิตบั้นปลายสอนพิเศษ และเป็นอาจารย์ที่ New College

นำมาจาก  http://pirun.ku.ac.th/~b4104056/project/atom/page/rutherford.html


ภาพประจำสัปดาห์    ไฮโดรเจนกับการพินาศของโพยมนาวา

    ไฮโดรเจน เป็นธาตุธาตุแรกในตารางธาตุ เป็นธาตุที่มีอะตอมเล็กที่สุด และเบาที่สุดด้วยเหตุนี้ไฮโดรเจน จึงเป็นธาตุที่มีมากที่สุดในจักรวาล (ออกซิเจนเป็นธาตุที่มีมากสุดบนโลกแต่ทว่าโลกเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในจักรวาล) นักดาราศาสตร์ต่างลงความเห็นว่าในจักรวาลมีไฮโดรเจนอยู่ถึง 90 ใน 100 แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็มีไฮโดรเจนมากมายเช่นกัน

  

       บนโลกแม้ว่าจะมีไฮโดรเจนน้อย ถึงกระนั้นก็ยังมีปนอยู่ในชั้นบรรยากาศถึง 3% อะตอมของไฮโดรเจนคล้ายกันของออกซิเจน คือ ในโมเลกุลหนึ่ง ๆ จะประกอบขึ้นด้วย 2 อะตอมแต่โมเลกุลของไฮโดรเจนเล็กกว่า และเล็กกว่าโมเลกุลของธาตุทุกชนิดด้วย  

หนีออกจากโลก

        โมเลกุลของ ๆ แข็ง จะยึดกันแน่นหนาแต่ในแต่ละโมเลกุลนั้นยังสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลาา โมเลกุลของ ๆ เหลว เคลื่อนที่ได้สะดวกขึ้นบ้าง ส่วนโมเลกุลของก๊าซเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ อุณหภูมิตามปกติ โมเลกุลของออกซิเจนจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่น้อยกว่านาทีละ 4 ไมล์ ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นการเคลื่อนที่จะเร็วขึ้นด้วย โมเลกุลเล็ก ๆ เคลื่อนที่ได้เร็วกว่าโมเลกุลใหญ่ฉะนั้น ณ อุณหภูมิธรรมดาโมเลกุลของไฮโดรเจนจึงเคลื่อนได้เร็วกว่าโมเลกุลของออกซิเจน คือ มันจะเคลื่อนที่ได้เร็วถึงนาทีละ 7 ไมล์ (ความเร็วที่ได้นี้เป็นค่าความเร็วเฉลี่ย)   มีต่อ


 

กดที่ภาพ หรือกดที่นี่ เพื่อเข้าสู่การทฤษฏีการบรรยาย และการทดลองตามลำดับ

การทดลองนี้เป็นการทดลองกฎการคงตัวของโมเมนตัมเชิงเส้น  

ข้อสำคัญ   การทดลองนี้ต้องใช้โปรแกรมShockwave  ถ้าไม่สามารถเห็นภาพได้ต้องดาวโลด  Shockwave   จึงจะสามารถเล่นได้พร้อมทั้งมีเสียงประกอบด้วย

ถ้าไม่เห็นนาฬิกาเรือนนี้โปรดดาวโลด shock wave


 

วันที่ 26 เดือนกันยายน 1993 นายเดพ มุนเด ไปที่น้ำตกไนแองการา อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนี้เขาได้ทำเรื่องเสี่ยงตายซึ่งเคยมีคนทำมาแล้ว 4 คน และ ทั้งหมดได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยเขาเข้าไปอยู่ในลูกบอลเหล็ก และปล่อยให้ลอยไปตามกระแสน้ำ ตามบุญตามกรรมดังรูป จะเห็นน้ำตกอยู่ข้างหน้าลูกบอล ความสูงของน้ำตกประมาณ 48 เมตร เขาไหลลงไปเรื่อยจนถึงขอบของน้ำตกและร่วงไปพร้อมกับน้ำ จากการเสี่ยงตายในครั้งนั้นเขาสามารถรอดชีวิตมาได้ สำหรับนักฟิสิกส์แล้ว เราสามารถหาได้ว่า เขาใช้เวลาเท่าไร ก่อนจะถึงพื้นน้ำด้านล่าง  อ่านต่อ


ปี ค.ศ. 1922 นายเอ็มมานูแอล แซคซินิส หนึ่งในนักแสดงกายกรรมคณะแซคชินิส ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เขาเป็นคนแรกที่แสดง "ลูกปืนคน"โดยใช้ตัวของเขาเองเป็นกระสุนแล้วยิงออกจากปากกระบอกปืนใหญ่ ลอยข้ามทะเลสาบได้สำเร็จ ต่อมาในช่วงปี ค .ศ. 1939-1940 เขาสามารถลอยข้ามชิงช้าสวรรค์ได้ถึง 3 อันซึ่งมีระยะไกลถึง 70 เมตร  มีต่อ


เป็นเวลากว่า 20 ปีที่ทีมนักสำรวจพยายามจะปีนเข้าไปสำรวจแนวซอกหินของถ้ำแมมมอธอันสุดแสนจะคับแคบและมีการเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายสลับซับซ้อน นายริชาร์ด ซอฟท์คือหนึ่งในกลุ่มนักสำรวจของถ้ำแห่งนี้ ในภาพเขากำลังพยายามคลานอยู่ภายในถ้ำเพื่อนำสัมภาระให้ผ่านพ้นช่องเขา หลังจากที่เวลาผ่านไป 12 ชั่วโมงในเส้นทางเขาวงกต และทางน้ำใต้ดินที่เย็นเจี๊ยบคณะนักปีนเขาของซอฟท์ ก็สามารถผ่านซอกเขาซึ่งเป็นซอกเขาเล็กๆ ซอกหนึ่งในหลายๆ ซอกของถ้ำแมมมอธออกไปได้  มีต่อ


เดือนเมษายน ค.ศ. 1974 นายจอร์น แมสสิส สามารถใช้พละกำลังของตัวเขาเองในการลากโบกี้รถไฟ จากรูปจะเห็นว่าเขาใช้ปากงับเชือกที่ผูกไว้กับโบกี้รถไฟแล้วก็ดึงตู้โบกี้ทั้งตู้ไปตามราง โดยปกติตู้โบกี้จะมีน้ำหนักประมาณ 70 ตัน จะเห็นว่าแรงที่เขาต้องใช้มีค่ามหาศาลมาก ทุกคนคงจะมีคำถามอยู่ในใจว่า นายจอร์น แมสสิสเป็นซุปเบอร์แมนหรือไม่? และฟันของเขาสามารถทนแรงมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร  อ่านต่อครับ


แมวเป็นสัตว์ที่ได้ชื่อว่ามีเก้าชีวิต บางครั้งเราจะเห็นว่ามันนอนอยู่บนหลังคาตึกที่สูงๆโดยไม่กลัวว่าจะตกลงมา แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจคือเมื่อมันพลัดตกลงมาจากที่สูงกลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ตามที่มีการบันทึกไว้มีแมวที่ตกลงมาจากขอบหน้าต่างของตึกสูง 32 ชั้นโดยมีแผลถลอกที่เท้าเพียงนิดหน่อยเท่านั้น…  อ่านต่อครับ


ในการแข่งขันยกน้ำหนักของกีฬาโอลิมปิก ในปี ค.ศ.1976 นาย วาสิรี อเล็กซีฟ ได้ทำให้โลกตื่นเต้น โดยการยกน้ำหนักขนาด 562 ปอนด์ (2500 นิวตัน) ขึ้นเหนือศีรษะสูงจากพื้นประมาณ 2 เมตร ทำลายสถิติโลก อย่างไรก็ตาม ย้อนหลังไปในปี ค.ศ. 1957 นาย พอล แอนเดอร์สัน ได้ยกน้ำหนักโดยใช้แผ่น ผ้าคล้องผ่านเอว ดังรูป เขาสามารถยกน้ำหนักได้สูงสุด 6270 ปอนด์ (27 900 N) ขึ้นได้สูง 1 เซนติเมตร ดูจากตัวเลขแล้วนายแอนเดอร์สันยกน้ำหนักได้มากกว่า แต่ได้ระยะทางน้อยกว่า คำถามก็มีอยู่ว่า ทั้งสองคนนี้ใครทำงานมากกว่ากัน หรือใครมีพลังมากกว่ากันนั่นเอง  มีต่อ


กีฬายอดนิยมสำหรับผู้ชอบความท้าทาย คือการกระโดดแบบบันจี้ ผู้ที่ออกแบบจะต้องหาเส้นเชือกที่มีความยืดหยุ่นเหมือนสปริง นำไปผูกติดกับขาของผู้กระโดด เมื่อผู้กระโดดพุ่งและดิ่งศีรษะลงด้านล่าง เชือกจะยืดตามออกมา พอเชือกยืดสุดแล้ว เชือกจะหดตัวและดึงผู้กระโดดขึ้นไป ผู้ที่ออกแบบจะต้องคำนวณได้ว่าเชือกจะยืดออกมาได้ยาวสุดเท่าไร โดยใบหน้าของผู้กระโดดจะไม่กระทบกับพื้นน้ำข้างล่าง แต่ก็ต้องให้ใกล้กับพื้นน้ำมากที่สุด เพื่อให้เกิดความตื่นเต้น และน่าหวาดเสียวสุด ๆ  มีอ่านต่อครับ


นายโรนัลด์ แมกแนร์ เป็นนักฟิสิกส์และนักบินอวกาศที่ค่อนข้างจะโชคร้าย เพราะไปเสียชีวิตจากการระเบิดของกระสวยอวกาศชาแลนเจอร์เมื่อหลายปีก่อน เขาเคยได้รับสายดำของกีฬาคาราเต้ แมกแนร์แสดงการทุบแผ่นคอนกรีตด้วยมือให้แตกได้โดยการทุบเพียงครั้งเดียว คนที่เห็นเพียงชั่วครู่และไม่ทราบหลักการทางฟิสิกส์ จะทึ่งและตื่นเต้นว่าเขาทำได้อย่างไร แต่ถ้าเราเปลี่ยนจากแผ่นคอนกรีตเป็นแผ่นไม้แทน เมื่อเราทุบแผ่นไม้ลงไป โดยธรรมชาติแผ่นไม้จะงอ เหมือนกับแผ่นสปริง เพื่อจะเก็บกักพลังงานอันมหาศาลที่เกิดจากการทุบลงไป พลังงานนี้เรียกว่าพลังงานศักย์ยืดหยุ่น ถ้าแรงที่ให้มาก จนแผ่นงอถึงจุดวิกฤติ แผ่นไม้จะแตกออก ที่อธิบายมานี้เป็นแผ่นไม้เพียงแผ่นเดียว เชื่อหรือไม่ว่าพลังงานที่ใช้ในการทุบหินเท่ากับ 1 ใน 3 ของ พลังงานที่ใช้ในการทุบแผ่นไม้ให้หักเท่านั้น  มีอ่านต่อครับ


วันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 1972 มีลูกอุกกาบาตลูกหนึ่งพุ่งผ่านโลก ทางฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ เห็นเป็นทางสีขาวพาดอยู่ทางขอบฟ้า ซึ่งสามารถเห็นได้ในตอนกลางวันอย่างชัดเจนดังรูป การเคลื่อนที่ของมันใกล้โลกค่อนข้างมาก มีโอกาสที่จะพุ่งเข้าชนโลกตลอดเวลา มวลของลูกอุกกาบาตลูกนี้มีค่าเท่ากับ 4 x106 kg และมีความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อวินาที สมมติว่ามันเปลี่ยนทิศทางพุ่งเข้าชนโลกในแนวดิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิม จะเกิดอะไรขึ้น นักฟิสิกส์ทดลองคำนวณความหายนะให้กับคุณ  มีอ่านต่อครับ


 

นักไต่ช่องเขาควรจะเรียนรู้กฎทางฟิสิกส์พื้นฐานไว้บ้าง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถไต่ช่องเขาได้อย่างปลอดภัย เพราะการพลาดพลั้งแม้เพียงเล็กน้อยหมายถึงชีวิต หรืออาจจะต้องบาดเจ็บสาหัสนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่หลายวัน การไต่ระหว่างช่องเขาดังรูป ไหล่ของเขาจะต้องกดเข้ากับผนังของเขาด้านหนึ่งและขาจะต้องดันเข้ากับผนังของเขาอีกด้านหนึ่ง ขณะที่ไต่ขึ้นนักไต่เขาอาจจะหยุดพักเพราะการเหนื่อยล้าระหว่างการการไต่ การหยุดพักมีความสำคัญมาก เพราะเขาจะต้องเรียนรู้ว่า ควรจะหยุดพักโดยให้ร่างกายอยู่ในลักษณะใด ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องใช้แรงมากกว่าที่ควรจะเป็น และไต่ขึ้นไปไม่ได้จนถึงจุดสุดยอด  มีอ่านต่อครับ


นักกายกรรมในคณะละครสัตว์ สร้างความแตกตื่นมหัศจรรย์ให้กับผู้เข้าชมในทวีปยุโรปมาเป็นเวลากว่า 100 ปี โดยอาศัยหลักการอนุรักษ์โมเมนตัมเชิงมุม ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานง่ายๆ ทางฟิสิกส์   มีอ่านต่อครับ


วันที่ 30 มิถุนายน 2000 ภาพจากดาวเทียมความละเอียด 1 เมตร ภาพตึกเวิลด์เทรดขนาด 110 ชั้น ภาพซ้าย ก่อนกลายเป็นตำนาน ถ่ายด้วยดาวเทียมอิโคโนส ขณะกำลังโคจรอยู่รอบโลกที่ระดับความสูง 423 ไมล์ ด้วยความเร็ว 17 500 ไมล์ต่อชั่วโมง

วันที่ 12 กันยายน 2001 ภาพขวา ภาพตึกเวิลด์เทรด ขนาด 110 ชั้น ที่กลายเป็นตำนาน จะเห็นควันพวยพุ่งขึ้นมา ถ่ายเมื่อเวลา 11.63 นาฬิกาด้วยดาวเทียมอิโคโนส ขณะกำลังโคจรอยู่รอบโลกที่ระดับความสูง 423 ไมล์ ขณะมีความเร็ว 17 500 ไมล์ต่อชั่วโมง ภาพถ่ายจากดาวเทียมมีความละเอียดสูงมากในปัจจุบัน อย่างภาพบนสามารถมองเห็นตึกเวิลด์เทรดได้อย่างชัดเจน ซึ่งความก้าวหน้าด้านนี้สามารถนำไปใช้ในทางสงคราม การจารกรรม หรือทางการค้าก็ได้ ดังเช่น ดาวเทียมที่ใช้ในการกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก  อ่านต่อครับ

 


  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์