ฟิสิกส์ราชมงคล

index 171

 

ทรานซิสเตอร์เปล่งแสง

     หัวข้อเรื่องข้างบนไม่ได้เขียนผิดหรืออ่านผิดแต่อย่างใดครับ และเรื่องนี้ก็ไม่ได้หมายถึงไดโอดเปล่งแสงหรือแอลอีดีอย่างที่เรารู้จักคุ้นเคยกันในวิชาอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิชาฟิสิกส์พื้นฐาน คำว่า “ทรานซิสเตอร์เปล่งแสง” เขาเรียกอย่างย่อว่า “แอลอีที” (Light Emitting Transistor; LET) เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่งมีการรายงานผลการประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรก ในวารสาร Applied Physics Letters ฉบับวันที่ 5 เดือนมกราคม พ.ศ. 2547 โดยคณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอิลลินอย ประเทศสหรัฐอเมริกา

     แอลอีทีเป็นอุปกรณ์ลูกผสมระหว่างไดโอดเปล่งแสงกับทรานซิสเตอร์ กล่าวคือมีทำงานเหมือนกับทรานซิสเตอร์ทุกประการเว้นแต่ขณะทำงานจะมีการเปล่งแสงในย่านอินฟราเรดออกมาด้วย (ดูภาพประกอบ)

ลักษณะการทำงานของอุปกรณ์แอลอีทีดังกล่าวนี้ จะทำให้การแบบวงจรรวมหรือไอซี ที่มีการผสมผสานการทำงานร่วมกันระหว่างสัญญาณไฟฟ้าและสัญญาณคลื่นแสงในย่านความถี่ใต้แดงหรืออินฟราเรดทำได้ง่ายขึ้น ขนาดรูปร่างของอุปกรณ์จะกะทัดรัดกว่าเดิม รวมทั้งการทำงานของไอซีก็จะเร็วขึ้นด้วยครับ.

[ ภาพและข่าวจาก: Physics News Update ]


 

ลุดวิก โบลซ์มานน์ (Ludwig Boltzmann)

      ลุดวิก โบลซ์มานน์ เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางที่ฐานะทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดีที่นครเวียนนา ประเทศออสเตรีย(ขณะนั้นเป็น ออสเตรีย-ฮังการี)เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1844 และสำเร็จการศึกษาระดับสูงสุดจากมหาวิทยาลัยเวียนนา เมื่อ คศ. 1866 จากวิทยานิพนธ์เรื่องทฤษฎีจลน์ของก๊าซ โดยมี โจเซฟ สตีฟานเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา หลังจากนั้น ก็เริ่มทำงานและโยกย้ายไปหลายแห่ง เช่นที่ กราซ ไฮเดลเบิร์ก และ เบอร์ลิน โบลซ์มานน์เคยพูดแบบติดตลกว่าเหตุผลที่เขาต้องโยกย้ายไปมาหลายแห่งนี้เป็นเพราะเวลาตกฟากของเขาอยู่ในช่วงที่งานมาร์ดิกราส์กำลังเลิกราพอดี อันที่จริง คำพูดนี้อาจไม่ได้มุ่งหมายให้ขำขันนัก สำหรับโบลซ์มานน์ เพราะตลอดชีวิตของเขาดูเหมือนว่าธรรมชาติและชตาชีวิตจะโยนเขากลับไปกลับมาระหว่างความสุขและความเศร้าสลับกันอย่างสุดโต่งเสมอ

     คศ. 1894 โบลซ์มานน์กลับไปทำงานที่เวียนนา โดยนั่งเก้าอี้ฟิสิกส์ทฤษฎี แทนโจเซฟ สตีฟานซึ่งเสียชีวิตลง อย่างไรก็ตามปีต่อจากนั้น เออร์น มัค ผู้ซึ่งขัดแย้งกับโบลซ์มานน์ทั้งด้านวิชาการและเรื่องส่วนตัวได้รับตำแหน่งทำงานในสายประวัติศาสตร์และปรัชญาวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเวียนนาเช่นกัน โบลซ์มานน์จึงต้องชีพจรลงเท้าอีกครั้งหนึ่งในปี คศ. 1900 โดยคราวนี้ ไปไกลถึงลิปซิก ที่นี่ โบลซ์มานน์ได้เพื่อนร่วมงานชื่อ วิลเฮล์ม ออสท์วาลด์ ซึ่งแม้จะขัดแย้งกันด้านวิชาการ แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แม้กระนั้น ความหดหู่จากการไม่ลงรอยทางวิชาการนี้ก็ทำให้โบลซ์มานน์พยายามฆ่าตัวตายขณะใช้ชีวิตอยู่ที่ลิปซิก เดชะบุญที่การกระทำนั้นไม่สำเร็จ มิฉนั้น โลกฟิสิกส์อาจยังไปไม่ถึงความรู้ใหม่ๆที่มีรากฐานจากงานของโบลซ์มานน์ก็เป็นได้

     ปี คศ. 1902 มัคลาออกจากมหาวิทยาลัยเวียนนา เนื่องจากสุขภาพทรุดโทรม และโบลซ์มานน์ก็กลับคืนสู๋เวียนนาอีกครั้ง  คราวนี้ นอกจากงานสอนกระบวนวิชาฟิสิกส์คณิตศาสตร์แล้ว โบลซ์มานน์ยังต้องรับผิดชอบกระบวนวิชาปรัชญาวิทยาศาสตร์ของมัคอีกด้วย ยิ่งนานวัน กระบวนวิชานี้ยิ่งได้รับความนิยม เพิ่มขึ้น จนแม้ที่นั่งในหอประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยก็ยังไม่เพียงพอที่จะบรรจุผู้ฟังผู้กระหายใคร่ฟังการบรรยายของโบลซ์มานน์ และจากคำบอกเล่าที่กระจายชื่อของโบลซ์มานน์ไปทั่วในสัง คม ชั้นสูงของยุโรปในขณะนั้นเองที่ทำให้โบลซ์มานน์ได้รับเชิญไปเป็นแขกของพระราชวังของพระจักรพรรดิ แห่งออสเตรีย ฟรานซ์ โจเซฟ

    โลกฟิสิกส์รู้จักโบลซ์มานน์ในฐานะผู้วางรากฐานความรู้ด้านกลศาสตร์สถิติ งานซึ่งเขาทำพร้อมๆแสดงการหาหารกรกับงานของกิ๊บบส์ โดยเป็นอิสระจากกัน ทฤษฎีของโบลซ์มานน์แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติและพฤติกรรมของอะตอมและโมเลกุลโดยเฉลี่ยกับสมบัติและพฤติกรรมของระบบในมาตราใหญ่ซึ่งอะตอมและโมเลกุลเหล่านี้เป็นองค์ประกอบย่อย  ใน คศ. 1871 โบลซ์มานน์แสดงการหาการกระจายแมกซ์เวลล์-โบลซ์มานน์ เพื่อคำนวณโอกาสของสมบัติของระบบได้ สำเร็จ สิ่งที่โบลซ์มานน์ทำคือการพยายามนิยามแนวคิดเรื่องเอนโทรปีทางอุณหพลศาสตร์ในเทอมของแนวคิดกลศาสตร์และความน่าจะเป็น

    โบลซ์มานน์ เป็นผู้บุกเบิกฟิสิกส์ยุคใหม่คนแรก ในการตีความเชิงสถิติของกฏข้อที่สองของอุณหพลศาสตร์   เขานำเสนอทฤษฎีโอกาสในกฏพื้นฐานของฟิสิกส์ ซึ่งเป็นการแยกตัวจากความคิดแบบคลาสสิคัลที่ว่ากฏพื้นฐานต้องสามารถบอกทุกอย่างได้อย่างแน่นอน แม้แต่ แมกซ์ แพลงค์ เองก็ยังไม่ยอมรับแนวคิดเชิงสถิติของโบลซ์มานน์ จนกระทั่งปี คศ. 1900 อาจกล่าวได้ว่า งานชิ้นบุกเบิกของโบลซ์มานน์ เป็นประตูแรกที่เปิดไปสู่การตีความแบบความน่าจะเป็นของกลศาสตร์ควอนตัม อันที่จริงแล้ว . ในบทความวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อปี คศ. 1897 โบลซ์มานน์ เป็นคนแรกที่แนะนำแพลงค์ ให้ใช้วิธีการเชิงสถิติในการอธิบายกลไกของการแผ่รังสีวัตถุดำ

     งานบุกเบิกสู่กลศาสตร์ควอนตัมชิ้นที่สองของโบลซ์มานน์ คือการนำเรื่องระดับพลังงานที่เป็นได้เฉพาะค่าเข้ามาอธิบายเรื่องทางอุณหพลศาสตร์ โบลซ์มานน์ ใช้แนวคิดนี้ในบทความวิจัยเรื่อง “The H-Theorem” เมื่อปี คศ. 1872   H-theoremนี้ แท้ที่จริงก็คือภาคกลศาสตร์ของกฏข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกส์นั่นเอง (อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบัน แนวคิดเรื่องการย้อนกลับไม่ได้ก็ยังเป็นปริศนาคาใจทั้งนักฟิสิกส์และนักปรัชญาวิทยาศาสตร์อยู่) นักฟิสิกส์หลายคนตั้งคำถามว่า โบลซ์มานน์คิดว่าวิธีการที่เขานำเสนอในเรื่องนี้เป็นเพียงเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ หรือมีนัยยะสำคัญทางฟิสิกส์ด้วย  ในแง่นี้ วิลเฮล์ม ออสท์วาลด์  เล่าว่าที่ Halle Conferenceในปี คศ. 1891 เมื่อเขาและแพลงค์ พยายามอธิบายให้โบลซ์มานน์ เห็นคล้อยตามถึงความเหนือกว่าของวิธีการทางอุณหพลศาสตร์เมื่อเทียบกับทฤษฏีแยกส่วนแบบอะตอม โบลซ์มานน์โต้ตอบทันทีว่า “ผมมองไม่เห็นเหตุผลว่าในเชิงอะตอมทำไมพลังงานจึงจะแยกเป็นระดับชั้นไม่ได้”

     นอกจากนี้ยังมีงานของโบลซ์มานน์ ที่ไม่ค่อยได้รับการกล่าวถึงอีกส่วนหนึ่งซึ่งน่าจะทำให้  โบลซ์มานน์ เหมาะที่จะได้รับการยกย่องเป็น ผู้บุกเบิกฟิสิกส์ยุคใหม่ อีกชิ้นหนึ่ง กล่าวคือในการบรรยายรื่องปรัชญาธรรมชาติแก่นักศึกษาที่เข้าฟังการบรรยายที่มหาวิทยาลัยเวียนนา ออสเตรีย  เมื่อปี คศ. 1903  โบลซ์มานน์ ได้กล่าวถึงการคิดเรื่องปริภูมิและเวลาในลักษณะเท่าเทียมกัน ดังเช่นในทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ นอกจากนี้ โบลซ์มานน์ และผู้ร่วมงานคือ ฟริทซ์ ฮาเซนเนอล  ยังได้สอนเรขาตณิตแบบ noneuclidean ทำให้นักศึกษาพร้อมที่จะเริ่มงานเมื่อ ไอสไตน์ประกาศทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของเขาในปี 1905 หรืออีกสองปีต่อมาอีกด้วย

 แนวคิดของโบลซ์มานน์ เรื่องระดับขั้นที่ไม่ต่อเนื่องของพลังงาน ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านอย่างรุนแรงจากนักฟิสิกส์รุ่นเก่า ผู้เข้าใจความหมายและนัยยะของการค้นพบครั้งสำคัญนี้ผิดไป เนื่องจากความไม่คุ้นเคยกับธรรมชาติเชิงสถิติ การโจมตีแบบหัวชนฝาจากนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายคนทำให้โบลซ์มานน์ รู้สึกว่า งานที่เขาทุ่มเทมาเกือบทั้งชีวิตกำลังจะล่มสลายไม่ว่าเขาจะพยายามต่อสู้เพียงใดก็ตาม เขาตกอยู่ในสภาวะจิตใจหดหู่ สุขภาพเสื่อมโทรมลงอย่างมาก ต่อเนื่องเป็นเวลานาน  วันที่ 5 กันยายน 1906 โบลซ์มานน์ ฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอขณะพักผ่อนที่หาด Duino ใกล้เมือง Trieste**  สามเดือนก่อนที่โลกจะรับรู้ถึงผลการทดลองที่เป็นหลักฐานขิ้นสำคัญสนับสนุนและพิสูจน์ว่าแนวคิดเชิงสถิติของ Boltzmann นั้นคือการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ในช่วงรอยต่อระหว่าฟิสิกส์คลาสสิคัล และฟิสิกส์ควอนตัมอย่างแท้จริง

** ไม่เคยมีใครรู้สาเหตุแท้จริงของการฆ่าตัวตายของ Boltzmann ซึ่งอาจเป็นผลจากอาการป่วยทางจิต (mental disease) ทำให้เกิดสภาพหดหู่ขั้นร้ายแรงเองโดยไม่เกี่ยวกับงานก็ได้

เอกสารอ้างอิง:

1.http://arxiv.org/abs/physics/9710007

2. http://www.ub.uni-heidelberg.de/helios/fachinfo/www/math/zitat/boltzmann-biblio.htm

3. http://www.bun.kyoto-u.ac.jp/phisci/%20Gallery/boltzmann_note.html

4. http://www.nationmaster.com/encyclopedia/Ludwig%20-Boltzmann

5.  www.akupunktur.at/lb-inst/flbiinfo.htm



(โดยละเอียด)

อักษรย่อชื่อคัมภีร์ | วิธีใช้หนังสือเล่มนี้

ภาคนำ

ข้อความให้เกิดความสนใจในพุทธประวัติ (๑๒ เรื่อง)

คลิกอ่านต่อครับ


 

 

 

 

 

 

ไอแซค นิวตัน

ผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วง

สารบัญ

กำเนิดไอแซค นิวตัน   6

นิวตัน ยอดนักทดลอง  15

ทฤษฎีสีรุ้ง  21

แรงโน้มถ่วงกับผลแอปเปิล  28

ข้อถกเถียงที่ยาวนาน  36

นิวตันผู้เหม่อลอย   39

มหาบุรุษแห่งวิทยาศาสตร์   44

สงบสุขนิรันดร์ ณ วิหารเวสต์มินสเตอร์  51

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10

{mospagebreak}

หน้า 11

{mospagebreak}

หน้า 12

{mospagebreak}

หน้า 13

{mospagebreak}

หน้า 14

{mospagebreak}

หน้า 15

{mospagebreak}

หน้า 16

{mospagebreak}

หน้า 17

{mospagebreak}

หน้า 18

{mospagebreak}

หน้า 19

{mospagebreak}

หน้า 20

{mospagebreak}

หน้า 21

{mospagebreak}

หน้า 22

{mospagebreak}

หน้า 23

{mospagebreak}

หน้า 24

{mospagebreak}

หน้า 25

{mospagebreak}

หน้า 26

{mospagebreak}

หน้า 27

{mospagebreak}

หน้า 28

{mospagebreak}

หน้า 29

{mospagebreak}

หน้า 30

{mospagebreak}

หน้า 31

{mospagebreak}

หน้า 32

{mospagebreak}

หน้า 33

{mospagebreak}

หน้า 34

{mospagebreak}

หน้า 35

{mospagebreak}

หน้า 36

{mospagebreak}

หน้า 37

{mospagebreak}

หน้า 38

{mospagebreak}

หน้า 39

{mospagebreak}

หน้า 40

{mospagebreak}

หน้า 41

{mospagebreak}

หน้า 42

{mospagebreak}

หน้า 43

{mospagebreak}

หน้า 44

{mospagebreak}

หน้า 45

{mospagebreak}

หน้า 46

{mospagebreak}

หน้า 47

{mospagebreak}

หน้า 48

{mospagebreak}

หน้า 49

{mospagebreak}

หน้า 50

{mospagebreak}

หน้า 51

{mospagebreak}

หน้า 52

{mospagebreak}

หน้า 53

{mospagebreak}

หน้า 54

{mospagebreak}

หน้า 55

{mospagebreak}

หน้า 56

{mospagebreak}

หน้า 57

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์