<%@ Language=VBScript %><% response.buffer=true %>News : MTEC2004
สาระน่ารู้
 
เรื่องนี้ไม่ได้นั่ง "เทียน" ไขออกมานะ
 
 
   
เอกสารอ้างอิง
- http://www.waxindia.com/

- http://home.howstuffworks.com/question267.htm

- http://candles.genwax.com/candle_instructions/___0___wax_cndl_basics.htm

- http://www.swri.edu/10light/
cotton.htm
      ท่านเคยสังเกตและตั้งคำถามเกี่ยวกับเทียนไขต่าง ๆ หรือไม่ อย่างเช่นทำไมเวลาเราจุดเทียนไข ไส้เทียนจึงเผาไหม้ช้านัก แต่พอเราเผาไส้เทียนเปล่า ๆ ที่เป็นเส้นด้ายล้วน มันถึงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว? เนื้อเทียนเข้ามาเกี่ยวอย่างไร? มีเหตุผลหรือคำอธิบายบ้างไหม? กระบวนการเผาไหม้นั้นเป็นอย่างไร? คำถามต่าง ๆ สามารถตั้งขึ้นมาได้มากมาย ทั้ง ๆ ที่เทียนไขประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ เนื้อเทียน และไส้เทียนแค่นั้น
 
 
 ส่วนประกอบของเทียนไข
       อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า เทียนไขประกอบด้วยเนื้อเทียนและไส้เทียน ซึ่งดูแล้วเป็นสิ่งของที่ธรรมดามาก ๆ แต่ในความธรรมดานั้น มีความเป็น วิทยาศาสตร์แฝงอยู่มากมาย ลองดูว่าแต่ละส่วนมีผลอะไร และอย่างไรบ้าง
 
       ไส้เทียน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญมาก เทียนไขจะไม่เป็นเทียนไขหากปราศจากไส้เทียน ไส้เทียนทำจากเส้นด้ายฟั่นเป็นเกลียว ซึ่งเส้นด้ายก็มาจากฝ้ายซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติ ตัวไส้เทียนนอกจากทำหน้าที่เป็นแหล่งเชื้อเพลิงแล้ว ยังต้องมีสมบัติของการเป็นตัวดูดซับ (absorbent) ที่ดีด้วย เพราะในขณะที่ไส้เทียนติดไฟนั้น ไส้เทียนจะดูดซับขี้ผึ้งเหลวหรือพาราฟินเหลว ให้ขึ้นไปตามตัวไส้เทียน เพื่อให้เกิดการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง แรงที่ใช้ในการดูดซับน้ำเทียนเหลวนี้เป็นแรงที่เรียกว่า "การซึมตามรูเล็ก (capillary action)" ซึ่งเป็นการเคลื่อนที่ของของเหลวขึ้นไปตามท่อหรือหลอดขนาดเล็ก ๆ


       เนื้อเทียน ทำจากพาราฟินแว๊กซ์ (paraffin wax) หรือขี้ผึ้ง (beeswax) ก็ได้ พาราฟินแว๊กซ์เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหลือของกระบวนการแยกน้ำมันดิบ หรือก๊าซธรรมชาติ พาราฟินแว๊กซ์เป็นของผสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนหลายชนิด และมีจำนวนคาร์บอนอยู่ในสายโซ่โมเลกุลได้ตั้งแต่ 18-45 อะตอม ในสภาวะแวดล้อมปกติ สารพาราฟินแว๊กซ์ มีสมบัติค่อนข้างเฉื่อยต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ ส่วนขี้ผึ้งคือ ไขที่ผึ้งขับออกมาเพื่อนำไปใช้สร้างและซ่อมแซมรังผึ้ง ขี้ผึ้งเป็นของผสมของสารต่าง ๆ เช่น สารไฮโดรคาร์บอน สารโมโนเอสเทอร์ (monoesters) สารไดเอสเทอร์ (diesters) และอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ขี้ผึ้งธรรมชาติมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำจึงลอยน้ำได้ และมีจุดหลอมเหลวอยู่ในช่วงประมาณ 62-65 oC โดยขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่าง ๆ ของขี้ผึ้ง
กลไกการติดไฟ

         การติดไฟของเทียนไข มีกลไกที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อเราจุดไฟให้เทียนไขเล่มใหม่ ไส้เทียนจะลุกไหม้ ความร้อนของเปลวไฟทำให้เนื้อเทียนไขบริเวณโคนไส้เทียนเกิดการหลอมเหลว และถูกดูดซับเข้าไปในตัวไส้เทียนโดยแรงซึมตามรูเล็ก (capillary force) เนื้อเทียนที่ถูกดูดเข้าไปในตัวไส้เทียน บางส่วนจะระเหยกลายเป็นไอ เนื่องจากความร้อนจากเปลวไฟ และบางส่วนจะถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับไส้เทียน
   
 
       ส่วนเหตุผลที่ทำให้ไส้เทียนเผาไหม้ช้านั้น เกิดจากเนื้อเทียนที่หลอมเหลวดึงความร้อนออกจากไส้เทียนมาใช้ในการเผาไหม้ตัวเอง และใช้ในการเปลี่ยนสถานะของพาราฟินหรือขี้ผึ้งให้กลายเป็นก๊าซระเหยออกไป ตัวอย่างใกล้เคียงในเรื่องการถ่ายเทความร้อนนี้คือ กลที่นักมายากลแสดงการจุดไฟต้มน้ำในภาชนะที่ทำจากกระดาษ กระดาษจะไม่ไหม้ไฟเนื่องจากน้ำทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อนออกจากบริเวณที่กระดาษถูกไฟลน ทำให้อุณหภูมิของกระดาษบริเวณนั้นไม่สูงเพียงพอต่อการลุกไหม้ หรือการสันดาปนั่นเอง
   
   
   
   
   
 

Copyright © 1997-2005,MTEC,NSTDA. All rights reserved.