<%@ Language=VBScript %><% response.buffer=true %>News : MTEC2004
สาระน่ารู้
 
รถยนต์กับพลาสติก
(จากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 21-22 กรกฎาคม 2544 : เสือใหญ่ ดงอักษร -เรียบเรียง)
 
       เมื่อคุณออกไปชอปปิ้งรถยนต์คันใหม่ในวันนี้ สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

       อะไรก็ตามที่แปลกตาไปมันเพียงพอแล้วที่จะทำให้สะดุดตาคุณ โดยเฉพาะการหายไปของไม้ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของแผ่นหน้าปัดรถยนต์ (dashboards) รวมไปถึงบริเวณรอบๆ หน้าปัดและระหว่างประตูรถ คือ การเปลี่ยนแปลงที่กำลังถูกอธิบายว่าได้ล้าสมัยไปเรียบร้อย และถูกแทนที่ด้วยโลหะ และรายละเอียดของพลาสติกคุณภาพชั้นยอด

       เกิดอะไรขึ้น!!! หลายคนอาจจะมองว่าแผงหน้าปัดรถยนต์ที่มีไม้เป็นส่วนประกอบยังดูคลาสสิกกว่าเยอะ ไม่ผิดที่คิดเช่นนั้น แต่เวลานี้ แฟชั่นดังกล่าวตกยุคไปแล้ว และควรจะเข้าใจเอาไว้ว่า นี่คือ จุดเริ่มต้นหรือการเกิดใหม่ของแผ่นหน้าปัดรถยนต์

       และหากรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในปัจจุบันแล้วใช้ไม้เป็นส่วนประกอบของแผ่นหน้าปัด นั่นหมายถึงการอยู่ผิดยุคสมัย แต่หารู้ไม่ว่าไม้เป็นวัตถุที่ทนไฟได้เป็นอย่างดี 'มีคนเข้าใจผิดอย่างมาก กรณีเกี่ยวกับการนำเอาวัตถุที่ติดไฟง่ายมาป้องกันผู้ขับขี่รถยนต์หากเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เครื่องยนต์' Bob Casey นักประวัติศาสตร์ยานยนต์และผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ด้านขนส่งแห่ง Henry Ford Museum ในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน บอก ซึ่งเขาเองค้านหัวชนฝาว่าไม้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญกว่าการนำแผ่นโลหะหรือพลาสติกเข้ามาแทนที่
   
   
        ในช่วงทศวรรษที่ 1930 โลหะ ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับงานประดิษฐ์ นับตั้งแต่ดินสอไปจนถึงวิทยุ ขณะที่ไม้ถูกเลือกใช้เป็นส่วนประกอบรถยนต์ราคาแพง ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยโลหะบนแผงหน้าปัดรถยนต์ผสมผสานในรูปแบบระยิบระยับและขอบหน้าปัดชุบโครเมี่ยม
       ว่ากันว่าในยุคนั้นหากใครต้องการออกแบบภายในรถยนต์ก็สามารถสรรค์สร้างได้ตามจินตนาการ
       อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 1950 ไม้ได้กลับมาเป็นที่นิยมสำหรับแผงหน้าปัดรถยนต์อีกครั้ง เมื่อค่ายรถอย่าง Jaguar และ Aston Martin ที่ผลิตรถออกมาได้ลุ่มลึกพร้อมด้วยเบาะหนังชั้นยอด และแน่นอนการนำไม้มาเป็นองค์ประกอบประหนึ่งสร้างความเซ็กซี่ภายในตัวได้อย่างกลมกลืน
   
 
       Casey เล่าให้ฟังว่า ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายอเมริกันพยายามอย่างยิ่งที่จะรวบรวมบารมีตนเอง ด้วยการนำไม้มาเป็นส่วนประกอบสำหรับการออกแบบภายในรถยนต์ แต่ในทศวรรษที่ 1960 ไม้ที่ว่ามันเป็นของเทียมทั้งนั้น ซึ่งแสดงออกมาโดยรถยนต์มีราคาย่อมเยาเหลือเกิน 'ไม่เหมือนค่ายรถยุโรปที่มีรสนิยมตรงกันข้าม'

       ความน่าสนใจที่กลับทิศกลับทางอยู่ที่การกลับมาอีกครั้งของการนำไม้จริงๆ มาเป็นส่วนประกอบรถยนต์ เมื่อค่ายรถยนต์หรูสัญชาติเยอรมันและญี่ปุ่นเห็นความสำคัญในช่วงทศวรรษ 1980 แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาเหมือนกับมีการบอกล่วงหน้าว่า นี่คือยุคสุดท้ายของการออกแบบภายในรถยนต์ที่มีไม้เป็นองค์ประกอบ

       เหตุผลมีอยู่มากมาย ผู้บริโภคทั้งหลายได้มองอย่างผิวเผินสำหรับรถยนต์ที่ออกแบบภายในด้วยไม้ ความคิดเช่นนี้เป็นมากว่า 20 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของความหรูหราและรถยนต์ประเภทราคาแพงๆ

       'ค่ายรถยนต์เลือกที่จะใช้ประโยชน์จากไม้ เพราะพวกเขาปฏิเสธไม่ได้' John Casesa นักวิเคราะห์ด้านยานยนต์แห่งเมอร์ริล ลินช์ ชี้ 'ตลาด คือการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคกับรถหรูๆ และผู้ผลิตต้องการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่เห็นสมควรว่ามีความแตกต่างจากค่ายอื่น'
 
       นอกเหนือจากการแข่งขัน พลาสติกและโลหะบ่งบอกถึงความเท่ ทันสมัย เช่นเดียวกับ Allison Arieff บรรณาธิการนิตยสาร dwell ในซานฟรานซิสโก มุ่งให้ความสนใจมากกว่าความทันสมัย เพราะนี่คือการออกแบบภายในและโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม

        'ประชาชนมีความระแวงสงสัยน้อยมากกรณีรถยนต์ราคาย่อมเยากับความสัมพันธ์ของพลาสติก' เขาบอก เพราะว่าชิ้นส่วนบางอย่างถูกดีไซน์ให้ดูเก๋ๆ โดยใช้วัตถุดิบสังเคราะห์ 'ทุกๆ สิ่งจากเบาะถึงถังขยะทำจากพลาสติกไฟเบอร์กลาสและโพลียูรีเทน'
 
 
       ปัจจุบันลูกค้าอาจจะไม่หวนกลับไปนึกถึงไม้อีกแล้ว ถึงแม้ว่าในอดีตมันอธิบายให้เห็นถึงความหรูหราและมืออาชีพ แต่วันนี้พวกเขากลับเลือกอะไรที่มันถูกๆ ไว้ก่อน

       หรือสมเหตุสมผลแล้วที่บรรดาค่ายรถยนต์แทะโลมผู้บริโภคด้วยการประกาศจากการอ้างคำว่า ดีไซน์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อ Audi เผยโฉมรถรุ่น TT ออกมา ผู้คนเข้าใจผิดไปว่านี่คือรถในทศวรรษที่ 1930 ที่ออกแบบภายในสไตล์ Bauhaus

       หนังฟอกย้อมสีดำลึก และแทนที่ด้วยรูปลักษณ์ภายในที่เป็นโลหะช่องอากาศขนาดใหญ่ผิดปกติ แถมอธิบายว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ด้านเครื่องยนต์สำหรับการกลับมาอีกครั้ง

       การเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวของเรื่องดังกล่าว เดี๋ยวนี้จะเห็นว่าโลหะถูกใช้ประโยชน์แทบทุกส่วนของเครื่องยนต์ไปแล้ว เห็นได้จากเครื่องยนต์ของรถค่ายนิสสันในปี 2002 ไม่ว่าจะเป็น Nissan Frontier, Xterra SUV, Speed Racer-styled ไปจนถึงรุ่นขายดิบขายดี Lexus IS 300

       พลาสติก คือ ทางเลือกของค่ายรถยนต์และขณะนี้อาจจะพูดได้ว่าได้กลายเป็นสิ่งที่ปอปปูล่าเช่นเดียวกับโลหะเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าย BMW ใช้เป็นส่วนประกอบของแผงหน้าปัดในรถสปอร์ตรุ่น Z8 และ M Roadster อย่างไรก็ดี BMW ยังคงใช้ประโยชน์จากไม้กับรุ่น Series 7 อยู่ต่อไปซึ่งจะเผยโฉมให้เห็นครั้งแรกในเร็วๆ นี้
 
       นี่คือตัวอย่างบางตอนที่พลาสติก และโลหะได้เข้ามาแทนของส่วนประกอบภายในรถยนต์ ในอนาคตสิ่งประดิษฐ์ทั้งสองยิ่งมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ขนาดที่ว่าอาจจะเห็นรถยนต์พลาสติกทั้งคันก็ได้
 
 
 

Copyright © 1997-2005,MTEC,NSTDA. All rights reserved.