<%@ Language=VBScript %><% response.buffer=true %>News : MTEC2004
สาระน่ารู้
 
การกลับมาอีกครั้งของ "แก๊สโซฮอล์"
       หลังจากสงครามอ่าวเปอร์เซียอุบัติขึ้น วิกฤตการณ์น้ำมันยุคศตวรรษที่ 20 ได้บังเกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จะสังเกตได้ว่ายามใดที่ราคาน้ำมันโลกขยับตัวสูงขึ้น กระแสการกระตุ้นให้ประชาชนประหยัดพลังงาน หรือกระแสการคิดค้น การผลักดันการใช้พลังงานจากแหล่งอื่นมาใช้ทดแทนก็เกิดขึ้นสอดรับบ่อยครั้ง

       "แก๊สโซฮอล์" เป็นอีกพลังงานทางเลือกหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักและกล่าวขานกันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทย ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2528-2530 การปิโตรเลียมแห่งประเทศ (ปตท.) (ในขณะนั้น) ได้ทดลองจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ แต่ก็ไม่สามารถสู้ราคาได้ เนื่องจากราคาแอลกอฮอล์สูงกว่าราคาน้ำมันเบนซิน หลังจากนั้นได้มีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเปิดให้บริการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์อีกครั้งในปี พ.ศ.2544 เช่นเดียวกับ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ที่เปิดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ในปีเดียวกัน
         หลังจากเผชิญวิกฤติราคาน้ำมันหลายครั้ง การส่งเสริมและสนับสนุนการใช้แก๊สโซฮอล์ในบ้านเราเริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น โดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2543 เห็นชอบในหลักการโครงการผลิตแอลกอฮอล์จากพืชเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ เอทานอลแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ ปัจจุบัน การดำเนินงานรุดหน้าไประดับหนึ่ง โดยมีผู้ประกอบการจัดตั้งโรงงานเอทานอลเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งผ่านการอนุมัติแล้ว จำนวน 8 แห่ง โดยบางโรงงาน ได้เริ่มผลิตเอทานอล เพื่อป้อนให้กับบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันแล้ว
       การเปิดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์อีกครั้ง ทำให้เราต้องมาความรู้จักกับเชื้อเพลิงทางเลือกนี้กันสักนิด
 
 
 
รูปจาก http://www.pttplc.com/
"แก๊สโซฮอล์" คืออะไร
       คำจำกัดความสั้น ๆ ของแก๊สโซฮอล์ คือ น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว ที่มีส่วนผสมของ เอทานอล (ethanol) โดยปัจจุบันใช้สูตร E 10 ตามประกาศของกรมทะเบียนการค้า ว่าด้วยเรื่องการกำหนดลักษณะ และคุณภาพ ของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2545 ซึ่งก็หมายถึง การผสมเอทานอลบริสุทธิ์ 99.5% ในสัดส่วน 10% โดยปริมาตร กับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91 ในสัดส่วน 90% โดยปริมาตร (น้ำมัน 90 : เอทานอล 10)
 
"แก๊สโซฮอล์" มีความสำคัญอย่างไร
       ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันผันผวน ย่อมส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินที่ประเทศต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาศักยภาพการผลิตพลังงานทดแทน โดยเฉพาะแอลกอฮอล์จากพืชแล้ว ประเทศไทยเราเองไม่เป็นรองใคร เนื่องจากมีแหล่งวัตถุดิบ จากพืชผลการเกษตร จำนวนมาก เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวฟ่างหวาน เป็นต้น จึงเป็นโอกาสดี ที่จะพัฒนาเชื้อเพลิงทดแทนขึ้น เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน ขณะเดียวกัน ยังสามารถ แก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง
      เมื่อมีการใช้แก๊สโซฮอล์แล้ว ยังสามารถลดการนำเข้าสาร MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) ซึ่งเป็นสารเพิ่มปริมาณออกซิเจนเพื่อเพิ่มค่าออกเทน (จาก 91 เป็น 95) ได้อีกด้วย ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องนำเข้าสาร MTBE ปีละ 3,000 ล้านบาท ขณะที่แก๊สโซฮอล์ใช้เอทานอลเป็นสารเพิ่มปริมาณออกซิเจน โดยเมื่อนำเบนซิน 91 ผสมเอทานอล 10% จะได้น้ำมันเบนซิน 95 และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกับ MTBE ซึ่งย่อยสลายยาก (มลรัฐหลายแห่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มประกาศยกเลิกใช้สาร MTBE สำหรับประเทศไทย กำหนดไว้ภายในปี 2550)
   
       นอกจากนี้ แก๊สโซฮอล์จะทำให้ปริมาณสารที่ก่อให้เกิดมลพิษ เช่น ไฮโดรคาร์บอนและคาร์บอนมอนอกไซด์ลดลง ส่งผลให้คุณภาพอากาศดีขึ้น ลดปัญหาสภาวะโลกร้อนได้ (Green House Effect) เนื่องจากเอทานอลที่ผสมอยู่ใน แก๊สโซฮอล์นั้น มีออกซิเจนอยู่ด้วย จึงช่วยให้การเผาไหม้ของเครื่องยนต์สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้คาร์บอนมอนอกไซด์ที่ออกจากท่อไอเสียรถยนต์ ลดลงเกือบ 40% และน้ำมันผสมแอลกอฮอล์เป็นน้ำมันที่เบา เกิดการสันดาปได้รวดเร็ว จึงทำให้ไฮโดรคาร์บอน จากเบนซิน ที่เหลือจากการเผาไหม้ลดลงประมาณ 20%
   
   
  "ใช้แก๊สโซฮอล์กันอย่างไร"
 
       แก๊สโซฮอล์ หรือ E10 มีสมบัติเหมือนน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 95 ทุกประการ ดังนั้น แก๊สโซฮอล์จึงสามารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว 95 ได้ โดยไม่ต้องรอให้น้ำมันเดิมหมดถัง และไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์แต่อย่างใด เพราะไม่เกิดผลกระทบต่อเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังทำให้เครื่องยนต์เผาไหม้ ได้อย่างสมบูรณ์ อีกด้วย ทั้งนี้ในปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่าง ๆ ได้ระบุไว้ชัดเจน ในคู่มือประจำรถยนต์ว่ารถรุ่นนั้นสามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้หรือไม่
      สำหรับความเข้ากันได้ของวัสดุที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถยนต์กับ แก๊สโซฮอล์ นั้น ที่ผ่านมา บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เคยศึกษาวิจัยแนวทาง การนำ สารป้องกันสนิม (corrosion inhibitor) มาใช้ในแก๊สโซฮอล์ พบว่า สารป้องกันสนิม จะป้องกัน การกัดกร่อนได้เฉพาะชิ้นส่วนที่เป็นโลหะจำพวกเหล็ก ทองแดง ทองเหลือง และโลหะอัลลอย ส่วนที่เป็นพลาสติกและยางบางชนิด เช่น โพลิโพรพิลีน (polypropylene) โพลิเอทิลีน (polyethylene) เซลลูโลส อะซิเตท บิวทิเลต (cellulose acetate butyrate) นั้นไม่สามารถป้องกันได้ ซึ่งควรจะเปลี่ยนไปใช้วัสดุชนิดอื่นแทน ได้แก่ พลาสติก จำพวกเอบีเอส (Acrylonitrile Butadiene Styrene ; ABS) พีวีซี (PolyVinyl Chloride ; PVC) โพลิคาร์บอเนต (polycarbonate) ฟลูออโรคาร์บอน (fluoro-carbons) และท่อยาง ประเภทบิวทัล รับเบอร์ (butyl rubber)

       อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ ได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนวัสดุ ให้สามารถใช้งานกับแก๊สโซฮอล์ได้ รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ จึงสามารถใช้งานกับแก๊สโซฮอล์ โดยไม่เกิดปัญหาต่อชิ้นส่วนวัสดุ
   
   
  "สถานภาพแก๊สโซฮอล์ในปัจจุบัน"
 
       ภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่งบวกกับปริมาณน้ำมันดิบที่ลดน้อยลง ทำให้หลายประเทศหันมาให้ความสนใจกับพลังงานจากเอทานอล โดยพบว่า การใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ หรือ ดีโซฮอล์ (ดีเซล+เอทานอล) ได้รับความนิยมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ประเทศบราซิล มีรถยนต์จำนวน 3.5 ล้านคัน ที่ใช้เอทานอลสูตร 92% (hydrous ethanol) โดยมีสถานีบริการน้ำมัน ที่จำหน่ายเอทานอลสูตรนี้ถึงจำนวน 26,000 แห่งทั่วประเทศ
      ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีโรงงานผลิตเอทานอล 62 แห่ง มีกำลังการผลิตวันละ 20.3 ล้านลิตร และภายในปี พ.ศ. 2547 น้ำมันเบนซินในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย จะเป็น แก๊สโซฮอล์ทั้งหมด (เอทานอลความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.5) โดยมีกำลังการผลิตประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน
       สำหรับบ้านเรา หลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติให้ตั้งโรงงาน 8 แห่ง เพื่อผลิตและจำหน่าย เอทานอล และอีก 12 แห่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัตินั้น ในส่วนของบริษัทผู้จำหน่าย น้ำมัน คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จากปัจจุบันที่ให้บริการแก๊สโซฮอล์ ที่สาขา สำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียว ก็ได้เตรียมขยายสถานีบริการเป็น 69 สถานี สำหรับบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) มีสถานีจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ประมาณ 180 แห่ง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่พร้อมให้บริการแก๊สโซฮอล์
       ในส่วนของราคาแก๊สโซฮอล์นั้น ที่ผ่านมาทั้งบริษัท ปตท. และบริษัท บางจาก ได้จำหน่ายแก๊สโซฮอล์ในราคาที่ถูกกว่าน้ำมันเบนซินลิตรละ 50 สตางค์ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาเติมแก๊สโซฮอล์ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับในระดับหนึ่ง

       ดังนั้น ในภาวะราคาน้ำมันแพง กอปรกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว "แก๊สโซฮอล์" จึงกลับมาเป็นพลังงานทางเลือกที่น่าสนใจในอนาคตอันใกล้อีกครั้ง ด้วยราคาที่ถูกกว่าน้ำมันเบนซิน ขณะเดียวกัน การดำเนินงานโครงการนี้ของภาครัฐ เริ่มปรากฎเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งย่อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน นอกจากนี้ แก๊สโซฮอล์ยังส่งผลดีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ การช่วยประหยัดงบประมาณด้านเชื้อเพลิงของประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เป็นเจ้าของวัตถุดิบ รวมถึงยังช่วยต่อลมหายใจให้กับโลกใบนี้อีกด้วย
      การกลับมาครั้งนี้ของ "แก๊สโซฮอล์" เปรียบเสมือนเทพบุตรขี่ม้าขาว ที่มาช่วยชีวิตคนไทยในช่วงภาวะราคาน้ำมันไม่เป็นใจ แต่ดูเหมือนยังมีความไม่พร้อมในบางประการทำให้ต้องเลื่อนการจำหน่ายออกไป คาดว่าอีกไม่นานเกินรอ ผู้ใช้รถยนต์ทั้งหลายจะได้ทดลองใช้แก๊สโซฮอล์กันแบบจริง ๆ จัง ๆ สักที
   
   
รถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E 10
(ข้อมูลจากสถาบันยานยนต์และกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์)
ผู้ผลิต
รุ่น
 TOYOTA  The vehicles are equipped with EFI (Electronic Fuel Injection) since 1990-present
 HONDA  CIVIC year model 1995-present
 ACCORD year model 1995-present
 CRV year model 1998-present
 VIGOR imported in 1995
 INTEGRA imported in 1995
 PRELUDE year model 1995-1996
 ACCORD year model 1995-1996
 CRV year model 1996
 LEGEND year model 1996-1997
 ODYSSEY model 1995-present
 S2000 year model 2000
 INSIGHT year model 2000
 MITSUBISHI  The vehicles were made since 1995-present
 NISSAN  PRESEA R 10
 PULSAR 1.3 (N10, N12) Engine GA
 SENTRA (B12) Engine GA
 SENTRA 2.0 (C 23) Engine GA
 SUNNY 1.3 (B11)
 200SX (S13)
 300ZX (Z32)
 BLUEBIRD SSS (U13X
 CEFIRO 2.0L
 CEFIRO 3.0L
 TERRANO II
 NISSAN  INFINITY Q45
 NV WAGON
 NV-B
 NV-B-Q CAB
 PRIMERA GXE
 SUNNY 1.6 SUPPER (B13)
 SUNNY 1.5 (B14)
 BIG M 2.4 (D22)
 SUNNY 1.6 NEO (N16)
 FORD  EXPLORER 4.0L V6 FFV
 MONDED 98
 RANGER 3.0L V6 FFV
 TAURUS 3.0L V6 FFV
 MOUNTAINEER 4.0L V6 FFV
 GM  CHEVOROLET ZAFIRA 1.8L และ 2.2 L
 HYUNDAI  All model
 JEEP  CHEROKEE year model 94-present
 GRAND CHEROKEE 4.0L year model 1995-present
 GRAND CHEROKEE 4.7L year model 1999-present
 WRANGLER year model 1995-present
 CHRYSLER  VOYAGER 3.6L
 NEON year model 1996-present
 รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
 ยามาฮ่า คาวาซากิ ซูซูกิ
 ทุกรุ่น
 

Copyright © 1997-2005,MTEC,NSTDA. All rights reserved.