index 195

 

พุดเดิ้ล

สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล(Poodle)

    พันธุ์มาตรฐาน : สุนัขขนาดใหญ่ ต้องการการออกกำลังกายและดูแลขนเป็นพิเศษ และรักเด็ก พันธุ์เล็กและพันธุ์ตุ๊กตา: สุนัขขนาดเล็ก ต้องการการดูแลขนเป็นพิเศษ และรักเด็ก

ส่วนสูง

น้ำหนัก

วงจรชีวิต

การจัดกลุ่มพันธุ์

22-27 นิ้ว

45-70 ปอนด์

10-14 ปี

สุนัขที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

ลักษณะเด่น
    ขนดก แน่น และหยิกงอน สีขนเป็นสีเทา สีเงิน สีดำ สีขาว สีเทาน้ำเงิน สีน้ำตาลหรือสีครีม

นิสัย
     พุดเดิ้ลที่มีสายพันธุ์ดีจะเป็นสุนัขที่ฉลาดและตอบสนองไวที่สุดในบรรดาสุนัขทั้งหมด พุดเดิ้ลมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาดมาตรฐาน ขนาดเล็ก และขนาดทอย(ตุ๊กตา) พุดเดิ้ลทุกขนาดจะเป็นสุนัขที่น่าหยิกน่าหมั่นไส้ แสนประจบ ซน และขี้เล่น พุดเดิ้ลพันธุ์เล็กกับพันธุ์ทอยมีอุปนิสัยที่ไม่ค่อยไว้ใจคนแปลกหน้า และมีความอดทนกับเด็กน้อยกว่าพันธุ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม พุดเดิ้ลเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ซึ่งคุณก็ควรฝึกสอนตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วคุณจะเห็นว่ามันมีความสามารถในการทำตามคำสั่งที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ข้อเสียของมันก็คือมันมีนิสัยชอบเห่า แต่คงเพราะตัวเล็กไปหน่อยจึงได้แต่เห่าอย่างเดียว ทำอะไรใครไม่ได้ สุนัขพันธุ์นี้เหมาะที่จะเลี้ยงในคอนโด แต่ก็ควรให้ได้รับการออกกำลังกายพอสมควรด้วย แต่ถ้าใครคิดจะเลี้ยงเจ้าพุดเดิ้ลขนาดจิ๋ว (เล็กกว่าพันธุ์ทอย) ก็จงระวังให้ดี เพราะมันค่อนข้างขี้โรคและมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย

การตัดแต่งขนและการออกกำลังกาย
   สุนัขพันธุ์นี้ไม่ผลัดขนคุณจึงควรแปรงขนให้มันสัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง และตัดแต่งขนให้ทุกๆ 4-6 สัปดาห์ และควรพาไปเดินเล่นในที่ที่ไม่มีคนพลุกพล่าน พันธุ์มาตรฐานต้องการการออกกำลังกายมากกว่าพันธุ์มินิเอเจอร์และทอย

ถิ่นกำเนิด
    พุดเดิ้ลพันธุ์สแตนดาร์ดมีต้นกำเนิดจากเยอรมันช่วงยุคกลาง เพื่อใช้คาบนกที่ตกลงในแม่น้ำหรือบึงมาให้นายพราน ดังนั้น ขนของมันจึงถูกเล็มออกเพื่อลดการต้านน้ำและให้ลอยตัวได้ดีขึ้น ในศตวรรษที่ 19 ฝรั่งเศสใช้พุดเดิลพันธุ์มาตรฐานในการเก็บนกที่ยิงตกลงไปในน้ำและในละครสัตว์ ในศตวรรษที่ 18 พันธุ์ทอยและมินิเอเจอร์ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นในประเทศอังกฤษ (ในรัชสมัยของควีนแอนน์) เพื่อใช้ในการหาเก็บเห็ดดำ ใช้ในการแสดง และเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน พุดเดิ้ล มาจากภาษาเยอรมัน ซึ่งแปลว่า "ตีน้ำกระเพื่อม"

ข้อควรระวังเป็นพิเศษ
    ควรซื้อลูกสุนัขจากผู้เพาะพันธุ์ที่มีชื่อเสียง ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์มาตรฐาน : โรคข้อสะโพกห่าง ปัญหาเรื่องตารวมทั้งจอรับภาพเสื่อมเรื้อรัง โรคลมบ้าหมู โรคท้องมาน โรคติดต่อทางผิวหนัง โรคไต ปัญหาสุขภาพของสายพันธุ์มินิเอเจอร์และพันธุ์ทอย : ปัญหาเรื่องตา หูตึง โรคกระดูกสะบ้าเคลื่อน โรคความผิดปกติทางหัวใจและเลือด โรคลมบ้าหมู

 

แบตเตอรี่กับปลาไหลไฟฟ้า

    ทุกๆปี แบตเตอรี่กว่า 70 ล้านก้อนถูกขายบนโลก  โดยเฉพาะวันปีใหม่  กับวันคริสตมาส จะใช้กันมากเป็นพิเศษ  ในวีดีโอท่านจะได้เห็นปลาไหลไฟฟ้า มันสามารถผลิตไฟฟ้าด้วยตัวของมันเองได้       download  จากฟิสิกส์ราชมงคล


ทดสอบถุงยางอนามัย

   ทดสอบความทนทาน  ทดสอบรูพรุนโดยการอัดน้ำลงไป  ทดสอบความยืดหยุ่น   และเป่าถุงยางด้วยลมจนมันแตกดังโพละ         download  จากฟิสิกส์ราชมงคล


ทดสอบลูกคริกเก็ต

    ลูกคริกเก็ตถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1700  เราจะทดสอบโดยตัดลูกคริกเก็ตด้วยเลื่อย        download  จากฟิสิกส์ราชมงคล


รูปร่างของแบตเตอรี่

   ทำไมแบตเตอรี่จึงมีลักษณะกลม  ทดสอบว่าผลไม้ใดให้ไฟฟ้ามากสุด  ท่านจะได้เห็นการนำแบตเตอรี่ไปขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า       download  จากฟิสิกส์ราชมงคล


ยาสีฟัน

    ประวัติของยาสีฟัน  การผสมฟลูออไรด์ในยาสีฟัน  ส่วนประกอบของยาสีฟันที่สำคัญที่สุด  คือสารขัดฟัน การทำยาสีฟันขึ้นเองในบ้าน       download  จากฟิสิกส์ราชมงคล


ชา

    ใบชาถูกนำเข้าเครื่องจักร  และลำเลียงเข้าไปในเครื่องบดและผสม  ต่อไปส่งเข้าบรรจุในถุงชาที่ทำจากปอ       download  จากฟิสิกส์ราชมงคล


เทคโนโลยีอื่นจากการใช้สนามแม่เหล็ก และไฟฟ้า

          จากความรู้ทางไฟฟ้าที่ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday) พบตั้งแต่ พ.ศ.2374 ว่าการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลในลวดโลหะได้ และกระแสไฟฟ้าที่ไหลอยู่ในลวดโลหะก็สามารถเหนี่ยวนำให้เส้นลวดเกิดสนามแม่เหล็กได้นั้น ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถประดิษฐ์เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้า และหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เรารู้จักกันและคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน

           แต่อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งสามชนิดนี้จะกลายเป็นของเล่นไปในทันที หากท่านทราบว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาเรื่องนี้ต่อจนพบกระแสไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งซึ่งในเวลาต่อมากระแสไฟฟ้าชนิดใหม่นี้ได้กลายเป็นหัวใจหลักของสิ่งประดิษฐ์อีกหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นเตาหุงต้มอาหาร เตาหลอมโลหะ หรือแม้แต่ระบบเบรก

 

กระแสไฟฟ้าอีกชนิด

          นักวิทยาศาสตร์พบเพิ่มเติมว่าการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กนอกจากจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวดแล้ว ยังทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งไหลอยู่เฉพาะที่ บริเวณผิว ของโลหะด้วย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกกระแสไฟฟ้าชนิดนี้ว่า กระแสไฟฟ้าวน (eddy current)

{mospagebreak}

หน้า 2

กระแสไฟฟ้าวนคืออะไร?

           กระแสไฟฟ้าวนเป็นกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กภายนอกแต่กระแส

          ไฟฟ้าชนิดนี้จะไหลวนอยู่เฉพาะบริเวณผิวของโลหะเท่านั้น โดยทั่วไปนักวิทยาศาสตร์ถือว่า การเกิดกระแสไฟฟ้าวนเป็นการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าโดยเปล่าประโยชน์ เพราะพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานความร้อน เนื่องจากกระแสไฟฟ้าวนไหลผ่านความต้านทานไฟฟ้าของโลหะ นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกด้วยว่า กระแสไฟฟ้าวนที่ไหลบนผิวโลหะสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็ก โดยสนามแม่เหล็กที่เกิดใหม่จะมีทิศตรงข้ามกับสนามแม่เหล็กภายนอกด้วย

           แม้ว่าการเกิดกระแสไฟฟ้าชนิดนี้จะเป็นการสูญเสียพลังงานแต่ในอีกมุมหนึ่งกลับมีผู้มองเห็นถึงประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ในกระแสไฟฟ้าวน และนำมาประยุกต์จนเกิดเป็นสิ่งประดิษฐ์อีกหลายอย่างออกมา ซึ่งในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากกระแสไฟฟ้าวนสองชนิดคือ เตาหุงต้มเหนี่ยวนำ และระบบเบรก

เตาหุงต้มเหนี่ยวนำกับกระแสไฟฟ้าไหลวน

           เตาหุงต้มเหนี่ยวนำ หรือเตาเหนี่ยวนำเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากการนำกระแสไฟฟ้าวนมาใช้งาน ด้วยรูปร่างหน้าตาของเตาและการทำงานของเตาสามารถทำให้หลายคนงงงันได้ว่า มันทำให้ภาชนะร้อนได้อย่างไร? เนื่องจากเตาเหนี่ยวนำสามารถทำให้หม้อหรือกระทะที่วางบนเตาร้อนอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีเปลวไฟนอกจากนี้บริเวณฐานวางภาชนะของตัวเตาจะอุ่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (หากเป็นหม้อไฟฟ้าหรือกระทะไฟฟ้าที่ใช้ลวดนิโครมเป็นแหล่งกำเนิดความร้อน ฐานวางภาชนะต้องร้อนจนสัมผัสไม่ได้แล้ว) ขณะที่ตัวหม้อหรือกระทะร้อนจนทำให้อาหารสุกหรือทำให้น้ำในหม้อเดือดปุด ๆ ได้?

{mospagebreak}

หน้า 3

เคล็ดไม่ลับของเตา

          เตาหุงต้มเหนี่ยวนำมีส่วนประกอบหลักได้แก่ แผ่นเซรามิกสำหรับวางภาชนะ ขดลวดโลหะเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และวงจรไฟฟ้าควบคุมกระแสไฟ เมื่อไฟฟ้ากระแสสลับไหลเข้าขดลวดโลหะทำให้ขดลวดเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงได้ การเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กไฟฟ้าบนขดลวดจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าวนบนภาชนะ เมื่อกระแสไฟฟ้าวนไหลผ่านความต้านทานไฟฟ้าของกระทะหรือหม้ออย่างต่อเนื่อง จะทำให้กระทะร้อนขึ้น นี่คือหลักการทำงานของเตาหุงต้มเหนี่ยวนำ

          เมื่อพูดถึงการเกิดกระแสไฟฟ้าโดยใช้การเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก เรามักจะนึกถึงการทดลองที่ทำในชั้นเรียนโดยการหมุนขดลวดผ่านแม่เหล็ก (แม่เหล็กอยู่กับที่) หรือหมุนแม่เหล็กผ่านขดลวด (ขดลวดอยู่กับที่)  ซึ่งทั้งสองวิธีล้วนแล้วแต่เป็นการทำให้เส้นแรงของสนามแม่เหล็กที่ผ่านขดลวดมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากแม่เหล็กที่ใช้เป็นแม่เหล็กถาวรซึ่งมีเส้นแรงแม่เหล็กคงที่ดังนั้นหากแม่เหล็กและขดลวดอยู่นิ่งทั้งคู่ก็จะไม่เกิดการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวดได้ ขณะที่เตาหุงต้มเหนี่ยวนำใช้แม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าสลับทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กได้โดยแม่เหล็กไม่ต้องมีการเคลื่อนที่แต่ก็สามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าวนที่ภาชนะได้

ความร้อนเสริม

         นอกจากความร้อนที่เกิดจากความต้านทานไฟฟ้าของโลหะแล้ว กระทะหรือหม้อที่วางบนเตายังได้ความร้อนจากการสั่นของไดโพลแม่เหล็ก(magnetic dipole) ขนาดเล็กในเนื้อเหล็กด้วย ด้วยเหตุที่สนามแม่เหล็กของขดลวดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (ที่เปิดเตา) จึงเหนี่ยวนำให้ไดโพลแม่เหล็กในเนื้อเหล็กมีการเคลื่อนไหวในลักษณะการสั่นอย่างรวดเร็ว และเสียดสีกันเกิดความร้อนเสริมกับความร้อนที่เกิดจากความต้านทานไฟฟ้า        แต่ปริมาณความร้อนจากการสั่นของไดโพลแม่เหล็กจะน้อยกว่าความร้อนที่เกิดจากความต้านทานไฟฟ้า

{mospagebreak}

หน้า 4

จุดเด่นของเตา

         ผู้ขายมักชี้ข้อดีของเตาหุงต้มเหนี่ยวนำว่า เป็นเตาที่ทำความสะอาดง่าย ไม่ใช้แก๊สจึงไม่ต้องกังวลเรื่องแก๊สรั่วหรือลืมปิดแก๊สมีความปลอดภัยสูงเพราะไม่มีเปลวไฟจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเด็กเล่นจะมาเล่นไฟ แต่เด็กหรือผู้ใหญ่อาจถูกความร้อนจากภาชนะลวกมือได้หากเผลอไปสัมผัสภาชนะที่มีความร้อน เพราะไม่มีเปลวไฟให้สังเกตเห็น นอกจากนี้จุดเด่นอีกข้อที่ผู้ขายมักนำมาโฆษณาคือ เตาชนิดนี้ทำให้ภาชนะร้อนได้เร็วกว่าเตาแก๊ส

ประสิทธิภาพของเตา

         โดยทั่วไปจะวัดจากปริมาณพลังงานที่ใช้ทำให้กระทะหรือหม้อมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งหากนำเตาหุงต้มเหนี่ยวนำมาพิจารณาร่วมกับเตารูปแบบอื่นที่เราคุ้นเคยอย่างเตาแก๊สกับเตาไฟฟ้าไม่รวมเตาไมโครเวฟ (เนื่องจากเตาไมโครเวฟทำให้อาหารสุกโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้ความร้อนเกิดขึ้นที่อาหารโดยตรงขณะที่เตาแบบอื่นส่งความร้อนผ่านจากภาชนะสู่ตัวอาหาร) ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบคือ เตาหุงต้มเหนี่ยวนำมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานสูงถึง 85-90  เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เตาไฟฟ้ามีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานประมาณ 47-65 เปอร์เซ็นต์ และเตาแก๊สมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพียง 40-55 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

         คงไมใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดสำหรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เพราะหากพิจารณาอย่างรอบคอบขึ้นอีกนิดจะพบว่า ทั้งเตาแก๊สและเตาไฟฟ้าต่างมีการสูญเสียพลังงานในรูปของแสงและความร้อนให้แก่สิ่งแวดล้อมมากกว่าเตาหุงต้มเหนี่ยวนำที่สามารถทำให้ความร้อนเกิดบนกระทะหรือหม้อโดยตรง ฉะนั้นการสูญเสียพลังงานให้แก่สิ่งแวดล้อมจึงเกิดน้อยกว่าเตาอีกสองชนิดนั่นเอง

         แล้วจุดด้อยของเตาเหนี่ยวนำล่ะมีหรือไม่? หากไม่พิจารณาเรื่องเตาหุงต้มเหนี่ยวนำมีราคาแพงมากแล้วจุดด้อยเพียงหนึ่งเดียวของเตาหุงต้มเหนี่ยวนำในขณะนี้คือเตาชนิดนี้เหมาะสำหรับการใช้งานกับภาชนะเหล็กที่แม่เหล็กดูดติดได้เท่านั้น ส่วนภาชนะที่ทำด้วยโลหะอื่น ไม่ว่าจะเป็นอะลูมิเนียม ทองแดง ทองเหลือง หรือแม้แต่เหล็กกล้าไร้สนิม (สเตนเลส) บางชนิดก็ใช้กับเตาหุงต้มเหนี่ยวนำไม่ได้

ระบบเบรกด้วยกระแสไฟฟ้าไหลวน

         เมื่อพูดถึงการทำงานของระบบเบรกหรือห้ามล้อรถยนต์แล้วเราทราบกันดีว่าอุปกรณ์ปัจจุบันทำงานด้วยแรงเสียดทานระหว่างจานเบรกกับผ้าเบรก ในขณะที่ระบบเบรกด้วยกระแสไฟฟ้าวน (eddy current brake) ที่กำลังจะพูดถึงนี้ทำงานโดยอาศัยแรงผลักกันของสนามแม่เหล็กที่มีทิศตรงข้ามกันเท่านั้น

{mospagebreak}

หน้า 5

หลักการทำงาน         

         

          ระบบเบรกด้วยกระแสไฟฟ้าวนเป็นระบบเบรกที่นำมาใช้กับรถไฟเหาะรุ่นใหม่ๆระบบเบรกมีส่วนประกอบหลักสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกเป็นแผ่นโลหะกลมที่ยึดติดอยู่กับโครงรถ แผ่นโลหะนี้จะหมุนตามการหมุนของล้อ ส่วนที่สองเป็นรางที่มีแม่เหล็กถาวรติดอยู่ เมื่อขบวนรถไฟเหาะวิ่งผ่านรางที่มีแม่เหล็กอยู่ แผ่นโลหะจะเคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็กทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าวนไหลบนแผ่นโลหะซึ่งสามารถเหนื่ยวนำให้แผ่นโลหะเกิดสนามแม่เหล็กที่มีทิศทางตรงข้ามกับสนามแม่เหล็กของรถไฟ ส่งผลให้เกิดเป็นแรงผลักกันทำให้ขบวนรถไฟเคลื่อนที่ช้าลงได้โดยที่แผ่นโลหะและรางแม่เหล็กจะไม่มีการสัมผัสกันเลย

          ระบบเบรกแบบนี้อาจจะดูน่าทึ่งแต่มีข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบเบรกแบบนี้คือสนามแม่เหล็กของก้อนแม่เหล็กที่รางรถไฟเหาะเป็นสนามแม่เหล็กคงที่แต่สนามแม่เหล็กที่เกิดบนแผ่นโลหะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะขึ้นอยู่กับความเร็วในการหมุนของล้อ  เมื่อแผ่นโลหะหมุนด้วยความเร็วสูง มันจะตัดผ่านสนามแม่เหล็กบนรางอย่างรวดเร็วทำให้แผ่นโลหะเกิดสนามแม่เหล็กมากส่งผลให้เกิดแรงเบรกมากแต่เมื่อล้อหมุนช้าลงสนามแม่เหล็กบนแผ่นโลหะจะเกิดน้อยลงทำให้แรงเบรกน้อยลงด้วย นั่นหมายความว่าในการใช้งานจริง ระบบเบรกแบบนี้จะไม่สามารถหยุดขบวนรถไฟเหาะให้นิ่งสนิทได้ และจำเป็นต้องใช้เบรกธรรมดาร่วมทำงานด้วย

         เมื่ออ่านถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่า แล้วระบบเบรกด้วยกระแสไฟฟ้าวนดีกว่าระบบเบรกทั่วไปอย่างไร? จุดเด่นของระบบเบรกแบบนี้คือ สามารถทำงานได้โดยที่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่มีการสัมผัสกัน ดังนั้นมันจะไม่มีปัญหาผ้าเบรกลื่นเบรกแตกเหมือนระบบเบรกทั่วไปที่ใช้แรงเสียดทาน ดังนั้นหากสามารถนำระบบเบรกด้วยกระแสไฟฟ้ามาใช้งานร่วมกับระบบเบรกทั่วไป มันจะช่วยลดภาระของระบบเบรกปกติได้และเป็นการยืดอายุการใช้งานผ้าเบรกธรรมดาด้วย หรือหากใช้เป็นระบบเบรกฉุกเฉินก็จะช่วยลดความเร็วก่อนชนได้มาก ทำให้ความสูญเสียน้อยลง

เทคโนโลยีใหม่?

         ทั้งเตาหุงต้มเหนี่ยวนำและระบบเบรกแม่เหล็กไฟฟ้านั้นดูคล้ายเทคโนโลยีใหม่ แต่ในความเป็นจริงทั้งสองเทคโนโลยีต่างไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีของเตาเหนี่ยวนำเป็นเทคโนโลยีที่อุตสาหกรรมโลหะรู้จักและใช้มาตั้งแต่เมื่อประมาณร้อยปีก่อน แต่การพัฒนาเทคโนโลยีเตาเหนี่ยวนำเพิ่งจะเกิดอย่างจริงจังในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเพิ่งจะมีการประยุกต์เทคโนโลยีเตาเหนี่ยวนำที่ใช้ในอุตสาหกรรมให้กลายเป็นเตาหุงต้มเหนี่ยวนำที่สามารถใช้ในครัวเรือนได้เมื่อไม่นามมานี้

         นอกจากเทคโนโลยีทั้งสองอย่างนี้แล้วปัจจุบันยังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้กระแสไฟฟ้าวน เช่น เครื่องแยกขยะอะลูมิเนียมออกจากขยะทั่วไปในโรงแยกขยะเครื่องตรวจกระแสไฟฟ้าวน เครื่องตรวจจับโลหะ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตหากมีโอกาสคงจะได้นำเสนอถึงรายละเอียดของเทคโนโลยีเหล่านั้นต่อไป

 

ส่งท้าย

        จากจุดเริ่มต้นของความรู้พื้นฐานในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไฟฟ้า แม่เหล็ก และการเหนี่ยวนำ เมื่อนำมาศึกษาต่อยอดออกไปจนพบกระแสไฟฟ้าวนก็สามารถทำให้เกิดความร้อน และสนามแม่เหล็กได้ ทำให้มีการประยุกต์ความรู้เหล่านี้ไปเป็นเครื่องมือ หรือเครื่องจักรใหม่ ๆ ออกมา ซึ่งในอนาคตคงมีสิ่งประดิษฐ์อย่างอื่นที่เกิดจากความรู้พื้นฐานเหล่านี้อีกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครมองเห็นหนทางหรือโอกาสใหม่ของการใช้ความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์เป็นเทคโนโลยีใหม่ได้หรือไม่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Http://en.wikipedia.org/wiki/Eddy_current

Http://en.wikipedia.org/wiki/Electromangnetic_brake

Http://www.teima.co.uk/ecomment.html

Http://www.teima.com/en/statiques/histoire.php

Http://www.teima.com/en/statiques/histoire.php

Http://scholar.lib.vt.edu/theses/available/etd-54405202339731121/unrestricted/CHAP1_DOC.pdf

Http://www.asminternational.org/Tempiate.cfm?Section=BrowsebyTopic&template=Ecommerce

 /FileDisplay.cfm&file=ACF5038.pdf

Http://en.wikipedia.org/wiki/induction_cooker


 

 

 

 

 

เพชร ผู้หญิง กับนักธรณีวิทยาเปลือกโลก ของ ชัยวัฒน์ คุประตกุล

จากหนังสือสารคดี เมษายน 2551

 

{mospagebreak}

หน้า 2

 

{mospagebreak}

หน้า 3

Arthur Stanley Eddington

ของ อ.สุทัศน์ ยกส้าน

จากหนังสือสารคดี เมษายน 2551

 

{mospagebreak}

หน้า 2

 

{mospagebreak}

หน้า 3

 

{mospagebreak}

หน้า 4


เสียงร้องของสัตว์ในภาษาต่างๆ ของ อ.บัญชา ธนบุญสมบัติ

จากหนังสือสารคดี เมษายน 2551

 

 

{mospagebreak}

หน้า 2

 

{mospagebreak}

หน้า 3

 

{mospagebreak}

หน้า 4


มาดูแลหัวใจกันเถอะ

แพทย์หญืง อุณา พวงมณี

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

 

 


เทคโนโลยีกับรักษาโรคหัวใจ

ผศ นพ. ปรัชญา สากิยลักษณ์

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3


เลือด (Blood)

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

 

 

{mospagebreak}

หน้า 2


เทคโนโลยีกับการตรวจรักษาโรคหัวใจ Technology and Diagnosis

นายแพทย์ ไพโรจน์ ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

 


โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

รองศาสตราจารย์ ศุภชัย ถนอมทรัพย์

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

 


เลือดและโรคโลหิตจาง (anemia)

รศ.สุนันท์ พงษ์สามารถ

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

 

{mospagebreak}

หน้า 2


โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูก

ผศ.นพ.ธีระ ฤชุตระกูล

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

 

{mospagebreak}

หน้า 2


หัวใจเต้นได้ Heart Beats

เรียบเรียง จาก Target  Heart Disease

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549


Haerts  and  Minds   หัวใจกับจิตใจ

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549


The  Virtual  Heart

จากหนังสือ Iscience in action มกราคม 2549

 

 


 

 

 

 

รักจากหัวใจ หรือ....สมอง

 

 


ร่างกายมนุษย์ : The human body

จาก พจนานุกรมรูปภาพ ไทย- อังกฤษ สี่สี ร่างกายของเรา

{mospagebreak}

หน้า 2

สนใจเรื่องร่างกายมนุษย์ คลิกครับ


 

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์