p21

การประชุมวิชาการทางคณิตศาสตร์ วันที่  13-15  มกราคม  2546

ปริศนาข้อนี้ตั้งชื่อว่า  ปริศนาตะลุมพุก    เรื่องมีอยู่ว่า  คนๆหนึ่งยืนถือค้อนตะลุมพุก โดยตัวเขายืนอยู่บนแผ่นไม้หนา  ซึ่งวางอยู่บนพื้นดิน  ถ้าเขากระหน่ำตะลุมพุกไปที่สันไม้ เขาจะเคลื่อนที่ไปได้เพราะเหตุใด  ชัดต่อกฎนิวตันหรือไม่    เพราะกฎของนิวตันข้อที่  1  นั้น วัตถุจะอยู่นิ่งตลอดไปจนกว่าจะมี  "แรงภายนอก" มากระทำ  แรงภายนอกในที่นี้ได้แก่แรงเสียดทาน  ซึ่งกระทำย้อนทิศการเคลื่อนที่ก็ไม่น่าจะทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปได้

ตอบ    การใช้กฎข้อที่ 1 ของนิวตันต้องระวังการใช้ให้ดี  เพราะมีความลึกซึ้งในความหมาย  "วัตถุจะคงสภาพอยู่นิ่งหรือไม่ก็อยู่ในสภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอในเส้นตรงตลอดไป  เว้นแต่จะมีแรงภายนอกซึ่งแรงลัพธ์ไม่เป็นศูนย์มากระทำต่อวัตถุนั้น"  จากกฎดังกล่าวถ้าวัตถุเป็นจุดก็ไม่มีปัญหาอะไร  แต่ถ้าวัตถุเป็นของใหญ่  เช่น คน ค้อน  ฐานไม้  ดังปัญหาข้อนี้  ก็ถือว่า  คน  ค้อน และฐานไม้  คือวัตถุเดียวกัน   การเคลื่อนที่ของคนยกค้อนถือว่าเป็นการเคลื่อนที่ดภายในวัตถุไม่ใช่การเคลื่อนที่ของวัตถุ

     กฎข้อนี้มีบทแทรกว่า  ถ้ามีการเคลื่อนที่ภายในวัตถุ  จุดศูนย์กลางของมวลวัตถุจะอยู่นิ่ง  แม้ว่าตัววัตถุจะเขยิบไปบ้างก็ตามเพื่อรักษาจุดศูนย์กลางของมวลวัตถุให้คงเดิม ตัวอย่างเช่น  คนแกว่งค้อนเช่นนี้  ถ้าคนยืนบนรถที่ล้อหมุนคล่องมาก คนแกว่งค้อนไปทางซ้าย  รถก็แล่นไปทางขวา  เพื่อรักษาให้จุดศูนย์กลางมวลอยู่ที่เดิม

      แต่ในกรณีคนยืนอยู่บนฐานไม้  ขณะที่คนเงื้อค้อนระดับสูงสุด  พอลดค้อนลงมาฐานต้องพยายามเลื่อนไปทางซ้าย  เพื่อรักษาให้จุดศูนย์กลางของมวลอยู่ที่เดิม  ทำให้เกิดแรงเสียดทานสถิตมีทิศจากซ้ายไปขวา    แรงเสียดทานสถิตนี้เองผลักจุดศูนย์กลางของมวลให้เคลื่อนที่ไปทางขวาแม้ว่าฐานจะอยู่นิ่งก็ตาม

      เมื่อค้อนกระทบฐาน ส่งโมเมนตัมให้ฐาน  แรงเสียดทานสถิตหยุดกระทำต่อฐาน  แต่จุดศูนย์กลางมวลก็ยังเคลื่อนที่ไปทางขวา  นั่นคือฐานจะเคลื่อนที่ไปทางขวาด้วยแรงเสียดทานสถิตซึ่งเป็นแรงภายนอก  ไม่ใช่แรงที่เกิดจากค้อนกระทบฐาน

ถ้าเอาตาชั่งสปริง  2  อัน มาเกี่ยวกันแล้วเอามือดึงอันหนึ่ง  ขณะที่อีกอันจับให้อยู่นิ่งดังรูป   ถ้าอันที่มือดึงบอกค่าแรงดึง  5  นิวตัน  อันอยู่นิ่งจะบอกค่าแรงดึงเท่าใด

ตอบ    อันที่อยู่นิ่งก็บอกค่าแรงดึงเป็น  5  นิวตันด้วย

รถลากขนาดเล็ก  2  คันมีมวลเท่ากัน  ออกแรงดึงขนาด  50 นิวตัน  เท่ากันแต่ปรากฎว่ารถคัน ข  มีความเร่งมากกว่ารถคัน  ก   การออกแรงดึงเท่ากันต่อมวลเท่ากัน  ทำไมความเร่งไม่เท่ากัน  ไม่ขัดกับกฎข้อที่สองของนิวตันหรอกหรือ

ตอบ    แรงดึงมีขนาด 50  นิวตัน เท่ากันก็จริง   ในรถคัน  ข  นั้นแรงดึงออกแรงเร่งรถอย่างเดียว   ส่วนในรถคัน  ก   แรงดึงเร่งทั้งรถและลูกตุ้มน้ำหนักด้วย  ความเร่งในรถคัน  ข  จึงมีค่ามากกว่า


นห้องทดลองนี้  เป็นวงจรไฟฟ้ากระแสสลับแบบง่าย  ประกอบด้วยแหล่งจ่ายไฟ   ตัวต้านทาน  ตัวเก็บประจุ  และตัวเหนี่ยวนำ (ไม่มีความต้านทาน)  โดยจะเลือกได้เพียงตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้น   ภายในวงจรไฟฟ้ามีโวลต์มิเตอร์   U (สีน้ำเงิน)   และแอมมิเตอร์ I (สีแดง) 

           ใต้รูปภาพ  เป็นแผนภาพเฟสเซอร์  2  เส้น  ( แรงดันไฟฟ้า สีน้ำเงิน   )    กระแสไฟฟ้า  (สีแดง)    เงาของเฟสเซอร์บนแกนดิ่ง  คือค่าของแรงดัน กับกระแสที่วัดได้ในมิเตอร์

           เมื่อกดปุ่ม  "Reset"  จะทำให้วงจรกลับเข้าสู่ค่าเริ่มต้น    เมื่อพร้อมแล้ว คุณสามารถที่จะกดปุ่ม  เริ่มต้น (Start)   หรือหยุด  (Stop)    และถ้าคุณเลือกปุ่ม "Slow motion"   การเคลื่อนที่จะช้าลงห้าเท่า

           คุณยังสามารถเปลี่ยนค่าความถี่  ,  แรงดันไฟฟ้าสูงสุด    ความต้านทาน   ความจุไฟฟ้า และ  ความเหนี่ยวนำไฟฟ้าได้   ภายในโปรแกรมจะคำนวณหาค่ากระแสสูงสุดในวงจรออกมาให้อย่างอัตโนมัติ  กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสูการทดลอง


ในห้องทดลองนี้เป็นวงจร RLC  แบบง่าย  ต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับแบบอนุกรม  คุณสามารถเปลี่ยนค่าความต้านทาน   ความจุไฟฟ้า  และความเหนี่ยวนำ   และคุณยังสามารถเปลี่ยนความถี่ของแหล่งจ่ายไฟ  ให้สังเกตดูว่ากระแสเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร  เมื่อเกิดปรากฎการณ์เรโซแนนท์  กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง


 

หุ่นยนต์แมงมุม    ห้องปฏิบัติการเจ็ต  พรอพัลชัน (เจพีแอล)  ขององค์การนาซา  โชว์หุ่นยนต์แมงมุมตัวต้นแบบขนาดเท่ากับฝ่ามือ  ซึ่งเป็นหุ่นขนาดเล็กเลียนแบบแมงมุม ที่วันหนึ่งข้างหน้าจะใช้สำรวจดาวหาง  ดาวเคราะห์อื่นและดวงจันทร์  สามาราถซ่อมแซมบนสถานีอวกาศนานาชาติ  หรือปฏิบัติการกิจเสี่ยงภัยสูงแทนคนได้  หุ่นยนต์มี  6  ขา  พร้อมจานดาวเทียมช่วยตรวจดูอุปสรรค  และมีกล้องถ่ายภาพแสดงสภาพแวดล้อมที่อยู่  คาดว่ารุ่นต่อไปจะขนาดเล็กกว่านี้ราว  10  เท่า  มีขา 50  ขา ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้


ดวงอาทิตย์มีจุด   ภาพจุดดำบนดวงอาทิตย์ที่มีชื่อว่า ซันสปอต  226   กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีขนาดยืดยาวจากปลายหนึ่งไปยังอีกปลายหนึ่งประมาณ  15  เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางโลก  จุดดำนี้มีสนามแม่เหล็กอันทรงพลัง  ซึ่งถ้าหากส่องตรงลงมายังโลกจะสามารถขัดขวางการสื่อสารหลักๆได้


ไทยร่วมถอดรหัสพันธุกรรมข้าวได้ถูกต้องสมบูรณ์เกือบเต็มร้อย

  นักวิจัยนานาชาติร่วมด้วยนักวิจัยไทย  ประกาศว่า  สามารถถอดรหัสพันธุกรรมข้าวออกได้เสร็จสมบูรณ์   เป็นการปูทางไปสู่การพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ที่ทนต่อโรคและแมลง  รัฐบาลญี่ปุ่นที่อนุมัติให้กับโครงการนี้แจ้งว่า  ความสำเร็จครั้งนี้เป็นข่าวดีสำหรับประชากรโลก  800  ล้านคน  ที่ยังคงประสบปัญหาความอดอยากหิวโหยข้าวเป็นอาหารหลักเลี้ยงประชากรถึงครึ่งโลก  นับแต่ญี่ปุ่นและชาติเอเซียอีกหลายชาติด้วย   ข้อมูลที่ได้จากการถอดรหัสพันธุกรรมข้าว อาจนำไปสู่การพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ๆ  อันทนต่อโรคและแมลง  กับตกรวงดก  ซ้ำยังเหมือนกับเป็นแผนที่เส้นทางช่วยให้สามารถถอดรหัสพันธุกรรมพืชพันธุ์อื่นที่ซับซ้อนกว่า  อย่างเช่น ข้าวโพด  และข้าวสาลี   ต่อไปได้อีกด้วย  นายกรัฐมนตรี  จูนิชิโร  โคอิซูมิของญี่ปุ่นถึงกับกล่าวว่า ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จแห่งประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ความสำเร็จของการถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์เองทีเดียว   โครงการนี้มีนักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมถึง  10  ชาติ  ตั้งแต่  ไทย  ญี่ปุ่น สหรัฐ  จีน  ไต้หวัน ฝรั่งเศส   อินเดีย  เกาหลีใต้  บราซิล  และอังกฤษ  และนับเป็นกลุ่มแรกที่ประกาศผลสำเร็จในการถอดรหัสพันธุกรรมข้าวสำเร็จ   ได้อย่างถูกต้องแม่นยำถึง  99.99  เปอร์เซนต์


 

นักบินอวกาศกำลังหามวลตัวเองบนยานอวากาศ  เนื่องจากข้างบนไม่มีแรงโน้มถ่วง เขาจะหามวลของเขาได้อย่างไร   ให้นักศึกษาที่เรียนวิชาฟิสิกส์พื้นฐานทั่วไปกับฟิสิกส์ 1  สำหรับวิศวกรรม  บรรยายการทดลองนี้ผ่านทาง


 ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด (Superconductor) คือความฝันของชาวโลก เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานโดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อย? รถไฟลอยเหนือรางแม่เหล็ก? สิ่งเหล่านี้ยังไม่เป็นความจริง อะไรคืออุปสรรคขัดขวางการนำปรากฎการณ์ที่เป็นที่รู้จักกันกว่าเก้าสิบปีมาใช้ในชีวิตประจำวัน?
ประการแรกคือ สมบัติการนำไฟฟ้าโดยปราศจากความต้านทานนี้จะแสดงที่อุณหภูมิต่ำมากๆ (ต่ำกว่าอุณหภูมิที่เรียกว่าอุณหภูมิวิกฤต ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของสาร)เท่านั้น ปัจจุบันตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดประเภทออกไซด์ (ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อถูกค้นพบเมื่อ13ปีที่แล้ว) ที่มีอุณหภูมิวิกฤตสูงแล้ว ยังคงต้องใช้ไนโตรเจนเหลวทำความเย็น ดังนั้นการประยุกต์ใช้ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดจึงมักจำกัดอยู่แค่ในวงการวิทยาศาสตร์ (เช่น Squid Magnetometer, Superconducting Magnet และ Detector ต่างๆ)
ประการที่สองคือ ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดประเภทออกไซด์ (เช่น Yttrium Barium Copper Oxide) นี้มีสมบัติเป็นเซรามิกส์ เปราะแตกง่าย ไม่สามารถนำมาใช้ผลิตสายไฟ หรือเคเบิลได้ง่าย
อย่างไรก็ตามวิศวกรยังไม่ละความพยายาม ที่จะนำตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดมาใช้ในวงกว้าง Scientific America (8/00) รายงานความคืบหน้าในการผลิตเส้นเงิน(Silver)ที่ถูกอัดด้วยผงตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด สายไฟแบบนี้ขนาดเล็กสามารถส่งไฟฟ้ากำลังสูงได้ (เนื่องจากความต้านทานแทบเป็นศูนย์) การออกแบบแบบนี้ขจัดปัญหาการเปราะแตกข้างต้นได้ดี นอกจากนั้น ขณะนี้ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดยังถูกใช้ในการกรองสัญญาณแยกความถี่ ที่มีความไวมากๆ ปัญหาที่ยังคงมีอยู่คือการทำความเย็น ซึ่งต้องอาศัยหน่วยทำความเย็นเล็กๆ ขณะนี้ผู้ผลิตกำลังพยายามลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้ ผลิตภัณฑ์จากตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดเป็นที่นิยมในตลาด และใช้กันแพร่หลาย
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์พยายามทำความเข้าใจ การนำไฟฟ้าในประเภทออกไซด์ให้มากขึ้น ก็มีผู้เสนอว่า คาร์บอน-28 อาจจะเป็นสารตัวแรกที่แสดงสมบัติการนำไฟฟ้ายิ่งยวดที่อุณหภูมิห้อง เนื่องจากมีโอกาสที่โมเลกุลของมันจะเกิดการกำทอน (resonance) กับโฟนอน (การสั่นของโครงผลึก) นั่นคือลดการกระเจิง (scattering) ที่เป็นสาเหตุของความต้านทานไฟฟ้า (New Scientist 5/7/00)


Transistor

ชอคลีย์  บราตเตน และบาร์ดีน

ประดิษฐกรรมที่นักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน 3 ท่านได้นำมาแสดง เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.. 2491 นั้น มีขนาด
ไม่ยาวไปกว่าเมล็ดถั่วเขียวแต่ทว่ามันได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับโลกวิทยาศาสตร์มากกว่าก้อนทองคำสังเคราะห์เสียอีก
ทรานซิสเตอร์ (Transistor) อันเป็นผลผลิตจากการศึกษาค้นคว้าและทดลองเป็นเวลากว่า 8 ปี เป็นอุปกรณ์ที่คิดขึ้นใหม่เอี่ยมสำหรับควบคุมอิเล็กตรอน ซึ่งสิ่งค้นพบอย่างหนึ่งที่นำไปใช้ประโยชน์แทนหลอดสูญญากาศในด้านต่าง ๆ หลายร้อยอย่าง และเป็นการเปิดยุคใหม่ของวิชาอิเล็กทรอนิกส์

                ทรานซิสเตอร์ได้สนองความต้องการที่เร่งด่วนได้อย่างทันท่วงที อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความสลับ
ซับซ้อนมากขึ้นทุกที อุปกรณ์บางอย่างเป็นต้นว่า เครื่องรับวิทยุความถี่สูง เครื่องขยายเสียงโทรศัพท์ และเครื่องคำนวณอัตโนมัติ ต้องใช้หลอดสูญญากาศนับสิบ ๆ หรือบางทีก็นับร้อย ๆ หลอด บรรจุลงไปในที่จำกัดอย่างแออัด วิศวกรสามารถลดขนาดของสูญญากาศลงได้ แต่หลอดสูญญากาศยังคงปล่อยความร้อนออกมาอยู่ กินกำลังไฟฟ้าจำนวนมาก และไม่ทนทานต่อการใช้งาน ซึ่งบางครั้งก็ไม่ทำงานเอาเสียดื้อ ๆ เมื่อถึงคราวฉุกละหุก  อ่านต่อครับ


แบบฝึกหัด  ต่อวงจรไฟฟ้าดังรูป   มีความต้านทานไฟฟ้า  470  โอห์ม   ถ้าในวงจรไฟฟ้ามีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ 12  mA  จงหาแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ 


คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

ภาพต่อเนื่องของการเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า   ลูกศรสีแดงแสดงทิศทางของสนามไฟฟ้า ของจุด  P  ขณะที่เกิดการสั่นแกว่งของประจุไฟฟ้าภายในเสาอากาศ ณ.เวลาต่างๆ   ส่วนลูกศรสีดำคือสนามไฟฟ้าที่เกิดขึ้นและกำลังเคลื่อนที่ไปทางขวา  รูปจริงจะต้องมีสนามแม่เหล็กในแนวตั้งฉากประกอบด้วย  แต่ไม่เขียนเพื่อให้ดูง่ายขึ้น

กระแสที่สั่นแกว่งอยู่ในเสาอากาศ  จะสร้างสนามแม่เหล็ก  B   ขึ้นที่จุด  P   ซึ่งเป็นจุดที่สัมผัสกับวงกลมรอบเส้นลวด   ทิศทางของสนามแม่เหล็กที่จุด  P  พุ่งเข้าหากระดาษ  ถ้ากระแสไฟฟ้ามีทิศขึ้น    และจะออกจากกระดาษเมื่อกระแสไฟฟ้ามีทิศลง


การเคลื่อนที่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาอากาศ  สังเกตดูว่า  สนามไฟฟ้า  E   กับสนามแม่เหล็ก  B   มีทิศตั้งฉากซึ่งกันและกัน   และทั้งคู่เคลื่อนที่ไปทางขวา และยังมีทิศทางตั้งฉากกันตลอดการเคลื่อนที่ 

เราสามารถจับคลื่นวิทยุได้ด้วยเสาอากาศแบบแท่งที่มีทิศทางในแนวขนานกับสนามไฟฟ้า  โดยไม่สนใจสนามแม่เหล็ก  รูปจริงจะต้องมีสนามแม่เหล็กในแนวตั้งฉากประกอบด้วย  แต่ไม่เขียนเพื่อให้ดูง่ายขึ้น

เสาอากาศแบบวง ใช้สำหรับจับการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็ก  แนวตั้งฉากของขดลวดจะขนานกับสนามแม่เหล็ก  โดยไม่สนใจสนามไฟฟ้า  สามารถจับคลื่นวิทยุได้เหมือนกับเสาอากาศแบบแท่ง

เรือลาดตระเวน  มีเสาอากาศทั้งแบบแท่งและแบบเป็นวง  ใช้สำหรับติดต่อสื่อสารกับเรือลำอื่น  หรือตรวจจับสัญญาณวิทยุ ของผู้รุกราน ได้   ดูทฤษฎีเรื่องเสาอากาศ

อุปกรณ์ที่ปลูกฝังเข้าไปในหูชั้นในของคนหูหนวก  โดยการใช้สัญญาณวิทยุรับและส่ง   จากภายนอกและภายใน


 

 ภาพเคลื่อนไหวแสดงการขึ้นลงของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  ในรูปภาพเป็นคลื่นโพลาไรท์  ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปบนแกน  +X   เวกเตอร์ของสนามไฟฟ้าแสดงด้วยลูกศรสีแดง  ขนานกับแกน  y    ส่วนเวกเตอร์ของสนามแม่เหล็กแสดงเป็นลูกศรสีน้ำเงิน  ขนานกับแกน  Z

จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.   คลื่นที่โพลาไรท์  กับไม่โพลาไรท์  มีลักษณะอย่างไร

2.   ทำไมสนามแม่เหล็กกับสนามไฟฟ้า  จึงตั้งฉากกัน

3.   แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใช่หรือไม่จงอธิบายเหตุผล  กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง

 ในห้องทดลองนี้คุณสามารถเปลี่ยนค่าความยาวคลื่นและความถี่  โดยคลิกเมาส์ที่ใดก็ได้บนสเกล  อย่างไรก็ตามคุณสามารถเปลี่ยนค่าความยาวคลื่น  และความถี่ ได้ด้วยคีย์บอร์ดด้วย   โดยกดปุ่ม  Shift  ค้างไว้  และกดปุ่มลูกศรซ้ายหรือขวา  

ตอบคำถามต่อไปนี้    กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง

 

คำถาม   ระบบขับเคลื่อนแบบหนึ่งสำหรับยานอวกาศในระบบสุริยะจักรวาลที่นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จินตนาการไว้ มีรูปร่างสวยหรูดังรูป แสงอาทิตย์จะกระทบเข้ากับใบของเรือเกิดแรงผลักเรือให้เคลื่อนที่ อยากทราบว่าใบเรือด้านที่โดนแสงอาทิตย์ควรจะทำด้วยกระจกสะท้อนแสงหรือฉาบด้วยสีดำ เพื่อให้เกิดแรงสูงสุด

คำตอบ เราเชื่อว่าแสงเป็นอนุภาคและเป็นคลื่นในเวลาเดียวกัน ขณะที่แสงเป็นอนุภาค จะต้องมีมวล ความเร็วและโมเมนตัมจากกฏการส่งถ่ายโมเมนตัม ถ้าอนุภาคกระทบกับวัตถุ และกระเด้งออกมา มวลจะสามารถส่งถ่ายโมเมนตัมได้มากกว่า เมื่อมวลติดกับวัตถุที่ตกกระทบ นี่เป็นกฎพื้นฐานของโมเมนตัม ดังนั้นเรือใบแห่งอนาคตลำนี้จึงต้องทำด้วยกระจกสะท้อนแสง บริเวณด้านที่โดนกับแสงอาทิตย์นั่นเอง   อ่านต่อครับ


การทดลองของยัง   เป็นการส่องแสงความยาวคลื่นเดียวผ่านช่องแคบคู่  จะเกิดปรากฎการณ์แทรกสอดของคลื่นขึ้น    ถ้าต้องการทดลองกดที่รูปภาพหรือที่นี่


ลำใยแห้ง, จากแหล่งเพาะปลูกลำใย ในเขตจังหวัด เชียงใหม่ และ ลำพูน         ในภาคเหนือของ ประเทศไทย ผ่านการคัดเลือกจากลำใยสดพันธุ์ดี ผ่านขบวนการอบ ด้วยเครื่องจักรที่สะอาด และ ทันสมัย เพื่อให้ได้ปริมาณความชื้นที่เหมาะสม ทำให้สามารถเก็บรักษาได้ยาวนาน  พร้อมการเก็บรักษาในอุณหภูมิต่ำในห้องเย็น เพื่อคุณภาพของผู้บริโภค ด้วยลำใยที่หลากหลายรูปแบบและหลากหลายชนิด เพื่อให้เลือกสรรตามแต่ผู้บริโภคต้องการ  

    ลำใยแห้งอบทั้งเปลือก   ผลิตจากลำใยสด แล้วนำมาอบด้วยความร้อนทั้งเปลือก และ เมล็ด  ภายในห้องอบจนแห้งสนิท มีให้เลือก 3 ขนาด  ขนาดใหญ่ (AAA) ขนาดกลาง (AA) และ ขนาดเล็ก (A) สามารถเก็บรักษาได้เป็นเวลานานมากกว่า ลำใยที่อบโดยแกะเปลือกเหมาะสำหรับการรัปทานเล่น หรือการนำไปชงเพื่อเป็นเครื่องดื่ม มีคุณประโยชน์ บำรุง เลือด และ หัวใจ หรือ ใช้เป็นส่วนผสม อาหารคาวหวานทั่วไปเพื่อเพิ่ม กลิ่น และ รสชาติอาหาร     

       ลำใยอบแห้งปราศจากเปลือก  มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น     ลำใยอบแห้งเนื้อสีทอง เป็นลำใยที่มีคุณภาพสูงสุด ลักษณะเนื้อลำใยจะเป็นสีทอง สวยน่ารับประทานสามารถเก็บรักษาได้เป็บเวลานาน แต่ถ้าเก็บรักษาในอุณหภูมิสูง หรือ สัมผัสแสงแดดโดยตรง สีของลำใยจะมีการเปลี่ยนแปลงคล่ำขึ้น มีให้เลือก 3 ขนาด ขนาดใหญ่ (AAA) ขนาดกลาง (AA) และ ขนาดเล็ก (A)    ลำใยอบแห้งเนื้อสีแดง  เป็นลำใยที่มีคุณภาพรองลงมา ลักษณะเนื้อลำใยจะออกเป็นสีแดง เหมาะสำหรับผสมอาหาร หรือ ต้มเป็นน้ำลำใย ทานพร้อม เนื้อลำใย และ น้ำลำใย รสชาติ หวาน หอม  มีให้เลือก 3 ขนาด ขนาดใหญ่ (AAA) ขนาดกลาง (AA) และ ขนาดเล็ก (A)  ลำใยอบแห้งเนื้อสีดำ เป็นลำใยที่มีคุณภาพต่ำ ลักษณะเนื้อลำใยจะมีสีดำ ส่วนใหญ่ใช้ทำเป็น น้ำลำใย เพราะสามารถให้น้ำลำใยที่มีสีสรรเข้มมากกว่าลำใยที่กล่าวมาข้างต้น  มีให้เลือก 3 ขนาด ขนาดใหญ่ (AAA) ขนาดกลาง (AA) และ ขนาดเล็ก (A)   ลำใยอัดแท่ง เป็นการนำเอาลำใยสีดำ เอามาอัดเป็นแท่ง ลักษณะเนื้อเป็นสีดำไม่แห้งเหมือนลำใยที่ไม่ได้อัดแท่ง มีให้เลือก 2 ขนาด ขนาดใหญ่ 1 กก. ในบรรจุภัณฑ์ห่อหุ้มด้วยพลาสติก และ ขนาดเล็ก 850 กรัม บรรจุในกล่องกระดาษ นำข้อมูลมาจาก  http://www.longanthai.com/driedthai.htm

ลำไยสด

                            ถิ่นกำเนิดของลำไยสันนิษฐานว่าอยู่ในประเทศจีนตอนใต้ เนื่องจากมีการปลูกมานานกว่าพันปีปลูกมาใน มณฑลฟูเกียนกวางตุ้ง
ไต้หวันและเสฉวน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มณฑลฟูเกียน การแพร่กระจายของลำไยจากประเทศจีนนี้ได้แพร่เข้าไปสู่อินเดีย ลังกา พม่า
เวียตนาม ฟิลิปปินส์ ยุโรป สหรัฐอเมริกา(มลรัฐฮาวาย และฟลอริดา) คิวบา หมู่เกาะอินเดียตะวันตกและเกาะมาดากัสกา 
ส่วนในประเทศไทยนั้นสันนิษฐานว่าลำไยมาจากประเทศจีนตอนใต้ เพราะตามป่าของประเทศไทยในจังหวัด เชียงใหม่และเชียงรายนั้น

    มีลำไยพื้นเมือง ซึ่งมีผลเล็ก ขึ้นอยู่ดกดื่น และเรียกว่าลำไยธรรมดา จนกระทั่ง พ.ศ. 2439 มีชาวจีนผู้หนึ่งนำลำไยกิ่งตอน 5
กิ่ง จากประเทศจีนมาถวายเจ้าดารารัศมีแบ่งลำไยเอาไว้ปลูก  ที่กรุงเทพฯ 2 กิ่ง ส่วนอีก 3 กิ่ง ได้มอบให้ เจ้าน้อยตั๋น ณ เชียงใหม่
ผู้เป็นน้องชายนำไปปลูกที่เชียงใหม่ ณ บ้านท่าขี้เหล็ก ต. สบแม่ข่า อ. หางดง จ.เชียงใหม่ และได้ขยาย  แพร่พันธุ์ไปทั้งจังหวัดเชียงใหม่
และจังหวัดใกล้เคียง โดยเฉพาะจ.ลำพูน หลังจากนั้นจึงทำให้มีพันธุ์ลำไยเกิดขึ้นมากมาย ในประเทศไทย
   พันธุ์ที่ส่งเสริม        :  อีดอ เบี้ยวเขียว สีชมพู แห้ว   นำข้อมูลมาจาก  http://www.longanthai.com/freshthai.htm

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า สีดำจะดูดและเก็บกักความร้อนได้ดีกว่า  อย่างไรก็ตามคนที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายชอบใส่เสื้อสีดำมากกว่าเสื้อสีขาว  ตอนกลางวันทะเลทรายมีความร้อนสูงมาก  การสวมใส่เสื้อสีดำน่าจะไปเพิ่มความร้อนมากขึ้นไปอีก    ให้นักศึกษาบรรยายภาพนี้ลงใน 


ภาพที่เกิดจากกระจกโค้งนูน

 

เลื่อนวัตถุ(ลูกศรสีแดง)โดยใช้เมาส์ เพื่อหาตำแหน่งที่ต้องการ  ภาพที่ได้จากกระจกเว้า  เป็นภาพเสมือนหัวตั้ง  ปรากฎอยู่ทางด้านขวาของกระจกแสดงด้วยลูกศรสีเทา  เส้นสีเหลืองแสดงเส้นทางของลำแสง

ภาพที่เกิดจากกระจกเว้าสามารถสร้างได้ดังนี้

ลำที่ 1  ลากจากหัวของวัตถุขนานกับแกนหลัก หลังจากสะท้อนจากกระจก ให้ลากจากหางของเส้นนี้ไปตัดกับจุดโฟกัส

ลำที่ 2  ลากไปที่  F  เมื่อสะท้อนจากกระจก ให้ลากขนานกับแกนหลัก

ลำที่ 3  ลากจากจุดศูนย์กลางของเลนส์  C  ไปที่หัวของวัตถุ ทั้งสามเส้นตัดกันที่ไหนคือตำแหน่งของภาพ   กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง


 
ทับทิม
 
 


ทับทิมเป็นอัญมณีสีแดงที่มหาราชาแห่งอินเดีย ชาห์แห่งเปอร์เซีย สุลต่านแห่งตุรกีนิยมมีไว้ใน ครอบครอง เพราะผู้คนเชื่อว่า มันคือสัญลักษณ์ที่แสดงอำนาจและความมั่งคั่ง อนึ่ง การมีความสวย งาม ความคงทนและความเป็นของหายาก ได้ทำให้มนุษย์มีความรู้สึกผูกพันกับทับทิมมาตั้งแต่สมัย โบราณ

ทุกวันนี้ เราถือว่าทับทิมคืออัญมณีประจำเดือนกรกฎาคมในราศีสิงห์ และเป็นรัตนชาติที่เหมาะจะ ให้เป็นของขวัญในวันครบรอบแต่งงาน 15 และ 40 ปี

 

คำว่า ทับทิม ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า ruby และคำละตินว่า ruber ซึ่งแปลว่า แดง ส่วนใน ภาษาสันสกฤตนั้น ทับทิมคือ ratnaraj ซึ่งแปลว่า รัตน์แห่งพระราชา

ผู้คนตะวันตกรู้จักทับทิมเป็นครั้งแรกจากการอ่านคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งได้เปรียบความงามของสตรีว่า มีค่าเยี่ยงทับทิม ส่วนคนยิวเชื่อว่าทับทิมคืออัญมณีหนึ่งใน 12 ชนิด ที่พระเจ้าทรงสร้างประดับโลก ในตำราอัญมณีที่ปราชญ์กรีกชื่อ Theophrastus ได้เขียนขึ้น เมื่อ 2,315 ปีก่อนนี้ ได้มีการกล่าว ถึงทับทิมเช่นกัน หรือแม้แต่ Pliny นักประพันธ์โรมันก็ได้เคยเขียนเกณฑ์การจำแนกคุณภาพของ ทับทิมในหนังสือ Natural History เมื่อ 1,900 ปีมาแล้ว ดังนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า Pliny คือ นักอัญมณีศาสตร์คนแรกของโลก

ัส่วนคนตะวันออกก็ได้รู้จักทับทิมมาตั้งแต่สมัยโบราณเช่นกัน ตำนานในศาสนาฮินดูเล่าว่า ใครใดที่นำทับทิมถวายแด่องค์เทพกฤษณะ ความปรารถนาของเขาจะสัมฤทธิผล และถ้าทับทิมที่นำถวายมีคุณภาพดีมาก เขาก็จะเกิดใหม่เป็นจักรพรรดิในชาติหน้า แต่ถ้าทับทิมมี คุณภาพไม่สู้ดีนัก เขาก็เป็นได้แค่พระราชา สำหรับคนอินเดียที่ไม่ได้รับการศึกษาสูงมักเชื่อว่า เมื่อแรกเริ่มทับทิมไม่มีสี แต่วันเวลาที่ผ่าน ไปจะทำให้ทับทิมมีสีสุกใส ดังนั้น ทับทิมเม็ดใดที่มีสีชมพูแสดงว่า มันยังสุกไม่พอ จึงจะต้องถูกนำไปฝังดินอีก ส่วนทับทิมเม็ดใดที่มีสี แดงเกินไปก็แสดงว่า ได้สุกงอมเต็มที่แล้ว และคนพม่านั้นมักเชื่อว่า ทับทิมคือศิลาวิเศษ ที่นอกจากจะสามารถทำให้ความฝันและตัณหา ของเจ้าของเป็นจริงแล้ว มันยังทำให้เจ้าของมีเสน่ห์ มีความสุขและมีสุขภาพดีด้วย

เมื่อนักผจญภัยชื่อ Marco Polo เดินทางไปเยือนจีน โดยผ่านประเทศอินเดียเขาได้รายงานการเห็นทับทิมเม็ดขนาดใหญ่เท่าไข่ไก่ การได้ยินได้ฟังข่าวทำนองนี้ได้ทำให้ชาวยุโรปยุคนั้นกระหายจะได้อัญมณีทุกชนิดที่ชาวตะวันออกมี และเมื่อชาวตะวันออกกระจายข่าวว่า ทับทิมสามารถทำให้เลือดลมของคนที่มีมันในครอบครองลื่นไหล จิตใจสะอาดแจ่มใส สมองปราดเปรื่อง สุขภาพดี มีโชค ทั้งในด้านการ พนันและความรัก ชาวตะวันตกก็เริ่มกระบวนการล่าอาณานิคมปล้นชาติของชาวตะวันออกทันที

แต่เมื่อชาวยุโรปได้ครอบครองทับทิม ในบางกรณีทับทิมกลับนำโชคร้ายและความตายมาสู่เจ้าของ เช่น ในวันที่พระมเหสีองค์แรกของ พระเจ้า Henry ที่ 8 แห่งอังกฤษ จะทรงถูกสำเร็จโทษ พระธำมรงค์ทับทิมของพระนางปรากฏสีหมองหม่น เป็นต้น

ทุกวันนี้ นักอัญมณียอมรับว่าทับทิมที่ดีมีพบมากในเอเชีย โดยเฉพาะ พม่า เพราะทับทิมที่เมือง Mogok ในพม่าคือทับทิมที่ดีที่สุดในโลก และเมือง Mogok ปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์กลางการขุดและค้าทับทิม ที่ผู้คนมุ่งมาซื้อขายทับทิมจนทำให้มีโรงแรมเกิดขึ้นมากมาย นอกจากนี้ 90% ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองต่างก็มีอาชีพค้าขายทับทิมทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย จนเป็นที่เลื่องลือกันว่า ถ้าอาชีพโสเภณีเป็นอาชีพที่โบราณที่สุดของมนุษย์ อาชีพลักลอบค้าอัญมณีก็เป็นอาชีพที่โบราณเป็นอันดับสอง

สำหรับในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2446 ได้มีการขุดพบทับทิมเช่นกันที่จันทบุรี ตราด และที่อำเภอบ่อไร่ แต่ปัจจุบันทับทิมสยามใน บริเวณนี้ แทบจะไม่มีแล้ว ถึงกระนั้น 80% ของทับทิมที่ขุดได้จากทั่วโลก ทุกวันนี้จะถูกส่งเข้าในประเทศไทย เพื่อเพิ่มคุณค่าของมันให้ สูงขึ้น โดยการเผาหรือเจียระไนก่อนจะถูกส่งออกจำหน่ายเป็นเครื่องประดับต่อไป

ส่วนในทวีปแอฟริกา เช่น ในประเทศ Tanzania เกาะ Madagascar และประเทศ Kenya ก็มีการทำเหมืองทับทิมมากเช่นกัน

ตามปกติผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีมักมีเกณฑ์ประเมินคุณภาพของทับทิม โดยการพิจารณาความงาม คุณภาพและคุณค่า น้ำหนักสี ความอิ่มตัวสีและความใสสะอาดที่ปราศจากมลทิน เพราะสีแดงของทับทิมมีหลายรูปแบบ เช่น แดงเลือดนก แดงจงกลนี แดงทับทิม แดงดอกงิ้ว แดงพระอาทิตย์แรกขึ้น แดงดอกรัก แดงมะกล่ำตาหนู แดงดอกบัวบาน หรือแดงเต่าทอง เป็นต้น

ถึงแม้ระดับความแดงจะแตกต่างกันเช่นไร นักอัญมณีก็รู้ว่าสีแดงของทับทิมเกิดจากการมีสารเจือที่เป็นอะตอมธาตุ chromium ในแร่ กะรุน (corundum) และอาจมีอะตอมของธาตุอื่นๆ เช่น titanium, vanadium เหล็ก หรือ gallium ปนอยู่ด้วยก็ได้

ณ วันนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้พบวิทยาการด้านธรณีวิทยา อัญมณีวิทยา และเคมีสามารถตรวจสอบได้ว่า ทับทิมแต่ละเม็ดมีโครงสร้าง โมเลกุลอย่างไรหรือมีอายุเพียงใด และมีแหล่งกำเนิดที่ใด การล่วงรู้เช่นนี้จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสังเคราะห์มันได้ แต่ถึงแม้เรา จะสังเคราะห์ทับทิมได้ แต่คนทั่วไปก็ยังชอบทับทิมธรรมชาติมากกว่าทับทิมประดิษฐ์

ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่า Auguste Verneuil นักเคมีชาวฝรั่งเศสเป็นบุคคลแรกที่พบวิธีทำทับทิมสังเคราะห์ โดยได้เผาแร่ corundum จนกระทั่งมีอุณหภูมิสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส แล้วเติม chromium ลงไปเพื่อให้สีแดง จากนั้นเขาก็ปล่อยให้มันแข็งตัว เป็นผลึกทับทิม

ปัจจุบันนี้บริษัท H. Djevahirdjian S.A. ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือบริษัทที่ทำธุรกิจสังเคราะห์ทับทิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งได้ ทำสถิติสังเคราะห์ทับทิมที่หนักถึง 2,134 กะรัต และเมื่อเรารู้ว่าทับทิมหนาแน่นยิ่งกว่าเพชร เพราะ 1 กะรัตของทับทิมคือผลึกที่มีเส้น ผ่าศูนย์กลาง 0.6 เซนติเมตร เราก็รู้ว่าทับทิมสังเคราะห์เม็ดใหญ่ที่สุดในโลก มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวถึง 13 เมตร ส่วนทับทิม Mogok ซึ่งเป็นทับทิมธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดนั้น หนักเพียง 15.97 กะรัตเท่านั้นเอง แต่ก็มีมูลค่าถึง 180 ล้านบาททีเดียว

เมื่อความสามารถในการสังเคราะห์ทับทิมเพิ่มสูงขึ้นๆ เทคนิคการเจียระไนซึ่งจะทำให้มันมีรูปร่างและความสุกใสตามที่ต้องการก็มีมาก ขึ้น ทุกวันนี้ใครๆ ก็รู้ว่า ทับทิมแทบทุกเม็ดที่ซื้อขายกัน ต่างก็ผ่านการเผามาแล้วทั้งสิ้น และไม่เพียงแต่วงการไฮโซเท่านั้นที่นิยมใช้ทับทิม สังเคราะห์ แม้แต่วงการวิทยาศาสตร์ก็ได้นำแท่งทับทิมสังเคราะห์ มาใช้เป็นชิ้นส่วนในการผลิตแสงเลเซอร์ทำนาฬิกา และอุปกรณ์ผ่าตัด ด้วยเหมือนกัน

สำหรับการเก็บพิทักษ์รักษาทับทิม ผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะว่า เพราะเหตุว่าทับทิมมีความแข็งน้อยกว่าเพชรและนิล ดังนั้น ในการเก็บทับทิม เจ้าของควรแยกอัญมณีต่างๆ จากทับทิม เพื่อไม่ให้มันขูดข่วนกัน ซึ่งจะทำให้ทับทิมมีมลทิน และเวลาทำความสะอาดก็ให้ใช้ไอน้ำ หรือ น้ำอุ่นที่มีสบู่อ่อนๆ ล้าง และไม่ควรล้างด้วยเครื่องจักร

และสำหรับคนที่คิดจะให้ของขวัญ หรือมรดกแก่คนรัก หรือคนที่ตนรักด้วยการซื้อรถ เสื้อผ้า บ้าน หรือหุ้นให้ ก็จะขอบอกว่า ภายใน 10 ปี มูลค่าของเหล่านี้จะตก แต่ถ้าเราให้ทับทิมหรือเพชร คุณค่าของมันมักจะไม่ลด หลานเหลนก็จะได้ใช้หรือจะขายต่อก็ยังได้
นำมาจาก   http://www.ipst.ac.th/ThaiVersion/publications/in_sci/ruby.html


 

การทดลองนี้  เพื่อศึกษาการสลายตัวของธาตุกัมมันตภาพรังสี  (จุดสีแดง)  แสดงจำนวนนิวเคลียสของอะตอมที่จะสลายตัว  สำหรับการสลายตัวในการทดลองนี้เป็นไปตากฎของการสลายตัวทุกประการ   ให้คุณเลือกเวลาครึ่งชีวิต  โดยการเลื่อนปุ่ม  สไลด์  แล้วกดปุ่ม  start   จับเวลาการสลายตัว  โดยใช้นาฬิกา  หรือจะดูจากกราฟก็ได้  กดที่นี่หรือที่รูปภาพเพื่อเข้าสู่การทดลอง


 

Lise Meitner มารดาของระเบิดปรมาณู


นับเป็นเวลานานร่วม 40 ปีที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในกรุง Munich ประเทศเยอรมนีได้จัดแสดงนิทรรศการ โต๊ะทดลองปฏิบัติการของ Otto Hahn ให้ประชาชนชื่นชมคำบรรยายที่ติดอธิบายชี้บอกให้ผู้คนที่เข้าชมรู้ว่า การค้นพบปรากฏการณ์ nuclear fission แทบจะเป็นของ Hahn แต่ผู้เดียว (nuclear fission เป็นปรากฏ การณ์ที่นิวเคลียสของธาตุหนัก เช่น ยูเรเนียมแยกตัวเป็นสองนิวเคลียสของธาตุเบา เวลาได้รับอนุภาคนิวตรอนแล้ว ปลดปล่อยพลังปรมาณู) ส่วน Fritz Strassmann ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย และนั่นก็คือเหตุผลที่ Hahn ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี พ.ศ. 2487 แต่เพียงผู้เดียว

Otto Hahn

ความจริงที่แทบจะไม่มีใครพูดถึงคือมีผู้ร่วมงานอีกท่านหนึ่งชื่อ Lise Meitner ที่มีบทบาทในการค้นพบครั้งนี้มาก เธอเป็นสตรีชาวออสเตรียเชื้อชาติยิวผู้เป็นทั้งเพื่อน และผู้ร่วมงานของ Hahn เมื่อ Hitler มีอำนาจปกครองเยอรมัน อย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2481 Meitner ผู้มีเชื้อชาติยิวได้ถูกบังคับให้อพยพออกนอกประเทศ ทำให้เธอมิสามารถ จะร่วมงานวิจัยทางนิวเคลียร์กับ Hahn ได้อีกต่อไป ซึ่งงานวิจัยชิ้นนั้นได้นำไปสู่การค้นพบปรากฏการณ์ nuclear fission ในอีก 6 เดือนต่อมา

ในปี พ.ศ. 2532 ในการประชุมนานาชาติเรื่องประวัติของวิทยาศาสตร์ที่เมือง Munich ที่ประชุมได้มีมติให้ พิพิธภัณฑสถาน แห่งกรุง Munich ปรับเปลี่ยนคำบรรยายที่ติดอธิบายโต๊ะทำงานของ Hahn ว่า Meitner, Hahn และ Strassmann มีบทบาทเท่าเทียมกันทั้ง 3 คน ในการค้นพบปรากฏการณ์ nuclear fission

หากนกจะต้องคู่ฟ้าและปลาจะต้องคู่น้ำ Meitner ก็ต้องคู่กับ Hahn เธอและเขาเกิดในปี พ.ศ. 2421 เดียวกัน และ เสียชีวิต เมื่ออายุได้ 90 ปีเท่ากัน หลังจากที่ได้รู้จักกันมานานร่วม 60 ปี ถึงแม้บุญวาสนาและชะตาจะคู่กันสักปานใด ความเท่าเทียมก็มิได้ปรากฏ เพราะ Hahn เป็นผู้ชายชาวเยอรมันที่ร่าเริง Meitner เป็นผู้หญิงยิวที่เก็บตัว Hahn ได้รับรางวัลโนเบล และโลกรู้จัก Meitner ว่าเป็นผู้ที่พลาดการร่วมรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้

ในหนังสือ Lise Meitner : A Life in Physics ที่ R.L. Sine เขียนเมื่อ พ.ศ 2539 Sine ได้รวบรวมหลักฐาน มากมายที่แสดงให้เห็นว่า เหตุใด Meitner จึงสมควรได้รับรางวัลโนเบลร่วมกับ Hahn แต่ไม่ได้

ชีวิตของ Meitner เป็นชีวิตที่อุทิศให้กับงานฟิสิกส์ เธอเป็นโสดจึงไม่มีทายาทสืบสกุล เพื่อนในวงการฟิสิกส์คือญาติ ของเธอ เมื่อเธอทำงานกับ Hahn การเป็นสตรีทำให้เธอถูกห้ามมิให้เข้าไปในห้องทดลองของมหาวิทยาลัยที่มีอาจารย์ ผู้ชายทำงานอยู่ เธอต้องทำงานแบบเอกเทศ และก็ได้พบธาตุ protactinium ร่วมกับ Hahn ในปี พ.ศ. 2460 ถึงแม้เธอจะได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์สตรีคนแรกของเยอรมนีก็ตาม การที่เธอมีเชื้อสายยิวทำให้เธอถูกดูแคลน และถูกระงับไม่ให้สอนหนังสือ เมื่อนาซีเข้าครอบครองเยอรมนี การคุกคามยิวได้ทวีความรุนแรงขึ้น จนนักฟิสิกส์ ต่างชาติต้องช่วยให้เธอหลบหนีอิทธิพลนาซีออกนอกเยอรมนีไปพำนักอยู่ในประเทศสวีเดน Sine ได้พบหลักฐานทาง จดหมายมากมายที่แสดงให้เห็นว่า Hahn ได้ปรึกษา Meitner ตลอดเวลาที่มีการพบ nuclear fission แต่เมื่องาน วิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ชื่อของ Meitner มิได้ปรากฏ เพราะ Hahn มีความเห็นว่าการทำงานร่วมกับ ยิวเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับคนเยอรมัน

เมื่อ Hahn ได้รับการประกาศให้รับรางวัลโนเบล Hahn ได้พยายามอ้างผลงานเกียรติยศชิ้นนั้นว่าเป็นของตนแต่เพียง ผู้เดียว ซึ่ง Meitner ได้เขียนจดหมายถึง Hahn ว่าเธอเสียใจที่นิสัยของ Hahn เปลี่ยนไป ถึงแม้เธอจะพลาดรางวัล เธอก็มิต้องการให้รางวัลนั้นมาทำลายมิตรภาพระหว่างของเธอ กับ Hahn

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบ Hahn เริ่ม เป็นโรคความจำเสื่อม สื่อสารมวลชนในอเมริกาได้ขนานนาม Meitner ว่าเป็นมารดาของระเบิดปรมาณู ซึ่งเธอรู้สึกอึดอัดใจมากเพราะทำให้เธอรู้สึกว่ามีทายาทเป็นระเบิดมหาประลัย

หลังจากที่คนทั้งสองเสียชีวิตลง ชื่อของ Hahn ได้ปรากฏเป็นชื่อของธาตุ hahnium ที่ 105 และชื่อของ Meitner ได้ถูกตั้งชื่อของธาตุ meitnerium ที่ 109 ปรากฏคู่กันในตารางธาตุชั่วกัลปาวสาน

ชีวิตของนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองท่านนี้แสดงให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์นั้นเขียนใหม่ได้ หากเรามีหลักฐานและการวิเคราะห์ ที่ถูกต้อง ประวัติศาสตร์ของเรา (บางเรื่อง) ก็น่าจะเช่นกันครับ

 


  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต  

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์