index 213

 

คลิกดูวีดีโอค่ะ

 

หลักการทำงาน
ส่วนประกอบของเซลล์

การทำและการวัดประสิทธิภาพของเซลล์

      วิวัฒนาการของ organic photovoltaics และตัวตรวจจับแสง (photodetectors) เริ่มขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 ด้วยการค้นพบของ dispersed heterojunction ที่ซึ่งสารที่รับและให้อิเล็กตรอนอยู่รวมกัน ถ้าระดับการผสมใกล้เคียงกับระยะของการแพร่ของ exiton (1-10 nm) ไม่ว่าแสงสร้าง exiton ขึ้นที่ไหนก็ตาม ส่วนใหญ่มันจะแพร่ไปที่บริเวณรอยต่อระหว่างเฟสและแตกตัว แต่ถ้าเป็นระยะต่อเนื่อง ตัวที่พาแต่ละประจุเดินทางไปที่ผิวสัมผัสและส่งกระแสยังวงจรข้างนอก(Nelson J., Materialstoday, 2002.) ขณะนี้เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสงนับว่าเป็นเครื่องมือที่น่านำมาใช้ประโยชน์มากที่สุดที่สร้างมาจากวัสดุจำพวกคอมโพสิตอินทรีย์-อนินทรีย์ ภายในเซลล์จำลองการสังเคราะห์แสงของพืช สร้างขึ้นมาได้ง่ายจากวัตถุดิบราคาถูกและมีประสิทธิภาพมากกว่า 10% (Gratzel M., J. of Sol-Gel Sci. and Tech., 2001. and Cass M. J., J. Phys. Chem. B, 2003.)

หลักการทำงาน

     ในเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสง ประกอบด้วยสาร 4 อย่าง

  1. สีอินทรีย์ ทำหน้าที่เป็นตัวดูดกลืนแสง

  2. ฟิล์มของผลึกระดับนาโนของโลหะออกไซด์ (MO) ทำหน้าที่เป็นตัวถ่ายเทอิเล็กตรอน

  3. สารของเหลวหรือของแข็งที่ทำหน้าที่ส่งผ่านโดยใช้ hole (HTM)

  4. ขั้วอิเล็กโทรดด้านหน้าและหลัง

คลิกเพื่อดูขนาดจริง

     ปฏิกิริยาหลักที่เกิดขึ้นภายในเซลล์คือ แสงถูกดูดกลืนโดยโมเลกุลของสีที่เกาะอยู่บนผิวของ สารกึ่งตัวนำชนิด wide-band gap (รูปที่ 1) ขณะที่โมเลกุลสีชนกับแสงที่เดินทางผ่าน อิเล็กตรอน ภายในโมเลกุลสีถูกกระตุ้นและส่งไปยัง TiO2 ทีมีลักษณะเป็นรูพรุน หลังจากนั้นอิเล็กตรอนจะมารวมกัน ที่ขั้วอิเล็กโทรดด้านหน้าและไปยัง external load ต่อมาโมเลกุลสีถูกรีดิวส์กลับมาที่สถานะพื้นโดยการ ถ่ายเทอิเล็กตรอนจาก redox couple ใน อิเล็กโทรไลต์ ส่วนไอออนที่เกิดขึ้นจะแพร่กลับสู่ขั้วอิเล็กโทรด ด้านหลังเพื่อรับอิเล็กตรอน

ส่วนประกอบของเซลล์

1. สีอินทรีย์ ทำหน้าที่เป็นตัวดูดกลืนแสง

สีย้อม

     คุณสมบัติทั่วไปของสีย้อมไวแสงที่ใช้ในเซลล์แสงอาทิตย์คือ (1) มีสเปกตรัมการดูดกลืนแสงกว้างในช่วงที่ตามองเห็นได้ (visible) และ near IR ทำให้ดูดกลืนพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ปริมาณมากที่สุด; (2) มีค่าสัมประสิทธิ์การดูดกลืนแสง (molar absorptivity coefficient, e) สูงเพื่อที่จะจับแสงโฟตรอนที่ตกกระทบ; (3) มีคุณสมบัติของสภาวะพื้นและสภาวะกระตุ้นที่เหมาะสม; และ (4) มีเสถียรภาพสูงในสภาวะถูกออกซิไดส์ ขณะนี้มีการใช้สารประกอบเชิงซ้อนรูทีเนียม (III) โพลีไพริดิล (Ruthenium (II) polypyridyl) อย่างแพร่หลายในเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสีย้อมไวแสงที่ประกอบด้วยสารกึ่งตัวนำโลหะออกไซด์ระดับนาโน

2. ชั้นฟิล์มบางโลหะออกไซด์ที่มีผลึกระดับนาโนสำหรับเป็นสื่อกลางในการส่งผ่านอิเล็กตรอนเคลือบบนขั้วอิเล็กโทรดด้านหน้า

ฟิล์มไททาเนีย ฟิล์มไททาเนีย
 

      เนื่องจากชั้นสีย้อม1 ชั้นจะสามารถดูดกลืนแสงได้น้อยกว่า 1 % ของแสงที่ตกกระทบ ดังนั้นพื้นที่ผิวของขั้วไฟฟ้าไวแสงนี้จะต้องเพิ่มขึ้นถึง 1000 เท่า ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้อนุภาคระดับนาโนเมตรของโลหะออกไซด์ โดยปกติจะเป็น TiO2 เนื่องจาก TiO2 มีสมบัติที่เหมาะสม ขนาดของอนุภาคออกไซด์จะมีผลกระทบต่อพื้นที่ผิวและความหนาแน่นของฟิล์ม ดังนั้นอนุภาคออกไซด์ควรมีขนาดไม่ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป การมีสภาพของการเป็นผลึกที่ไม่สมบูรณ์และขนาดของอนุภาคที่เล็กกว่า 10 นาโนเมตรจะทำให้มีความเป็นพรุนระดับเล็กทำให้จำกัดการแผ่ซึมของกระแสไฟฟ้าภายในอิเล็กโตรไลต์ (Kay A. and M. Gratzel, Sol. Energy Mater. Sol. Cells, 1996.)
ในโครงการนี้ TiO2 และ โลหะออกไซด์อื่นๆ จะถูกทดลอง ผลของขนาดอนุภาค TiO2 และออกไซด์อื่นๆ ต่อประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานจะถูกศึกษา

3. สารละลายหรือของแข็งตัวกลางสำหรับส่งผ่าน hole

อิเล็กโตรไลต์

วัสดุที่ใช้เป็นตัวกลางในการส่งผ่าน hole มีหลายชนิด เช่น สารละลายอิเล็กโตรไลต์ ของแข็งอิเล็กโตรไลต์ และวัสดุสารกิ่งตัวนำชนิด p สำหรับสารละลายอิเล็กโตไลท์สามารถซึมผ่านรูพรุนขนาดนาโนของออกไซด์ได้ทำให้เกิดการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับการส่งผ่านประจุของคู่ไอออนรีดอกซ์
เนื่องจากสารละลายอิเล็กโตรไลท์ที่มี รีดอกซ์ I-/I3- มีราคาถูกและง่ายสำหรับการเตรียม ในขั้นต้นของโครงการนี้จะใช้สารละลายรีดอกซ์ I-/I3- และจะทดแทนด้วยอิเล็กโตไลท์ที่เป็นของแข็งต่อไป

4. ขั้วอิเล็กโทรดด้านหน้าและหลัง

อิเล็กโทรดด้านหน้า อิเล็กโทรดด้านหลัง
 

      อิเล็กโทรดด้านหน้าจะต้องใส แสงผ่านได้และนำไฟฟ้าได้ วัสดุที่ใช้ทำอิเล็กโทรดด้านหน้าได้แก่ทินออกไซด์ที่โด๊ปด้วยอินเดียมหรือฟลูออรีน ส่วนอิเล็กโทรดด้านหลังทำหน้าที่ถ่ายทอดอิเล็กตรอนจากภายนอกวงจรมายังสารละลายอิเล็กโตรไลต์ที่เสียอิเล็กตรอนไป ดังนั้นจึงต้องนำไฟฟ้าเช่นกันและมักมีแพลตทินัมบนอิเล็กโทรดเพื่อช่วยเร่งปฏิกิริยาการถ่ายทอดอิเล็กตรอนให้กับอิเล็กโตรไลต์ แต่เนื่องจากประสิทธิภาพของแพลตทินัมอาจลดลงได้ถ้าสัมผัสกับอิเล็กโตรไลต์นานๆ ดังนั้นอาจใช้กราไฟต์หรือคาร์บอนแบลคแทนแพลตทินัม เนื่องจากสามารถนำไฟฟ้าได้พอสมควร ทนความร้อนและทนการกัดกร่อนได้ดี
โครงการนี้ใช้สารหลายชนิดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น กรดแพลตทินิค ถ่านกัมมันต์ แกรไฟต์

การทำและการวัดประสิทธิภาพของเซลล์

การทำเซลล์

2 นักวิจัยแพทย์รับรางวัล "นักวิทย์ดีเด่น"51

โดย ผู้จัดการออนไลน์

"นักวิทย์ดีเด่น" ประจำปี 2551 ตกเป็นของ 2 นักวิจัยด้านการแพทย์รับรางวัล หนึ่งเป็นนักวิจัยแอนติบอดีจากเทคนิคการแพทย์ มช. เจ้าของชุดตรวจนับเม็ดเลือดขาวผู้ป่วยเอดส์ "ดร.วัชระ กสินฤกษ์" และอีกหนึ่งเจ้าของผลงานศึกษาลงลึกระดับดีเอ็นเอ "ดร.อภิวัตน์ มุทิรางกูร"

ศ.ดร.วัชระ กสิณฤกษ์


       
       ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้เข้าร่วมงานประกาศผลรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2551 ของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดเมื่อวันที่ 31 ส.ค.51 ณ โรงแรมสยามซิตี โดยปีนี้รางวัลตกเป็นของ ศ.ดร.วัชระ กสิณฤกษ์ อาจารย์จากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร อาจารย์แพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
       
       ผลงานของ ศ.ดร.วัชระศึกษาคือการศึกษาวิจัยเพื่อผลิตและโมโนโคลนอลแอนติบอดี ซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุลที่ทำปฏิกิริยากับแอนติเจนได้อย่างจำเพาะและสามารถผลิตได้ในห้องปฏิบัติการ จึงมีการนำโมโนโคลนอลแอนติบอดีนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรค รวมถึงการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรค
       
       ทั้งนี้เขาได้นำความรู้ซึ่งศึกษาต่อเนื่องมา 15 ปีนี้ไปพัฒนาชุดน้ำยาตรวจนับเม็ดเลือดขาวชนิด "ซีดีโฟร์ โพสิทีฟ ลิมโฟไซต์" (CD4+ lymphocytes) สำหรับผู้ป่วยเอดส์ โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องโฟลไซโตมิเตอร์ (Flow cytometer) ที่มีอยู่เฉพาะในโรงพยาบาลและยังลดเวลาตรวจน้อยลง 4 เท่า
       
       ศ.ดร.วัชระยังเผยกับผู้จัดการวิทยาศาสตร์และผู้สื่อข่าวที่มาร่วมงานแถลงว่า ได้นำความรู้แอนติบอดีนี้ไปใช้พัฒนาชุดตรวจผู้เป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งไม่สามารถแยกแยะได้จากภายนอกแต่เมื่อผู้เป็นพาหะโรคมีลูกด้วยกัน และเด็กที่เกิดมาก็จะเป็นโรคธาลัสซีเมียหรืออาจจะเสียชีวิตตั้งแต่เกิด
       
       ทั้งนี้ ชุดตรวจพาหะธาลัสซีเมียดังกล่าวเป็นแบบแถบคล้ายชุดตรวจการตั้งครรภ์ ซึ่งเพียงหยดเลือดผสมในน้ำยาแล้วใช้แถบกระดาษจุ่มลงไปเพียง 3 นาทีก็ทราบผล หากเป็นแถบม่วง 2 แถบแสดงว่าเป็นพาหะแต่ถ้าเป็นแถบเดียวแสดงว่าไม่ใช่
       
       นอกจากนี้ ศ.ดร.วัชระยังมีโครงการที่จะพัฒนาชุดตรวจวัณโรค รวมถึงได้ศึกษาวิจัยชุดตรวจระยะเริ่มต้นก่อนที่จะเป็นมะเร็ง แต่พัฒนามาได้ 3 ปีแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ รวมถึงได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากโรงพยาบาลศิริราชพัฒนาชุดตรวจไข้เลือดออก โดยเขารับผิดชอบในการผลิตแอนติบอดี ซึ่งเขาได้สรุปสั้นๆ ว่าชุดตรวจต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นนั้นมีฐานจากการศึกษาแอนติบอดี

ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร


       
       ทางด้าน ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ศึกษาโรคมะเร็งในระดับพันธุกรรม โดยเชื่อว่าหากเข้าใจการเปลี่ยนแปลงระดับยีนของเซลล์จะนำไปสู่เทคนิคการรักษาโรคมะเร็งในอนาคต ทั้งนี้การรักษามะเร็งด้วยยาในปัจจุบันมีผลกระทบที่ไม่สามารถฆ่าเฉพาะเซลล์มะเร็ง หากเราทราบว่าเซลล์ไหนคือมะเร็งก็สามารถพัฒนายาที่จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งชนิดนั้นได้ และผลจากการศึกษาพบว่ามีดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอพสไตน์บาร์หรืออีบีวี (Epstein Barr virus: EBV) ปะปนในกระแสเลือดซึ่งยังไม่มีใครค้นพบมาก่อน ซึ่งนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยโรคมะเร็งโพรงจมูกและเป็นมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งชนิดนี้
       
       พร้อมกันนี้มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ยังได้มอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2551 จำนวน 5 รางวัลได้แก่ ผศ.นพ.ดร.นรัตถพล เจริญพันธุ์ จากเครือข่ายวิจัยด้านแคลเซียมและกระดูก และภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมุ่งวิจัยเพื่อตอบคำถามว่าจะทำอย่างไรให้กระดูกของคนไทยสมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด จึงได้วิจัยเพื่อทำความเข้าใจกลไกควบคุมสมดุลแคลเซียมทั้งระบบ เพื่อนำไปสู่การป้องกันและรักษาภาวะการเสียมวลกระดูก
       
       จากผลการวิจัยของ ผศ.นพ.ดร.นรัตถพล ทำให้เกิดแนวคิดใหม่เกี่ยวกับกลไกดูดซึมแคลเซียมของลำไส้และความเข้มข้นของแคลเซียมในโพรงลำไส้ที่เหมาะสมต่อการดูดซึม เพื่อนำไปสู่วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพของยาเสริมแคลเซียมและอาหารแคลเซียมสูง อีกทั้งยังมีงานวิจัยตรวจหายีนรวมถึงโปรตีนชนิดใหม่ในเซลล์ลำไส้และเซลล์กระดูก ซึ่งอาจช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกระดูก
       
       ผศ.ดร.อาทิวรรณ โชติพฤกษ์ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิจัยในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของไหลวิกฤติยิ่งยวดเพื่อสกัดพืชสมุนไพร และใช้เทคโนโลยีดังกล่าวทำปฏิกิริยาชีวมวลจากการเกษตรเพื่อเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
       
       ดร.นราธิป วิทยากร ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ศึกษาวิจัยในการพัฒนาเพียโซอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเซรามิกส์ที่เปลี่ยนพลังงานกลให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลได้ คุณสมบัติดังกล่าวนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ พรินเตอร์อิงค์เจ็ท เป็นต้น โดยได้ทำการวิจัยหาองค์ประกอบเคมีที่เหมาะสมเพื่อให้ได้วัสดุที่มีคุณสมบัติเพียโซเซรามิกส์ ทั้งนี้ได้ศึกษาเซรามิกส์ 2 ชนิดคือชนิดที่มีตะกั่วและไม่มีตะกั่วเป็นองค์ประกอบ
       
       ผศ.ดร.สาธิต แซ่จึง ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำงานวิจัยคณิตศาสตร์เพื่อศึกษาการลู่เข้าของแบบแผนเวียนบังเกิดจุดตรึงในปริภูมิบานาค (Convergences of fixed point iteration schemes in Banach spaces) ซึ่งเขาอธิบายง่ายๆ ว่างานวิจัยที่เขาศึกษาคือ การหาคำตอบของสมการไม่เชิงเส้น ซึ่งเป็นสมการที่มักใช้ในการแก้ปัญหาในทางเศรษฐศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
       
       ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทำวิจัยทางด้านจัรวาลวิทยา ซึ่งเขาอธิบายว่าเป็นการศึกษาที่รวมศาสตร์ทางด้านฟิสิกส์ คณิตศาสตร์และดาราศาสตร์ ทั้งนี้ปัญหาในทางจักรวาลวิทยาคือพบว่าเอกภพขยายตัวด้วยอัตราเร่งซึ่งยังไม่มีทฤษฎีที่จะอธิบายได้ และทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einsteim) ที่อธิบายเรื่องความโน้มถ่วงได้ดีที่สุดก็ไม่สามารถอธิบายปัญหาดังกล่าว

พิธีประกาศรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่


       
       เขาจึงได้พยายามขยายความทฤษฎีโน้มถ่วงของไอน์สไตน์ โดยเพิ่มมิติที่ 5 และพลังงานมืด (Dark Energy) เข้าไปในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป และยังใช้ผลทางจักรวาลวิทยาเพื่อตรวจสอบว่าทฤษฎีใดควรจะเป็นทฤษฎีสรรพสิ่ง (Theory of Everything) ที่สามารถรวมทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปและทฤษฎีควอนตัมไว้ด้วยกันได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ใครสามารถรวมทฤษฎีที่อธิบายเรื่องความโน้มถ่วงกับทฤษฎีที่อธิบายเรื่องอะตอมและอนุภาคได้ที่สุดทั้งสองได้
       
       สำหรับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นนั้น ดร.กอปร กฤตยากีรณ ประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่าเริ่มมีการมอบรางวัลเมื่อปี 2525 ซึ่งเป็นปีเฉลิมฉลองและสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีและเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด้จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว "พระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย" และในปี 2526 ก็ได้มีการจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ขึ้น เพื่อดำเนินกิจกรรมรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นเป็นการถาวร
       
       ปีนี้ทางมูลนิธิได้เพิ่มรางวัลให้กับผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นจากเดิมที่ได้ให้คนละ 200,000 บาท เป็นคนละ 400,000 บาท และ ดร.กอปรยังได้เผยอีกว่าในส่วนของรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ได้เริ่มขึ้นในปี 2534 เพื่อมอบรางวัลให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี.


"คุณเชื่อเรื่องวิวัฒนาการหรือไม่?" หลากความเห็นของคนวงใน

โดย ผู้จัดการออนไลน์

"ทฤษฎีวิวัฒนาการ" และ "ชาร์ลส์ ดาร์วิน" กลายเป็นคำที่ต้องมีปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนวิชาชีววิทยาในเบื้องต้น ก่อนที่จะศึกษาลงลึกถึงระดับเซลล์และยีนต่อไป
       
       
แต่ทฤษฎีนี้นี่เองกลับแบ่งแยกความคิดเห็น ออกเป็น 2 ฝ่าย บ้างก็เชื่อถือในทฤษฎีนี้ บ้างก็บอกว่าแนวคิดนี้เหลวไหล ไม่มีทีท่าว่าจะเป็นจริง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขัดแย้งกับความเชื่อในบางศาสนา
       
       "คุณเชื่อเรื่องวิวัฒนาการหรือไม่?" ผู้จัดการวิทยาศาสตร์มีความคิดเห็นของคนวงในมารายงาน

ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย (ภาพจากแฟ้ม)


       

       
       ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย
       หัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีตัวอ่อนและเซลล์ต้นกำเนิด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)
       
       "นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อในเรื่องวิวัฒนาการ สิ่งมีชีวิตต่างๆ เริ่มต้นมาจากสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว แล้วค่อยๆ วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาจนมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่วนตัวผม ซึ่งไม่ค่อยได้ติดตามเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการสักเท่าไหร่"
       
       "แต่ก็ค่อนข้างเชื่อในทฤษฎีนี้ และเคยเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution National Museum of Natural History: NMNH) ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ ซึ่งเขาจัดแสดงเรื่องวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบให้ชมกันอย่างน่าทึ่งมาก เชื่อว่าทฤษฎีวิวัฒนาการมีแนวโน้มเป็นไปได้มาก เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เช่น ฟอสซิลสิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมาย"
       
       "ส่วนอีกความเชื่อหนึ่งที่ว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมานั้น ก็อาจจะเป็นความจริงก็ได้ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าจริงหรือไม่"
       
       นางเพ็ชรรัตน์ ศรีวิลัย
       คุณครูสอนวิชาชีววิทยา ชั้น ม.4 และ ม.6 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
       
       "ครูเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ เพราะจากที่ครูได้อ่านทั้งที่เป็นบทความ วารสารทางวิชาการ และข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทฤษฎีวิวัฒนาการ ทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่เขาได้อ้างไว้มีความน่าเชื่อถือมาก และมีความเป็นไปได้สูง"
       
       "สำหรับนักเรียน ครูจะให้ข้อมูลเรื่องวิวัฒนาการแก่นักเรียนตามข้อมูลในหนังสือเรียน มีการตั้งคำถาม เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกคิด แต่หากยังมีนักเรียนบางส่วนที่ยังไม่เชื่อทฤษฎีวิวัฒนาการ จะบังคับให้ทุกคนเชื่อเหมือนกันหมดก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่สามารถแนะนำให้นักเรียนอ่านเพิ่มเติม นอกเหนือจากหนังสือเรียนด้วย และพิจารณาด้วยตัวเองว่า ยอมรับทฤษฎีนี้ได้หรือไม่ และสอนนักเรียนอยู่เสมอว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากมีข้อมูลใหม่มาหักล้างข้อมูลเดิม"

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล (ภาพจากแฟ้ม)


       
       รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล
       
นักวิทยาศาสตร์ และนักเขียน
       
       "เชื่อตามสภาพการณ์และองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ขณะนี้ ซึ่งหลังจากที่ดาร์วินเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการและตีพิมพ์หนังสือกำเนิดสปีชีส์ (On the Origin of Species) ก็ก่อให้เกิดการโต้แย้งของนักวิทยาศาสตร์ 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิต เป็นผลจากพันธุกรรม ส่วนอีกฝ่ายเชื่อว่าเป็นผลจากสิ่งแวดล้อม"
       
       "กระทั่งมีการนำเอาความหมายของทฤษฎีวิวัฒนาการไปใช้ในสังคมมนุษย์ จนเกิดเป็นคำว่า "ลัทธิดาร์วินทางสังคม" (Social Darwinism) ที่เชื่อว่าทายาทของคนในตระกูลสูงหรือมีฐานะ จะฉลาดและประสบความสำเร็จ มากกว่าคนที่มาจากตระกูลหรือฐานะด้อยกว่า จนเกิดกระแสพันธุกรรมนิยม ที่กีดกันผู้ที่ด้อยกว่า และโยงไปถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี"
       
       "หากดาร์วินยังมีชีวิตอยู่จนได้รับรู้ถึงผลที่ตามมาจากทฤษฎีของเขา เขาก็คงจะเสียใจอย่างมาก เพราะเขาต้องการอธิบายว่าสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการโดยการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ในช่วงเวลาหลายล้านปีเพื่อให้ดำรงอยู่ได้ในสภาพแวดล้อม"
       
       "ส่วนความเห็นขัดแย้งในเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการ ระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนาที่มีเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวนี้ฝ่ายที่ไม่เชื่อวิวัฒนาการ ก็มีลดน้อยลงแล้ว แต่คงจะไม่ได้หมดไปเลย อนาคตอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงอีกก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมมากกว่า ซึ่งคล้ายกับวิทยาศาสตร์และโหราศาสตร์ในประเทศไทย"

ศ.ดร.ระวี ภาวิไล (ภาพจากแฟ้ม)


       
       ศ.ดร.ระวี ภาวิไล
       นักดาราศาสตร์อาวุโส และอดีตอาจารย์ด้านดาราศาสตร์ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
       
       "ยอมรับไว้ว่าทฤษฎีวิวัฒนาการเป็นคำอธิบายที่ดีที่สุด ของมนุษย์เราในตอนนี้ที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและการเกิดสปีชีส์ใหม่ ซึ่งดาร์วินได้ศึกษารวบรวมข้อมูลจากสัตว์ในธรรมชาติ พิจารณาประกอบกับสิ่งแวดล้อมในบริเวณที่อาศัยอยู่ เพื่อหาคำตอบว่าสัตว์เกิดขึ้น และเกิดการเปลี่ยนแปลงชาติพันธุ์ได้อย่างไร"
       
       "เป็นความพยายามที่จะอธิบายถึงความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ ในแนวทางที่คิดว่ามีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเช่นนั้น ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยก็ให้การยอมรับในทฤษฎีวิวัฒนาการของเขา แต่หากในอนาคตมีการค้นพบหลักฐานหรือมีคำอธิบายอื่นที่น่าเชื่อถือและเป็นไปได้มากกว่า ก็อาจจะต้องยึดตามข้อมูลใหม่"

ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา (ภาพจากแฟ้ม)


       
       ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา
       อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
       
       "เชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการ เพราะมีหลักฐานหลายอย่างที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ ทั้งสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ ซากฟอสซิลต่างๆ และการพิสูจน์ด้วยดีเอ็นเอ รวมทั้งการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ก็พบว่าจุลินทรีย์มีการปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้"
       
       "ซึ่งเรื่องวิวัฒนาการนี้ ก็มีอธิบายอยู่ในพระพุทธศาสนาด้วยเหมือนกัน ก็คือเรื่องของอนิจจังหรือความไม่เที่ยงนั่นเอง ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างโลกของเราก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย สิ่งมีชีวิตบางชนิดสูญพันธุ์ไป ก็มีสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นวิวัฒนาการขึ้นมาแทนที่ เป็นอย่างนี้เรื่อยมา"

ศ.ดร.สุทัศน์ ศรีวัฒนพงศ์ (ภาพจาก ไบโอเทค)


       
       ศ.ดร.สุทัศน์ ศรีวัฒนพงษ์
       นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ (สทส.)
       
       "วิวัฒนาการนั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ยกตัวอย่างที่เข้าใจได้ง่าย เช่น ทำไมศัตรูพืชถึงระบาดได้ นั่นก็เพราะ นก หนู งู ที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของศัตรูพืชมีจำนวนลดลง ทำให้ขาดความสมดุลในธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติเปลี่ยนไป สิ่งมีชีวิตก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ และเกิดวิวัฒนาการต่อๆ ไป"

ศ.ดร.มรกต ตันติเจริญ (ภาพจาก สวทช.)


       
       ศ.ดร.มรกต ตันติเจริญ
       ที่ปรึกษาอาวุโส และอดีตผู้อำนวยการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
       
       "เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการจริง เพราะวิวัฒนาการเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลายาวนาน สิ่งมีชีวิตค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตัวเองให้อยู่รอดได้ในสิ่งแวดล้อมที่ดำรงชีวิตอยู่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่าวิวัฒนาการนั้นเป็นผลมาจากยีน เป็นผลให้เกิดความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ และในปัจจุบันเราก็สามารถสังเกตวิวัฒนาการได้จากการกลายพันธุ์ของยีน (mutation)"


"เซิร์น" สร้างสภาพเย็นยะเยือกยิ่งกว่าอวกาศห้วงลึก สู่ต้นกำเนิดบิกแบง

โดย ผู้จัดการออนไลน์

เจ้าหน้าที่กำลังติตั้งท่อนำลำอนุภาคในเครื่องตรวจวัด "แอตลาส" (ATLAS) ซึ่งเป็นองค์ประกอบภายในเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี

 

      ห้องทดลองทางฟิสิกส์ภายในท่อขนาดใหญ่ที่ขดเป็นวงกลมอยู่ใต้ดินของชายแดนสวิส-ฝรั่งเศสกำลังจะกลายเป็นบริเวณที่เย็นยะเยือกที่สุดแห่งหนึ่งในจักรวาล เมื่อเซิร์นเตรียมเดินเครื่องเร่งอนุภาคในเดือน ส.ค.นี้

ภาพอีกมุมขณะเจ้าหน้าที่กำลังติตั้งท่อนำลำอนุภาคในเครื่องตรวจวัด "แอตลาส" (ATLAS) ซึ่งเป็นองค์ประกอบภายในเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี


       
       "เซิร์น" (CERN) หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนาทางด้านนิวเคลียร์ (European Center for Nuclear Research) ได้เตรียมความพร้อมให้กับเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซี (Large Hadron Collider: LHC) ซึ่งเข้าสู่ระยะสุดท้ายก่อนเดินเครื่องตามกำหนดในเดือน ส.ค.นี้ โดยได้ลดอุณหภูมิให้กับเครื่องเร่งอนุภาคลงไปอยู่ที่ 1.9 เคลวินหรือ -271 องศาเซลเซียส นับเป็นอุณหภูมิที่เย็นยิ่งกว่ากว่าอวกาศห้วงลึกเสียอีกตามรายงานของบีบีซีนิวส์

ภาพเครื่องตรวจวัดอลิซ (ALICE) สถานีตรวจวัดอนุภาคอีกแห่งเมื่อต้นปีนี้


       
       ปัจจุบันเซคเตอร์ 6 ส่วนของแอลเอชซีจากทั้งหมด 8 ส่วนมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 4.5-1.9 เคลวิน โดยเมื่อ 2-3 เดือนก่อนที่บางระยะเซคเตอร์ทั้งหมดของเครื่องจักรจะถูกลดอุณหภูมิลงไป 1.9 เคลวิน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ในอวกาศส่วนนอกที่อยู่ไกลออกไปนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 2.7 เคลวินหรือ -270 องศาเซลเซียส
       
       เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีซึ่งประกอบด้วยแม่เหล็กนับพันๆ ชิ้นจะถูกรักษาสภาพอันเย็นยะเยือกนี้ด้วยฮีเลียมเหลว โดยแม่เหล็กเหล่านั้นถูกจัดเรียงภายในอุโมงค์ยักษ์ยาว 27 กิโลเมตรที่ขดเป็นวงอยู่ใต้ดินระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศสลึกลงไป 100 เมตร ซึ่งเครื่องมือทดลองทางฟิสิกส์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมานี้จะสร้างเงื่อนไขเสมือนเพิ่งเกิดบิกแบง (Big Bang) อีกครั้ง
       
       เมื่อเดินเครื่องแอลเอชซีจะเร่งลำอนุภาคโปรตอน 2 ลำให้มีพลังงานสูงและเคลื่อนที่ไปตามท่อผ่านแม่เหล็กทั้งหลาย โดยลำอนุภาคทั้ง 2 จะเคลื่อนที่ในทิศทางตรงข้ามกันด้วยความเร็วใกล้ความเร็วแสง และสักจุดหนึ่งภายในอุโมงค์ลำอนุภาคทั้งสองจะสวนทางกัน แล้วชนกันด้วยแรงมหาศาล ซึ่งนักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะได้เห็นอนุภาคใหม่จากเศษซากของการชนกันนี้ อันจะเผยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพื้นฐานของจักรวาลและจักรวาลเป็นอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร

ภาพมุมสูงของที่ทำการสถานีตรวจวัดอลิซบนพื้นดินซึ่งตั้งอยู่บนเมืองปุยยี สวิตเซอร์แลนด์ และอยู่ห่างจากที่ทำการหลักของเซิร์น 2 กิโลเมตรและอยู่ห่างจากที่ทำการหลักของเซิร์นและชายแดนสวิตเซอร์แลนด์ 2 กิโลเมตร


       
       โรเบอร์โต ซาบัน (Roberto Saban) หัวหน้าคณะกรรมการอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีอธิบายว่า เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงโดยไม่กินพลังงานมากเกินไปนั้น แม่เหล็กจำเป็นต้องอยู่ในสภาพตัวนำยิ่งยวด (superconducting) ซึ่งคุณสมบัตินี้ได้แสดงให้เห็นในวัสดุบางชนิดว่าที่อุณหภูมิต่ำๆ นั้นการไหลของกระแสไฟฟ้าจะมีความต้านทานเป็นศูนย์และสูญเสียพลังงานเพียงน้อยนิด
       
       "ที่อุณหภูมิ 2.2 เคลวินฮีเลียมแสดงคุณสมบัติอันน่าตื่นเต้นด้วยการกลายเป็น "ของเหลวยิ่งยวด" (superfluid) ซึ่งจะนำความร้อนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ฮีเลียมเป็นตัวทำความเย็นที่ทรงประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยม ไม่มีการทดลองทางฟิสิกส์อนุภาคในระดับนี้ที่ดำเนินการด้วยความเย็นอย่างนี้ แต่ฮาร์ดแวร์ก็มีประสิทธิภาพตามการคาดการณ์อันยาวนานก่อนหน้านี้" บีบีซีนิวส์รายงานคำอธิบายของซาบัน
       
       ซาบันอธิบายอีกว่า ระบบการทำงานของเครื่องเร่งอนุภาคนี้ ออกแบบอย่างระมัดระวัง โดยมีพื้นฐานจากการทดลองเครื่องมือต้นแบบ ทั้งนี้หากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นกับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์นี้ ต้องใช้เวลาแก้ไขประมาณ 3 เดือน โดยเริ่มต้นต้องใช้เวลา 3-4 สัปดาห์เพื่ออุ่นเครื่อง จากนั้นก็ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์เพื่อเปลี่ยนแปลง แล้วใช้เวลาอีก 3-6 เดือนลดอุณหภูมิของเครื่องมือลง
       
       อย่างไรก็ดีตอนนี้เซคเตอร์ของแอลเอชซี 2 เซคเตอร์ยังไม่เย็นพอที่จะทำการทดสอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งควบคุมระบบความเย็นในเซคเตอร์ต่างๆ กำลังถูกย้ายไปยังบริเวณที่เซคเตอร์เหล่านั้นจะเป็นฉนวนได้ดีที่สุด เมื่อมีอนุภาคถูกยิงออกมาจากเครื่องจักรระหว่างการชนกัน
       
       ทั้งนี้แต่ละเซคเตอร์ของเครื่องจักรประกอบด้วยวงจรไฟฟ้าประมาณ 200 วงจร และแต่ละวงจรประกอบด้วยแม่เหล้กที่อาจมากถึง 154 ชิ้น แม่เหล็กของเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีจะผ่านการทดสอบทางด้านไฟฟ้าอย่างหนักหน่วง โดยมีการทดสอบความสามารถในการรองรับกระแสไฟฟ้าที่สูงถึง 12,000 แอมแปร์
       
       "เราให้กำลังสำหรับแต่ละวงจรเพื่อสร้างความมั่นใจว่า วงจรเหล่านี้ทำงานตามที่ได้รับการออกแบบมา แต่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดคือเรากำลังพิสูจน์ว่าระบบปกป้องรอบๆ วงจรซึ่งจะตรวจวัดการเย็นลงอย่างทันทีนั้นดำเนินงานตามที่คาดไว้" ซาบันกล่าว
       
       โดยการเย็นลงอย่างทันทีนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของแม่เหล็กเริ่มร้อนขึ้น ซึ่งความร้อนจะกลายเป็นความต้านทานกระแสไฟฟ้า โดยวิศวกรได้สร้างระบบกู้คืนเพื่อตรวจวัดการเย็นลงอย่างทันใดนี้ ก่อนที่จะมีผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กที่ทำหน้าที่เบนอนุภาคให้เคลื่อนที่ไปรอบๆ อุโมงค์และทำให้ลำอนุภาคเคลื่อนที่เป็นวง
       
       การลดอุณหภูมิเครื่องจักรให้เย็นลงนั้นใช้เวลาราว 2 สัปดาห์จึงเสร็จสมบูรณ์ และยังไม่พบปัญหาที่น่าหวั่นวิตก การทดสอบทางไฟฟ้าให้กับแม่เหล็กอาจเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ถัดไป และก่อนที่เครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีจะเดินเครื่องเป็นครั้งแรก ลำอนุภาคโปรตอนจะได้รับการเพิ่มพลังงานให้สูงขึ้นในเครื่องเร่งอนุภาคที่ต่อกันเป็นลูกโซ่ซึ่งเรียกว่า "อินเจคเตอร์" (injector)

แผนภาพแสดงองค์ประกอบของเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีซึ่งอยู่ใต้ดินลึกลงไป 100 เมตร และประกอบไปด้วยสถานีตรวจวัดและเซคเตอร์หลายๆ แห่ง


       
       เมื่อเครื่องจักรเย็นลงแล้วเครื่องจักรควบคุมจะพ่นลำอนุภาคเข้าวงแหวนหลัก และเคลื่อนอนุภาคเหล่านั้นผ่านเซคเตอร์ที่เป็นอิสระต่อกันของเครื่องเร่งอนุภาคแอลเอชซีจนกระทั่งกลายเป็นวงกลม โดยระบบควบคุมจังหวะถูกใช้เพื่อความมั่นใจว่าเซคเตอร์ต่างๆ นั้นมีพฤติกรรมเหมือนเครื่องจักรเดี่ยว
       
       เครื่องแอลเอชซีจะเดินเครื่องและดำเนินการที่พลังงานระดับ 5 ล้านล้านอิเล็กตรอนโวลต์ (eV) จากนั้นก็จะปิดลงในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ ซึ่งแม่เหล็กก็ได้รับการเตรียมพร้อมให้รับมือกับการเดินเครื่องที่ระดับพลังงาน 7 ล้านล้านอิเล็กตรอนโวลต์ และจากข้อมูลของเนเจอร์ (Nature) ระบุว่าข้อมูลที่ได้จากการชนกันของอนุภาคโปรตรอนนั้นจะมีมากถึงวินาทีละ 700 เมกะไบต์.


ลูกกอล์ฟเย็นกับลูกกอล์ฟร้อน

 

  ถ้าคุณตีลูกกอล์ฟร้อน กับลูกกอล์ฟเย็นด้วยแรงที่เท่ากัน ลูกกอล์ฟใดจะไปได้ไกลกว่ากัน 


แรงกระแทก

  แรงกระแทกวัดด้วยค่า g (ความเร่งโน้มถ่วงของโลก)  นักซูโม่เข้าประทะกันแรงประทะเทียบเท่ากับ 54g   อเมริกันฟุตบอลแรงประทะเท่ากับ 165 g 


ครูฝึกโหด

  ครูฝึกใจดี กับครูฝึกโหด  อย่างไหนดีกับนักกีฬามากกว่ากัน  คำตอบอาจทำให้ท่านแปลกใจ


ลิฟท์ถูกยกขึ้น

  อะไรที่ทำให้ลิฟท์ตัวนี้ถูกยกขึ้น

  1. ใช้ไฟฟ้า

  2. ใช้หลักการของแม่เหล็ก

  3. ใช้อัลตร้าโซนิก


เครื่องเงิน

  เครื่องเงินที่ดำแล้ว จะสามารถวาววับดังเดิมได้ด้วยสิ่งใด

  1. น้ำส้มสายชูกับผงฟู

  2. แผ่นฟอยต์กับน้ำเกลือ


กล้องถ่ายเสียง

  กล้องถ่ายเสียงทำงานอย่างไร

  1. เหมือนจานดาวเทียม

  2. เหมือนบาโรมิเตอร์

  3. เหมือนเส้นเสียงสะท้อน


กล่องเปลวไฟ

  ผู้สร้างกล่องเปลวไฟ ต้องการให้มองเห็นอะไร

  1. เสียง

  2. กำลังไฟฟ้า

  3. สารพิษ


เกมตัวเลข

   คุณโบนนิ่งทายใจได้ถูกต้องว่าเป็นอักษรตัวไหน

  1. เป็นเรื่องบังเอิญ

  2. ใช้กลอุบายทางคณิตศาสตร์

  3. มีพลังวิเศษสะกดจิตได้


ภาชนะย่อยสลายได้เอง

  โฟม  1 ชิ้นใช้เวลาย่อยสลาย 500-1000 ปี  นักวิจัยไทยประดิษฐ์  ไบโอพลาสติกสำเร็จ มันสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ  ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม


ทำน้ำมันจากพลาสติก

  เครื่องทำน้ำมันจากพลาสติก  เราเรียกกระบวนการนี้ว่า การกลั่นด้วยความร้อนแบบอัดอากาศ  เป็นการใช้ความร้อนแบบปราศจากออกซิเจน 


เครื่องรับซื้อกระป๋อง+ กระถางเพาะชำ

   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  แสดงเทคโนโลยีสุดเจ๋ง มันคือเครื่องรับซื้อกระป๋องอัตโนมัติ และ กระถางเพาะชำทีทำจากขุยและใยมะพร้าวทีใช้แทนถุงดำพลาสติก


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์