index 217

 

ยูเซียน โบลท์ ยอดลมกรดจากจาเมกา ช็อคโลก ควบม้วนเดียวจบคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายกีฬาโอลิมปิก

    ยูเซียน โบลท์ ยอดลมกรดจากจาเมกา ช็อคโลก ควบม้วนเดียวจบคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายกีฬาโอลิมปิก

    ยูเซียน โบลท์ ยอดลมกรดจากจาเมกา ช็อคโลก ควบม้วนเดียวจบคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายกีฬาโอลิมปิก

     ยูเซียน โบลท์ ยอดลมกรดจากจาเมกา ช็อคโลก ควบม้วนเดียวจบคว้าเหรียญทองวิ่ง 100 เมตรชายกีฬาโอลิมปิก ด้วยเวลา 9.69 วินาที พังสถิติโลก พร้อมกลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลก ที่วิ่งได้ต่ำกว่า 9.70 วินาที โดยมี ริชาร์ด ทอมป์สัน จากตรินิแดด คว้าเหรียญเงิน และวอลเตอร์ ดิกซ์ จากสหรัฐ ได้เหรียญทองแดง ด้าน อาซาฟา พาวล์ ตัวเต็งอีกคนจากจาเมกา ได้อันดับ 5 ส่วน ไทสัน เกย์ ของสหรัฐพลิกล็อคตกรอบรองชนะเลิศเท่านั้น

    ศึกเจ้าลมกรด "ปักกิ่งเกมส์" เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นการวิ่งในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งปรากฏว่า ในรอบรองชนะเลิศนั้น เกิดการพลิกล็อคครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อ ไทสัน เกย์ นักวิ่งตัวเต็งจากสหรัฐ พลาดท่าเข้าแค่อันดับ 5 ในฮีทที่ 2 ชวดเข้ารอบชิง ที่คัดเอานักวิ่งฮีทละ 4 คนเข้ารอบไปอย่างน่าเสียดาย ขณะที่อีก 2 ตัวเต็งจากจาเมกา คือ ยูเซียน โบลท์ เจ้าของสถิติโลกคนล่าสุด และ อาซาฟา พาวล์ อดีตเจ้าของสถิติโลก ต่างผ่านเข้ารอบด้วยการวิ่งเข้าที่ 1 ของแต่ละฮีท



 

    สำหรับในรอบชิง หลังจากสิ้นเสียงปืนออกสตาร์ท นักวิ่งทั้ง 8 คนเกาะกลุ่มกันไปในช่วง 50 เมตรแรก ก่อนที่ ยูเซียน โบลท์ ลมกรดซึ่งจะมีอายุ 22 ปีเต็มในวันที่ 26 ส.ค.นี้ จะเร่งเต็มสปีดฉีกกลุ่มขึ้นมานำโด่งคนเดียว ทิ้งคนอื่นเกือบ 4 ช่วงตัว และชะลอฝีเท้าเข้าเส้นชัยแบบสบายๆ ด้วยสถิติที่ออกมาที่โลกต้องตกตะลึงคือ 9.69 วินาที ทำลายสถิติโลกที่ตัวเองทำไว้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ปีนี้ 9.72 วินาทีลงอย่างยับเยิน พร้อมกลายเป็นมนุษย์คนแรกของโลก ที่วิ่งได้ต่ำกว่า 9.70 วินาทีอย่างเป็นทางการอีกด้วย



   ส่วนเหรียญเงินเป็นของ ริชาร์ด ทอมป์สัน จากตรินิแดด 9.89 วินาที และเหรียญทองแดงได้แก่ วอลเตอร์ ดิกซ์ จากสหรัฐ 9.91 วินาที ขณะที่ตัวเต็งอีกคนคือ อาซาฟา พาวล์ ได้เพียงอันดับ 5 ด้วยเวลา 9.95 วินาที 


นาโนเทคโลยีคืออะไร

    นาโนศาสตร์  เทคโนโลยีแบบหยาบ  และระดับโมเลกุล ฟิสิกส์กลศาสตร์ และกลศาสตร์ควอนตัม  สถานการณ์นาโนศาสตร์ในประเทศไทย  การประกอบตัวเองได้  ลูกคิดนาโน  และท่อนาโน  เอกสาร PDF


ไทยปรับเวลาใหม่ ให้ตรงกันทั่วปท. บังคับใช้เริ่ม23สค.

จากความเหลื่อมล้ำทางเวลาของไทย จนทำให้ไม่ เป็นมาตรฐาน สถาบันมาตรวิทยา กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จึงดำเนินการปรับเปลี่ยนเวลาของไทยใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พล.อ.ต.ดร.เพียร โตท่าโรง ผอ. สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถาบันมาตรวิทยาฯ จะดำเนินการปรับเปลี่ยนเวลาของประเทศ ไทยใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล เพราะที่ผ่านมามาตรฐานเวลาของไทยไม่เคยตรงกันซึ่งจะเป็นไปตามประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจร ทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ.2550 ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล ซึ่งจะมีพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิด โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค.นี้  

โดยกำหนดให้ผู้ประกอบ 4 ประเภท ดังนี้ 1. ผู้ ประกอบกิจการโทรคมนาคมและกิจการกระจายภาพและเสียง อาทิ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ขั้นพื้นฐาน โทรศัพท์ เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการเอทีเอ็ม เป็นต้น 2. ผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อาทิ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เจ้าของหอพัก โรงแรม หน่วยราชการ บริษัทต่างๆ เป็นต้น 3. ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ และ 4. ผู้ให้บริการร้านอินเตอร์เน็ตต่างๆ ผู้ให้บริการทั้งหมด ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามตามกฎหมายของกระทรวงไอซีที จะต้องมีโทษปรับประมาณ 1-5 แสนบาท

พล.อ.ต.ดร.เพียรกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนทั่วไป หากต้องการตั้งเวลาให้เป็นมาตรฐาน  ขณะนี้สถาบันมาตรวิทยาฯ ได้ประสานกับกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เพื่อตั้งเวลามาตรฐานสำหรับประเทศไทยแล้ว และกำลังประสานกับกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเทียบเวลาผ่านทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม เพื่อให้ประชาชนเทียบเวลาทางวิทยุเอฟเอ็มได้ แต่ต้องมีตัวสัญญาณรับที่เรียกว่า ไทม์ เซิร์ฟเวอร์ ติดที่นาฬิกาที่ต้องการจะเชื่อมกับสัญญาณเอฟเอ็มด้วย ในส่วนนี้ทางสถาบันมาตรวิทยาฯ จะประสานกับบริษัทที่ผลิตนาฬิกา เพื่อผลิตนาฬิกาพิเศษที่ตรงเวลา และมีความแม่นยำมากที่สุด 

“การปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะทุกคนต้องการความแม่นยำ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูล เรื่องของความมั่นคง เรื่องของสุขภาพ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ พวกสัญญาณดาวเทียม และที่สำคัญงานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยแกะรอยของอาชญากรรม และสามารถใช้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิดได้ โดยมีเวลาเป็นเครื่องยืนยันการกระทำ เห็นได้ชัดจากกรณีใบแดงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลักฐานสำคัญก็มาจากเรื่องของเวลา” ผู้อำนวยการ มว. กล่าวและว่า ที่ผ่านมาเวลาของประเทศไทยไม่มีมาตรฐานแน่นอน และไม่ตรงกัน เห็นได้ชัดเจนที่สุดช่วง 08.00 น. และ 18.00 น. ที่เป็นช่วงเคารพธงชาติ แต่ละจังหวัดเวลาเคารพธงชาติจะไม่เท่ากันเลย แม้กระทั่งฟรีทีวีในบ้านเมืองก็ยังมีเวลาไม่ตรงกัน


วิธีการเทียบเวลามาตราฐานประเทศไทย
โดยผ่านทางระบบให้บริการเวลามาตรฐานทาง Internet

คลิกครับ


การเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของแสง

    การรวมกันของคลื่นแสง  การแทรกสอดของช่องแคบคู่  การแทรกสอดของเกรตติ้ง  และการเลี้ยวเบนของแสง


การเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของแสง

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10

{mospagebreak}

หน้า 11

{mospagebreak}

หน้า 12

{mospagebreak}

หน้า 13

{mospagebreak}

หน้า 14

{mospagebreak}

หน้า 15

{mospagebreak}

หน้า 16

{mospagebreak}

หน้า 17

{mospagebreak}

หน้า 18

{mospagebreak}

หน้า 19

{mospagebreak}

หน้า 20

{mospagebreak}

หน้า 21

{mospagebreak}

หน้า 22

{mospagebreak}

หน้า 23

{mospagebreak}

หน้า 24

{mospagebreak}

หน้า 25

{mospagebreak}

หน้า 26

{mospagebreak}

หน้า 27

{mospagebreak}

หน้า 28

{mospagebreak}

หน้า 29

{mospagebreak}

หน้า 30

{mospagebreak}

หน้า 31

{mospagebreak}

หน้า 32

{mospagebreak}

หน้า 33

{mospagebreak}

หน้า 34

{mospagebreak}

หน้า 35

{mospagebreak}

หน้า 36

{mospagebreak}

หน้า 37

{mospagebreak}

หน้า 38

{mospagebreak}

หน้า 39

{mospagebreak}

หน้า 40

{mospagebreak}

หน้า 41

{mospagebreak}

หน้า 42

{mospagebreak}

หน้า 43

{mospagebreak}

หน้า 44

{mospagebreak}

หน้า 45

{mospagebreak}

หน้า 46

{mospagebreak}

หน้า 47

{mospagebreak}

หน้า 48

{mospagebreak}

หน้า 49

{mospagebreak}

หน้า 50

{mospagebreak}

หน้า 51

{mospagebreak}

หน้า 52

{mospagebreak}

หน้า 53

{mospagebreak}

หน้า 54

{mospagebreak}

หน้า 55

{mospagebreak}

หน้า 56

{mospagebreak}

หน้า 57

{mospagebreak}

หน้า 58

{mospagebreak}

หน้า 59

{mospagebreak}

หน้า 60

{mospagebreak}

หน้า 61

{mospagebreak}

หน้า 62

{mospagebreak}

หน้า 63

{mospagebreak}

หน้า 64

{mospagebreak}

หน้า 65

{mospagebreak}

หน้า 66


นักวิทยาศาสตร์ไทย

สาโรจน์ มีวงษ์สม เรียบเรียง

สารบัญ

  หน้า
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย 9
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว นักวิศวกรวังหน้าคนแรกของไทย 24
สมเด็จพระมหิดลลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม บิดาการแพทย์แผนปัจจุบัน 29
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ เจ้าฟ้าหญิงนักวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตพระองค์แรกของไทยและของโลก 36
ฯพณฯ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้คิดค้นปฏิทินล้านปีและปฏิทินเสียง 49
นายแพทย์ บุญส่ง เลขะกุล นักธรรมชาตินิยม 60
ดร. ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ผู้มีพรสวรรค์ด้านการประพันธ์ 70
อาจารย์ระพี สาคริก ผู้บุกเบิกกล้วยไม้ให้ชาวโลกได้รู้จัก 80
ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิศวกรอวกาศ 91
นายแพทย์รัศมี วรรณิสสร ผู้ผ่าตัดสมองด้วยคอมพิวเตอร์คนแรกของเอเชีย 101
รองศาสตราจารย์ ดร.ประพนธ์ วิไลรัตน์ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2540 สาขาชีวเคมี 105
ศาสตราจารย์นายแพทย์ ยง ภู่วรรณ นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี  พ.ศ. 2540 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์- วิทยาการระบาด 113

{mospagebreak}

หน้า 2

 

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10

{mospagebreak}

หน้า 11

{mospagebreak}

หน้า 12

{mospagebreak}

หน้า 13

{mospagebreak}

หน้า 14

{mospagebreak}

หน้า 15

{mospagebreak}

หน้า 16

{mospagebreak}

หน้า 17

{mospagebreak}

หน้า 18

{mospagebreak}

หน้า 19

{mospagebreak}

หน้า 20

{mospagebreak}

หน้า 21

{mospagebreak}

หน้า 22

{mospagebreak}

หน้า 23

{mospagebreak}

หน้า 24

{mospagebreak}

หน้า 25

{mospagebreak}

หน้า 26

{mospagebreak}

หน้า 27

{mospagebreak}

หน้า 28

{mospagebreak}

หน้า 29

{mospagebreak}

หน้า 30

{mospagebreak}

หน้า 31

{mospagebreak}

หน้า 32

{mospagebreak}

หน้า 33

{mospagebreak}

หน้า 34

{mospagebreak}

หน้า 35

{mospagebreak}

หน้า 36

{mospagebreak}

หน้า 37

{mospagebreak}

หน้า 38

{mospagebreak}

หน้า 39

{mospagebreak}

หน้า 40

{mospagebreak}

หน้า 41

{mospagebreak}

หน้า 42

{mospagebreak}

หน้า 43

{mospagebreak}

หน้า 44

{mospagebreak}

หน้า 45

{mospagebreak}

หน้า 46

{mospagebreak}

หน้า 47

{mospagebreak}

หน้า 48

{mospagebreak}

หน้า 49

{mospagebreak}

หน้า 50

{mospagebreak}

หน้า 51

{mospagebreak}

หน้า 52

{mospagebreak}

หน้า 53

{mospagebreak}

หน้า 54

{mospagebreak}

หน้า 55

{mospagebreak}

หน้า 56

{mospagebreak}

หน้า 57

{mospagebreak}

หน้า 58

{mospagebreak}

หน้า 59

{mospagebreak}

หน้า 60

{mospagebreak}

หน้า 61

{mospagebreak}

หน้า 62

{mospagebreak}

หน้า 63

{mospagebreak}

หน้า 64

{mospagebreak}

หน้า 65

{mospagebreak}

หน้า 66

{mospagebreak}

หน้า 67

{mospagebreak}

หน้า 68

{mospagebreak}

หน้า 69

{mospagebreak}

หน้า 70

{mospagebreak}

หน้า 71

{mospagebreak}

หน้า 72

{mospagebreak}

หน้า 73

{mospagebreak}

หน้า 74

{mospagebreak}

หน้า 75

{mospagebreak}

หน้า 76

{mospagebreak}

หน้า 77

{mospagebreak}

หน้า 78

{mospagebreak}

หน้า 79

{mospagebreak}

หน้า 80

{mospagebreak}

หน้า 81

{mospagebreak}

หน้า 82

{mospagebreak}

หน้า 83

{mospagebreak}

หน้า 84

{mospagebreak}

หน้า 85

{mospagebreak}

หน้า 86

{mospagebreak}

หน้า 87

{mospagebreak}

หน้า 88

{mospagebreak}

หน้า 89

{mospagebreak}

หน้า 90

{mospagebreak}

หน้า 91

{mospagebreak}

หน้า 92

{mospagebreak}

หน้า 93

{mospagebreak}

หน้า 94

{mospagebreak}

หน้า 95

{mospagebreak}

หน้า 96

{mospagebreak}

หน้า 97

{mospagebreak}

หน้า 98

{mospagebreak}

หน้า 99

{mospagebreak}

หน้า 100

{mospagebreak}

หน้า 101

{mospagebreak}

หน้า 102

{mospagebreak}

หน้า 103

{mospagebreak}

หน้า 104

{mospagebreak}

หน้า 105

{mospagebreak}

หน้า 106

{mospagebreak}

หน้า 107

{mospagebreak}

หน้า 108

{mospagebreak}

หน้า 109

{mospagebreak}

หน้า 110

{mospagebreak}

หน้า 111

{mospagebreak}

หน้า 112

{mospagebreak}

หน้า 113

{mospagebreak}

หน้า 114

{mospagebreak}

หน้า 115

{mospagebreak}

หน้า 116

{mospagebreak}

หน้า 117

{mospagebreak}

หน้า 118

{mospagebreak}

หน้า 119

{mospagebreak}

หน้า 120

{mospagebreak}

หน้า 121

 


ปริศนาวิทยาศาสตร์ เล่ม 1

ของ รศ. ลิขิต ฉัตรสกุล

สารบัญ

  หน้า
บทที่ 1 เรื่องของมิติและกาลเวลา  
ปริศนา 8
คำตอบ 15
บทที่ 2 การเคลื่อนที่  
ปริศนา 25
คำตอบ 38
บทที่ 3 ของเหลาและก๊าซ  
ปริศนา 51
คำตอบ 62
บทที่ 4 การเดินทาง  
ปริศนา 72
คำตอบ 77
บทที่ 5 ในห้องนั่งเล่น  
ปริศนา 90
คำตอบ 96
บทที่ 6 เหินฟ้านภากาศ  
ปริศนา 107
คำตอบ 110
บทที่ 7 เสียงสัญญาณ  
ปริศนา 115
คำตอบ 119
บทที่ 8 ความร้อน  
ปริศนา 127
คำตอบ 131
บทที่ 9 แม่เหล็กไฟฟ้า  
ปริศนา 138
คำตอบ 144
บทที่ 10 แสง  
ปริศนา 150
คำตอบ 155

{mospagebreak}

หน้า 2

 

 

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10

{mospagebreak}

หน้า 11

{mospagebreak}

หน้า 12

{mospagebreak}

หน้า 13

{mospagebreak}

หน้า 14

{mospagebreak}

หน้า 15

{mospagebreak}

หน้า 16

{mospagebreak}

หน้า 17

{mospagebreak}

หน้า 18

{mospagebreak}

หน้า 19

{mospagebreak}

หน้า 20

{mospagebreak}

หน้า 21

{mospagebreak}

หน้า 22

{mospagebreak}

หน้า 23

{mospagebreak}

หน้า 24

{mospagebreak}

หน้า 25

{mospagebreak}

หน้า 26

{mospagebreak}

หน้า 27

{mospagebreak}

หน้า 28

{mospagebreak}

หน้า 29

{mospagebreak}

หน้า 30

{mospagebreak}

หน้า 31

{mospagebreak}

หน้า 32

{mospagebreak}

หน้า 33

{mospagebreak}

หน้า 34

{mospagebreak}

หน้า 35

{mospagebreak}

หน้า 36

{mospagebreak}

หน้า 37

{mospagebreak}

หน้า 38

{mospagebreak}

หน้า 39

{mospagebreak}

หน้า 40

{mospagebreak}

หน้า 41

{mospagebreak}

หน้า 42

{mospagebreak}

หน้า 43

{mospagebreak}

หน้า 44

{mospagebreak}

หน้า 45

{mospagebreak}

หน้า 46

{mospagebreak}

หน้า 47

{mospagebreak}

หน้า 48

{mospagebreak}

หน้า 49

{mospagebreak}

หน้า 50

{mospagebreak}

หน้า 51

{mospagebreak}

หน้า 52

{mospagebreak}

หน้า 53

{mospagebreak}

หน้า 54

{mospagebreak}

หน้า 55

{mospagebreak}

หน้า 56

{mospagebreak}

หน้า 57

{mospagebreak}

หน้า 58

{mospagebreak}

หน้า 59

{mospagebreak}

หน้า 60

{mospagebreak}

หน้า 61

{mospagebreak}

หน้า 62

{mospagebreak}

หน้า 63

{mospagebreak}

หน้า 64

{mospagebreak}

หน้า 65

{mospagebreak}

หน้า 66

{mospagebreak}

หน้า 67

{mospagebreak}

หน้า 68

{mospagebreak}

หน้า 69

{mospagebreak}

หน้า 70

{mospagebreak}

หน้า 71

{mospagebreak}

หน้า 72

{mospagebreak}

หน้า 73

{mospagebreak}

หน้า 74

{mospagebreak}

หน้า 75

{mospagebreak}

หน้า 76

{mospagebreak}

หน้า 77

{mospagebreak}

หน้า 78

{mospagebreak}

หน้า 79

{mospagebreak}

หน้า 80

{mospagebreak}

หน้า 81

{mospagebreak}

หน้า 82

{mospagebreak}

หน้า 83

{mospagebreak}

หน้า 84

{mospagebreak}

หน้า 85

{mospagebreak}

หน้า 86

{mospagebreak}

หน้า 87

{mospagebreak}

หน้า 88

{mospagebreak}

หน้า 89

{mospagebreak}

หน้า 90

{mospagebreak}

หน้า 91

{mospagebreak}

หน้า 92

{mospagebreak}

หน้า 93

{mospagebreak}

หน้า 94

{mospagebreak}

หน้า 95

{mospagebreak}

หน้า 96

{mospagebreak}

หน้า 97

{mospagebreak}

หน้า 98

{mospagebreak}

หน้า 99

{mospagebreak}

หน้า 100

{mospagebreak}

หน้า 101

{mospagebreak}

หน้า 102

{mospagebreak}

หน้า 103

{mospagebreak}

หน้า 104

{mospagebreak}

หน้า 105

{mospagebreak}

หน้า 106

{mospagebreak}

หน้า 107

{mospagebreak}

หน้า 108

{mospagebreak}

หน้า 109

{mospagebreak}

หน้า 110

{mospagebreak}

หน้า 111

{mospagebreak}

หน้า 112

{mospagebreak}

หน้า 113

{mospagebreak}

หน้า 114

{mospagebreak}

หน้า 115

{mospagebreak}

หน้า 116

{mospagebreak}

หน้า 117

{mospagebreak}

หน้า 118

{mospagebreak}

หน้า 119

{mospagebreak}

หน้า 120

{mospagebreak}

หน้า 121

{mospagebreak}

หน้า 122

{mospagebreak}

หน้า 123

{mospagebreak}

หน้า 124

{mospagebreak}

หน้า 125

{mospagebreak}

หน้า 126

{mospagebreak}

หน้า 127

{mospagebreak}

หน้า 128

{mospagebreak}

หน้า 129

{mospagebreak}

หน้า 130

{mospagebreak}

หน้า 131

{mospagebreak}

หน้า 132

{mospagebreak}

หน้า 133

{mospagebreak}

หน้า 134

{mospagebreak}

หน้า 135

{mospagebreak}

หน้า 136

{mospagebreak}

หน้า 137

{mospagebreak}

หน้า 138

{mospagebreak}

หน้า 139

{mospagebreak}

หน้า 140

{mospagebreak}

หน้า 141

{mospagebreak}

หน้า 142

{mospagebreak}

หน้า 143

{mospagebreak}

หน้า 144

{mospagebreak}

หน้า 145

{mospagebreak}

หน้า 146

{mospagebreak}

หน้า 147

{mospagebreak}

หน้า 148

{mospagebreak}

หน้า 149

{mospagebreak}

หน้า 150

{mospagebreak}

หน้า 151

{mospagebreak}

หน้า 152

{mospagebreak}

หน้า 153

{mospagebreak}

หน้า 154

{mospagebreak}

หน้า 155

.

{mospagebreak}

หน้า 156

{mospagebreak}

หน้า 157

{mospagebreak}

หน้า 158

{mospagebreak}

หน้า 159

{mospagebreak}

หน้า 160


ปริศนาวิทยาศาสตร์ เล่ม 2

ของ รศ. ลิขิต ฉัตรสกุล

สารบัญ

  หน้า
บทที่ 11 จากยอดไม้ถึงจานเรดาร์  
ปริศนา 8
คำตอบ 13
บทที่ 12 การทดลองที่น่าสนใจ  
ปริศนา 23
คำตอบ 29
บทที่ 13 โคบอลต์ -60 ร้อนๆจ๊ะ  
ปริศนา 34
คำตอบ 39
บทที่ 14 คุยกันสนุกๆในห้องพัก  
ปริศนา 48
คำตอบ 53
บทที่ 15 คุยกันในห้องพักอีกวัน  
ปริศนา 64
คำตอบ 70
บทที่ 16 สองข้างทางเดินที่ผ่านไป  
ปริศนา 80
คำตอบ 84
บทที่ 17 ลองภูมิกันหน่อย  
ปริศนา 92
คำตอบ 95
บทที่ 18 การทดลองทีเป็นปริศนา  
ปริศนา 103
คำตอบ 107
บทที่ 19 เส้นผมบังภูเขา  
ปริศนา 111
คำตอบ 114
บทที่ 20 ห้องปฺฏิบัติการหมายเลข  118  
ปริศนา 119
คำตอบ 122
บทที่ 21 ฝึกสมองทดลองปัญญา  
ปริศนา 129
คำตอบ 134
บทที่ 22 รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม  
ปริศนา 141
คำตอบ 144
บทที่ 23 ไฟฟ้าที่น่าสนใจ  
ปริศนา 151
คำตอบ 156

 

{mospagebreak}

หน้า 2

 

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10

{mospagebreak}

หน้า 11

{mospagebreak}

หน้า 12

{mospagebreak}

หน้า 13

{mospagebreak}

หน้า 14

{mospagebreak}

หน้า 15

{mospagebreak}

หน้า 16

{mospagebreak}

หน้า 17

{mospagebreak}

หน้า 18

{mospagebreak}

หน้า 19

{mospagebreak}

หน้า 20

{mospagebreak}

หน้า 21

{mospagebreak}

หน้า 22

{mospagebreak}

หน้า 23

{mospagebreak}

หน้า 24

{mospagebreak}

หน้า 25

{mospagebreak}

หน้า 26

{mospagebreak}

หน้า 27

{mospagebreak}

หน้า 28

{mospagebreak}

หน้า 29

{mospagebreak}

หน้า 30

{mospagebreak}

หน้า 31

{mospagebreak}

หน้า 32

{mospagebreak}

หน้า 33

{mospagebreak}

หน้า 34

{mospagebreak}

หน้า 35

{mospagebreak}

หน้า 36

{mospagebreak}

หน้า 37

{mospagebreak}

หน้า 38

{mospagebreak}

หน้า 39

{mospagebreak}

หน้า 40

{mospagebreak}

หน้า 41

{mospagebreak}

หน้า 42

{mospagebreak}

หน้า 43

{mospagebreak}

หน้า 44

{mospagebreak}

หน้า 45

{mospagebreak}

หน้า 46

{mospagebreak}

หน้า 47

{mospagebreak}

หน้า 48

{mospagebreak}

หน้า 49

{mospagebreak}

หน้า 50

{mospagebreak}

หน้า 51

{mospagebreak}

หน้า 52

{mospagebreak}

หน้า 53

{mospagebreak}

หน้า 54

{mospagebreak}

หน้า 55

{mospagebreak}

หน้า 56

{mospagebreak}

หน้า 57

{mospagebreak}

หน้า 58

{mospagebreak}

หน้า 59

{mospagebreak}

หน้า 60

{mospagebreak}

หน้า 61

{mospagebreak}

หน้า 62

{mospagebreak}

หน้า 63

{mospagebreak}

หน้า 64

{mospagebreak}

หน้า 65

{mospagebreak}

หน้า 66

{mospagebreak}

หน้า 67

{mospagebreak}

หน้า 68

{mospagebreak}

หน้า 69

{mospagebreak}

หน้า 70

{mospagebreak}

หน้า 71

{mospagebreak}

หน้า 72

{mospagebreak}

หน้า 73

{mospagebreak}

หน้า 74

{mospagebreak}

หน้า 75

{mospagebreak}

หน้า 76

{mospagebreak}

หน้า 77

{mospagebreak}

หน้า 78

{mospagebreak}

หน้า 79

{mospagebreak}

หน้า 80

{mospagebreak}

หน้า 81

{mospagebreak}

หน้า 82

{mospagebreak}

หน้า 83

{mospagebreak}

หน้า 84

{mospagebreak}

หน้า 85

{mospagebreak}

หน้า 86

{mospagebreak}

หน้า 87

{mospagebreak}

หน้า 88

{mospagebreak}

หน้า 89

{mospagebreak}

หน้า 90

{mospagebreak}

หน้า 91

{mospagebreak}

หน้า 92

{mospagebreak}

หน้า 93

{mospagebreak}

หน้า 94

{mospagebreak}

หน้า 95

{mospagebreak}

หน้า 96

{mospagebreak}

หน้า 97

{mospagebreak}

หน้า 98

{mospagebreak}

หน้า 99

{mospagebreak}

หน้า 100

{mospagebreak}

หน้า 101

{mospagebreak}

หน้า 102

{mospagebreak}

หน้า 103

{mospagebreak}

หน้า 104

{mospagebreak}

หน้า 105

{mospagebreak}

หน้า 106

{mospagebreak}

หน้า 107

{mospagebreak}

หน้า 108

{mospagebreak}

หน้า 109

{mospagebreak}

หน้า 110

{mospagebreak}

หน้า 111

{mospagebreak}

หน้า 112

{mospagebreak}

หน้า 113

{mospagebreak}

หน้า 114

{mospagebreak}

หน้า 115

{mospagebreak}

หน้า 116

{mospagebreak}

หน้า 117

{mospagebreak}

หน้า 118

{mospagebreak}

หน้า 119

{mospagebreak}

หน้า 120

{mospagebreak}

หน้า 121

{mospagebreak}

หน้า 122

{mospagebreak}

หน้า 123

{mospagebreak}

หน้า 124

{mospagebreak}

หน้า 125

{mospagebreak}

หน้า 126

{mospagebreak}

หน้า 127

{mospagebreak}

หน้า 128

{mospagebreak}

หน้า 129

{mospagebreak}

หน้า 130

{mospagebreak}

หน้า 131

{mospagebreak}

หน้า 132

{mospagebreak}

หน้า 133

{mospagebreak}

หน้า 134

{mospagebreak}

หน้า 135

{mospagebreak}

หน้า 136

{mospagebreak}

หน้า 137

{mospagebreak}

หน้า 138

{mospagebreak}

หน้า 139

{mospagebreak}

หน้า 140

{mospagebreak}

หน้า 141

{mospagebreak}

หน้า 142

{mospagebreak}

หน้า 143

{mospagebreak}

หน้า 144

{mospagebreak}

หน้า 145

{mospagebreak}

หน้า 146

{mospagebreak}

หน้า 147

{mospagebreak}

หน้า 148

{mospagebreak}

หน้า 149

{mospagebreak}

หน้า 150

{mospagebreak}

หน้า 151

{mospagebreak}

หน้า 152

{mospagebreak}

หน้า 153

{mospagebreak}

หน้า 154

{mospagebreak}

หน้า 155

.

{mospagebreak}

หน้า 156

{mospagebreak}

หน้า 157

{mospagebreak}

หน้า 158

{mospagebreak}

หน้า 159


 

ปริศนาวิทยาศาสตร์ เล่ม 3

ของ รศ. ลิขิต ฉัตรสกุล

สารบัญ

  หน้า
บทที่ 24 ปริศนาของแสง  
ปริศนา 8
คำตอบ 16
บทที่ 25 ความรู้รอบตัวทั่วไป  
ปริศนา 23
คำตอบ 37
บทที่ 26 สวัสดีท่านอาร์คีมีดีสและท่านแบร์นูลลี  
ปริศนา 62
คำตอบ 73
บทที่ 27 ล่องลอยตามกระแสคลื่น  
ปริศนา 84
คำตอบ 65
บทที่ 28 ไฟฟ้าน่ารู้น่าลอง  
ปริศนา 105
คำตอบ 112
บทที่ 29 สารพันปัญหาปริศนาชวนคิด  
ปริศนา 120
คำตอบ 127
บทที่ 30 เสียงร้องจากนกนางนวล  
ปริศนา 115
คำตอบ 119
บทที่ 8 ความร้อน  
ปริศนา 133
คำตอบ 141
บทที่ 31 กลบทเสือลับเล็บ  
ตอนที่ 1 148
ตอนที่ 2 160
ตอนที่ 3 165

{mospagebreak}

หน้า 2

 

 

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10

{mospagebreak}

หน้า 11

{mospagebreak}

หน้า 12

{mospagebreak}

หน้า 13

{mospagebreak}

หน้า 14

{mospagebreak}

หน้า 15

{mospagebreak}

หน้า 16

{mospagebreak}

หน้า 17

{mospagebreak}

หน้า 18

{mospagebreak}

หน้า 19

{mospagebreak}

หน้า 20

{mospagebreak}

หน้า 21

{mospagebreak}

หน้า 22

{mospagebreak}

หน้า 23

{mospagebreak}

หน้า 24

{mospagebreak}

หน้า 25

{mospagebreak}

หน้า 26

{mospagebreak}

หน้า 27

{mospagebreak}

หน้า 28

{mospagebreak}

หน้า 29

{mospagebreak}

หน้า 30

{mospagebreak}

หน้า 31

{mospagebreak}

หน้า 32

{mospagebreak}

หน้า 33

{mospagebreak}

หน้า 34

{mospagebreak}

หน้า 35

{mospagebreak}

หน้า 36

{mospagebreak}

หน้า 37

{mospagebreak}

หน้า 38

{mospagebreak}

หน้า 39

{mospagebreak}

หน้า 40

{mospagebreak}

หน้า 41

{mospagebreak}

หน้า 42

{mospagebreak}

หน้า 43

{mospagebreak}

หน้า 44

{mospagebreak}

หน้า 45

{mospagebreak}

หน้า 46

{mospagebreak}

หน้า 47

{mospagebreak}

หน้า 48

{mospagebreak}

หน้า 49

{mospagebreak}

หน้า 50

{mospagebreak}

หน้า 51

{mospagebreak}

หน้า 52

{mospagebreak}

หน้า 53

{mospagebreak}

หน้า 54

{mospagebreak}

หน้า 55

{mospagebreak}

หน้า 56

{mospagebreak}

หน้า 57

{mospagebreak}

หน้า 58

{mospagebreak}

หน้า 59

{mospagebreak}

หน้า 60

{mospagebreak}

หน้า 61

{mospagebreak}

หน้า 62

{mospagebreak}

หน้า 63

{mospagebreak}

หน้า 64

{mospagebreak}

หน้า 65

{mospagebreak}

หน้า 66

{mospagebreak}

หน้า 67

{mospagebreak}

หน้า 68

{mospagebreak}

หน้า 69

{mospagebreak}

หน้า 70

{mospagebreak}

หน้า 71

{mospagebreak}

หน้า 72

{mospagebreak}

หน้า 73

{mospagebreak}

หน้า 74

{mospagebreak}

หน้า 75

{mospagebreak}

หน้า 76

{mospagebreak}

หน้า 77

{mospagebreak}

หน้า 78

{mospagebreak}

หน้า 79

{mospagebreak}

หน้า 80

{mospagebreak}

หน้า 81

{mospagebreak}

หน้า 82

{mospagebreak}

หน้า 83

{mospagebreak}

หน้า 84

{mospagebreak}

หน้า 85

{mospagebreak}

หน้า 86

{mospagebreak}

หน้า 87

{mospagebreak}

หน้า 88

{mospagebreak}

หน้า 89

{mospagebreak}

หน้า 90

{mospagebreak}

หน้า 91

{mospagebreak}

หน้า 92

{mospagebreak}

หน้า 93

{mospagebreak}

หน้า 94

{mospagebreak}

หน้า 95

{mospagebreak}

หน้า 96

{mospagebreak}

หน้า 97

{mospagebreak}

หน้า 98

{mospagebreak}

หน้า 99

{mospagebreak}

หน้า 100

{mospagebreak}

หน้า 101

{mospagebreak}

หน้า 102

{mospagebreak}

หน้า 103

{mospagebreak}

หน้า 104

{mospagebreak}

หน้า 105

{mospagebreak}

หน้า 106

{mospagebreak}

หน้า 107

{mospagebreak}

หน้า 108

{mospagebreak}

หน้า 109

{mospagebreak}

หน้า 110

{mospagebreak}

หน้า 111

{mospagebreak}

หน้า 112

{mospagebreak}

หน้า 113

{mospagebreak}

หน้า 114

{mospagebreak}

หน้า 115

{mospagebreak}

หน้า 116

{mospagebreak}

หน้า 117

{mospagebreak}

หน้า 118

{mospagebreak}

หน้า 119

{mospagebreak}

หน้า 120

{mospagebreak}

หน้า 121

{mospagebreak}

หน้า 122

{mospagebreak}

หน้า 123

{mospagebreak}

หน้า 124

{mospagebreak}

หน้า 125

{mospagebreak}

หน้า 126

{mospagebreak}

หน้า 127

{mospagebreak}

หน้า 128

{mospagebreak}

หน้า 129

{mospagebreak}

หน้า 130

{mospagebreak}

หน้า 131

{mospagebreak}

หน้า 132

{mospagebreak}

หน้า 133

{mospagebreak}

หน้า 134

{mospagebreak}

หน้า 135

{mospagebreak}

หน้า 136

{mospagebreak}

หน้า 137

{mospagebreak}

หน้า 138

{mospagebreak}

หน้า 139

{mospagebreak}

หน้า 140

{mospagebreak}

หน้า 141

{mospagebreak}

หน้า 142

{mospagebreak}

หน้า 143

{mospagebreak}

หน้า 144

{mospagebreak}

หน้า 145

{mospagebreak}

หน้า 146

{mospagebreak}

หน้า 147

{mospagebreak}

หน้า 148

{mospagebreak}

หน้า 149

{mospagebreak}

หน้า 150

{mospagebreak}

หน้า 151

{mospagebreak}

หน้า 152

{mospagebreak}

หน้า 153

{mospagebreak}

หน้า 154

{mospagebreak}

หน้า 155

.

{mospagebreak}

หน้า 156

{mospagebreak}

หน้า 157

{mospagebreak}

หน้า 158

{mospagebreak}

หน้า 159

{mospagebreak}

หน้า 160

{mospagebreak}

หน้า 161

{mospagebreak}

หน้า 162

{mospagebreak}

หน้า 163

{mospagebreak}

หน้า 164

{mospagebreak}

หน้า 165

{mospagebreak}

หน้า 166

{mospagebreak}

หน้า 167

{mospagebreak}

หน้า 168

 

 

 

 

นาโนเทคโลยีคืออะไร

    นาโนศาสตร์  เทคโนโลยีแบบหยาบ  และระดับโมเลกุล ฟิสิกส์กลศาสตร์ และกลศาสตร์ควอนตัม  สถานการณ์นาโนศาสตร์ในประเทศไทย  การประกอบตัวเองได้  ลูกคิดนาโน  และท่อนาโน

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10

{mospagebreak}

หน้า 11

{mospagebreak}

หน้า 12

{mospagebreak}

หน้า 13

{mospagebreak}

หน้า 14

{mospagebreak}

หน้า 15

{mospagebreak}

หน้า 16

{mospagebreak}

หน้า 17

{mospagebreak}

หน้า 18

{mospagebreak}

หน้า 19

{mospagebreak}

หน้า 20

{mospagebreak}

หน้า 21

{mospagebreak}

หน้า 22

{mospagebreak}

หน้า 23

{mospagebreak}

หน้า 24

{mospagebreak}

หน้า 25

{mospagebreak}

หน้า 26

{mospagebreak}

หน้า 27

{mospagebreak}

หน้า 28

{mospagebreak}

หน้า 29

{mospagebreak}

หน้า 30

{mospagebreak}

หน้า 31

{mospagebreak}

หน้า 32


การแทรกสอดของแสงผ่านเกรตติง


 

Physics FAQ: การแทรกสอดของแสง

พรรัตน์ วัฒนกสิวิชช์


     สวัสดีปีใหม่ค่ะ ก็ขอต้อนรับปีใหม่และวันครูที่เพิ่งผ่านไปด้วยคอลัมน์ใหม่ ที่มีชื่อว่า Physics FAQ (Physics Frequently Asked Questions) เป็นการรวบรวมคำถามและหัวข้อฟิสิกส์ที่น่าสนใจ โดยเน้นที่เนื้อหาฟิสิกส์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายและมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่กลุ่มผู้อ่านที่เป็นครูฟิสิกส์ โดยคำถามที่จะนำเสนอในคอลัมน์นี้ ได้รวบรวมมาจากประสบการณ์การสอนฟิสิกส์ปี 1 ของผู้เขียน จากคำถามของนักศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียน จากคำถามออนไลน์ในเว็บเกี่ยวกับฟิสิกส์ และจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครูมัธยมศึกษาตอนปลายในระหว่างการอบรม พบว่า การแทรกสอดจากการทดลองของยัง เป็นเรื่องที่นักเรียนมัธยมปลายยังค่อนข้างสับสนอยู่พอสมควร โดยเฉพาะการพิจารณาความเข้มของริ้วการแทรกสอด

การทดลองช่องแคบคู่ของยังนั้น เป็นที่ยอมรับกันในแวดวงฟิสิกส์ว่าเป็นการทดลองที่พลิกประวัติศาสตร์แนวคิดเกี่ยวกับแสง จนในปี ค.ศ. 2001 การทดลองนี้ได้รับการลงคะแนนเสียงจากผู้อ่านวารสาร Physics World ให้เป็นการทดลองฟิสิกส์ที่มีความสวยงามเป็นอันดับที่ 5 เพราะการใช้อุปกรณ์ในการทดลองที่เรียบง่ายแต่ให้ผลที่ชัดเจน ในปัจจุบันการทดลองของยังกลายเป็นปฏิบัติการฟิสิกส์พื้นฐานสำหรับการสอนแสงเชิงกายภาพ แต่จากประสบการณ์ที่สอนในหัวข้อนี้พบว่านักศึกษาไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาและจึงทำให้ไม่ค่อยสนใจ จากที่ผู้เขียนลองบรรยายโดยการตั้งคำถามเป็นช่วงแล้วหยุดให้นักศึกษาคิดก่อนที่จะอธิบายต่อนั้น พบว่าช่วยดึงความสนใจและเชื่อมโยงแนวคิดที่สำคัญในเรื่องการแทรกสอดของนักศึกษาได้ แต่ก่อนที่จะเริ่มอธิบายการทดลองของยังจะต้องให้ผู้เรียนเข้าใจเงื่อนไขการรวมกันของคลื่นที่ทำให้เกิดการแทรกสอดแบบ เสริมกัน และแบบหักล้างกัน จากนั้นก็จะใช้การทดลองของยังเป็นตัวอย่างในการวิเคราะห์เงื่อนไขและหลักการของการแทรกสอด โดยแสดงแผนภาพการทดลองของยังหรืออ้างอิงปฏิบัติการฟิสิกส์เรื่องการแทรกสอดที่นักศึกษาบางคนได้ทำผ่านไปแล้ว จึงค่อยอธิบายการทดลองนี้ด้วยการเริ่มถามคำถามแรกที่ว่า

Thomas Young ( ค.ศ. 1773 - 1829 )

คำถามที่ 1 : ในปี ค.ศ. 1801 ที่ โทมัส ยัง ค้นพบการแทรกสอดนั้น ยังไม่มีหลอดไฟที่สามารถใช้งาน ได้จริงหรือแสงเลเซอร์ * แล้วแหล่งกำเนิดแสงที่เขาใช้ในการทดลองคืออะไร?

     ก่อนที่จะตอบคำถามข้อนี้เรามาทำความเข้าใจการทดลองของ โทมัส ยัง ที่เป็นทั้งแพทย์และนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ ได้ทำการทดลองนี้ในปี ค. ศ. 1801 โดยวิธีง่าย ๆ ด้วยทำรูขนาดเล็กตรงม่านหน้าต่าง ปิดรูนั้นด้วยกระดาษบาง ๆ แล้วเจาะกระดาษให้มีรูขนาดรูเข็มอีกที และใช้กระจกในการหักเหลำแสงที่ออกมาจากรูเข็มให้ส่องไปตรงกลางห้อง แล้วใช้แผ่นกระดาษแข็งในการแบ่งลำแสงออกเป็นสองส่วน แสงจะเลี้ยวเบนผ่านแผ่นกระดาษแล้วเกิดเป็นริ้วการแทรกสอดที่ประกอบไปด้วยแถบมืดและแถบสว่างบนผนังห้องอีก ด้านหนึ่งดังแสดงใน รูปที่ 1 ซึ่งแหล่งกำเนิดแสงที่โทมัส ยัง ใช้ก็คือแสงอาทิตย์ แต่ก็มีคำถามต่อมาว่า

รูปที่ 1 แสดงการทดลองของยังที่เจาะช่องขนาดรูเข็มที่ม่านหน้าต่าง เพื่อให้ลำแสงผ่านออกมาแล้วใช้แผ่นกระดาษแข็งในการแยกลำ -
แสงออกเป็นแสงอาพันธ์สองลำ [1]

คำถามที่ 2 : ถ้าโทมัส ยัง ใช้แสงอาทิตย์ซึ่งถือว่าเป็นแสงขาวในการทดลองแล้วเห็นริ้วการแทรกสอด ทำไมเราไม่เห็นริ้วการแทรกสอดจากแสงของหลอดไฟบ้าง?

     ประเด็นสำคัญคือ การที่ยังให้แสงอาทิตย์ผ่านช่องขนาดรูเข็ม ซึ่งจากหลักการของฮอยเกนท์ช่องเปิดนี้จะเสมือนเป็นแหล่งกำเนิดคลื่นใหม่ ทำให้คลื่นแสงที่ผ่านออกมาจากช่องรูเข็มนี้มีความถี่เดียวกัน เมื่อใช้แผ่นกระดาษแข็งแบ่งลำแสงออกเป็นสองส่วน ทำให้คลื่นจากลำแสงทั้งสองก็ยังมีความถี่เดียวกัน ดังนั้นความต่างเฟสระหว่างกันจึงมีค่าคงที่ เรียกว่า แหล่งกำเนิดคลื่นอาพันธ์ แต่แสงอาทิตย์หรือแสงจากหลอดไฟตามบ้านโดยปกติแล้วจะประกอบไปด้วยคลื่นแสงที่มีหลายความถี่ ทำให้ความต่างเฟสเปลี่ยนไปกับเวลา เราจึงไม่ทันเห็นริ้วการแทรกสอดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการที่จะให้เกิดริ้วการแทรกสอดสถิตจะต้องใช้แหล่งกำเนิดอาพันธ์

คำถามที่ 3 : ในปัจจุบันเมื่อเราทำการทดลองการแทรกสอดของยัง ทำไมจึงนิยมใช้แสงเลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสง?

     สาเหตุหลักก็เพราะแสงเลเซอร์มีความเข้มสูงและให้แสงที่มีความยาวคลื่นเดียว ทำให้ริ้วการแทรกสอดที่ได้ชัดเจนกว่าริ้วจากการทดลองของยัง บางคนอาจจะคิดว่าเพราะแสงเลเซอร์มีสีเดียวจึงถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดอาพันธ์ แต่เหตุผลนี้ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะเราสามารถใช้แสงจากหลอดไฟธรรมดาที่เป็นแสงขาวก็ได้ แต่จุดสำคัญคือต้องให้คลื่นแสงที่มาเกิดการแทรกสอดกันนั้นมีความถี่เดียวกันเพื่อให้เกิดริ้วการแทรกสอดสถิตที่สังเกตได้ด้วย ตาเปล่า อย่างที่ โทมัส ยัง ทำการทดลองเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน

คำถามที่ 4 : ในปัจจุบันเราใช้แสงเลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสงและใช้ช่องแคบคู่ในการแบ่งลำแสงออกเป็นสองส่วนแทนกระดาษแข็ง แต่ทำไมแถบสว่างของริ้วการแทรกสอดแบบเสริมกันของแสงที่สังเกตบนฉากจึงสว่างไม่เท่ากัน? ทั้งๆ ที่ถ้าเปรียบเทียบกับการแทรกสอดของคลื่นแบบอื่น ๆ ในธรรมชาติ อย่างเช่น การแทรกสอดของคลื่นน้ำ แอมพลิจูดของน้ำที่เกิดจากการแทรกสอดแบบเสริมกันจะมีขนาดเท่าๆ กัน

     ตามทฤษฎีการรวมกันของคลื่นจะได้ว่าแถบสว่างจากการแทรกสอดนั้นควรจะมีความเข้มเท่ากันและขนาดเท่ากันด้วย แต่เนื่องจากการทดลองที่เราเลียนแบบการทดลองของยัง เราให้แสงผ่านช่องแคบคู่ซึ่งเมื่อแสงเดินทางผ่านแต่ละช่องแคบที่มีขนาดเล็กใกล้เคียงกับความยาวคลื่นของแสงจะเกิดปรากฏ การณ์การเลี้ยวเบนด้วย ทำให้ริ้วการแทรกสอดได้รับอิทธิพลของการเลี้ยวเบนด้วยดังแสดงใน รูปที่ 2 ( ข ) ที่จะเห็นว่าความเข้มของแถบสว่างมีค่าลดลงจากแถบสว่างกลาง และมีลักษณะการลดลงเหมือนกับความเข้มของแถบสว่างจากช่องแคบเดี่ยวดังแสดงใน รูปที่ 2 ( ก )

รูปที่ 2 เปรียบเทียบให้เห็นถึงอิทธิพลของการเลี้ยวเบนที่ต่อการแทรกสอด [2]

(ก) ริ้วการเลี้ยวเบนจากช่องแคบเดี่ยว และ

(ข) ริ้วการแทรกสอดจากช่องแคบคู่ที่ได้รับอิทธิพลของการเลี้ยวเบน

[ โปรดดูภาพสีที่หน้า 2 ]

คำถามที่ 5 : เราเริ่มเข้าใจลักษณะการแทรกสอดของคลื่นแสง 2 ขบวน ที่นี้ถ้ามีช่องแคบมากกว่า 2 ช่อง ก็จะเกิดการแทรกสอดของคลื่นแสงหลายขบวน แล้วริ้วการแทรกสอดเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร?

     เนื่องจากการเกิดแถบสว่างนั้นแสดงถึงความเข้มของแสงสูงสุด ซึ่งความเข้มแปรผันโดยตรงกับแอมพลิจูดของสนามไฟฟ้าในคลื่นแสงยกกำลังสอง ถ้าทราบผลรวมของสนามไฟฟ้า ณ จุด
ใด ๆ บนฉากจากสนามไฟฟ้าของคลื่นแสงที่ออกมาจากช่องแคบแต่ละอัน เราก็สามารถทำนายความเข้มของริ้วการแทรกสอดเมื่อจำนวนช่องเพิ่มขึ้นได้ การรวมสนามไฟฟ้าก็คือการรวมเวกเตอร์นั่นเอง ดังนั้นเราจะใช้แผนภาพเฟเซอร์ในการรวม โดยใน ตารางที่ 1 ได้แสดงแผนภาพเฟเซอร์สำหรับการเกิดแถบสว่างและแถบมืดเมื่อจำนวนช่องแคบ ( N) เป็น 2 ช่อง, 3 ช่อง, และ 4 ช่อง ตามลำดับ โดยริ้วการแทรกสอดที่ได้จากการทดลองจริงสำหรับ N ต่าง ๆ แสดงไว้ใน รูปที่ 3-5

ตารางที่ 1 : แผนภาพเฟเซอร์แสดงตัวอย่างการเกิดแถบสว่างปฐมภูมิ, แถบสว่างทุติยภูมิ, แถบมืด และแผนภาพแสดงความเข้มของ ช่องแคบที่มีจำนวนต่าง ๆ

จำนวน

ช่องแคบ

N = 2

N = 3

N = 4

แถบสว่าง

ปฐมภูมิ

แถบสว่าง

ทุติยภูมิ

ไม่มี

แถบมืด

แผนภาพ

ความเข้ม

หมายเหตุ : ในตารางให้ d คือ ความต่างทางเดินแสง, f คือ ความต่างเฟส, E R คือ แอมพลิจูดรวม

 

รูปที่ 3 ริ้วการแทรกสอดของช่องแคบคู่ (N = 2) โดยรูปเล็กคือ ภาพขยายริ้วแทรกสอดกลาง [3] ( โปรดดูภาพสีที่หน้า 2 )

รูปที่ 4 ริ้วการแทรกสอดของช่องแคบ 3 ช่อง (N = 3) โดยรูปเล็กคือ ภาพขยายริ้วแทรกสอดตรงกลางที่มีแถบสว่างทุติยภูมิ 1 แถบระหว่างแถบสว่างปฐมภูมิ [3] ( โปรดดูภาพสีที่หน้า 2 )

รูปที่ 5 ริ้วการแทรกสอดของช่องแคบ 4 ช่อง (N = 4 ) ภาพขยายริ้วแทรกสอดตรงกลางที่มีแถบสว่างทุติยภูมิ 2 แถบระหว่างแถบสว่างปฐมภูมิ [3] ( โปรดดูภาพสีที่หน้า 2 )

คำถามที่ 6 : ถ้าให้แสงเลเซอร์ผ่านช่องแคบที่มีจำนวน 10, 100 และ 1000 ช่อง จะมีจำนวนแถบสว่างทุติยภูมิระหว่างแถบสว่างปฐมภูมิอยู่กี่แถบ?

     สังเกตเห็นว่าเมื่อช่องแคบมากกว่า 2 ช่อง จะเกิดแถบสว่างรองหรือทุติยภูมิระหว่างแถบสว่างปฐมภูมิ โดยจำนวนของแถบสว่างทุติยภูมินี้จะเท่ากับ N - 2 เพราะฉะนั้นจะเกิดแถบสว่างทุติยภูมิเป็น 8, 98 และ 988 แถบ ตามลำดับ และจะสังเกตเห็นว่าถ้ามีจำนวนแถบสว่างทุติยภูมิมากเท่าไร ความสว่างของแต่ละแถบก็น้อยลงเท่านั้นและขนาดแถบสว่างปฐมภูมิก็จะแคบลง เพราะฉะนั้นถ้ามีช่องแคบจำนวนมากหรือที่เรียกว่าเกรตติงนั้น จะสังเกตเห็นแต่แถบสว่างปฐมภูมิที่มีความเข้มมากเพราะขนาดที่แคบลงนั้นเอง

คำถามที่ 7 : จาก รูปที่ 3-5 นั้นจะสังเกตได้ว่าทุกๆ แถบสว่างลำดับที่ m = 4 , 8, 12 จะกลายเป็นแถบมืด ปรากฏการณ์นี้เป็นผลจากอะไร?

     เป็นผลมาจากแถบมืดของการเลี้ยวเบนซ้อนทับกับแถบสว่างลำดับที่ 4 ของการแทรกสอดพอดี โดยสามารถคำนวณจากอัตราส่วนระหว่างระยะห่างของช่องแคบ (d) ต่อความกว้างของช่องแคบ (a) ในกรณีนี้มีค่าเท่ากับ 4 พอดี ทำให้แถบสว่างของการแทรกสอดลำดับที่เป็นจำนวนเท่าของสี่อยู่ตรงตำแหน่งเดียวกับแถบมืดของการเลี้ยวเบน ถ้านำหลักคิดนี้ไปพิจารณา รูปที่ 2 จะได้ว่า d/a = 3

     ผู้เขียนหวังว่าคำถามและคำตอบในคอลัมน์นี้จะเป็นประโยชน์ในการเรียนการสอนในเรื่องการแทรกสอดไม่มากก็น้อย หากมีผู้อ่านท่านใดมีคำถามที่น่าสนใจในระดับฟิสิกส์พื้นฐาน เชิญส่งคำถามของท่านมาที่ pornratw@chiangmai.ac.thก็ขอส่งท้ายคอลัมน์นี้ด้วยอาหารสมองที่นำเสนอการนำหลักการฟิสิกส์ไปใช้ทั้งในชีวิต ประจำวันและในเทคโนโลยีปัจจุบัน

 

อาหารสมอง : โครงการ the very large array radio telescope

โครงการนี้ ดำเนินงานภายใต้ศูนย์การวิจัยและศึกษาสัญญาณคลื่นวิทยุในอวกาศแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่รัฐ New Mexico ของสหรัฐอเมริกา ภายใต้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 75 ล้านเหรียญสหรัฐ มีจานรับคลื่นทั้งหมด 27 จาน และแต่ละอันมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เมตร (ดังแสดงใน รูปที่ 6 ) จานเหล่านี้ทำหน้าที่รับสัญญานคลื่นวิทยุจากนอกโลกนำมาใช้ในการวิจัยทางดาราศาสตร์ ตำแหน่งของจานรับสัญญาณนั้นจะคำนวณโดยอาศัยหลักของการแทรกสอดเสริมกัน เมื่อ d เป็นระยะระหว่างจานรับคลื่นสองอัน เพื่อให้ได้รับสัญญาณคลื่นที่มีความเข้มมากที่สุด นอกจากจะใช้ดำเนินการวิจัยทางด้านดาราศาสตร์แล้ว ศูนย์นี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง อย่างเช่น Contact, Independent Day และ The Arrival

Image:USA.NM.VeryLargeArray.03.jpg

รูปที่ 6 แสดงการจัดเรียงจานรับคลื่นวิทยุ ที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย the very large array (VLA) radio telescope

ในรัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา [4]

 

เอกสารและแหล่งอ้างอิง

[1] http://www.physicsclassroom.com

[2] http://hyperphysics.phy-astr.gsu.edu/hbase/hframe.html

[3] ขอขอบคุณ อาจารย์ อาทิตย์ ลภิรัตนากูล สำหรับรูปถ่ายริ้วการแทรกสอดและ อาจารย์ ดร. อธิพงศ์ งามจารุโรจน์ ที่ช่วยจัดอุปกรณ์การทดลอง

[4] http://www.vla.nrao.edu/และ http://en.wikipedia.org/wiki/Very_Large_Array

[5] รูปภาพบางส่วนใน ตารางที่ 1 นำมาจากหนังสือ Serway, R. A. and Beichner, R. J., Physics for scientists and engineers with modern physics 5 ed . Saunders College Publishing (2000).

http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=http://www.electron.rmutphysics.com/teaching-glossary/index.php?option=com_content&task=view&id=4206&Itemid=8&limit=1&limitstart=

* หลอดไฟที่สามารถใช้งานได้จริงถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย โทมัส อัลวา เอดิสัน ในปี ค.ศ. 1879 และแสงเลเซอร์เพิ่งถูกคิดค้นขึ้น ในปี ค.ศ. 1960 โดย ธีโอดอร์ มายเมน


 

 

 

 

การแทรกสอดของแสง

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์