index 250

 

แขนงความรู้ชีววิทยา














 

 

 

แบบทดสอบ Pre-Entrance วิชาชีววิทยา

ข้อแนะนำในการทำแบบทดสอบ

  1. แบบทดสอบมีทั้งหมด 5 ชุด ควรทำทุกชุดจนหมด
  2. หากทำแบบทดสอบได้ถูกต้องครั้งแรก จะได้คะแนน 100 %
  3. หากทำแบบทดสอบได้ถูกต้องในครั้งถัดมา จะได้คะแนน 50 % , 33 % และ 25 % ตามลำดับ
  4. แบบทดสอบนี้มุ่งหวังเพื่อเป็นแบบฝึกปฏิบัติทดสอบความรู้ที่มีอยู่เดิม มิได้มุ่งหวังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้  ดังนั้นผู้ทำแบบทดสอบจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีฐานความรู้อย่างเพียงพออยู่แล้ว (อ่านหนังสือมาแล้ว)
  5. หากพบว่าไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้ ให้เลือก เมนู View => Encode => Thai
  6. แบบทดสอบนี้ผู้จัดทำได้คัดลอกมาจากหนังสือเฉลยข้อสอบ Entrance ดังนั้นหากมีข้อผิดพลาดประการใด ใคร่ขออภัยมา ณ. ที่นี้

 

เลือกทำแบบทดสอบ

 

 

ตู้ยาพูดได้

   แสดงวิธีการใช้ และหลักการทำงาน คลิกครับ   


ถ้าโลกนี้ไม่มีอากาศ

    น้ำจะเดือดขึ้นมาเองถึงแม้อุณหภูมิจะไม่ถึง 100 องศาเซลเซียส  และที่น่าทึ่งไปนั้น ก็คือน้ำที่เดือดจะเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง  คลิกครับ   


เธอรู้ไหม

   ถ้าเราเป่าซาลาเปาที่กำลังร้อนเป็นเวลา 10 วินาที ซาละเปาจะอุ่นพอดีกับการกินและ เสียงปลุกของโทรศัพท์มือถือนั้นจะไม่ร้องในเวลาเดียวกัน   คลิกครับ   


ซ่อมรถยนต์เก่า

    ช่างกลุ่มหนึ่งนำรถเก่าๆ  ที่คนนำไปทิ้งแล้ว  กลับมาซ่อมกลายเป็นรถราคาแพงนับล้านเหรียญได้ แต่ทว่ากว่าจะได้  ยากเย็นแสนเข็ญยิ่ง คลิกครับ   


น้ำเชื่อมเมเปิล

    แพนเค็ก แสนอร่อย คู่กับน้ำหวานที่ได้จากต้นเมเปิล  จะท่านให้ท่านลืมโลกไปได้เลย  ขั้นตอนแรก เราจะเจาะน้ำหล่อเลี้ยงจากต้นเมเปิล..... คลิกครับ   


แบตเตอรี่

    680 ล้านก้อน เป็นจำนวนที่คนอังกฤษประเทศเดียวที่ใช้ถ่านไฟฉายภายใน 1 ปี  ถ่านไฟฉายประกอบด้วย ปลอก  ขั้วบวก  ขั้วลบ  แผ่นฐาน  และเข็ม คลิกครับ   


ประเทศแรกของโลกที่ฉลองปีใหม่

    เกาะคิริตมาตี เป็นประเทศแรกที่เวลาถึงเที่ยงคืนก่อนประเทศอื่นๆบนโลกกลมๆใบนี้ คลิกครับ   


แรงหนีศูนย์กลาง

    อยากจะทานไข่เจียวกับซ๊อสมะเขือเทศ  แต่เอาซ๊อสออกจากขวดไม่ได้ จะทำอย่างไรละ  คำตอบคือใช้แรงหนีศูนย์กลาง  คลิกครับ  


เสื้อผ้าจากการรีไซเคิล

    ขวดพลาสติกที่พวกเราดื่มน้ำเสร็จแล้วทิ้ง  สามารถนำมาย่อย  และดึงจนเป็นเส้นใย นำมาถักทอเป็นเครื่องนุ่งห่มได้ อย่างไม่น่าเชื่อ ! คลิกครับ   


เหวี่ยงกระป๋องน้ำไม่หก

    พี่โยกเยกเหวี่ยงกระป๋องน้ำซักผ้าที่ใส่น้ำอยู่ และหมุนเป็นวงกลม 360 องศาในแนวดิ่ง  น้ำไม่ยักหก คลิกครับ   


กล่องปริศนา

    เจาะรูปอากาศบนกล่องดำขนาดใหญ่  วางกระดาษทิชชู่ 2 แผ่นบนรูของกล่อง เป่าลมผ่านช่องว่างของทิชชู่  มันจะเกิดอะไรขึ้น 1.ทิชชู่ถูกดันลงไป 2. ทิชชู่ลอยขึ้น คลิกครับ   


แก้วกระโดด

    ใช้ลมเป่าถ้วยกระดาษที่ซ้อนกันหลายใบ  แก้วจะกระเด้งกระดอนออกมา คลิกครับ   


ขนแคชเมียร์

    ขนนี้ได้มาจากแพะ  ซึ่งตัวเหม็นกว่าแกะ  ทำการตัดขนแกะ และส่งไปโรงทอ  ผสมขนเข้าด้วยกัน  สางใยจนอยู่ในทิศทางเดียวกัน  ปั่นให้เป็นเส้นด้าย  นำไปถักทอ เป็นผ้าแคชเมียร์ คลิกครับ   


คว่ำแก้วน้ำไม่หก

    ใส่น้ำส้มจนเต็มแก้ว  ใช้แผ่นพลาสติกปิดปากแก้ว  คว่ำแก้ว  น้ำจะไม่หก  แต่ถ้าใส่น้ำส้มไม่เต็ม และใส่น้ำแข็ง ทำอย่างเดิมจะหกหรือไม่ คลิกครับ   


ใช้เท้ายืน

    ถ้าเราขว้างไข่ใส่ ....  มันจะไม่แตก   และถ้าเราวางไข่หลายๆใบ และนำแผ่นโฟมวางไว้ด้านบน  ให้พีโยกเยกยืนบนแผ่นโฟม  ไข่จะแตกหรืไม่ คลิกครับ   


แหวนแพลตตินัม

    เศษขยะทองคำขาว  ถูกแยกจากโลหะชนิดอื่น โดยใช้กรดเข้มข้น  ใช้ผงเคมีใส่ลงในขวดแก้ว  ได้ผงทองคำขาวที่ก้นขวด  นำผงที่ได้ไปเผา  จนถึงอูณหภูมิ 900 องศา  ....... คลิกครับ   


โซลาร์เซลล์จากผลไม้

    โซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่ทำมาจากซิลิคอน  แต่ในประเทศอังกฤษ ทดลองใช้ผลไม้ลาสเบอรี่นำทำเป็นโซลาร์เซลล์ เขาทำได้อย่างไร คลิกครับ   


 

 

 

การทำงานของกล้องถ่ายรูป และส่วนประกอบของกล้อง

    การทำงานของกล้องถ่ายรูป ดวงตากับกล้องถ่ายรูป การทำงานของกล้องถ่ายรูปก็มีลักษณะคล้ายกับดวงตาของคนเราหลายประการกล่าวคือ

- ทั้งดวงตา และกล้องถ่ายรูปมีเลนส์ทำหน้าที่หักเหแสงไปรากฎที่ฉากหลัง
- ดวงตามีม่านตา (lris) สำหรับปรับขนาดให้แสงผ่านเข้าไปในดวงตาแตกต่างกันไป
- กล้องถ่ายรูปมีไดอะแฟรม (diaphragm) สำหรับปรับขนาดรูรับแสง (Aperture)

    ทั้งเลนส์และกล้องถ่ายรูปมีระบบไกสำหรับปิด – เปิดให้แสงผ่านเลนส์เหมือนกัน คือ ดวงตาควบคุมด้วยหน้าตา และกล้องถ่ายรูปควบคุมด้วยชัตเตอร์ (Shutter) ฉากรับภาพในดวงตามประกอบไปด้วยเส้นประสาทที่ไวต่อแสงเรียกว่าเรตินา(Retina)เมื่อรับภาพแล้วจะมีประสาทเชื่อมโยง ไปยังส่วนที่รับรู้เกี่ยวกับการมองเห็นส่วนในกล้องถ่ายรูปนั้น ฉากรับภาพก็คือฟิล์มซึ่งเป็นวัสดุไวแสงนั่นเอง

     ส่วนที่แตกต่างกันที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ดวงตาปรับรูม่านตาให้รับแสงมากหรือน้อยได้ โดยอัตโนมัติ ในห้องมืด ม่านตา (lris) จะขยายกว้างขึ้นเพ่อให้แสงเข้าไปได้มากเท่าที่จะทำได้ และในที่มีแสงมากม่านตาจะป้องกันแสงให้ผ่านเข้าไปได้น้อยลง ส่วนในกล้องถ่ายรูปไม่สามารถปรับหน้ากล้องได้โดยอัตโนมัติทั้งหมด ในกล้องรุ่นใหม่ บางรุ่นออกแบบมาให้ปรับไดอะแฟรมในระบบกึ่งอัตโนมัติ (Semi – automatic) ข้อแตกต่างที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ดวงตาของคนมักรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นส่วนสำคัญเพียงส่วนเดียว ตรงกันข้ามกับกล้องถ่ายรูปซึ่งไม่สามารถเลือกบันทึกรายละเอียดในส่วนของวิวอย่างเช่นที่ตาเราเห็นได้ (Eye sees selectively while the camera sees indiscriminately)

     นัยน์ตามนุษย์ สามารถกำหนดให้ความสนใจเฉพาะจุดได้โดยตัดสิ่งอื่นๆออกไป แต่กล้องถ่ายรูปจะบันทึกทุกสิ่งลงไป ยกตัวอย่างเช่น เมื่อบันทึกภาพคนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ หรือเสาโทรเลข ตาเราสามารถแยกภาพคนออกมาได้ จากฉากหลัง โดยเลือกรับรู้เฉพาะคนที่ยืนอยู่และตัดความสนใจของฉากหลังที่ไม่อยู่ในความสนออกไปได้ แต่สำหรับการบันทึกภาพของกล้องถ่ายรูป เสาหรือกิ่งไม้ที่อยู่ในตำแหน่งเหนือศีรษะจะปรากฏให้เห็นในภาพ ทำให้มองดูเหมือนกับว่ามีเสาหรือกิ่งไม้ยื่นออกมาจากศีรษะของคนคนนั้น ทั้งนี้เนื่องจากผู้ถ่ายมิได้รับรู้และให้ความสนใจต่อสิ่งที่อยู่ในฉากหลังของวัตถุ ดังนั้นในการถ่ายภาพผู้ถ่ายจึงต้องพยายามองเห็นสิ่งต่าง ๆ อย่างเดียวกับที่กล้องเห็นจึงจะทำให้ได้ภาพออกมาดี

ส่วนประกอบของกล้องถ่ายรูป

    กล้องถ่ายรูแต่ละแบบ แต่ละยี่ห้อมีลีกษณะภายนอกและระบบกลไกภายในกล้องต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการนำมาใช้ และคุณภาพของกล้อง กล้องยี่ห้อเดียวกันแต่ต่างรุ่นกัน ก็มีระบบต่างๆแตกต่างกันไปปัจจุบันนี้บริษัทต่างๆได้พยายามคิดค้นผลิตกล้องให้มีเครื่องอำนวย ความสะดวกแก่ผู้ถ่ายภาพให้มากยิ่งขึ้นดังนั้นกล้องในระบบอัตโนมัติและระบบกึ่งอัตโนมัติจึงมีอยู่ มากมายอย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วกล้องแต่ละชนิดก็มีส่วนประกอบที่สำคัญคล้ายคลังกัน

1. ตัวกล้อง (Camera body)
2. เลนส์ (Lens)
3. เลขแสดงช่องรับแสง (f/numbers)
4. เลขแสดงความเร็วชัตเตอร์ (Shutter speed numbers)
5. ช่องมองภาพ (view finder)
6. เครื่องหาระยะชัด (Range finder)
7. คานเลื่อนฟิล์ม (Film Advance lever)
8. ปุ่มลั่นไกชัตเตอร์ (Shutter release button)
9. วงแหวนหาโฟกัส (Focusing knob)
10. ตัวเลขบอกความชัดลึกของภาพ (Depth of field)
11. ตัวเลขบอกจำนวนภาพ (Filme counter number)
12. ปุ่มตั้งความไวแสงของฟิล์ม (Film speed dial)
13. ฐานเสียบแฟลช (Hot shoe)
14. ช่องเสียบสายแฟลช (Flash socket)
15. คานตั้งเวลาถ่ายตัวเอง (Self timer)

   ส่วนประกอบของกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวระบบออโต้โฟกัสและระบบควบคุมกล้อง พิเศษ มีส่วนประกอบที่แตกต่างจากกล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวบางส่วน

 


Infrared Camera

1. วัตถุทุกชนิดมีรังสีอินฟราเรดในตัวเองและสามารถแผ่รังสีนั้นออกมาได้เสมอ
2. กล้องอินฟราเรดแตกต่างจากกล้องธรรมดาตรงที่เลนส์ โดยปกติแล้วเลนส์จะทำด้วยแก้วหรือพลาสติก แต่เลนส์ของกล้องอินฟราเรดทำจากGermaniumซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากแก้วหรือพลาสติกนั้นไม่สามารถส่งผ่านค่ารังสีอินฟราเรดได้เพียงพอ

เลนส์ของกล้องอินฟราเรด ซึ่งทำจาก Germanium

หลักการทำงานของกล้องอินฟราเรด

หลักการทำงานของกล้องอินฟราเรด

   จากภาพพลังงานของรังสีอินฟราเรด(A)จะแผ่จากวัตถุ และถูกโฟกัสโดยเลนส์(B)ไปยังตัวตรวจจับ(C)โดยตัวตรวจ จับจะทำการส่งข้อมูลไปยังอิเล็กทรอนิกส์เซนเซอร์(D) เพื่อทำการประมวลภาพและอิเล็กทรอนิกส์เซนเซอร์จำทำ การแปลงข้อมูลที่รับมาจากตัวตรวจจับไปเป็นรูปภาพ(E) ของวัตถุ

ประโยชน์ของกล้องอินฟราเรด

The infrared uses in electricity

    อินฟราเรดใช้ในงานไฟฟ้า ช่วยตรวจสอบบริเวณที่มีความร้อนมากกว่าปกติ หรือ จุดที่มีการต่อของสายไฟไม่สมบูรณ์ ทำให้สามารถแก้ไขได้ถูกจุด

The infrared uses in petrochemical industry

    อินฟราเรดใช้ในทางอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ีเช่น บริเวณที่มีแก๊สหรือความผิดปกติในท่อลำเลียงต่างๆ

The infrared uses in the machiner

   อินฟราเรดใช้ในทางเครื่องกล ีเช่น บริเวณหม้อแปลงที่มีความร้อนมากเกินปกติ

The infrared uses to use in an airport

อินฟราเรดใช้ในสนามบิน เช่น ใช้ตรวจกระเป๋า

The infrared uses to use in a soldier

อินฟราเรดใช้ทางทหาร

The infrared uses to are circuit camera closes

อินฟราเรดใช้กล้องวงจรปิด


กล้องอินฟราเรด อีกหนึ่งทางเลือกกับงานด้านบำรุงรักษา

     ปัจจุบันกล้องอินฟราเรด ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้หลายด้านเช่น การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ,การวิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับ Robot Vision และอุตสาหกรรมภาพยนต์ และถ้าเราพูดถึงความสัมพันธ์ ระหว่างทฤษฏี การแผ่รังสีอินฟาเรดกับความร้อน หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วมีสัมพันธ์กันอย่างไร และทำไมอินฟราเรด สามารถตรวจสอบหาความร้อนได้ บทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับรังสีอินฟราเรด กล้องร้อนอินฟราเรดมีหลักการอย่างไร และเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานอุตสาหกรรมอะไร ได้บ้าง                  

     ปัจจุบันกล้องอินฟราเรดได้รับความนิยมอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า (Predictive Maintenance) เนื่องจากอุตสาหกรรมต่างๆ ต่างเห็นว่า การบำรุงรักษาแบบแก้ไข (Corrective Maintenance) ไม่เพียงพอต่องานบำรุงรักษาในปัจจุบัน ที่มีต้นทุนและมีการแข่งขันสูง ประกอบกับ กล้องอินฟราเรดได้รับการพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง ง่ายต่อการใช้งาน แต่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคากลับต่ำลงกว่าในอดีตมาก ทำให้โรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถซื้อหามาใช้ได้

งานบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน         

    การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน สามารถนิยามได้หลายอย่างหลายรูปแบบ แต่โดยรวมแล้ว เป็นการจัดการตามระยะเวลา หรืออาจอธิบายได้อีกนัยหนึ่งว่า เป็นงานที่อยู่บนพื้นฐานของเวลา หรือชั่วโมงของการปฏิบัติงาน โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากบริษัท ผู้ผลิตหรือการใช้ข้อมูลทางด้านสถิติที่จัดทำขึ้น         

การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า

    เป็นโปรแกรมบำรุงรักษาในลักษณะที่ขึ้นอยู่กับสภาพ คือแทนที่จะบำรุงรักษาตามเวลา ตามคู่มือแนะนำของบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักร ซึ่งมักจะแนะนำการดูแลรักษาตามสถิติ เช่น ค่า MTTF (Mean Time to Failure) แต่การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ จะใช้ข้อมูลจริงจากการทำงาน การใช้งาน จริงโดยการตรวจสอบการทำงานโดยตรง เพราะเครื่องจักรแบบเดียวกัน อาจจะต้องรับภาระโหลดและทำงาน สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน

     การบำรุงรักษาเชิงป้องกันและเชิงคาดการณ์ทั้ง2วิธีการล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานการตรวจสอบเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เป็นจุดสำคัญ ๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ความสำเร็จของงานขึ้นอยู่กับการออกแบบพัฒนาเส้นทางการตรวจสอบ ( Inspection Route) โดยการกำหนดความถี่, ลำดับ และวิธีการให้แก่เครื่องจักรอุปกรณ์ที่จะตรวจสอ

ข้อดีของการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน         

     การบำรุงรักษาแบบคาดการณ์ล่วงหน้าที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้กรรมวิธีการตรวจวัดในเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาลงไปได้ 30% ถึง 50% ประโยชน์ส่วนใหญ่ของการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ ์/เชิงป้องกัน มีดังนี้ .

1.ลดการหยุดการทำงานของเครื่องจักร แบบไม่มีการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกันลงได้           

• 40% ถึง 60% ในสองปีแรก  • 90% ภายในเวลา 5 ปี

2.เพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่บำรุงรักษา         ตามสถิติเจ้าหน้าที่บำรุงรักษามีเวลาทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรเพียง 2 ชั่วโมง ต่อการทำงาน 8 ชั่วโมง เพราะมีงานที่ต้องแก้ไขปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร ภายในสายการผลิตอยู่เป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่งานเหล่านี้จะลดลงทันทีหากมีการจัดทำ การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน ทำให้เวลาทำงานที่ไม่ใช่งานแก้ไขของเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น 75% ถึง 85%

3.เพิ่มผลผลิต           

• 15% ถึง 40% ใน 1 ถึง 3 ปี        • 75% ถึง 80% ในระยะยาว .

4.ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา        ด้วยบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน บางครั้งจะพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10% ถึง15% ในช่วงแรก เนื่องจากการตรวจพบสิ่งบกพร่องต่างๆ แต่เมื่อข้อบกพร่องได้รับการแก้ไข ค่าใช้จ่ายจะลดลงได้ 35% ถึง 60%

5.เพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องจักร        ด้วยการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์/เชิงป้องกัน ทำให้ค้นพบจุดบกพร่องเล็ก น้อย ต่าง ๆ ในเครื่องจักรของระบบผลิต เมื่อแก้ไขปรับแต่งสม่ำเสมอ ทำให้อายุการใช้งานของเครื่องจักรยาวนานขึ้น .

ทำไมต้องถ่ายภาพอุณหภูมิ        

    การถ่ายภาพอุณหภูมินั้นมีประโยชน์หลายอย่าง การถ่ายภาพอุณหภูมิเป็นเทคโนโลยีที่ไร้การสัมผัส นั่นก็คือเป็นการวัดความยาวคลื่นอินฟราเรด เพื่อคำนวณอุณหภูมิ การแสดงผลภาพความร้อนนั้นจะใช้สีที่แตกต่างกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ภาพถ่ายความร้อนนี้จะทำให้การตรวจสอบอุณหภูมิพื้นผิวนั้นง่ายและรวดเร็ว และยังสามารถชี้จุดที่ร้อนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจุดร้อนหรืออุณหภูมิที่เพิ่มสูง มักจะบ่งบอกถึงความบกพร่องที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

พลังแห่งการวินิจฉัย        

    เครื่องถ่ายภาพอุณหภูมินั้น ก็คือเครื่องมือวัดการแผ่รังสีนั่นเอง ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงอุณหภูมิที่แตกต่างกัน ในแบบกราฟิกเท่านั้น แต่ยังสามารถวัดและเก็บบันทึกข้อมูลในทุก ๆ จุด โดยจุดข้อมูลทั้งหมดสามารถเรียกกลับ มาใช้ สำหรับวิเคราะห์รายละเอียดของภาพถ่ายต่าง ๆ ภายหลังได้ แสดงให้เห็นว่าเครื่องถ่ายภาพความร้อน เป็นเครื่องมือวัดการแผ่รังสี ที่มีพลังสำหรับการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์อย่างแท้จริง

เครื่องถ่ายภาพอุณหภูมิ จะทำการจับและเก็บข้อมูลอุณหภูมิที่ถูกแบ่งระดับ สำหรับต้นแบบเป็นพัน ๆ จุดข้อมูล

อินฟราเรดใช้ในงานไฟฟ้า ช่วยตรวจสอบบริเวณที่มีความร้อนมากกว่าปกติ หรือ จุดที่มีการต่อของสายไฟ ไม่สมบูรณ์ ทำให้สามารถแก้ไขได้ถูกจุด

ข้อมูลที่อยู่หลังภาพถ่าย

      เครื่องถ่ายภาพอุณหภูมิ จะทำการจับและเก็บข้อมูลอุณหภูมิที่ถูกแบ่งระดับ สำหรับต้นแบบเป็นพัน ๆ จุดข้อมูล แล้วสร้างเป็นภาพอุณหภูมิ จึงเป็นไปได้ที่จะทำการวิเคราะห์รายละเอียด และเปลี่ยนพารามิเตอร์ที่สำคัญ อย่างย่านอุณหภูมิในแต่ละแถบบนภาพถ่าย หรือการเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลบนซอฟต์แวร์ที่ใช้

การประยุกต์ใช้กล้องอินฟราเรด

    กล้องอินฟราเรด (Thermal Imager) สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เพราะไม่จำเป็นต้องสัมผัส กับวัตถุ หรืออุปกรณ์ในขณะที่ทำการวัด ช่วยให้สามารถวัดอุณหภูมิอุปกรณ์หรือเครื่องจักร แม้ในขณะที่ทำงานอยู่ และโดยทั่วไปในงานมักจะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิให้ไม่สูงหรือต่ำเกินไป เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน หรือเพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องมือ เครื่องจักร ครอบคลุมงานสำคัญและจำเป็นอย่างครบถ้วน เช่น

ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า สาเหตุที่เครื่องถ่ายภาพความร้อน สามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ก็เนื่องจากว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าใหม่ ๆ จะเริ่มชำรุดทรุดโทรมทันทีหลังจากการติดตั้ง ด้วยอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นภาระ
ต่อวงจร รวมทั้งการสั่นสะเทือน อายุการใช้งานที่ยาวนาน ล้วนเป็นเหตุให้เกิดการคลายตัว ของต่อจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า ได้ทั้งสิ้นในขณะที่สภาวะแวดล้อมอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการผุกร่อน หรืออธิบายสั้น ๆ ได้ว่า จุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้า ทั้งหมดจะเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ ถ้าหากหาไม่พบและไม่มีการตรวจซ่อมจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ ซึ่งจะนำไปสู่ ความบกพร่องในระบบไฟฟ้า

ตรวจสอบความไม่สมดุลและการโอเวอร์โหลดของระบบไฟฟ้าการถ่ายภาพอุณหภูมิ เป็นวิธีการที่ง่าย ในการที่จะระบุความแตกต่างอุณหภูมิ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนในวงจรไฟฟ้า 3 เฟส ที่ใช้ในอุตสาหกรรม โดยการเปรียบเทียบกับเงื่อนไขการทำงานปกติ กับการตรวจสอบความคลาดเคลื่อนอุณหภูมิของทุก ๆ
เฟสที่อยู่ข้าง ๆ กัน ช่างเทคนิคจะสามารถชี้จุดผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วบนแต่ละด้านว่า ไม่สมดุลหรือเป็นการโอเวอร์โหลด


แสดงภาพจุดเชื่อต่อบน Evaporator Pump ที่อ่านค่าได้สูงกว่า 50 องศา ซึ่งร้อนกว่าที่เฟส C

ตรวจสอบแบริ่งหรือชิ้นส่วนหมุนของเครื่องจักร

    โปรแกรมการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (PdM) ส่วนใหญ่จะใช้การถ่ายภาพอุณหภูมิ เพื่อตรวจจับอุณหภูมิ ที่เกิดขึ้นขณะอุปกรณ์ทำงาน ด้วยการประเมินความร้อนเพื่อการตรวจสอบและหลีกเลี่ยงความเสียหายต่ออุปกรณ์ การใช้ภาพถ่ายความร้อนเพื่อจับแผนที่ภาพถ่ายอินฟราเรด 2 ขนาด ของอุณหภูมิแบริ่งและฝาครอบ ช่างเทคนิคสามารถที่จะเปรียบเทียบอุณหภูมิทำงานในขณะนั้นกับจุดที่เป็นมาตรฐาน เพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาด

     โดยทั่วไป การวิเคราะห์การสั่นสะเทือน เป็นเทคโนโลยี PdM ที่เป็นตัวเลือกสำหรับการตรวจสอบขนาดใหญ่, สามารถเข้าถึงได้, แบริ่งมีความเร็วค่อนข้างสูง แต่ยังสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยเมื่อทรานสดิวเซอร์ ถูกวางลงบนแบริ่ง สำหรับแบริ่งที่ค่อนข้างเล็ก (เช่น ตัวหมุนคอนเวเยอร์) ทำงานที่ความเร็วต่ำ, ไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือไม่ปลอดภัยต่อการเข้าใกล้ในขณะที่อุปกรณ์กำลังทำงาน เครื่องถ่ายภาพอุณหภูมิจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถทำงานได้ในระยะที่ปลอดภัย การจับภาพความร้อนใช้เวลาน้อยกว่าการวิเคราะห์ความสั่นสะเทือน

ตรวจสอบมอเตอร์ไฟฟ้า

    การหลีกเลี่ยงความสูญเสียอันมหาศาลในอุปกรณ์ จะเป็นประโยชน์มากหากรวมเอาเครื่องถ่ายภาพความร้อน มาใช้เป็นเทคนิคพิเศษในการตรวจสอบเงื่อนไขของมอเตอร์ไฟฟ้า การใช้เครื่องถ่ายภาพความร้อนแบบมือถือ จะช่วยให้สามารถตรวจจับการวัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด ของโครงร่างอุณหภูมิมอเตอร์เป็นภาพถ่าย 2 ขนาด ภาพถ่ายความร้อนของมอเตอร์ไฟฟ้าจะเผยให้เห็นถึงสภาวะการทำงาน ที่สะท้อนโดยอุณหภูมิพื้นผิว

   ดังนั้น การตรวจสอบสภาวะจึงมีความสำคัญ เป็นวิธีที่จะหลีกเลี่ยงความบกพร่องของมอเตอร์ในระบบโดยมิได้คาดหมาย ซึ่งส่งผลวิกฤตต่อกระบวนการผลิต ดังนั้นการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเมื่อระบบบกพร่องจนถึงขั้นวิกฤต ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้


กล้องถ่ายภาพความร้อน!!! ซื้อไว้ใช้เองหรือจ้างตรวจวัดดี

ต้องใช้วิศวกรในการตรวจสอบ         

    แต่ละโรงงานจะต้องพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้วิศวกรที่ผ่านการฝึกอบรม กี่คนในการใช้งานกล้องถ่ายภาพความร้อน ราคาที่ประมาณการให้นี้เป็นราคา สำหรับวิศวกรหนึ่งคนแต่โรงงานก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้นในกรณีที่มีนักถ่ายภาพ ความร้อนที่ผ่านการฝึกอบรมเพียงคนเดียวเพระไม่มีใครรู้ว่าวิศวกรคนนั้นจะทำงาน อยู่กับโรงงานอีกนานแค่ไหน ถ้าวิเคราะห์ในแง่ ของการเงินที่ขึ้นอยู่กับนักถ่าย ภาพความร้อนเพียงคนเดียวทำงานเต็มเวลา  จำเป็นที่จะต้องนำจำนวนวันที่จะ หยุดพักร้อนลาป่วย และอื่น ๆ มาเป็นแฟกเตอร์ในการคำนวณจำนวนที่จะใช้งาน กล้องถ่ายภาพความร้อนต่อวันด้วย แต่ถ้าทางโรงงานตั้งใจที่จะมีนักถ่ายภาพ ความร้อนที่ผ่านการฝึกอบรมมากกว่าหนึ่งคน  ก็จะต้องบวกค่าใช้จ่ายด้านการ ฝึกอบรมพิเศษนี้เพิ่มเข้าไปด้วย

กล้องถ่ายภาพความร้อนเสีย เสื่อมสภาพ หมดอายุ         

     แต่ละโรงงานจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อ กล้องถ่ายภาพความร้อนเสียว่าจะทำอย่างไรให้โปรแกรมการตรวจสอบ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เมื่อต้องส่งกล้องถ่ายภาพความร้อนซ่อม ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่มีกล้องถ่ายภาพความร้อนใช้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน เนื่องจากต้องส่งซ่อมที่โรงงานผู้ผลิตเท่านั้น ซึ่งระยะเวลาการซ่อมนี้ ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการซ่อมอันได้แก่ การขนส่ง การวินิจฉัยถึงสาเหตุของ ปัญหา การอนุมัติซ่อม การดำเนินการซ่อม และส่งกล้องที่ซ่อมเสร็จ เรียบร้อยแล้วกลับเช่นเดียวกับกรณีการส่งสอบเทียบประจำปีที่ทาง โรงงานจะไม่มีกล้องถ่ายภาพความร้อนไว้ใช้งานในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

     ค่าใช้จ่ายในการซ่อมกล้องถ่ายภาพความร้อนจะมีราคาค่อนข้างสูง ปัญหาทั่วไปที่อาจจะพบอยู่เป็นปกติ คือการ เปลี่ยนเซ็นเซอร์ซึ่งจะมี ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30-40% ของราคากล้อง ราคาค่าสอบเทียบ ก็อยู่ตั้งแต่หลักหมื่นบาทต้น ๆ จนถึงเป็น แสนบาทได้ซึ่งอยู่กับผู้ผลิต

      อายุการทำงานของกล้องถ่ายภาพความร้อนขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้และ เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จากทางโรงงานผู้ผลิตเอง อายุโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ ประมาณ 5-10 ปี ราคาค่าซ่อม ในระหว่างนี้ ค่อนข้างประมาณการ ได้ยากเนื่องจาก ขึ้นอยู่กับลักษณะ การใช้งาน สภาวะการใช้งานกล้อง การทะนุถนอม และการเก็บรักษาเป็นสำคัญ

     ตามปกติทางโรงงานผู้ผลิตกล้องจะทำการปรับปรุงซอร์ฟแวร์ที่ใช้ทำรายงานปีละครั้งเพื่อให้ซอร์ฟแวร์มีฟังก์ชั่น การทำงานที่ดีมากขึ้น ราคาของการอัพเดทซอร์ฟแวร์ก็ขึ้นอยู่กับทางผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่

โอนความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายกล้องถ่ายภาพความร้อนให้กับบริษัทที่ปรึกษา        

     โรงงานที่เลือกใช้บริการการตรวจวัดกับทางบริษัทที่ปรึกษาสามารถที่จะลดภาระด้านราคาและความเสี่ยง ต่อตัวกล้อง ถ่ายภาพความร้อนให้กับบริษัทที่ปรึกษาได้มากไม่ว่าจะเป็นราคาต้นทุนของกล้องถ่ายภาพความร้อน ค่าซ่อม ค่าสอบเทียบ ค่าฝึกอบรมพิเศษ และอื่น ๆ แทนที่จะเป็นทางโรงงานเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ต้องจำไว้ อย่างหนึ่งว่าบริษัทที่ปรึกษาแต่ละแห่งก็มีแพ็คเกจการบริการตรวจวัดที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงจำเป็น ที่จะต้องพิจารณา เลือกบริษัทที่ปรึกษาด้านการถ่ายภาพความร้อนให้ดี เพื่อลดต่อความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

บทสรุป        

    คำตอบที่ว่าควรจะซื้อกล้องถ่ายภาพความร้อนไว้ใช้งานเองหรือจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านการตรวจวัดโดยใช้ กล้องถ่ายภาพความร้อนมาทำการตรวจวัดให้คงจะขึ้นอยู่กับความถี่ของโปรแกรมในการตรวจวัดว่าบ่อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับจำนวนจุดตรวจวัดที่ทางโรงงานจำเป็นต้องดำเนินการว่ามีจำนวนกี่จุดและต้องใช้ระยะเวลา กี่วันต่อหนึ่งรอบการตรวจสอบ สำหรับโรงงานที่มีขนาดใหญ่หรือเป็นโรงงานที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ ระบบไฟฟ้าและเครื่องจักรต่าง ๆ ภายในโรงงาน เนื่องจากไม่สามารถที่จะหยุดการผลิตได้แม้แต่เพียงนาทีเดียว ในรอบการผลิตหนึ่ง ๆ การซื้อกล้องถ่ายภาพความร้อนไว้ใช้งานเองดูจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า แต่สำหรับโรงงาน ขนาดเล็ก การจ้างตรวจวัดอาจจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย บริษัท อินโนเวชั่น เอ็นเนอร์ยี่ เทคโนโลยี จำกัด


คุ้มค่าหรือไม่ในการจัดซื้อกล้องถ่ายภาพความร้อนไว้ใช้เอง

เนื่องจากปัจจุบัน กล้องถ่ายภาพความร้อน ยังมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงมักมีคำถามอยู่เสมอว่า มีความจำเป็นหรือความคุ้มค่าอย่างไร  ในการจัดซื้อ กล้องถ่ายความร้อน มาไว้ใช้งานประจำ ลองตอบคำถามเหล่านี้

1.    โรงงานของท่านผลิตสินค้า มีมูลค่าเฉลี่ย กี่ล้านบาทต่อวัน
2.    โรงงานของท่านเคยหยุดการผลิตชั่วคราว เนื่องจากระบบไฟฟ้าในโรงงานขัดข้อง หรือเครื่องจักรชำรุดหรือไม่        มีความถี่บ่อยแค่ไหน กี่ครั้งต่อปี
3.    ความเสียหายเนื่องจากการหยุดการผลิตแต่ละครั้ง มีมูลค่าเท่าไหร่ จาก
       3.1    การขาดรายได้ เนื่องจากการหยุดการผลิต
       3.2    ส่งมอบสินค้าไม่ทันเวลาที่กำหนด มีค่าปรับเนื่องจากการส่งมอบงานล่าช้า หรือลูกค้าไม่พึงพอใจ
       3.3    สินค้าระหว่างการผลิตเสียหาย ต้องทิ้ง จ้างขนย้าย ทำลาย
       3.4    ค่าใช้จ่ายที่ไม่ทำให้เกิดรายได้เนื่องจากการหยุดการผลิต เช่น ค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า
4.    ความเสียหายเนื่องจากการที่ลูกค้าคืนสินค้าเนื่องจากสินค้า ไม่ได้คุณภาพหรือสเปคที่กำหนด
5.    ค่าใช้จ่ายในการซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือ เครื่องจักร จากการชำรุด เนื่องจากขาดการบำรุงรักษาที่ดี
6.    ท่านเคยจ้างหน่วยงานภายนอก มาตรวจวัดถ่ายภาพความร้อนแล้ว อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องจักรหรือไม่        หากเคยจำนวนกี่ครั้งต่อปี ครอบคลุม ทุกอุปกรณ์ หรือไม่
7.    ท่านแน่ใจกี่เปอร์เซ็นต์ ว่าหลังจากการตรวจวัด ถ่ายภาพความร้อนแล้ว อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเครื่องจักรนั้น
       จะทำงานโดยปกติ ไม่เสียหาย ชำรุด หรือผิดปกติตลอดจนถึงระยะเวลาในการตรวจวัดรอบใหม่อีกครั้ง
       จากคำถามข้างต้น ก็คือที่มาของคำตอบในเรื่อง

ความคุ้มค่าหรือประโยชน์ในการจัดหากล้องถ่ายภาพความร้อนไว้ใช้งานประจำโรงงานของท่าน มีดังนี้
1.    ช่วยป้องกันความเสียหาย การขาดรายได้ การส่งมอบสินค้าล่าช้า เนื่องจากการหยุดผลิตสินค้าชั่วคราว
2.    ช่วยลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายในงานซ่อมบำรุงรักษา
3.    ใช้เป็นเครื่องวัดในงานควบคุมหรือประกันสินค้า และปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต
4.    ใช้เป็นเครื่องมือวัดในงานอนุรักษ์พลังงาน
5.    ใช้เป็นเครื่องมือในการค้นหาผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้
6.    ใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้มสภาพและการทำงานของเครื่องจักร/อุปกรณ์ไฟฟ้า
7.    ใช้วิเคราะห์สาเหตุและสภาพความเสียหายของเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์
8.    ใช้ในการวางแผนงานซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า (Condition based maintenance, Planed        maintenance, Periodic maintenance)

ตัวอย่างการใช้งานกล้องถ่ายภาพความร้อน

กล้องถ่ายภาพความร้อน

ตัวอย่าง Software สำหรับการวิเคราะห์ภาพถ่ายความร้อน

Software สำหรับการวิเคราะห์ภาพถ่ายความร้อน

การบำรุงรักษาเชิงรุกตามสภาพจริง (CBM)

    ในการบำรุงรักษามีหลายกลยุทธ์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละหน่วยงาน กลยุทธ์หนึ่งที่สำคัญ คือการบำรุงรักษาเชิงรุกตามสภาพจริง(CBM) เนื่องจากในโรงงานอุตสาหกรรมปัจจุบัน ที่มีระบบการผลิตกำลังสูง หรือผลิตต่อเนื่อง การหยุดฉุกเฉิน นอกแผน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เทคโนโลยีในการคาดการณ์สภาพของเครื่องจักร และระบบการผลิต จึงถูกพัฒนาและนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองแนวคิดด้านการบำรุงรักษาเชิงรุกตามสภาพ เพื่อป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการหยุดที่ไม่จำเป็นเหล่านั้น

 

     การบริการให้คำปรึกษาด้านการวิเคราะห์ความสั่นสะเทือนเพื่อคาดการณ์สภาพในการบำรุงรักษาเชิงรุก และการบริการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ความสั่นสะเทือน เพื่อถ่วงสมดุลเครื่องจักร วางแนวเพลา ที่หน้างาน (Consulting Service of Vibration Analysis for Proactive Maintenance and Machine Field Balancing, Machine Alignment by Vibration Analysis & related Technology for Corrective Maintenance)

     การคาดการณ์สภาพจากการวิเคราะห์ความสั่นสะเทือน สามารถทำได้ในขณะเครื่องจักรกำลังทำงานอยู่ การวิเคราะห์ความสั่นสะเทือน จะเริ่มจากการเก็บค่าความสั่นสะเทือนในจุดที่เหมาะสม ของเครื่องจักรสำคัญ แล้วนำมาแสดงค่าความสั่นสะเทือนทั้งในรูปแบบ คลื่นเชิงเวลา (Time Waveform) และสเปคตรัมเชิงความถี่ (Frequency Spectrum) เพื่อหาสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่เป็นที่มาของความบกพร่องรูปแบบต่างๆ ที่กำลังเกิดกับเครื่องจักรนั้นๆ เพื่อวางแผนเชิงรุกในการแก้ปัญหา

การบริการให้คำปรึกษาด้านการวิเคราะห์สภาพจากภาพถ่ายความร้อนของเครื่องจักร เพื่อวางแผนบำรุงรักษาเชิงรุก (Consulting Service of InfraRed Thermoscan Analysis for Proactive Maintenance)


 

 

 

หมึกอัจฉริยะ เปลี่ยนสีบอกความร้อน จาก Update กันยายน 51

 

 

รู้ผลทันใจด้วย "หมึกอัจฉริยะบอกอุณหภูมิ" แนวคิดนิสิตจุฬา


       ผลงานวิจัย "หมึกอัจฉริยะบอกอุณหภูมิ" ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง สาขาปิโตรเคมีโพลิเมอร์และเชื้อเพลิงทดแทนจากการประกวดแผนธุรกิจ และโครงการนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๕๐ จัดโดยกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
       
       อนุพัทธ์ โพธิสถิตยืนยง นิสิตปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในทีมผู้วิจัย กล่าวถึงผลงานวิจัยชินนี้ว่า หมึกอัจฉริยะเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ เป็นผลงานที่ใช้เวลาในการค้นคว้าวิจัยร่วม ๖ ปี
       
       "ผลงานวิจัยชิ้นนี้เหมาะสำหรับใช้งานกับภาชนะบรรจุของร้อน เช่น แก้วกาแฟ ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซองบรรจุอาหารที่ใช้กับเตาไมโครเวฟ รวมทั้งเครื่องจักรโรงงาน เพื่อลดอุบัติเหตุจากความร้อน หรือจะติดกับซองบรรจุยา กรณีที่ยานั้นจำเป็นต้องเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม"
       
       ทั้งนี้ทีมวิจัยได้ศึกษาและพัฒนาโพลีเมอร์กลุ่มพอลิไดอะเซทิลีน สำหรับผลิตเป็นหมึกพิมพ์อัจฉริยะ โดยออกแบบให้เปลี่ยนสีที่ความร้อน ๑๕, ๔๕ และ ๗๐ องศาเซลเซียสไล่เฉดสีจากน้ำเงินเป็นแดงตามลำดับแต่หากต้องการเปลี่ยนสีที่ช่วงอุณหภูมิอื่นก็สามารถออกแบบใหม่ได้
       
       
"จากการทดสอบสกรีนหมึกอัจฉริยะบนสติ๊กเกอร์ใส และพลาสติกโพลีเอสเทอร์ จากนั้นเราจึงนำไปติดบนแก้วกระดาษ กล่องอาหารสำเร็จรูปและกล่องนมพร้อมดื่มพบว่าหมึกอัจฉริยะสามารถยึดเกาะได้ดี ค่าการเปลี่ยนสีคลาดเคลื่อนไม่เกิน ๒ องศาเซลเซียส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาของภาชนะที่ใช้ทดสอบ และทดสอบหมึกสัมผัสความร้อนหรือความเย็นที่อยู่ภายในภาชนะได้เต็มที่หรือไม่ ที่สำคัญหมึกเปลี่ยนสีที่พัฒนาขึ้นนี้ใช้สะดวก เพียงนำสติ๊กเกอร์ที่สกรีนด้วยหมึกไปติดบน
       ภาชนะเป้าหมาย เช่น แก้วกาแฟ เมื่อเติมน้ำร้อนลงไป ฉลากจะเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง"
 
  

       ผลงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หมึกสกรีนเปลี่ยนสีพร้อมที่จะนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจนำไปเพิ่มมูลค่าพร้อมสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้บริโภค
       
       "เรายังทำการต่อยอดงานวิจัยอีกส่วนหนึ่ง ด้วยวิธีการทำให้น้ำหมึกที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดงไปแล้ว สามารถย้อนกลับมาเป็นสีน้ำเงินเหมือนก่อนใช้งานได้อีก โดยเป้าหมายเพื่อทำฉลากหรือหมึกสกรีนเคลือบบนขวดนมเด็ก ช่วยให้ผู้เลี้ยงเด็กทราบว่าขณะนี้ขวดร้อนจากการเติมน้ำร้อน และทราบอีกว่านมในขวดเย็นพร้อมดื่มเนื่องจากสีแดงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินจากการที่อุณหภูมิน้ำร้อนในขวดเย็นลง"

     


 

 

 

50 ปี IC อุปกรณ์ที่เปลี่ยนโลก  โดย ธวัชชัย ดุลยสุจริต  จาก Update  กันยายน 51

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6


จากเม็ดทรายถึงดวงดาว กว่าจะได้ ไอซี  โดย ศิริสาร เขตปิยรัตน์  Update กันยายน 51

 

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4


 

 

 

 

 

 

แสงสว่างสั่งได้ ประหยัดไฟเกือบเท่าตัว โดย รพีพร กุยรัตน์  Update กันยายน 51

 

 

บางมดพัฒนาบัลลาสต์ "มัลติคอนโทรล"ประหยัดไฟเกือบเท่าตัว

 

  "บัลลาสต์" อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญชนิดหนึ่งในวงจรแสงสว่าง เพราะนอกจากจะช่วยในการทำงานของวงจรให้สมบูรณ์แล้วยังมีผลต่อปริมาณแสงสว่าง อายุการใช้งาน และพลังงานไฟฟ้าที่จะต้องสูญเสียไปในวงจรด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการประดิษฐ์คิดค้น “บัลลาสต์ชนิดมัลติคอนโทรล” ผลงานของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นำโดย อาจารย์ปิยสวัสดิ์ นวรัตน์ ณ อยุธยา ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า, อาจารย์กมล จิรเสรีอมรกุล ภาควิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม และคณะที่ระบุว่าสามารถลดการสิ้นเปลืองไฟฟ้าได้ถึง 80%


       

  อาจารย์ปิยสวัสดิ์ นวรัตน์ ณ อยุธยา เล่าถึงที่มาของการประดิษฐ์บัลลาสต์ชนิดนี้ว่า “การใช้งานบัลลาสต์นั้น จะขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละกลุ่มที่มีความต้องการที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องการระบบและบัลลาสต์ที่ต่างกัน ซึ่งบัลลาสต์โดยทั่วไปตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้เพียงรูปแบบเดียว แต่บัลลาสต์ที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่นี้สามารถปรับการทำงานได้หลายรูปแบบ จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ทุกกลุ่ม"
       
  "บัลลาสต์แบบมัลติคอนโทรลนี้ได้พัฒนาบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหรี่แสง โดยใช้ Micro Controller ขนาด 8 บิต มาเป็นแกนหลักเพื่อทำหน้าที่ควบคุมการทำงานแทนวงจรสำเร็จรูป ซึ่งสามารถปรับใช้กับหลอดฟลูออเรสเซนต์ ขนาด 18 วัตต์ 32 วัตต์ และ 36 วัตต์ ได้เองโดยอัตโนมัติ โดยหลอดไฟแบบฟลูออเรสเซนต์ หากเปลี่ยนมาใช้กับบัลลาสต์นี้ จะทำให้ประหยัดพลังงานสูงสุดถึง 80% เมื่อเทียบกับ บัลลาสต์แบบธรรมดา"
       


  อาจารย์ปิยสวัสดิ์ ยังเล่าต่ออีกว่า บัลลาสต์ ชนิดมัลติคอนโทรลสามารถเลือกใช้การควบคุมแสงสว่างได้หลายรูปแบบ คือ ผ่านการควบคุมจากเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว เช่น ถ้ามีคนอยู่ในห้อง หรือเดินเข้ามา บัลลาสต์ก็จะสั่งงานให้แสงไฟสว่างขึ้นตามที่ได้ตั้งค่าไว้ ในทางกลับกันถ้าไม่มีคนอยู่ แสงไฟก็จะดับหรือหรี่แสงลงเท่ากับที่เราตั้งค่าไว้ ซึ่งผู้ใช้สามารถควบคุมความสว่างได้ทั้งแบบปกติและแบบไร้สาย (ผ่านรีโมตคอนโทรล)
       

  นักวิจัยจากบางมดยังกล่าวต่อไปอีกด้วยว่า บัลลาสต์ชนิดมัลติคอนโทรลยังช่วยในการถนอมสายตา และช่วยเพิ่มอายุการทำงานให้กับหลอดด้วย เพราะหลอดไฟจะค่อย ๆ หรี่ลงจนดับแทนที่จะดับลงทันที หรือเมื่อเปิดจะค่อย ๆ เร่งแสงขึ้น แทนที่จะสว่างในทันที ทำให้ไฟไม่กระชาก ก็จะช่วยทำให้หลอดใช้งานได้นานยิ่งขึ้น


       
  สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ หากมีการปรับปรุงมาใช้บัลลาสต์ชนิดมัลติคอนโทรลชนิดนี้ จะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 80% และให้ปริมาณแสงมากกว่าเดิมถึง 10% เลยทีเดียว ซึ่งจากความสามารถดังกล่าว ทำให้สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ได้รับรางวัลชมเชย ประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น สาขาวิศวกรรมและอุตสาหกรรมวิจัย ประจำปี 2551 จากสภาวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นกำลังใจให้กับนักวิจัยได้อีกทางหนึ่ง
       
  ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
 

 

หิ่งห้อย มหัศจรรย์ชีวิตกระพริบแสง โดย ปภาอร สว่างรัตน์ Update กันยายน 51

 

{mospagebreak}

หน้า 2

 

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4


 

 

 

เด็กไทยเจ๋งคว้า 3 เหรียญทอง - 1 เงินชีววิทยาโอลิมปิก

โดย สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

เยาวชนไทยสร้างชื่อในชีววิทยาโอลิมปิก


   ผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกพิชิตชัยระดับโลกคว้า 3 เหรียญทอง จากนักเรียนสวนกุหลาบฯ - มศว (ปทุมวัน) - เตรียมอุดมฯ และ 1 เหรียญเงินจากนักเรียนสวนกุหลาบฯ สร้างชื่อให้ประเทศ โดย ธนา ทองศรีคำ ยังทำคะแนนเหรียญทองเป็นลำดับที่ 9 ของโลก และคะแนนสูงสุดในปฏิบัติการสัตว์ ด้านผู้แทนคว้าชัย ยืนยันเด็กไทยยืนในอันดับต้นๆ ด้านวิชาการเทียบชั้นโลกได้ ทั้งหมดจะถึงไทยพรุ่งนี้

    น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการแทนผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า ตามที่ สสวท. ได้จัดคัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทยเดินทางไปร่วม การแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ระหว่างวันที่ 13-20 กรกฎาคม 2551 ณ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ปีนี้มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 55 ประเทศ ผลปรากฏว่า ผู้แทนประเทศไทยจำนวน 4 คน สามารถสร้างชื่อเสียงให้ชาติโดยพิชิต 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน สำหรับ 3 เหรียญทองจากฝีมือของ นายธนา ทองศรีคำ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย น.ส.อติพร เทอดโยธิน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน และ นายเชาว์ เจริญกิจขจร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วน 1 เหรียญเงินจาก นายภควัต จงสถิตเกียรติ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย

   ทั้งนี้ นายธนา ยังได้คะแนนเหรียญทองเป็น ลำดับที่ 9 ของโลก น.ส.อติพร ได้ลำดับที่ 11 นายเชาว์ เป็นลำดับที่ 20 ส่วนนายภควัต ทำคะแนนเหรียญเงิน เป็นลำดับที่ 39 ของโลก นอกจากนี้ นายธนา ยังได้คะแนนสูงสุดใน ปฏิบัติการสัตว์ (กายวิภาคและสรีรวิทยา) และ น.ส.อติพร ได้คะแนนสูงสุดใน ปฏิบัติการพืช (กายวิภาคและสรีรวิทยา) ด้วย

   นายธนา ทองศรีคำ (แสตมป์) คว้าเหรียญทองปีนี้ จากปีที่แล้วได้เหรียญเงิน ชีววิทยาโอลิมปิก กล่าวว่า ทุกคนที่เป็นตัวแทนประเทศไทย ได้พยายามเต็มที่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ชาติ พิสูจน์ว่าคนไทยก็สามารถไปยืนในอันดับต้นๆ ได้ในแวดวงวิชาการ ซึ่งทุกคนต่างทำชื่อเสียงให้กับประเทศได้เช่นกันในด้านที่ตนเองถนัด ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ ใช้ความสามารถให้เป็นประโยชน์ ทำในสิ่งที่ตนเองถนัดด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ

    น.ส.อติพร เทอดโยธิน (อร) กล่าวว่า การเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าแข่งขันโอลิมปิกก็รู้สึกกดดันบ้าง เพราะเป็นเรื่องหนักหน่วง แต่ไม่ถึงกับเครียดเพราะตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ส่วนตัวนั้นชอบเรียนโดยได้ทำแล็บการทดลองเพราะได้เรียนรู้ทฤษฎีไปพร้อมๆ กัน การได้เห็นพร้อมทั้งได้ลงมือปฏิบัติด้วยตัวเองช่วยให้มีความเข้าใจในเรื่องนั้นดีขึ้น

   นายเชาว์ เจริญกิจขจร กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากและภูมิใจมากที่ได้เป็นผู้แทนประเทศไทย คิดว่าเป็นหน้าที่ๆ ต้องทำให้ดีที่สุด ก่อนไปได้พยายามอ่านหนังสือ และทำข้อสอบเก่าๆ ให้มากที่สุด แต่ที่สำคัญที่สุดคือฝึกตัวเองให้มีสติ สมาธิ พร้อมที่จะเจอข้อสอบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

   นายภควัต จงสถิตเกียรติ (ปิงปิง) เปิดเผยว่า วิธีเรียนดีต้องไม่เรียนอย่างเดียว ต้องทำกิจกรรมที่ชอบอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เวลาอ่านหนังสืออย่าคิดว่าเป็นภาระ ให้รู้สึกว่ายังมีสิ่งแปลกใหม่มากมายที่น่ารู้ให้ค้นหาเหมือนเล่นเกม ส่วนตัวชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ สถานการณ์โลกปัจจุบัน และชอบว่ายน้ำ ก้าวมาถึงจุดแห่งความสำเร็จในการเรียนได้เพราะครอบครัวให้การสนับสนุนอย่างมากทั้งด้านการใช้ชีวิตประจำวันและเป็นกำลังใจให้ โดยไม่ได้กดดันอะไร

   ด้าน รศ.ดร.พูนพิภพ เกษมทรัพย์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์หัวหน้าทีมชีววิทยาโอลิมปิกของประเทศไทย กล่าวถึงการเตรียมตัวผู้แทนประเทศไทยที่จะเข้าแข่งขันชีววิทยาฯ ครั้งนี้ว่าใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อเสริมความรู้ความเข้าใจด้านชีววิทยาในระดับที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งเป็นระดับที่ลึกซึ้งกว่าที่มีในการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วไป โดยให้ความรู้ที่เน้นความเข้าใจ แตกต่างจากการกวดวิชาทั่วไปเป็นอย่างมาก เป็นการเน้นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และยังเพิ่มเนื้อหาการอบรมในปีนี้ในหัวข้อที่ประเทศอินเดียได้แจ้งให้ทราบว่าจะเป็นข้อสอบปฏิบัติการ รวมทั้งทีมคณาจารย์ได้ปรับวิธีการอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากข้อสังเกตและประเด็นต่างๆ ที่พบในปีก่อนๆ ด้วย
 

 

 

 

 

ธนา ทองศรีคำ เหรียญทองชีววิทยาโอลิมปิกลำดับที่เก้าของโลก  Update  กันยายน 51

{mospagebreak}

หน้า 2

 

 

 

 

ฟิสิกส์สัประยุทธ์ : ทัพหน้า ไขปัญหาฟิสิกส์ใกล้ตัว โดยวัฒนา เฉียงเหนือ

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3


สืบ นาคะเสถียร ตำนานนักอนุรักษ์ไทย โดยหนูชะเอม

 

 

 

 

ชีวประวัติ สืบ นาคะเสถียร

โดย  มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

สืบ นาคะเสถียร คุณสืบ นาคะเสถียร หรือนามเดิม สืบยศ
เป็นชาวอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒
ที่ตำบลท่างาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี 
บิดาชื่อ นายสลับ นาคะเสถียร อดีต
ผู้ว่าราชการ จังหวัดปราจีนบุรี
มารดาชื่อ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้อง
ทั้งหมด ๓ คน โดยคุณสืบ เป็นบุตรชายคนโต
น้องชาย และน้องสาวอีก ๒ คน คือ 
คุณกอบกิจ นาคะเสถียร และคุณกัลยา รักษาสิริกุล
คุณสืบมีบุตรสาว ๑ คน ชื่อนางสาวชินรัตน์ นาคะเสถียร
ปัจจุบันอายุ ๒๔ ปี (พ.ศ.๒๕๔๔) 
ชีวิตและการทำงาน 
โดยที่สายตระกูลของคุณสืบ นาคะเสถียร  เป็นครอบครัวของชาวนา ชีวิตในช่วงปฐมวัยจึงต้องช่วยทำงานในนาของมารดา เมื่อว่างจากภาระดังกล่าวก็ออกท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ โดยมีไม้ง่ามหนังสะติ๊กคู่ใจ 

ได้เข้าเรียนชั้นประถมต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดปราจีนบุรี  ช่วงปิดเทอมว่างจากการเรียน ก็จะออกไปช่วยทางบ้านเสริมแนวคันนา เพื่อไม่ให้มีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้าน ทำงานกลางแจ้งทั้งวัน  แม้แดดจะร้อนก็มิเคยปริปากบ่น ครั้นเรียนจบชั้นประถม ๔ ต้องจากครอบครัวไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์หลุยส์  จังหวัดฉะเชิงเทรา จนกระทั่งเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ในสมัยนั้น คุณสืบ มีบุคลิกประจำตัวคือ เมื่อสนใจหรือตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็จะมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำจริงจัง จนประสบความสำเร็จ และเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดีมาโดยตลอด 

สืบ นาคะเสถียร
สืบ นาคะเสถียร
  • ๒๕๑๑-๒๕๑๔ เข้าศึกษาในคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความตั้งใจการศึกษาอย่างเต็ม ประสิทธิภาพ และเข้าร่วมกิจกรรมของนิสิตในมหาวิทยาลัย โดยเป็นที่ทราบกันดีระหว่าง หมู่เพื่อนผู้ใกล้ชิดว่า คุณสืบ เป็นผู้มีจิตใจรักงานศิลปะ สูงส่งในเชิงมนุษยสัมพันธ์ มีระเบียบ ในการดำเนินชีวิตในสมัยเรียนอย่างเป็นแบบแผน
สืบ นาคะเสถียร
  • ๒๕๑๖ เมื่อจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว  ได้เข้าทำงานที่กองสวนสาธารณะของการเคหะแห่งชาติ 
    ๒๕๑๗ เข้าศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาวนวัฒน์วิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนสำเร็จการศึกษา
  • ๒๕๑๘ บรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่ง พนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว - เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี ปราบปรามจับกุมผู้บุกรุกทำลายป่าอย่างมีประสิทธิภาพ 
สืบ นาคะเสถียร
  • ๒๕๒๒ ได้รับทุนจาก British Council ไปเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสาขาวิชาอนุรักษ์วิทยา
  • ๒๕๒๔ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมในการจัดการและประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากรฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าอีกหลายรุ่น  
  • ๒๕๒๖ กลับเข้าปฏิบัติราชการประจำ ฝ่ายวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ 
  • ๒๕๒๙ ปฏิบัติงานในหน้าที่หัวหน้าโครงการอพยพสัตว์ป่าตกค้างในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อน รัชชประภา(เชี่ยวหลาน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
  • ๒๕๓๐ ปฏิบัติงานในโครงการศึกษาผลกระทบสภาพแวดล้อม เพื่อพัฒนาพื้นที่ ป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ต่อมาได้รับคำสั่งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีกตำแหน่งหนึ่ง เป็นอาจารย์พิเศษ ประจำภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จัดเตรียมเอกสารข้อมูลทางด้านบทความและภาพถ่าย ทุ่มเทพลังกาย พลังใจ เพื่อคัดค้าน  การสร้างเขื่อนน้ำโจนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและการบุกรุกทำลาย ทรัพยากร ธรรมชาติทุกรูปแบบ 
  • ๒๕๓๑ กลับมาปฏิบัติราชการที่ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ 
  • ๒๕๓๒ เข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี  
  • ๒๕๓๓  จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้ง และทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นวิทยากรบรรยาย และร่วมอภิปรายในโอกาส และสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง ส่วนมากเป็นหัวข้อเรื่อง “ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาที่เกี่ยวข้อง ” “ การอพยพสัตว์ป่าตกค้างในเขื่อนเชี่ยวหลาน ” เป็นต้น เขียนเอกสาร โครงงานเพื่อจัดการให้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็นพื้นที่มรดกทางธรรมชาติของโลก 
สืบ นาคะเสถียร

๑ กันยายน ๒๕๓๓ 
ชำระสะสางภาระหน้าที่รับผิดชอบ และทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง มอบหมายเครื่องใช้ และ อุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว 


เช้าตรู่เริ่มต้นตำนานแห่งนักอนุรักษ์ สืบ นาคะเสถียร 
นักอนุรักษ์ไทย ผู้ที่รักป่าไม้และธรรมชาติด้วยกาย วาจา และใจ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิสืบนาคะเสถียร


 

 

นเรศวร มหาราช 2098-2148  จากสารคดี ธันวาคม 49

 

 

 

 

สะกิดใจ สารคดี ธันวาคม 49

 

ปฏิทินสากล คำนวณอย่างไร  โดย บัญชา ธนบุญสมบัติ

 

 

{mospagebreak}

หน้า 2


ปรากฏการณ์ธรรมชาติ และ สึนามิ ในพระอภัยมณี  ของ ศ. ดร.ทศพร วงศ์รัตน์ 

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6


 

 

 

สะกิดใจ ของ ปู่เย็น

 

 

ประวัติปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี

 

สำหรับประวัติของปู่เย็นนั้น  เป็นชาวเพชรบุรี นับถือศาสนาอิสลาม

บิดาชื่อนายสุข แก้วมณี มารดาชื่อนางชม แก้วมณี   ตามทะเบียนราษฎร์ปู่เย็นอาศัยอยู่ตามทะเบียนราษฎรเลขที่  274/4  ถ.มาตยาวงศ์  ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี  แต่เดิมปู่เย็นประกอบอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัว ซึ่งหากนับอายุตามหลักฐานทะเบียนราษฎร์ ปู่เย็นจะมีอายุ 89 ปี  แต่ปู่เย็นเคยบอกไว้ว่า ตนเกิดปีฉลู ซึ่งตรงกับปีพ.ศ.2443   จึงทำให้ขณะนี้อายุ 108 ปี  

 
ด้านชีวิตครอบครัว

ปู่เย็นแต่งงานอยู่กินกับ "ย่าเอิบ แก้วมณี" ชาวไทยพุทธแถวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยไม่มีฝ่ายใดได้เปลี่ยนศาสนา ซึ่งทั้งสองครองรักกันยืนยาว แต่ปู่เย็นไม่มีลูก เพราะปู่เย็นเป็นหมัน จะมีก็แต่บุตรสาวบุญธรรม 2 คน ซึ่งเมื่อเติบใหญ่ก็แยกย้ายไปมีครอบครัวของตน  จากนั้น ย่าเอิบก็ล้มป่วย และเสียชีวิตในวัย 94 ปี  ตอนนั้นปู่เย็นร้องไห้กับการจากไปของย่าเอิบเป็นเวลาประมาณ   3 เดือน และนับจากวันที่ย่าเอิบจากไป ปู่เย็นก็ออกจากบ้านเช่าราคาเดือนละ 800 บาท ขนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้น มาอยู่บนเรือลำเล็กๆ ล่องอยู่บนแม่น้ำเพชรบุรี นับตั้งแต่นั้น


ทั้งนี้ ปู่เย็นใช้ชีวิตอยู่บนเรือมา 10 กว่าปี เลี้ยงชีวิตด้วยการดักอวนหาปลา เหลือกินก็ขายถูกๆ ไม่ต้องมีตาชั่ง 20 30 บาท ปู่ก็ขายแลกเงินเพื่อประทังชีพ โดยไม่นึกว่าจะต้องพึ่งใคร ทั้งๆ ที่ปู่เย็นเองก็มีญาติสนิทมิตรสหาย แต่ปู่เย็นให้เหตุผลง่ายๆ ว่า "เกรงใจเขา" ที่สำคัญปู่เย็นไม่ชอบให้ใครสงสาร แต่ปู่เย็นชอบสงสารคนอื่น


 

จนกระทั่งวันวันที่  23 มีนาคม พ.ศ. 2548
 
ปู่เย็นได้เข้ารับเรือพระราชทานต่อเบื้องพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นเรือกว้าง 1 เมตร ยาว 6 เมตร มีประทุนหลังคากันแดดกันฝน ด้านครึ่งเรือตอนท้ายจะมีผ้ามุ้งสำหรับกันยุง สำหรับตัวเรือจะเป็นเนื้อไฟเบอร์กลาสตลอดทั้งลำ มีน้ำหนักเบาสามารถลอยตัวอยู่ในน้ำตื้นได้ สร้างความตื้นตันใจแก่ปู่เย็นเป็นอย่างมาก  โดยถึงกับพรั่งพรูคำพูดซื่อที่ออกมาจากใจของปู่เย็นด้วยถ้อยความดังนี้


"รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ใจดี สงสารคนแก่ ขอพระอัลเลาะห์จงคุ้มครองให้พระองค์อายุยืนกว่าผมหลายเท่า เรือพระราชทานสวยมาก จะเอาไปผูกไว้ที่ท่าโรงหม้อซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานลำไย ประมาณ 30 เมตร ใช้เป็นที่หลับนอนในเวลาที่อยากพักผ่อน แต่การจับปลายังจะใช้เรือลำเก่าเพราะขึ้นลงในขณะหาปลาสะดวกกว่า เคยบอกว่าอยากได้เครื่องยนต์มาใส่ท้ายเรือเพื่อจะขับไปต่างที่ได้ แต่หลายคนไม่เชื่อว่าขับเรือได้ ถึงขับได้ก็เป็นห่วงว่าจะเกิดอันตราย ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเรือลำเก่าก็เคยใส่เครื่องยนต์ แต่เครื่องพังไปนานแล้ว ถ้ามีก็ขับได้แต่ไม่เรียกร้อง เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเรื่องมาก"

จากนั้น ทางจังหวัดเพชรบุรีได้คัดเลือกให้ปู่เย็นเป็นผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี 2548 รวมถึงได้มอบ ให้ปู่เย็นเป็น "พรีเซ็นเตอร์ท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี" อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นมา ปู่เย็นก็ใช้ชีวิตตามแบบฉบับดั่งเดิมที่เคยเป็น โดยอาศัยอยู่ในเรือพระราชทาน และออกเรือไปหาปลามาประทังชีวิต แม้ว่าจะมีผู้คนมาบริจาคเงินให้ หรือแม้ว่าทางจังหวัดจะให้เงินเดือน แต่ปู่เย็นมักจะปฎิเสธ ด้วยเหตุผลว่า "เกรงใจมัน ชีวิตคนเหมือนสะพาน มีขึ้น มีลง มีสูง มีต่ำ พอสุดท้ายก็ตาย" 

 

ปู่เย็น ได้กลายเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วประเทศ ภายหลังหลังรายการ  “คนค้นฅน”  ได้นำเสนอเรื่องราวของ เฒ่าทรนง  ไปในคืนวันอังคารที่  22  กุมภาพันธ์  2548  และอีก  2  ตอนต่อมา  ซึ่งทำให้ชื่อของผู้เฒ่าแห่งลุ่มน้ำเพชรได้กลายเป็นที่รู้จักทันทีด้วยวิถีปฏิบัติที่เรียบง่าย  พอเพียง  และทระนง  จนกระทั่งกลายเป็นที่สนใจของคนมากมาย และมีผู้คนจากทั่วสารทิศมาเยี่ยมเยียนอยู่อย่างไม่ขาดสาย 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน
 

 

 

 

หนู : สัตว์โปรดของนักวิทยาศาสตร์ โดย  อ.สุทัศน์ ยกส้าน

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3


10 แง่มุมที่ควรรู้เกี่ยวกับ สตอร์มเซิร์จ  โดย ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ

 

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8


10 สุดยอดการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลก โดย อนุรัตน์ วัฒนาวงศ์สว่าง  สารคดี ตุลาคม 51

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4


 

 

 

เรื่องเล่าจากดาวแดง (ดาวอังคาร) จาก National GeoGraphic ธันวาคม 51

 

{mospagebreak}

หน้า 2

{mospagebreak}

หน้า 3

{mospagebreak}

หน้า 4

{mospagebreak}

หน้า 5

{mospagebreak}

หน้า 6

{mospagebreak}

หน้า 7

{mospagebreak}

หน้า 8

{mospagebreak}

หน้า 9

{mospagebreak}

หน้า 10


 

 

 

 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด :

| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

       บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์    

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2 

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์ 

ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

 

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

นักวิทยาศาสตร์เทศ

นักวิทยาศาสตร์ไทย

ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด

2. เวกเตอร์

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ

4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

7.  งานและพลังงาน 

8.  การดลและโมเมนตัม

9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ

12. ความยืดหยุ่น

13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร

17.  คลื่น

18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต

2.  สนามไฟฟ้า

3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า

6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก

 8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ 

10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

14. กลศาสตร์ควอนตัม

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง

5.  ของไหลกับความร้อน

6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 

7. แม่เหล็กไฟฟ้า 

8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์