การทดลองของทอมสัน
คุณสมบัติของรังสีแคโทด
1.ออกมาจากขั้วไฟฟ้าลบ(ขั้วแคโทด)
2.เดินทางเป็นเส้นตรง ด้วยความเร็วสูงมาก
3.เมื่อกระทบสารเรืองแสงทำให้เกิดการเรืองแสงขึ้น
4.เป็นลำของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเป็นลบ
5.ไม่สามารถทะลุผ่านฉากบาง ๆ ได้
6.เบี่ยงเบนในสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้า
เจ เจ ทอมสัน (Joseph John Thomson) ได้ทดลองเพื่อหาค่าประจุไฟฟ้าต่อมวลของอนุภาครังสีแคโทด (q/m) โดยในการทดลองใช้หลอดดังรูป

เมื่อต่อขั้วแคโทดและแอโนดเข้ากับความต่างศักย์สูง ๆ จะพบว่ามีรังสีแคโทดถูกปลดปล่อยออกมาและรังสีนั้นถูกเร่งผ่านความต่างศักย์ระหว่างแคโทดกับแอโนด รังสีที่ถูกเร่งจะเคลื่อนที่ผ่านช่องเล็ก ๆ ทำให้เกิดจุดสว่างที่ผนังหลอดถ้าเราใส่สนามแม่เหล็กเข้าไประหว่างแผ่นโลหะขนานโดยให้ทิศของสนามแม่เหล็กมีทิศพุ่งเข้าหาแผ่นกระดาษ(ตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่ของรังสีแคโทด) จะทำให้รังสีแคโทดเบี่ยงเบนลงดังรูป (รังสีแคโทดมีประจุไฟฟ้าลบ)
ขณะนี้เราจะได้ความสัมพันธ์ว่า
แรงเนื่องจากสนามแม่เหล็ก = แรงสู่ศูนย์กลาง
![]()
---------------- I
จากสมการ I ค่า B และ r เราสามารถวัดได้ ส่วนความเร็วของรังสีแคโทด v หาได้ ดังนี้
โดยการใส่สนามไฟฟ้าเข้าไประหว่างแผ่นโลหะคู่ขนาน P และ Q (ต่อแผ่น Q เข้ากับแหล่งที่มีศักย์ไฟฟ้าบวก และต่อแผ่น P เข้ากับแหล่งที่มีศักย์ไฟฟ้าเป็นลบ)โดยให้ทิศของแรงที่กระทำต่ออนุภาครังสีแคโทดเนื่องจากสนามไฟฟ้ามีทิศตรงกันข้ามกับทิศของแรงเนื่องจากรังสีแคโทด แล้วปรับความต่างศักย์ระหว่างแผ่นโลหะขนานจนกระทั่งลำของรังสีแคโทดเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงในสนามทั้งสอง ดังรูป

ขณะที่ลำของอนุภาครังสีแคโทด เคลื่อนที่เป็นทางตรง จะได้ว่า แรงเนื่องจากสนามแม่เหล็ก = แรงเนื่องจากสนามไฟฟ้า qvB = qE |
|
![]()
แทนค่า v ในสมการ I จะได้
![]()
เมื่อ q/m = ประจุต่อมวลของอนุภาคที่ต้องการศึกษา (C/kg)
B = ความเข้มสนามแม่เหล็ก (T, Wb/m2)
E = ความเข้มสนามไฟฟ้าระหว่างแผ่นโลหะขนาน (v/m)
V = ความต่างศักย์ระหว่างแผ่นโลหะขนาน (v)
r = รัศมีความโค้งของการเคลื่อนที่ของอนุภาคที่พิจารณาในสนามแม่เหล็ก (m)
d = ระยะห่างระหว่างแผ่นโลหะขนาน (m)
จากการทดลอง ทอมสันสามารถหาค่า q/m ของอนุภาครังสีแคโทด ได้เท่ากับ 1.76x1011 C/kg แต่เมื่อทอมสันได้ทดลองโดยเปลี่ยนโลหะที่ทำขั้วแคโทดเป็นโลหะชนิดต่าง ๆ แล้ววัดค่า q/m เขาพบว่าค่าประจุต่อมวลของอนุภาคที่ได้จากโลหะต่าง ๆ มีค่า เท่ากันคือ = 1.76x1011 C/kg ทอมสันจึงสรุปว่ารังสีแคโทดจากโลหะทั้งหลายเป็นอนุภาคชนิดเดียวกัน ต่อมาพบว่ารังสีแคโทดก็คืออิเลค ตรอนนั่นเองและถือว่าทอมสันเป็นคนแรกที่พบอิเลคตรอน
ทอมสันยังได้ทดลองวัดค่า q/m ของ hydrogen ion (อะตอมไฮโดรเจนที่สูญเสียอิเลคตรอนไป) หาค่า q/m ของ hydrogen ion ได้ = 9.7x107 C/kg
เมื่อเปรียบเทียบมวลของไฮโดรเจนกับอิเลคตรอนจะได้ ![]()
จากการศึกษาทราบว่าอะตอมไฮโดรเจนเป็นอะตอมที่เบาที่สุด แต่ยังมีมวลมากกว่าอิเลคตรอนถึง 1800 เท่า อะตอมไฮโดรเจนซึ่งเบาที่สุดและเล็กที่สุดแต่ยังหนักกว่าอิเลคตรอนมาก ๆ ก็แสดงว่ายังมีสิ่งที่เล็กกว่าอะตอมลงไปอีกและสิ่งนั่นก็คือ อิเลตรอน
ทอมสันจึงสรุปว่า อะตอมซึ่งแต่เดิมเชื่อว่าแบ่งแยกไม่ได้ไม่เป็นความจริง ความจริงอะตอมต้องแบ่งแยกได้และ อิเลคตรอนต้องเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอะตอม
![]()
กลับสู่เมนูอิเลคตรอนและโครงสร้างอะตอม
|
|
|
| 1. ไฟฟ้าสถิต | 2. สนามไฟฟ้า |
| 3. ความกว้างของสายฟ้า | 4. ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน |
| 5. ศักย์ไฟฟ้า | 6. กระแสไฟฟ้า |
| 7. สนามแม่เหล็ก | 8.การเหนี่ยวนำ |
| 9. ไฟฟ้ากระแสสลับ | 10. ทรานซิสเตอร์ |
| 11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ |
12. แสงและการมองเห็น |
| 13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ | 14. กลศาสตร์ควอนตัม |
| 15. โครงสร้างของอะตอม | 16. นิวเคลียร์ |
ครั้งที่
การเรียนฟิสิกส์ 2 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต