index 49

ทฤษฎีอีเทอร์อยู่กับที่
ถ้าแสงเป็นคลื่นในตัวกลางยืดหยุ่นเรียก อีเทอร์ ความเร็วของแสงควรจะเพิ่มขึ้นสำหรับคนในยานอวกาศ a ซึ่งกำลังเคลื่อนที่เข้าหาแสง และลดลงสำหรับคนในยานอวกาศ b ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกับแสง

ไม่พบความแตกต่างความเร็วของแสงในทิศทางการโคจรของโลกกับทิศทางที่ตั้งฉาก



ก้าวสำคัญของการค้นพบทฤษฎีควอนตัม คือ ข้อเสนอแนะโดยมักซ์ พลังค์ ในปี ค.ศ. 1900 ว่าแสงจะมาเป็นก้อนเล็กๆเสมอ ที่เขาเรียกว่าควอนตัม แต่ในขณะที่สมมติฐานของพลังค์ สามารถอธิบายการแผ่รังสีของวัตถุร้อนได้เป็นอย่างดี ปัญหาสำคัญของสมมติฐานก็ไม่ทราบกัน จนกระทั่งกลางทศวรรษ 1920 เมื่อเวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก ได้เสนอหลักความไม่แน่นอนอันโด่งดังของเขา ไฮเซนเบิร์กกล่าวถึงผลจากสมมติฐานของพลังค์ว่า เรายิ่งพยายามวัดตำแหน่งของวัตถุให้ได้แม่นยำเท่าใด เราก็จะสามารถวัดความเร็วของวัตถุได้แม่นยำน้อยลงเท่านั้น และในทางตรงกันข้าม
อย่างสั้นๆคือ เขาแสดงให้เห็นว่า สำหรับอนุภาคหนึ่ง ความไม่แน่นอนของตำแหน่ง คูณกับความไม่แน่นอนของโมเมนตัม ต้องมีค่ามากกว่าค่านิจของพลังค์เสมอ ซึ่งเป็นปริมาณสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับขนาดพลังงานหนึ่งควอนตัมของแสง





การสั่นของสตริง
ในทฤษฎีของสตริง วัตถุพื้นฐานไม่ใช่อนุภาค ซึ่งอยู่เป็นจุดในตำแหน่งหนึ่ง แต่เป็นสตริงหนึ่งมิติ สตริงเหล่านี้อาจมีจุดปลายทั้งสอง หรืออาจจับต่อกันเป็นวงปิด
สตริงในทฤษฎีสตริงก็จะคล้ายๆกับสายไวโอลิน ที่มีการสั่นเป็นบางรูปแบบ หรือความถี่พ้อง (Resonance frequency) ซึ่งมีความยาวคลื่นลงตัวพอดีอยู่ระหว่างสองปลายสาย
แต่ในขณะที่ความถี่พ้องของไวโอลินที่ต่างกัน ทำให้เกิดเสียงโน๊ตดนตรีต่างกัน การสั่นของสตริงที่ต่างกันทำให้เกิดเป็นมวล และแรงจากประจุที่ต่างกัน ซึ่งมีความหมายเป็นอนุภาคมูลฐาน กล่าวอย่างหยาบๆ คือความยาวคลื่นการสั่นของสตริงยิ่งสั้นลงอนุภาคก็จะมีมวลเพิ่มมากขึ้น

โฮโลกราฟฟี จริงๆ แล้ว เป็นปรากฎการแทรกสอดของคลื่น โฮโลแกรมถูกสร้างขึ้นมาเมื่อแสงจากเลเซอร์หนึ่งถูกแยกออกเป็นสองรังสี a และ b รังสี b สะท้อนจากวัตถุ c ลงสู่แผ่นไวต่อแสง d อีกรังสีหนึ่งคือ a ทะลุผ่านเลนส์ e และชนกับแสงสะท้อนของ b ทำให้เกิดรูปแบบการแทรกสอดขึ้นทีแผ่นรับแสง
เมื่อแสงเลเซอร์ถูกฉายทะลุผ่านแผ่นที่ล้าง (แผ่นฟิลม์) แล้ว ภาพสามมิติ เต็มตัววัตถุต้นแบบก็เกิดขึ้น ผู้สังเกตคนหนึ่งสามารถเดินรอบภาพโฮโลแกรม แล้วก็เห็นใบหน้าส่วนอื่นของภาพที่โดยปรกติจะถูกบังมิให้เห็นโดยกล้องทั่วไป
ผิวสองมิติของแผ่นฟิล์มทางซ้ายไม่เหมือนกับผิวภาพถ่ายทั่วไป มันมีสมบัติพิเศษที่ชวนทึ่งว่า เศษชิ้นเล็กๆของผิวมีข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นที่จำเป็นสำหรับการสร้างภาพเต็มขึ้นมาใหม่

ปรากฎการณ์ดอปเปอร์
ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วและความยาวคลื่นซึ่งเรียกว่า ปรากฎการณ์ดอปเปอร์ เกิดขึ้นเป็นประสบการณ์ประจำวัน
เสียงเครื่องบินที่บินผ่านเหนือศีรษะในขณะที่เครื่องบินกำลังบินเข้าใกล้ เสียงเครื่องยนต์จะดังสูงขึ้น และเมื่อเครื่องบินบินถึงจุดเหนือศีรษะและห่างหายไป เสียงจะดังต่ำลง เสียงที่สูงขึ้นเป็นเสียงของคลื่นเสียงที่มีความยาวคลื่นสั้นลง (ระยะทางระหว่างยอดคลื่นหนึ่งถึงยอดคลื่นถัดไป) และความถี่สูงขึ้น (จำนวนคลื่นต่อวินาที)
นี่เป็นเพราะว่า ในขณะที่เครื่องบินกำลังบินเข้าหาตัวคุณ มันจะอยู่ใกล้คุณมากขึ้น ขณะที่กำลังปล่อยยอดคลื่นถัดไป ทำให้ระยะทางระหว่างยอดคลื่นลดลง
เช่นเดียวกัน ในขณะที่เครื่องบินกำลังบินห่างออกไป ความยาวคลื่นเพิ่มขึ้น และคลื่นเสียงที่คุณได้รับจะต่ำลง (ความถี่ลดลง)

ปรากฎการณ์ดอปเปอร์เกิดขึ้นกับคลื่นแสงด้วย ถ้ากาแลกซี่หนึ่ง มีระยะห่างจากโลกคงที่ เส้นสเปกตรัมเฉพาะก็จะอยู่ในตำแหน่งปรกติ ทว่า ถ้ากาแลกซี่กำลังเคลื่อนที่ห่างจากเรา คลื่นจะถูกยืดยาวออก และเส้นสเปกตรัมเฉพาะ ก็จะขยับไปทางสีแดง เกิดเป็นเรดชิพต์(ขวา) ถ้ากาแลกซี่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเราคลื่นก็จะถูกบีบ และเส้นสเปกตรัมก็จะขยับไปทางสีน้ำเงิน เกิดเป็นบลู-ชิฟด์ (ซ้าย)




ถ้านักพนันแทงสีแดงสำหรับการหมุนวงล้อหลายครั้ง เราสามารถพยากรณ์ผลการแทงได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ เพราะผลการหมุนวงล้อแต่ละครั้งจะเฉลี่ยกันออกมา
ในทางตรงกันข้ามมันเป็นไปไม่ได้ที่จะพยากรณ์ผลการแทงในแต่ละครั้ง

เรื่องของไฟน์แมน
เกิดในบรุคลีน นิวยอร์ค ปี ค.ศ. 1918 ริชาร์ด ไฟน์แมน จบปริญญาเอกภายใต้การเป็นที่ปรึกษาของจอร์น วีลเลอร์ ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในปี 1942 หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ถูกดึงเข้าร่วมโครงการแมนฮัตตัน ที่นั่น เขาโด่งดัง สำหรับความเป็นคนอารมณ์ดี และชอบเล่นแผลงๆ ที่ห้องปฏิบัติการลอส อลามอส เขาชอบแอบเปิดตู้เซพลับสุดยอด และสำหรับการเป็นนักฟิสิกส์ที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาทฤษฎีระเบิดอะตอม ความอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่รู้จักจบสิ้นเกี่ยวกับโลก เป็นรากฐานความเป็นตัวตนของเขา มันไม่ได้เป็นเพียงสิ่งผลักดันให้เขาประสบความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น หากยังนำเขาไปสู่ผลงานที่น่าพิศวงอื่นๆ มากมาย ดังเช่น การอ่านภาษาโบราณมายัน
หลังสงครามโลกครั้งที่สอฃง ไฟน์แมนพบวิธีคิดแนวใหม่ อันทรงพลังเกี่ยวกับกลศาสตร์ควอนตัม ผลงานที่ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลประจำปี 1965 เขาท้าทายสมมติฐานพื้นฐานเก่าแก่ที่ว่า อนุภาคหนึ่งมีเพียงหนึ่งประวัติศาสตร์ เขาเสนอขึ้นมาใหม่ว่า อนุภาคหนึ่งเคลื่อนที่จากตำแหน่งหนึ่งไปยังอีกตำแหน่งหนึ่ง ได้ทุกเส้นทางที่เป็นไปได้ ในตำแหน่ง- เวลา สำหรับแต่ละเส้นทาง ไฟน์มีน กำหนดให้มีสองตัวเลข ตัวเลขหนึ่งสำหรับขนาด - แอมพลิจูด - ของคลื่นหนึ่ง และอีกตัวเลขหนึ่ง สำหรับเฟส- ว่าอยู่ที่ยอด หรือก้นคลื่น ความเป็นไปได้สำหรับอนุภาคในการเดินทางจาก A ไปถึง B หาได้โดยการรวมคลื่นสำหรับทุกเส้นทางที่เป็นไปได้จาก A ถึง B
ทว่าในโลกของชีวิตประจำวัน มันดูเหมือนว่า วัตถุเดินทางตามเส้นทางเดียวระหว่างจุดเริ่มต้นกับจุดปลายทาง สิ่งที่ดูเกิดขึ้นนี้ สอดคล้องกับความคิดหลายประวัติศาสตร์ของไฟน์แมน (หรือประวัติศาสตร์ผลรวมบวก) เพราะว่า สำหรับวัตถุขนาดใหญ่ กฎของเขาที่กำหนดตัวเลขสำหรับทุกเส้นทางเป็นหลักประกันว่า ทุกเส้นทางจะหักล้างกันเองหมด ยกเว้นเพียง เส้นทางเดียว หลังจากทีมีการรวมผลของทุกเส้นทาง เส้นทางเพียงเส้นทางเดียวจากจำนวนนับอนันต์นี้ จะมีความสำคัญขึ้นมา สำหรับการเคลื่อนที่ของวัตถุขนาดใหญ่เท่านั้น และเส้นทางนี้เอง ที่เป็นผลขึ้นจากกฎการเคลื่อนที่คลาสสิกของนิวตัน

นำมาจาก จักรวาลในเปลือกนัท แปลโดย ดร. ชัยวัฒน์ คุประตกุล


เตรียมรับมือกับการกลับมาของซารส์
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกรงว่าความหนาวเย็นและฤดูการระบาดของไข้หวัดใหญ่ปีนี้จะนำซารส์(sars)ซึ่งเป็นอาการปอดบวมถึงชีวิตนั้นหวนกลับมาอีก จากความเป็นไปได้ดังกล่าวฝ่ายจัดการของสนามบินจึงเตรียมแผนป้องกัน โดยศึกษาการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบด้วยอินฟราเรดเป็นแนวป้องกันด่านแรก อุปกรณ์ดังที่เห็นในรูปจะวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องบิน ผู้ที่มีไข้เล็กน้อยจะถูกนำไปยังบริเวณกักกันหากไม่พอใจกับผลการตรวจร่างกายและปฏิเสธที่จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอาจจะถูกเจ้าหน้าที่ทำการจับกุม เนื่องจากความเสี่ยงที่อาจจะถูกฟ้องร้องโดยประชาชนที่ถูกจับกุมจาการคลาดเคลื่อนของอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจ ทำให้ผู้ผลิตบางรายต้องดูท่าทีโดยระบุว่าแม้อุปกรณ์อินฟราเรดจะตรวจสอบผู้ที่มีไข้ได้ แต่ปัจจัยอีกหลายอย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิห้องอย่างกระทันหัน สามารถทำให้อ่านข้อมูลผิดพลาดได้และยังมีปัญหาเรื่องความแม่นยำของอุปกรณ์ เว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องรายงานว่ารัฐบาลแคนาดาพบความแตกต่างถึง 4 องศาจากอุปกรณ์ตรวจจับของผู้ผลิตที่แตกต่างกันบริษัทแห่งหนึ่งถึงกับแจ้งเตือนลูกค้าไม่ให้นำอุปกรณ์นี้ไปใช้ในการตรวจโรคซาร์ส

ลดความอ้วนด้วยไฟฟ้า
ในขณะที่ชาวอเมริกันกำลังผจญกับปัญหาโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง บรรดานักวิจัยต่างก็กำลังมองหาหนทางที่ดีขึ้นเพื่อช่วยผู้คนลดน้ำหนักลง วิธีการแปลกใหม่อย่างหนึ่งคือการใช้ระบบควบคุมน้ำย่อยซึ่งก็เหมือนเป็นอุปกรณ์ที่คล้ายกับเครื่องกระตุ้นหัวใจนั่นเอง นักวิทยาศาสตร์พบว่าการส่งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆไปยังกระเพาะจะทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าได้ผ่านมื้ออาหารมาแล้ว แม้ว่ากลไกการทำงานดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้ แต่เชื่อว่าการควบคุมผลิตน้ำย่อยจะกระตุ้นกล้ามเนื้อกระเพาะให้ส่งข้อมูลผ่านระบบประสาทไปยังกระแสโลหิตหรือระบบน้ำเหลืองไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ผู้ได้รับการฝังเครื่องนี้จะบริโภคน้อยลงทำให้ลดน้ำหนักอย่างได้ผลในระยะยาว ระบบนี้ยังมีการทดสอบกันในวงจำกัดในทวีปยุโร)และพิสูจน์ไดว่าปลอดภัยและได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในสหรัฐบริษัท intrapace แห่ง menlo park รัฐแคลิฟอร์เนียกำลังทดสอบแนวคิดนี้กับหมู โดยใช้เสื้อที่ออกแบบพิเศษดังรูป intrapace คาดว่าจะทำการวางตลาดเครื่องควบคุมน้ำย่อยที่สามารถสอดเข้าไปได้ผ่านทางช่องคอ

ดูโมเลกุล
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ใช้ชิ้นส่วนของวัสดุที่หาได้ง่ายๆ
สร้างกล้องจุลทรรศน์เพื่อจะดูการทำปฏิกิริยาระหว่างเอนไซม์กับโปรตีน
ซึ่งเป็นรากฐานของการกำเนิดชีวิต ก่อนหน้านี้
ความยาวคลื่นแสงที่มองเห็นได้ จะจำกัดจุดเล็กที่สุดของตัวอย่างที่เฝ้าสังเกต
ให้อยู่ที่ 1000 โมเลกุลโดยประมาณ
ในภาพจากซ้ายไปขวา คือโครงสร้างภายในที่หดเล็กลงเรื่อยๆ ของไมโครชิพทึบแสง
ที่นักวิจัยสามารถมองเห็นได้แค่เพียง 100
โมเลกุล เชื่อกันว่างานประดิษฐ์ชิ้นนี้จะช่วยให้ค้นพบตัวยาใหม่ๆได้

เทคนิคสร้างภาพอัลตราซาวน์
การตรวจสอบเส้นโลหิตด้วยวิธีการเดียวกับที่นักตั้งเสียงเปียนโนใช้ค้อนเคาะลงบนสายเปียนโน
อาจช่วยบอกถึงสุขภาพของเราเกี่ยวกัยระบบหมุนเวียนโลหิตได้
ทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยอัลตราซาวน์ดของเมโยคลีนิกในเมืองโรเชสเตอร์
รัฐมินเนโซต้ากล่าวว่าคลื่นเสียงทำให้เส้นเลือดในส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดการสั่นสะเทือนการเปลี่ยนแปลงระดับเสียงจะระบุถึงส่วนที่เสียหาย
เครื่องคอมพิวเตอร์จะประกอบภาพจากเสียงเข้าด้วยกันจนได้ภาพของเส้นเลือด
เทคนิกนี้อาจจะเป็นทางเลือกใหม่ที่มีค่าใช่จ่ายถูกกว่าการสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็ก(MRI)

มอเตอร์ขนาดเท่าโมเลกุล
โมเลกุล RNAที่คล้ายคลึงกับโมเลกุลซึ่งเซลส์ใช้ในการถอดรหัส DNAสามารถใช้ในการสร้างมอเตอร์เล็กจิ๋วเป็นพิเศษได้ผมคิดว่าเราสามารถสร้าง RNA ให้ทำงานประเภทกลไกได้Pexixuan Guo หัวหน้าทีมวิจัยที่มหาวิทยาลัย Purdue ในเมืองWest Lafayette รัฐอินเดียนากล่าวการเกาะตัวของ ATP สามารถขับมอเตอร์ที่สร้างขึ้นจาก RNA 6สาย ATPเป็นเซลส์ที่มีคุณสมบัติเทียบได้กับน้ำมันเชื้อเพลิง ทีมงานของGuo ประกอบมอเตอร์จากโมเลกุลดังที่เห็นในภาพเป็นRNA 6 สายอยู่รอบแกนDNA ตอนนี้เรากำลังศึกษาการนำไปประยุกต์ใช้งานกับกลไกขนาดจิ๋วซึ่งมีทางเป็นไปได้มากมายเขากล่าว

วิธีหมุนแบบใหม่
ได้มีการประดิษฐ์มอเตอร์ชนิดแบนแต่มีพลังเท่ากับมอเตอร์หนาแบบดั้งเดิมโดยมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ที่เมืองยูนิเวอร์ซิตี้พาร์ค มอเตอรดังที่เห็นในรูปมีความบางเท่ากับกล่องซีดี ที่ทำให้บางเช่นนี้ได้ก็โดยการใช้ตะกั่วเซอร์โคเนตไททาเนต ซึ่งเป็นธาตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าได้โดยกรรมวิธีพิเศษและขยายตัวได้เมื่อนำไปไว้ในสนามไฟฟ้าในภาพที่เห็น โครงสร้างที่คล้ายกับกงล้อเกวียนบางทำด้วยธาตุดังกล่าว มีซี่เฟืองบังคับทิศทางการหมุนของมอเตอร์ ส่วนประกอบที่ใช้ในการสร้างต้นแบบใช้เงิน 150 ดอลลาร์ศาตราจารย์ Gray Koopmann หัวหน้าทีมประดิษฐ์มอเตอร์คาดการณ์ว่าเมื่อผลิตออกจำหน่ายเป็นจำนวนมากจะสามารถขายในราคา 10 เหรียญสหรัฐฯได้ มอเตอร์ชนิดแบนนี้สามารถนำไปใช้งานได้หลายชนิดเช่นใช้กับพัดลมขนาดเล็กสำหรับคอมพิวเตอร์แล็บท็อป เป็นต้น

ช็อกคืนชีวิตกล้ามเนื้ออัมพาต
การผ่าตัดเพียงเล็กน้อยสามารถช่วยให้ผู้บาดเจ็บกระดูกสันหลังสามารถหายใจได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ขั้นตอนอาศัยการผ่าขนาดเล็กเพื่อให้สอดสายไฟเข้าไปในกระบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ควบคุมการหายใจมหาวิทยาลัย case western reserve แห่งเมืองคลีฟแลนด์ซึ่งเป็นผู้ร่วมพัฒนาอุปกรณ์อธิบายว่าเมื่อส่งสัญญาณกระตุ้นเข้าไปจากอุปกรณ์ที่คล้ายเครื่องกระตุ้นหัวใจกระบังลมจะขยายและหดตัว บรรดาแพทย์กล่าวว่าวิธีการดังกล่าวอาจช่วยคนไข้ได้ถึง 300รายต่อปีแต่จะได้ผลเฉพาะผู้ที่เส้นประสาท phrenicซึ่งเชื่อมต่อกระดูกสันหลังกับกระบังลม ไม่ได้รับความเสียหายขณะนี้การผ่าตัดกำลังอยู่ในระหว่างการทดลองกับคนไข้จำนวน 35 รายหนึ่งในนั้นคือดาราภาพยนตร์ Christopher Reeve ซึ่งคอหักและเป็นอัมพาตจากอุบัติเหตุตกม้าเมื่อ 8 ปีก่อน


เครื่องนับฟ้าผ่า
เครื่องนับฟ้าผ่าแบบใหม่นี้เป็นผลงานวิจัยโดยฝีมือคนไทยซึ่งมี รศ.ดร.สำรวย สังข์สะอาด อาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมธีวิจัยอาวุโส สกว.พร้อมด้วยทีมผู้ช่วยวิจัยเป็นผู้พัฒนาขึ้น เครื่องนับฟ้าผ่าเป็นอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ ใช้ตรวจนับจำนวนครั้งวางฟ้าผ่า(Lightning Flashes)เริ่มต้นพัฒนามาตั้งแต่ปีพ.ศ.2540ตามหลักการเครื่องนับฟ้าผ่าซีเกร(ciere)โดยใช้สัญญาณการเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟ้าจากลำฟ้าผ่า คือทำงานเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสนามไฟฟ้าที่สายอากาศเท่ากับ 20 โวลต์ต่อเมตรที่ความถี่ 10 กิโลเฮิรตซ์เครื่องนับฟ้าผ่าที่พัฒนาขึ้นมานี้สามารถนับจำนวนครั้งฟ้าผ่า นับจำนวนลำฟ้าผ่าซ้ำต่อครั้ง แยกเป็นฟ้าผ่าบวก ฟ้าผ่าลบ บันทึกวันเวลาที่เกิดฟ้าผ่าจริงละเอียดเป็นวินาที วัดได้ไกลในวงรัศมี 20 กิโลเมตรซึ่งผลของการทดลองติดตั้งเครื่องนับฟ้าผ่าที่จุฬาฯเพื่อบันทึกปรากฏการณ์ฟ้าผ่าต่อเนื่องกัน 3 ปี สามารถนับฟ้าผ่าได้ทั้งหมด 16,621 ครั้งและพบว่ากรุงเทพฯจะมีวันที่เกิดฟ้าคะนองประมาณปีละ 90 วันซึ่งความรู้และข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยชิ้นนี้จะประโยชน์อย่างยิ่งต่อการออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่าแก่อาคารและสิ่งปลูกสร้าง สิ่งมีชีวิต ระบบส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า ระบบสื่อสารการป้องกันแรงดันเสิร์จแก่อุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ที่มีความไวสูงต่อไป
| ฟิสิกส์ของแสงซินโครตรอน | ||
| ||
| ฟิสิกส์ของแสงซินโครตรอน เมื่อกล่าวถึงแสงซินโครตรอน โดยทั่วไปเราหมายถึงแสง (คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ซึ่งถูกผลิตโดยเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ซึ่งโดยหลักการทำงานของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน เราได้คำจำกัดความของแสงซินโครตรอน คือ ?"คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากอิเล็กตรอน (หรือโพสิตรอน) ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง ขณะกำลังเลี้ยวโค้งในสนามแม่เหล็ก" แสงซินโครตรอนเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ใช่เพียงอิเล็กตรอนหรือโพสิตรอนเท่านั้น แต่ความจริงแล้วอนุภาคมีประจุทุกชนิด เมื่อเคลื่อนที่จะปลดปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเสมอ ปรากกการณ์นี้อธิบายได้ด้วยสมการแม่เหล็กไฟฟ้าของแมกซ์เวลล์ ![]() ?โดย
![]() โดย
ทำไมต้องทำให้อิเล็กตรอนเลี้ยวโค้งในสนามแม่เหล็ก ในการพิจารณาลักษณะของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปลดปล่อยจากอนุภาคมีประจุนี้ เราพิจารณาปริมาณทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า กำลังการแผ่รังสี (radiation power) ซึ่งแปรผันกับค่าสนามไฟฟ้ายกกำลังสอง และเป็นปริมาณที่บอกค่าความเข้มแสง ?เราใช้ผลลัพธ์ของสมการของแมกซ์เวลล์หาค่ากำลังการแผ่รังสีดังกล่าว และแยกกำลังการแผ่รังสีออกเป็นสองส่วนคือส่วนที่เกิดจากความเร่งในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ และส่วนที่เกิดจากความเร่งในแนวขนานกับการเคลื่อนที่ กล่าวคือ
?เนื่องจากความเร่งนั้นสัมพันธ์กับแรง
เราสามารถหาค่ากำลังการแผ่รังสีในรูปของแรงเร่ง
![]() โดย
?จะเห็นได้ว่า ด้วยแรงเร่งเท่ากัน
แสงที่ถูกปลดปล่อยออกจากประจุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร่ง
ในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่นั้น มีความเข้มสูงกว่าแสง
ที่ถูกปลดปล่อยออกจากประจุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร่ง
ในแนวขนานกับการเคลื่อนที่ถึง?
หากต้องการแสงซินโครตรอนซึ่งมีความเข้มสูง ต้องทำให้ประจุเกิดความเร่งในแนวตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ นั่นคือทำให้ ประจุเลี้ยวโค้งโดยการเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็ก (จากผลของ Lorentz force) ทำไมต้องอิเล็กตรอน ทำไมต้องความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง ประจุซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วต่างกันจะปลดปล่อยแสงที่มีลักษณะต่างกัน เราพิจารณากำลังการแผ่รังสีของประจุที่เคลื่อนที่ ด้วยความเร็วต่างกันสองค่าดังรูป ![]() รูปแสดงการกระจายกําลังการแผ่รังสี
กรณีความเร่งอยู่ในแนวตั้งฉากกับทิศทางการเคลื่อนที่
(a) สําหรับอนุภาคพลังงานตํ่า (b) สําหรับอนุภาคพลังงานสูง จะเห็นได้ว่า ยิ่งอนุภาคเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง จะยิ่งปลดปล่อยแสงออกมาในมุมที่เล็กยิ่งขึ้น (ในทิศของการเคลื่อนที่) ดังนั้น แสงซินโครตรอนซึ่งปลดปล่อยจากอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเข้าใกล้ความเร็วแสง
|
คุณสมบัติพิเศษของแสงซินโครตรอน
| จากเหตุผลทางฟิสิกส์ข้างต้น
เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน จึงเป็นแหล่งกำเนิดแสง
ซึ่งให้แสงที่มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการเหนือกว่าแหล่งกำเนิดแสงประเภทอื่นๆ
คือ - เนื่องจากเป็นแสงที่ถูกปลดปล่อยจากอิเล็กตรอนอิสระ แสงซินโครตรอนจึงเป็นแสงที่มีความช่วงความยาวคลื่นกว้าง และต่อเนื่องตั้งแต่ย่านอินฟราเรดจนถึงรังสีเอ็กซ์ (ดูรูปประกอบ)
|
- มีความเข้มสูง และเป็นลำเล็กมาก
ซึ่งคุณสมบัติทั้งสองนี้รวมกันเรียกว่าความจ้า
(brightness) แสงซินโครตรอนจึงเป็นแสงที่มีความจ้าสูงมาก
(ดูรูปประกอบ)
|
- เนื่องจากอิเล็กตรอนคลื่อนที่อยู่ในแนวระนาบของวงแหวนกักเก็บอิเล็กตรอน แสงซินโครตรอนจึงเป็นแสงที่มีโพลาไรเซชันแน่นอน - เนื่องจากอิเล็กตรอนในวงกักเก็บอิเล็กตรอนนั้นโคจรอยู่เป็นกลุ่มก้อน (bunches) แสงซินโครตรอนจึงเป็นแสงที่มีลักษณะเป็นห้วง (pulsed) ซึ่งมี time structure ที่แน่นอน คุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ ทำให้แสงซินโครตรอนเป็นอุปกรณ์สำคัญในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลากหลายสาขา |
| ||
E=mc2
|
| ||||
ชีวประวัติของ สุพราห์มัณญัณ จันดราเศกขาร์
จากคำบอกเล่าของท่านเอง
|
| ||||
ชีวประวัติ
|
ครั้งที่
ภาพประจำสัปดาห์