ฟิสิกส์ราชมงคล

index  74

ความไม่แน่นอนในการวัด

เมื่อมีการวัดซ้ำๆหลายครั้ง ก็จะได้ค่าที่วัดที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าท่านทำอะไรผิด การที่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นเป็นเรื่องของการแปร-
ปรวนในขณะทำการวัด (ตัวอย่างเช่น ขณะที่ท่านทำการวัดความเร็วลมกลางแจ้ง ก็จะพบว่าค่าที่วัดมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา) หรืออาจเกิดจากเครื่องมือวัดที่ไม่มีความสมบูรณ์ตามที่มันควรเป็น (ตัวอย่างเช่น หากท่านใช้เทปวัดความยาวมันอาจจะยืดออกขณะที่วัด ทำให้เกิดค่าที่วัดแตกต่างกันได้)
ดังนั้นในการวัดซ้ำ และมีค่าที่วัดได้แตกต่างกันขึ้น วิธีที่ดีที่สุด คือการอ่านค่าซ้ำจำนวนมาก แล้วหาค่าเฉลี่ย ซึ่งค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้คือ ค่าจริง (True value)
ค่าเฉลี่ยหรือค่า arithmetic mean จะใช้สัญลักษณ์ ที่มี bar อยู่ข้างบนเช่น x ( x bar ) คือค่าเฉลี่ยของ xi
การหาค่าเฉลี่ย หรือ arithmetic mean ของจำนวนหนึ่งสมมติว่าท่านมีชุดของการอ่านค่า 10 ค่า ให้หาค่าเฉลี่ย โดย รวมค่าทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วหารด้วยจำนวนค่าที่ทำการวัด
(กรณีนี้ คือ 10 ค่า )
ค่าเฉลี่ยของค่าที่อ่านให้คือ : 170 = 17
10
3.4 Spread…..standard deviation
เมื่อทำการวัดซ้ำ ซึ่งจะได้ผลของการวัดที่แตกต่างกันไป ทำให้มีคำถามตามมาว่า ค่าที่วัดได้นั้นมีการกระจายเช่นใด กว้างหรือแคบเพียงใด การกระจาย(spread) ของค่าที่วัดจะบ่งบอกถึงค่าของความไม่แน่นอนของการวัด (uncertainty of measurement) หากเราทราบว่าการกระจายของผลการวัดมีความกว้างหรือแคบเท่าใด ก็จะทำให้เราเริ่มต้นที่จะตัดสินใจได้ว่าคุณภาพของการวัด หรือ ชุดของการวัดนั้นดีเพียงใด
บางกรณีเราอาจต้องการทราบแต่เพียงว่า range ของค่าที่วัดได้ ต่ำสุดและสูงสุดเป็นเท่าใดเพียงเท่านั้น แต่หากเป็นชุดของค่าที่วัดได้ที่มีจำนวนการวัดซ้ำจำนวนน้อย เราจะไม่ได้รับประโยชน์จากการกระจายแบบนี้เลย เพราะอาจมีค่าที่วัดได้หนึ่งค่าที่ แตกต่าง จากค่าส่วนใหญ่
ดังนั้น ในทางปฏิบัติเราจึงจะใช้ standard deviation เป็นตัวแสดงถึงการกระจายของข้อมูลการวัด ซึ่ง standard deviation ของชุดของค่าที่วัดได้ใดๆ จะบ่งบอกให้เราทราบถึงค่าความแตกต่างระหว่างค่าที่วัดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แตกต่างจากค่าเฉลี่ยโดยปกติ จะพบว่าจำนวนสามในสี่ของค่าที่วัดได้จะอยู่ระหว่าง ± หนึ่ง standard deviation จากค่าเฉลี่ยและ 95 %ของค่าที่วัดได้จะอยู่ระหว่าง ± สองเท่า

การคำนวณ estimated standard deviation จากชุดของการวัดชุดหนึ่ง
สมมติว่าเรามีชุดการอ่านค่าชุดหนึ่งดังตัวอย่างที่ 1 คือ 16,19,18,16,17,19,20,15,17 และ 13
ดังนั้นค่าเฉลี่ย คือ 17
ขั้นต่อไปหาความแตกต่างระหว่างค่าที่อ่านได้แต่ละครั้งกับ ค่าเฉลี่ย จะได้ค่าดังนี้
- 1 +2 +1 -1 0 +2 +3 -2 0 -4
ยกกำลังสองของค่าความต่าง จะได้ดังนี้
1 4 1 1 0 4 9 4 0 16
ขั้นต่อไป คำนวณค่ารวมของค่าแตกต่างยกกำลังสอง แล้ว
หารด้วยจำนวนครั้งของค่าที่อ่านลบด้วย 1หรือเท่ากับ n -1
ซึ่งจะได้ 1+4+1+1+0+4+9+4+0+16 = 40 = 4.44
(10-1) 9
estimated standard deviation จะได้จากถอด square root ค่าที่คำนวณได้ดังนี้
S = 4.44 = 2.1
(ปรับค่าให้มีทศนิยมตำแหน่งเดียว)
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าขบวนการคำนวณestimated standard deviation สำหรับชุดการอ่านค่า n ครั้ง
จะได้จากสมการ n

สรุป

UNCERTAINTY คือความไม่แน่นอนของการวัด

ความไม่แน่นอนในการวัด หมายถึง ผลการวัดที่ไม่แน่นอนยกตัวอย่างเช่น
การวัดค่าความต้านทานของ R 100 โอห์มเมื่อทำการวัด 10 ครั้งได้ค่าออกมา 98 99, 97 , 101.5 , 98, 100 , 100.8, 98.5, 100, 101.5 โอห์ม ตามลำดับจะเห็นได้ว่าการวัดแต่ละครั้งจะได้ค่าที่ไม่เท่ากันนั่นคือ UNCERTIANTY ความไม่แน่นอนของการวัดอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่างได้แก่
-จากการใช้วิธีการวัดที่ผิด
-จากความผิดพลาดของเครื่องวัดเอง
-จากการอ่านผิด
-จากสภาพแวดล้อม
เครดิต โดยคุณ คมสันต์

 

เลขนัยสำคัญ (Significant Figures)
คือ ตัวเลขที่ได้จากการวัดโดยใช้เครื่องมือที่เป็นสเกล โดยเลขทุกตัวที่บันทึกจะมีความหมายส่วนความสำคัญของตัวเลขจะไม่เท่ากัน ดังนั้นเลขทุกตัวจึงมีนัยสำคัญ ตามความเหมาะสม เช่น วัดความยาวของไม้ท่อนหนึ่งได้ยาว 121.54 เซนติเมตร เลข 121.5 เป็นตัวเลขที่วัดได้จริง ส่วน 0.04 เป็นตัวเลขที่ประมาณขึ้นมา เราเรียกตัวเลข121.54 นี้ว่า เลขนัยสำคัญ และมีจำนวนเลขนัยสำคัญ 5 ตัว

หลักการพิจารณาจำนวนเลขนัยสำคัญ
เลขทุกตัว ถือเป็นเลขที่มีนัยสำคัญ ยกเว้น
1. เลข 0 ( ศูนย์ ) ที่อยู่ซ้ายมือสุดหน้าตัวเลข เช่น
0.1 มีเลขนัยสำคัญ 1 ตัว
0.01 มีเลขนัยสำคัญ 1 ตัว
0.0152 มีเลขนัยสำคัญ 3 ตัว
2. เลข 0 ( ศูนย์ ) ที่อยู่ระหว่างตัวเลขถือเป็นเลขนัยสำคัญ เช่น
101 มีเลขนัยสำคัญ 3 ตัว
1.002 มีเลขนัยสำคัญ 4 ตัว
3. เลข 0 ( ศูนย์ ) ที่อยู่ท้ายแต่อยู่ในรูปเลขทศนิยม ถือว่าเป็นเลขนัยสำคัญ เช่น
1.20 มีเลขนัยสำคัญ 3 ตัว
2.400 มีเลขนัยสำคัญ 4 ตัว
4. เลข 0 ( ศูนย์ ) ที่ต่อท้ายเลขจำนวนเต็ม ถ้าจะนับเป็นเลขนัยต้องทำเครื่องหมายบอก เช่น
120 มีเลขนัยสำคัญ 2 ตัว
120 มีเลขนัยสำคัญ 3 ตัว
200 มีเลขนัยสำคัญ 1 ตัว
200 มีเลขนัยสำคัญ 2 ตัว
200 มีเลขนัยสำคัญ 3 ตัว
5. เลข 10 ที่อยู่ในรูปยกกำลัง ไม่เป็นเลขนัยสำคัญ เช่น
1.30 x104 มีเลขนัยสำคัญ 3 ตัว
2.501 x106 มีเลขนัยสำคัญ 4 ตัว

การบวกและการลบเลขนัยสำคัญ
ให้บวกลบข้อมูลตามปกติ แล้วเมื่อได้ผลลัพธ์ให้บันทึกโดยมีจำนวนตำแหน่งทศนิยมเท่ากับตำแหน่งทศนิยมของข้อมูลหลักที่มีจำนวนตำแหน่งทศนิยมน้อยที่สุด เช่น
1. 2.12 + 3.895 + 5.4236 = 11.4386
ปริมาณ 2.12 มีความละเอียดถึงทศนิยมตำแหน่งที่ 2
3.895 มีความละเอียดถึงทศนิยมตำแหน่งที่ 3
5.4236 มีความละเอียดถึงทศนิยมตำแหน่งที่ 4
ผลลัพธ์ 11.4386 มีความละเอียดถึงทศนิยมตำแหน่งที่ 4 ซึ่งมากกว่าเครื่องมือวัดที่อ่านได้ 2.12 , 3.895 ดังนั้นผลลัพธ์ต้องมีเลขนัยสำคัญมีความละเอียดไม่เกินทศนิยมตำแหน่งที่ 2
ดังนั้น ผลลัพธ์ คือ 11.44
2. 15.7962 + 6.31 – 16.8 = 5.3062
ดังนั้น ผลลัพธ์ คือ 5.3

การคูณและการหารเลขนัย
ให้คูณ-หารข้อมูลตามปกติ แล้วเมื่อได้ผลลัพธ์ให้บันทึก โดยมีจำนวนค่านัยสำคัญเท่าจำนวนค่านัยสำคัญของข้อมูลหลักที่มีจำนวนค่านัยสำคัญน้อยที่สุด เช่น
1. 432.10 x 5.5 = 2376.55
ปริมาณ 432.10 มีจำนวนเลขนัยสำคัญ 5 9y;
5.5 มีจำนวนเลขนัยสำคัญ 2 9y;
ผลลัพธ์ 2376.55 มีจำนวนเลขนัยสำคัญ 6 ซึ่งมีจำนวนเลขนัยสำคัญได้เพียง 2 ตัว
ดังนั้น ผลลัพธ์ คือ 2.4 x 103
3. 0.6214 ¸ 4.25 = 0.1374778
ดังนั้น ผลลัพธ์ คือ 0.137

หมายเหตุ
การปัดเศษของจำนวน ถ้ามีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 5 ตัวเลขที่อยู่หน้าให้ปัดค่าเพิ่มอีกหนึ่งค่า และ ถ้ามีค่าน้อยกว่า 5 ให้ปัดเศษทิ้ง เช่น 1.2364 ต้องการตัวเลขที่มีเลขนัยสำคัญเท่ากับ 2 คำตอบคือ 1.2 ถ้าต้องการตัวเลขที่มีเลขนัยสำคัญเท่ากับ 3 คำตอบคือ 1.24
 


เมื่อคุณมองกลับไปที่โลก.. จะพบว่ามันเหมือนบอลลูนสีฟ้ากำลังล่องลอยอยู่ในอวกาศท่ามกลางความมืดสนิท '




การเป็นมนุษย์อวกาศไม่ใช่เรื่องง่าย การกินการอยู่ต้องลำบากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอาหารรับประทานได้ไม่กี่ชนิด และที่สำคัญต้องกินอาหารซ้ำกันอยู่อย่างนั้นเป็นเดือน ถึงจะเปลี่ยนเมนูใหม่ได้ แต่ทำไมมนุษย์อวกาศรัสเซีย ถึงบอกว่า ถ้าให้เลือกได้ พวกเขาไม่อยากเดินทางกลับโลก ซึ่งเป็นภารกิจที่พวกเขาชอบน้อยที่สุด

วลาดิมีร์ เดซูรอฟ มนุษย์อวกาศชาวรัสเซีย บอกเล่าว่า สิ่งที่ดีที่สุด และเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด ก็คือ หลังจากเริ่มปฏิบัติงาน เมื่อคุณมองกลับไปที่โลก จะพบว่า โลกของเราเหมือนบอลลูนสีฟ้าขนาดใหญ่ และบอลลูนที่สวยงามใบนี้ กำลังล่องลอยอยู่ในอวกาศ ที่ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยความมืดสนิท
 


เดซูรอฟ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในสตาร์ซิตี้ อดีตฐานฝึกฝนลับสุดยอดสำหรับมนุษย์อวกาศใกล้กรุงมอสโก มาเป็นเวลาถึง 21 ปี และต้องขึ้นปฏิบัติภารกิจถึง 2 ใน 4 เดือน บนสถานีอวกาศนานาชาติ ที่อยู่ห่างจากโลก 350 กิโลเมตร เดซูรอฟ กล่าวว่า เขาคิดว่าไม่มีอาชีพใดแล้วที่เขาจะทำได้ดีกว่าการเป็นมนุษย์อวกาศ แม้ความจริงก็คือ หลังจากที่เริ่มงานไปได้สักพัก ความคิดถึงบ้านชั่วขณะได้ผุดขึ้นมาทันที

ปัญหาใหญ่ไม่ใช่การทำงานนานนับชั่วโมง หรือการคิดถึงครอบครัวและมิตร สหาย แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่กำลังจะกลับสู่โลก ซึ่งปัญหาไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับทางโลก เช่น บิลเรียกเก็บเงิน หรือการจับจ่ายซื้ออาหาร แต่เป็นเพราะโครงสร้างกล้ามเนื้อที่เสื่อมโทรมลงอย่างมาก การเดินในอวกาศเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงต้องมีการเรียนรู้วิธีการท่องอวกาศ เหมือนเด็กเพิ่งหัดเดิน

 




บรรดามนุษย์อวกาศต้องมีการออกกำลังกายทุกวันบนสถานีอวกาศ เพื่อป้องกันไม่ให้ขาและเท้าลีบ ภายใต้สภาวะไร้น้ำหนัก และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เป็นเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายสู่สภาพปกติ หลังจากที่อยู่ในอวกาศมายาวนาน


มนุษย์อวกาศรัสเซียทุกคน ซึ่งผ่านการฝึกฝนให้เป็นทั้งแพทย์ , นักบินกองทัพและวิศวกร ยังต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมเสมอ เพื่อการเดินทางภายในจรวดที่คับแคบ และอยู่ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง พวกเขามีประสบการณ์สภาพไร้น้ำหนักในเครื่องบินแบบพิเศษ ที่บินขึ้นลงอย่างรวดเร็วในลักษณะตั้งฉากจากพื้นดิน ทำให้เกิดแรงเหวี่ยงมหาศาล


ซึ่งเรื่องนี้ ชาร์ลส์ ซิโมนยี อดีตผู้บริหารไมโครซอฟท์ วัย 58 ปี และเป็นนักท่องเที่ยวอวกาศรายที่ 5 ของโลก ได้เขียนลงในกระทู้ของเขา หลังจากการฝึกฝนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า มันเป็นความแตกต่างจากประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวคนก่อนหน้านี้อาจได้รับ ซิโมนยี ต้องจ่ายเงินสูงถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการเข้าคอร์ส เพื่อเตรียมตัวเป็นนักท่องอวกาศ การเดินทางท่องอวกาศของซิโมนยีเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ผ่านไปอย่างราบรื่น และเดินทาง กลับโลกอย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม เกนนาดี ปาดัลกา มนุษย์อวกาศรัสเซียอีกคนกล่าวว่า แม้ธุรกิจการท่องอวกาศดำเนินไปได้สวย แต่มนุษย์อวกาศบางคน ก็มีมุมมองต่ออุตสาหกรรม ดังกล่าวที่แตกต่างออกไป โดยบอกว่า เมื่อมีคนเดินมาพร้อมกับเงินถุงขนาดใหญ่ก็ได้บินสู่อวกาศ ขณะที่เพื่อนร่วมโลกอีกเป็นจำนวนมากไม่สามารถทำได้ ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เรื่องดี แต่มองอีกมุม ก็เป็นการสนับสนุนทางการเงินที่ดีเช่นกัน เพราะนับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย มนุษย์อวกาศก็มีรายได้ลดลง แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า มนุษย์อวกาศกับนักท่องเที่ยวอวกาศ ต้องเดินทางกลับโลกอย่างปลอดภัย.

ที่มา : เลนซ์ซูม คอลัมป์สังคมโลก : เดลินิวส์

ศิลปิน : Portrait
อัลบัม : EP.SAD
เพลง : ขอดาว

ขอ... ฉันขอนั่งคุยด้วยได้ไหม... ดวงดาว
ไม่มีอะไรจะทำ ขอนั่งคุยกันถึงเช้า
ก็เหงาเพราะใครบางคนนั้น .. กลับมาเดินแยกทาง

ดาว ... ฉันมันไม่ดีพอให้รักใช่ไหม
รึอันที่จริง ตัวฉันโชคร้ายไม่เคยเจอะใคร
ที่เค้ารักจริงอย่างตัวฉัน หลอกลวงกันทุกที

ดาวเธอเองก็อยู่บนฟ้า
หากพอมีเวลาช่วยฉันสักที
ถ้ามองจากบนฟ้า
อาจจะเห็นว่าความรักแท้ยังมี

ฉันนั้นเจอแต่คนใจร้าย
และสุดท้ายก้อต้องเจ็บช้ำทุกที
ขอดาวช่วยตามหา .. ช่วยกันมองหา .. หาคนใจดี

ดาว ... เธอเคยได้ยินเรื่องรักแท้บ้างไหม
ฉันเองไม่เคยจะเห็นหน้าตามันเป็นอย่างไร
ไม่รู้ต้องรออีกนานไหม .. กว่าจะเจอสักที.

 


90 ทิปสำหรับ วินโดว์

1.แปลงระบบ FAT32 ให้เป็น NTFS
ไปที่ start >run พิมพ์ Convert X: /FS:NTFS
X คือ ไดร์ฟที่จะเปลี่ยน
ระหว่าง ไดร์ฟ: กับ / ต้องมีเว้นวรรค
แล้วกด ok แล้วจะมีการยืนยันกด yes ไปเรื่อยๆแล้วกด enter เพื่อ restart แล้วก็รอจะเข้า windows ใหม่ ก็เรียบร้อย


2.วิธี backup registry
start>program>accessories>system tool เลือก backup
จะปรากฏหน้าต่าง backup or restore
คลิกที่ลิงค์ advance mode
คลิกแถบ backup
แล้วคลิกเลือกส่วน System State
ดูด้านล่างตรง backup media or file name กำหนดว่าจะ backup ที่ไหน
คลิก start backup แระstart backup จนเสร็จ


3.วิธี restore registry
start>program>accessories>system tool เลือก backup
จาปรากฏหน้าต่าง backup or restore
คลิกที่ลิงค์ advance mode
คลิกแถบ restore and manage media
คลิกเลือก system state ที่ backup ไว้
คลิก start restore


4.หยุดการ auto run ของแผ่น cd
ก่อน shift ค้างแล้วใส่แผ่น cd


5.ลบโปรแกรมที่มาพร้อมกับ win xp ออก
โปรแกรมที่มากับ winxp จะไม่มีใน add remove
ไปที่ start >setting>control panal>folder option
เลือกแถบ view เลือก show hidden files....เพื่อให้ windows โชว์ไฟล์ทั้งหมด
แล้วไปที่ start>run พิมพ์ inf
หาไฟล์ sysoc.inf แล้วดับเบิ้ลคลิก จะเปิดมาใน notepad
มองหาโปรแกรมที่จะลบ แล้วลบคำว่า hide ออกแล้ว save แล้วไปที่ add remove แล้วลบโปรแกรมที่จะเอาออก


6.วิธีลบ Shared Documents ออกจาก My Computer
บางท่านคงไม่เคยใช้ประโยชน์จากโฟลเดอร์นี้เลย ครั้งอยากลบก็ลบเหมือนโฟลเดอร์ทั่วๆไปไม่ได้ รกตาเป็นบ้า
ดังนั้นเรามาดูวิธีลบมันออกไปกันดีกว่า หุหุหุ
ก่อนอื่นให้ไปที่ Start>Run แล้วพิมพ์ regedit
จากนั้นให้เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer\MyComputer\NameSpace\Delegate Folders
จากนั้นให้มองหาคีย์ {59031a47-3f72-44a7-89c5-5595fe6b30ee}
ลบคีย์ที่ว่านี้ออกไปซะ Restart เครื่องใหม่ซะ
Shared Documents ก็จะหายไปจาก My Computer



7.เมื่อ keyboard เสีย
เราสามารถใช้โปรแกรมที่มากับ winxp มาแก้ขัดก่อนได้ คือ on-screen keyboard
ไปที่ start>run พิมพ์ OSK


8.เข้า winXp ไม่ต้องรอนาน
โดยปกติเมื่อเปิดเครื่องเข้า winxp นานประมาณ 30 วินาทีอาจไม่ทันใจพวกเรานัก
ไปที่ start>run พิม cmd
มันจะขึ้นมาเป็น Dos พร้อม พิมพ์ bootcfg /timeout 5
แล้วกด enter
แล้วลองเข้า winxp ใหม่


9.โปรแกรม ค้าง ระหว่างการใช้งาน
กด alt+ctrl+delete จะปรากฏหน้าต่าง window task manager เลือก application
ดูว่าโปรแกรมไหนที่ not responting ก็ไปที่โปรแกรม แล้วกด end task


10.การทำให้ Notepad ไม่มี Scrollbar
บางคนอาจจะงง จะทำให้มันไม่มีไปทำไม
คำตอบคือ บางครั้งเวลาเปิดอ่านข้อความในโน๊ตแพด บางทีมันจะยาวไปทางขวามากๆ ทำให้เวลาอ่านต้องเลื่อนตามไป อ่านลำบากดีแท้ อันนี้ก็เป็นวิธีทำให้อ่านง่ายขึ้นอีกนิด
วิธีก็ เข้าไปที่โปรแกรม NotePad แล้วไปที่ เมนู Format > Word Wrap
เท่านี้มันก็จะเรียงให้ใหม่


11.หลายครั้งที่เปิดหน้าต่าง IE ขึ้นมา มันจะใหญ่ๆเล็กๆ ไม่เท่ากันใช่มั้ย ต้องานั่งกดให้มันเต็มจอทุกครั้งดูแล้วน่ารำคาญ
เรามีวิธีแก้ง่ายๆให้คุณ หุหุหุ
1. เข้าที่ Starts > Program > Internet Explorer คลิกขวาเลือก Properties
2. ที่หน้าต่าง Internet Explorer Properties ช่อง Run: คลิกเลือกให้อยู่ที่ Maximized แล้วคลิก OK



12.ติดจรวจในการเล่น internet ใน winxp
การใช้ internet บางครั้งเร็ว บางครั้ง ขึ้นอยู่กับส่วนปะกอบหลายอย่าง วิธีนี้ก็ทำให้ internet เร็วขึ้นที่ถูกและเร็ว ^o^
ไปที่ start > run พิมพ์ gpedit.msc กด ok
จะแสดงหน้าต่าง Group Policy
ที่ computer config.. เลือก Administrative Templates
หัวข้อ network เลือกที่ QoS Packet Scheduler
มองหน้าต่างขวามือ ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit reservable bandwith
จะปรากฏหน้าต่างใหม่ Limit reservable bandwith Propoties เลือกแถบ setting คลิกเลือกที่ช่อง Enable
ในกรอบ Bandwith limit(%) ปรับเป็น 0 แล้วกด ok


13.เวลาเราใช้คำสั่ง Search (Start>Search)
หาไฟล์ต่างๆในเครื่อง มันจะมีหมาน้อย ออกมาพูดแนะนำต่างๆใช่มะ
หากเราเหม็นขี้หน้ามัน เราสามารถไล่มันไปได้
วิธีก็ดังนี้เลย
ไปที่ Start>Search
จากนั้นดูด้านล่าง จะเห็น Change preferances คลิกเข้าไปโลด
คลิก Without an animeted screen character
เท่านี้เจ้าหมาน้อย ก็จะเดินจากเราไปแบบงอนๆ



14.เร่งความเร็ว start menu ให้เร็วทันใจ
ไปที่ start >run พิมพ์ regedit
เลือก HKEY_CURRENT_USER\Control Panal\Desktop ดูกรอบขวามือ ดับเบิ้ลคลิก MenuShowDelay ปรากฏ edit string ในกรอบ value data ให้ใส่ไป 0 ไปเลย ถ้าอยากให้เร็วสุดๆ ^^


15.error report ความผิดพลาดในการใช้ windows xp
หรือโปรแกรมอื่นๆ เวลามันผิดพลาดจะปรากฏหน้าต่าง error report เพื่อแจ้งไปให้ไมโครซอฟได้รู้ แต่ถ้าจาปิดหน้าต่างนี้ ก็
คลิกขวา my com > propoties
เลือก advance คลิกปุ่ม error reporting
คลิกเม้าที่หน้า disable error reporting กด ok


16.System Restore จะช่วยให้สามารถเรียกระบบ window
ที่สมบูรณ์กลับคืนมาเมื่อ windows มีปันหา แต่ปันหาว่า มันกินพื้นที่ไปประมาณ 15% ของ HDD ถ้าเรามีเนื้อที่ม่ายพอ ก้อปิดการทำงานส่วนนี้ไปเลย
คลิกขวา my com >propoties เลือกแถบ system restore เอาเครื่องหมายถูกหน้า turn off system restore ออก กด ok


17.ปรับขนาดของถังขยะ recycle bin เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน
คลิกขวา recycle bin ไป propoties
ปรับที่ตรง % จากเดิมมันจะเป็น 20% ก็ปรับเป็น 4 %ของ HDD จะก็สามารถเพิ่มพื้นที่ของ HDD ได้อีก 16% เลย ^o^


18.ปรับแต่งโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำให้เร็วขึ้น
ให้กดปุ่ม clrt + alt + delete ปรากฏกรอบ windows task manager เลือกแถบ processes
เลือกโปรแกรมที่จะปรับแต่ง คือคลิกขวาที่โปรแกรม แล้วไปที่ set priority
normal เป็นการทำงานปกติ ก้อปรับเป็น high
ถ้าโปรแกรมเร็วเกินไปก้อไปที่ low เมื่อปรับแต่งเสร็จจะแจ้งเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงค่า ให้คลิก ok


19.มีบางคนใช้คอมฯ อยู่ดีๆแล้วรีสตาร์ทอัตโนมัติ
สาเหตุก็เกิดจากโปรแกรมได้กำหนดค่าไว้ให้มีการรีสตาร ์ทระบบอัตโนมัติเมื่อพบว่าระบบมีปัญหา
วิธีแก้คือ
คลิกขวา my com > propoties
ที่กรอบ system propoties เลือกแถบ advance
คลิกที่ setting จากกรอบ startup and recovery
ที่กรอบ system failure ให้ติ๊กถูกที่ automatically restart ออก แล้วกด ok เพื่อยืนยัน หรือ นอนยัน 555


20.วิธีประหยัดไฟ คอมพิวเตอร์start >
turn off computer > turn off


21.ใครแอบดูเราตอนเล่นเนต์ อาจจะมีเซียนมือโปรเข้ามาขโมยข้อมูลเราก็ได้ เราสามารถใช้ win xp ตรวจดูได้
ไปที่ start > run พิมพ์ nestat 20 แล้วกด ok
ปรากฏหน้าต่างขึ้นมาดูว่ามี ip อันไหนแปลกปลอมเข้ามาบ้าง โดยโปรแกรมจะตรวจทุกๆ 20 วินาที


22.ดู ip เครื่องยังไง
ไปที่ start >run พิมพ์ cmd แล้ว ok
แล้วพิมพ์ ipconfig แล้วกด enter
ดูตรง ip address


23.อาการเม้าส์เจ๊ง ถ้าไม่มีเวลาไปซื้อ ก็ต้องใช้ คีย์บอร์ด แทนไปก่อน
ทำได้ดังนี้
ไปที่ start >setting>control panal
ดับเบิ้ลคลิกที่ accessibility options
เลือกแถบ mouse คลิกเครื่องหมายถูกหน้า use mouse keys คลิกปุ่ม settings ในกรอบ keyboard shortcut คลิกเม้าส์ที่ช่องของ use shortcut เพื่อกำหนดดารใช้งานของ keyboard คลิกปุ่ม ok
ต่อไปก้อใช้ keyboard แทนเม้าส์ได้ชั่วคราว โดยที่ปุ่ม 1,2,3,4,6,7,8,9 ใช้ควบคุมทิศทาง และ 5แทนการคลิกเม้าส์


24.เวลาเอาโปรแกรมขึ้นมาหน้าจอเดสทอป
จะเห็นลูกศร ซึ่งท่านรำคาญมาก เอาลูกศรออกจากช๊อตคัดของโปรแกรมได้ดังนี้
ไปที่ start >run พิมพ์ regedit
เลือก HKEY_CLASSES_ROOT\Inkfile แล้วดูข้างขวา
จะมี IsShortcut แล้วคลิกขวา delete ไปเลย กด yes แล้วปิดหน้าต่าง regedit ไปเลย
จะเห็นว่าลูกศรหายไปแล้ว ^^


25.เวลาจะเข้าเวปที่ลงท้ายด้วย .com เช่น siamsport
เราไม่ต้องเสียเวลานั่งพิมพ์ http://www.siamsport.com ในช่องแอดเดรส
แต่ให้เราพิมพ์แค่ siamsport แล้วกด Ctrl+Enter เท่านี้ก็พอ
มันก็จะเป็น http://www.siamsport.com
โดยอัตโนมัติ


26.ลบโปรแกรมให้หมดจด
การ uninstall หรือ add/remove ก็ใช่ว่าจะลบไปจากเครื่องได้หมด เพราะมันจะยังอยู่ใน registry ของเครื่อง
ไปที่ start >run พิมพ์ regedit
เลือกที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Uninstall
ลบโปรแกรมที่ ลบออก


27.การปิดเซอร์วิสสำหรับผู้ใช้คนเดียว
จะช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการทำงานให้กับร ะบบ และสำหรับผู้ที่ใช้คอมที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับ
เครื่อข่ายต่างๆเช่นระบบ แลน ผู้ใช้ตามบ้าน สามารถปิดเซอร์วิสจำนวนมากที่เกี่ยวกับเครื่อข่าย ซึ่งไม่มีการใช้งาน ดังนี้ alerter , clipbook , computer browser , fast user switching ฯลฯ
โดยไปที่ start >setting>control panel > administrative tools >service
โปรแกรม service จาปรากฏขึ้น ในกรอบด้านขวา จะเห็นรายการเซอร์วิสต่างๆ สามารถปิดเซอร์วิสต่างๆเพื่อเพิ่มความเร็วกับระบบ ด้วยการ ดับเบิ้ลคลิกบนเซอร์วิส ในไดอะล๊อกบอกซ์ propoties ที่ปรากฏขึ้น หัวข้อ startup type ให้กำหนดเป็น disbled แล้วคลิก ok


28.shutdown ของ winxp
ใครก็รู้ว่ามันนานมาก ทิปนี้จาสามารถปิดเครื่องจากธรรมดา 50 วินาที จะเหลือเพียง 20-25 วินาที
โดยไปที่ start >run พิมพ์ regedit
HKEY_CURRENT_USER\control panel\desktop
ในกรอบด้านขวา HungAppTimeout ว่ามีค่าเท่ากับ 5000 ตามค่า default ให้เปลี่ยนเป็น 2000
จากนั้นดูที่ WaitToKillAppTimeout จะเห็นค่า default เท่ากับ 20000 ให้ดับเบิ้ลคลิก แล้วแก้เป็น 4000
จากนั้นไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Contro l
ที่ด้านขวา แก้ไขค่า WaitToKillServiceTimeout จาก 20000 ให้เท่ากับ 4000
ปิดโปรแกรม แล้วลองปิดเครื่อง................................. .......


29.เพิ่มประสิทธิภาพโดยการปรับแต่งหน่วยความจำ
ใน windows ทุกๆ ver. เมื่อหน่วยความจำของระบบไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เช่นในกรณีที่ท่านเปิดโปรแกรมเป็นจำนวนมาก windows จะนำข้อมูลบางส่วนเก็บไว้ใน HDD โดยอัตโนมัติ เป็นการใช้ HDD เป็นเหมือนหน่วยความจำเสมือน
เราก็รู้ดีว่า แรมนั้นเร็วกว่า HDD ดังนั้น ถ้าท่านมีหน่วยความจำติดตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก <มากกว่า 256> ท่านสามารถเพิ่มประสิทธิการทำงานของระบบด้วยการปิดกา รย้ายข้อมูลไปยัง HDD ของ windows โดยการ
ไปที่ regedit เหมือน rep บนๆนั้นละ
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControl\Control\S ession Manager\Memory Management
ด้านขวาดับเบิ้ลคลิก DisablePagingExcutive
ให้แก้ค่า value data จาก 0 ให้เห็น 1 แล้วคลิก ok
แก้เสร็จ แล้ว restart


30.เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการยกเลิกการเก็บ DLL ของ win XP
ในการทำงานของ windows และโปรแกรมต่างๆ ระบบจะมีการโหลดไฟล์จำนวนมากหนึ่งกลุ่มที่ถูกใช้งานอ ยู่เสมอ และเป็นองค์ประกอบสำคัญ คือไฟล์ DLL จำนวนมาก
เมื่อ DLL บางส่วนไม่มีการใช้งานอีกต่อไป เช่น เมื่อท่านปิดโปรแกรม แต่ winXP จะยังคงเก็บไฟล์เหล่านี้เอาไปไว้ในแคชเผื่อจะมีการใช ้อีก ซึ่งจะทำให้สามารถใช้งานอย่างรวดเร็ว แต่การเก็บไฟล์เหล่านี้เอาไว้ จะเป็นการสิ้นเปลืองหน่วยความจำโดยไม่จำเป็น
ไปที่ regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer
เอาแถบน้ำเงินวางใน Explorer
จากนั้นเลือกคำสั่ง edit>new>key
ให้ท่านตั้งชื่อเป็น AlwaysUnloadDLL จากนั้นในกรอบด้านขวา
ดับเบิ้ลคลิก default แล้วปรับ value data เป็น 1

มาต่อกันเลยคับ
31.ใน winxp มันจะมีคล้าย winzip จะเป็นตัว Built-in Zip
โปรแกรมนี้ใช้งานง่ายและสะดวก แต่มันจะมีข้อจำกัดและลูกเล่นน้อยกว่าพวก winzip winrar ที่โปรแกรมพวกนี้ถูกสร้างมาเพื่อนบีบคลาย zip โดยเฉพาะ
เราสามารถยกเลิกการใช้งาน built-in Zip และหันไปใช้ winzip หรือ winrar แทนได้ดังนี้
ไปที่ start>run พิมพ์
regsvr32 /u %windir%\system32\zipfldr.dll
แล้ว ok จากนั้นจะมีการเตือน ให้กด ok อีกครั้ง ก็เป็นการยกเลิก


32.เพิ่มความเร็วด้วยการจัดคิวให้กับ IRQ
เทคนิคนี้เป็นการเร่งความเร็วให้กับเครื่องคอม โดย windows จะทำการจัดคิวให้กับการใช้งาน IRQ ทำให้ windows สามารถทำงานได้เร็วขึ้น ทำได้ดังนี้
regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\PriorityControl
คลิกขวาPriorityControl เลือก new > DWORD Value
มันจะมีให้ตั้งชื่อว่า IRQ8Priority แล้วดับเบิ้ลคลิกแก้ค่า value data เป็น 1 แล้วกด ok
จากนั้น restart


33.จูนหน่วยความจำสำหรับง่านต่างๆ
หน่วยความจำเป็นฮาร์ดแวร์ที่สำคัญมากตัวหนึ่ง เทคนิคนี้จะทำหารสั่งให้ไฟล์ระบบต่างๆไปใช้แคชแทนเพื ่อช่วยให้สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น เนื้อจากแคชสามารถทำงานได้เร็วกว่า HDD หลายเท่า ทำได้ดังนี้
regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\session Manager\Memory Management
ดับเบิ้ลคลิกที่ LargeSystemCache แก้ value data เป็น 1 แล้วกด ok


34.จัดการหั้ย cpu ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
winXP ได้มีลูกเล่นที่ช่วยในการควบคุมการทำงานของ cpu ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น
regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic e\P3\Parameters
คลิกขวาที่ Parameters เลือก new>key
พิมพ์ชื่อว่า HackFlags แล้วปรับค่าเป็น 1 ก็กด ok


35.ยกเลิกการใช้ Picture and fax viewer ในการดูภาพ
โดยทั่วไปใน winXP จะใช้โปรแกรม Picture and fax viewer เป็นโปรแกรมหลักในการดูภาพ แต่เราสามารถยกเลิกแล้วไปใช้โปรแกรมอื่นดูภาพ เช่น acdsee
โดย
regedit
HKEY_CLASSES_ROOT\SysytemFileAssociations\image\Sh ellEX\ContextMenuHandlers\ShellmagePreview
ด้านขวา ที่ default คลิกขวาแล้ว delete แล้วกด yes
ก็เป็นการยกเลิก


36.MTU
เป็นหน่วยหนึ่งที่ใช้กำหนดค่าให้กับการรับส่งข้อมูลผ ่านระบบเครื่อข่ายที่สูงสุดในการส่งแต่ละครั้ง
ถ้าเราตั้งค่าให้ค้นหาค่า MTU แบบอัตโนมัติ ก็จะทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\Tcpip\Parameters
คลิกขวาParameters เลือก new > DWORD Value
ตั้งชื่อว่า EnablePMTUDiscovery
แล้วดับเบิ้ลคลิก พิมพ์ค่าเป็น 1แล้วกด ok


37.เพิ่มการรับส่งข้อมูล MTU
การเพิ่มค่า MTU ให้มากที่สุด ก็เป็นส่วนหนึ่งให้ระบบการรับส่งข้อมูลทางอินเตอร์เน ต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Servic es\Tcpip\Parameters\interfaces\
คลิก + หน้าinterfaces จะมีหลายโฟลเดอร์ ให้คลิกขวาที่โฟลเดอร์แรก new >DWORD Value
ชื่อว่า MTU
แล้วดับเบิ้ลคลิกใส่ ค่า
576 ถ้าเปง dial-up Connection
1492 ถ้าเปง PPP Broadband Connecting
1500 ถ้าเปง Ethernet , DSL แระ Cable Broadband Connection


38.วิธีเร่งความเร็ว Windows ด้วย vitual memory
เนื่องจากโปรแกรมมีขนาดใหญ่กว่าขนาดหน่วยความจำที่เร ามีใช้งาน คอมจึงจำเป็นต้องมีหน่วยความจำเสมือนหรือ vitual memory เพื่อนมาสามารถทำงานได้ดีขึ้น ทำได้ดังนี้
regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\Session Manager\Memory Management
ด้านขวา ดับเบิ้ลคลิกที่ Pagingfiles
แก้ไข้ value data ให้มีขนาดตามที่ต้องการ โดยที่ค่าแรกสุดจะเป็นค่าต่ำสุดที่ตั้งไว้ให้ แค่ค่าหลังเป็นค่าที่มากที่สุดที่ตั้งไว้
ของข้าพเจ้าเป็น 200 500


39.เพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเก็บไฟล์ระบบไว้ในหน่วยคว ามจำ
โปรแกรมวินโดว์จำมีหน้าที่ในการจัดสรรเนื้อที่หน่วยค วามจำให้กับระบบต่างๆ โดยปกติเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่าหน ่วยความจำที่มีอยู่ โปรแกรมจะทำการนำข้อมูลที่ไม่ได้ใช้แล้ว ในหน่วยความจำออกมาไว้ใน HDD ก่อนแล้วจึงโหลดข้อมูลข้อมูลชุดใหม่ลงไป
regedit
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\Session Manager\Memory Management
ด้านขวา ดับเบิ้ลคลิกที่ DisablePagingExecutive
แก้เป็น 1 แล้ว ok


40.ยกเลิกหน้าต่างยืนหลังหลังดาวโหลดเสร็จ
ถ้าไม่ได้ใช้โปรแกรมช่วยดาวโหลด ก้อใช้โปรแกรมของ windows โหลด โดยปกติ ถ้าดาวโหลดเสร็จมันจะมีหน้าต่าง ว่าโหลดเสร็จแล้ว แล้วต้องกด open, open Folder ,close เพื่อปิดหน้าต่าง
ถ้าต้องการให้มันปิดอัตโนมัติเมื่อดาวโหลดเสร็จ
ทำดังนี้
regedit
HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\Main
ด้านขวา ดับเบิ้ลคลิกที่ NotifyDownloadComplete
แก้ไขเป็น Yes
กด ok


41.ลบข้อมูลใน page file หลังจากปิดเครื่อง
โดยปกติ window จะไม่ทำการลบ หรือสร้าง page file หลังจากที่ windows ทำการปิดโปรแกรมหรือ windows นั่นหมายความว่าถ้าเรามีการใช้งานเครื่องคอมมากๆอาจจ ะทำให้คอมทำงานช้าลง และอาจจะทำให้มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ อีกด้วย
ดังนั้นควรให้window ทำการลบ page file ทุกครั้งเมื่อมีการปิดเครื่อง ทำได้ดังนี้
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\Session Manager\Memory Management
ดับเบิ้ลคลิกที่ ClearPageFileAtShutdown พิมพ์ค่าเป็น 1 แล้ว ok


42.safe mode เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาของ window
ในรูปแบบต่างๆ ซิ่งเป็นการเรียก window ขึ้นมาใช้งานแบบน้อยที่สุดแล้วสามารถเข้าไปตรวจสอบ และแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดที่ทำให้ระบบไม่ทำงาน
สำหรับ safe mode ของ xp กดปุ่ม f8 ค้างไว้ขณะเครื่องกำลังเข้าสู winxp
1.safe mode
เข้าสู่รูปแบบปกติที่เหมือนกับ ver อื่นๆ
2.safe mode with networking
เข้าสู่รูปแบบปกติ แต่สามารถเข้าถึงระบบเครื่อข่ายได้
3.safe mode with command prompt
เข้าสู่คำสั่ง dos
4.enable boot logging
เข้าสู่ลักษณะการเก็บข้อมูลขั้นตอนการบู๊ตเข้าสู่ระบ บลงสู่ไฟล์เอกสาร
5.enable vga mode
เข้าสู่ลักษณะที่มีปัญหาเกี่ยวกับการ์ดจอ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับจอภาพตัวใหม่
6.last know good configuration
คล้ายกับ system restore ย้อนกลับไปหน้าที่มีการจัดระบบที่ดีก่อนหน้านี้
7. debugging mode
เข้าสู่การแก้ไขปัญหาในระบบขั้นสูง
8.start windows normally
เข้าสู่ win xp ในหน้าปกติ
9. return to os choices menu
เข้าสู่ลักษณะเครื่องที่มีหลาย os


43.driver ลงใหม่ แล้วมีปัญหาใช้ของเก่าดีกว่า
เมื่อท่านติดตั้งอุปกรณ์ใหม่แล้วต้องติดตั้ง software driver ลงไป อาจมีผลทำให้เครื่องทำงานผิดปกติ สามารถย้อนกลับไปใช้ของเดิม ดังนี้
คลิกขวา mycom > propoties
hardware > device manager
เปิดหาไดร์เวอร์ที่มีปันหา จาเห็นเป็นตัวกากบาทสีแดง ก็ดับเบิ้ลคลิก
ไปแถบ driver
คลิก roll back driver
กด ok


44. วิธีสร้าง Shortcut หน้าเว็บที่ต้องการเข้าบ่อยๆ จากบราวเซอร์ Internet Explorer
ถ้าหากเจอเว็บไซด์ไหนที่เราถูกใจ หรือมีกระทู้ที่เราต้องการจะติดตามผลจากการโพสของเรา หรือของคนอื่นๆ ให้ทำการคลิ๊กขวาตรงพื้นที่ว่างๆ ของหน้าเว็บ เลือก Create Shortcut แล้วกด OK ก็จะได้ Shortcut สำหรับเข้าหน้าเว็บนั้นๆ อยู่ที่ Desktop แล้วครับ
ปล. ผมมักจะใช้วิธีนี้บ่อยๆในการติดตามกระทู้ที่ผมเคยถาม -ตอบเอาไว้จากบอร์ดต่างๆหรือ เจอเว็บไหนที่เข้าตาก็จะเก็บ Shortcut เว็บนั้นๆเอาไว้ในเครื่องครับ...

45.เปิดหน้าต่าง IE ให้ทำงานได้เร็วขึ้น
เมื่อใช้งาน IE ไปนานๆ ทำไมโปรแกรมช้าลงทุกที สามารถทำให้เร็วเหมือนตอนติดตั้งใหม่ได้ ดังนี้
HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer\RemoteComputer\NameSpace
คลิกขวาที่ D6277990-4C6A-11CF-8D87-00AA0060F5BF แล้ว delete
แล้วกด yes


46.คราวนี้มารู้ว่า registry คืออาไรบ้าง
registry เปรียบเหมือนศูนย์กลางของข้อมูล ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลต่างๆอย่างเป็นหมวดหมู่ การเพิ่ม ลบ ติดตั้ง แก้ไขทุกอย่างอยู่ในนี้ทั่งหมด
แต่ละตัวมีหน้าทีไรบ้าง
HKEY_CLASSES_ROOT
ใช้สำหรับเก็บสมบัติต่างๆและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ software ทั้งหมดที่ติดตั้งภายในเครื่องคอม

HKEY_CURRENT_USER
ใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้ที่ใช้งานปัจจุบั นที่เข้ามาใช้งานเท่านั้น โดยจะมีความสัมพันธ์และเป็นข้อมูลชุดเดียวกับ HKEY_USERS

HKEY_LOCAL_MACHINE
ใช้สำหรับเก็บข้อมูลด้าน hardware softwareและการตั้งค่าอื่นๆ ภายในเครื่อง ข้อมูลภายในของส่วนนี้จะสามารถใช้งานกับทุกคนที่ใช้ค อม

HKEY_USERS
ใช้สำหรับเก็บข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทั้ง หมด จะมีความสัมพันธ์กับ HKEY_CURRENT_USER

HKEY_CURRENT_CONFIG
ใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการกำหนดค่าต่างๆของ hardware หรือ อุปการณ์ต่อพ่วงทั้งหมด


47.จะเปลี่ยนภาษา ~ ให้ใช้งานได้
ไปที่ start >setting >control panel
ดับเบิ้ลคลิกที่ Regional and Language Option
เลือกแถบ Regional Option
อันบนเปลี่ยนเป็น thai ล่างสุด thailand
เลือกแถบ Languages
ใส่เครื่องหมายถูกหน้า install files for complex script..... ต้องมี แผ่น win xp ด้วย
แล้ว ok
แล้วไปแถบ advance เลือก thai
แล้ว ok
แล้วมาที่ แถบ languages ในกรอบ text services and input language ให้เลือก details...
เลือกแถบ setting ในกรอบ Installed Services ให้เลือกปุ่ม add เพิ่มตั้งค่าเพิ่มภาษาของแป้นพิมพ์
แล้ว ok แร้วคลิก key setting เลือก switch between input language แล้ว ไปที่ change key sequence..
แล้วเลือก Grave Accent ~ แล้ว ok



48.firewall ผนังกั้นแฮกเเกอร์รึป่าว ?
ใน winxp มีส่วนของการรักษาความปลอดภัยสำหรับการท่องเนต์ จากการถูกแฮกเกอร์เจาะระบบในขณะออนไลน์ ซึ่งมีผลทำให้ ข้อมูลอาจถูกเปิดเผยและถูกทำลายได้
เราสามารถตั้งค่า firewall ได้ตามนี้
start>setting>network connection
เลือกที่ internet ที่ใช้อยู่ คลิกขวา propoties
ไปแถบ advanced
ติ๊กถูกที่ protect my com and........ จะเป็นการเปิด firewall
แล้วก็ ok


49.วิธีเปิด Properties ของ File แบบใช้ Shortcut Keyboard จากของเก่าที่ต้องคลิกขวาแล้วเลือก Properties
โดยให้ใช้ปุ่มลูกศรเลื่อนไปที่ File ที่ต้องการแล้วกด Alt ค้างไว้แล้ว Enter หรือใครเซียนจัดมือขวาจับเมาส์มือซ้ายอยู่ที่คีย์บอร ์ด ก็คลิกขวาแล้วพิมพ์ r ก็ได้นะครับ

ในหน้าจอ Explorer หรือ My Computer ต้องการให้ View ที่ตั้งเอาไว้เช่น Large Icons,Small Icons,List,Details ไม่เปลี่ยนไป
ทำได้โดยเปิด Explorer หรือ My Computer ที่เมนูบาร์ด้านบนคลิก Tools>Folder Options หรือหาได้ที่ Start>Control Panel>Folder Options เลือก Tab View เอาเครื่องหมายถูกหน้า Remember each folder's view settings ออก

50.เพิ่มความเร็วในการ รีเฟรชจอภาพ
ในการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเมื่อมีการเพิ่มโฟลเดอร์หรื อลบสิ่งต่างๆในหน้าต่างย่อย ต้องกดรีเฟรชโดยการกด F5 เพื่อดูค่าที่เปลี่ยนแปลง
เราสามารถให้มันรีเฟรชภาพอัตโนมัติ ได้ ดังนี้
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l
แล้วกดที่ update ด้านซ้าย
ด้านขวา จะเห็น UpdateMode ให้คลิกขวา modify
ที่กรอบ base เลือกเป็น Decimal แล็ว value data เป็น 0
แล็ว ok
ต่อไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่ต้องกดรีเฟรชอีกต่อไ ป ^^

60.วิธีการเปิดพวก My Com... หน้าต่างตามเดสทอปให้เร็วขึ้นคือ
- คลิกขวาที่ My Com... > Properties >คลิกที่แถบ Advance > ในหมวดของ Performance คลิก Settings> คลิกที่แถม Visual Effects ติ๊กที่ Adjust for best performance เสร็จแล้วๆ ~ ~
by SmartZ199


61.ลบไฟล์ชั่วคราวบ้างนะ เพราะมันเป็นไฟล์ขยะที่จะทำให้พื้นที่ของ HDD เต็มเร็วขึ้นและไม่เกิดปะโยชน์
ไปที่ start > run พิมพ์ %temp% แร้ว ok
แล้วจะเข้ามาสู่ไฟล์ขยะ เราก็ลบไปให้หมดเลย


62.เปิดรูปใน ie ทำไมภาพชอบลดรูป
แก้โดยไปที่ tool > internet option
แถบ advance
ดูตรง multimedia
ติ๊กถูกออกตรง enable automatic image resize


63.คืนรหัสผ่านใน winxp สำหรับคนขี้ลืม
ไปที่ start>setting >control panal
ดับเบิ้ลคลิกไอคอน user accounts
เลือก user account ที่ต้องการ
คลิกที่ prevent a forgotten password
คลิกปุ่ม next
ใส่แผ่นไดร์ฟ a ลงไป แล้ว next
ใส่รหัสผ่านลงไปในช่อง current user account password
แล้ว next โปรแกรมจะสร้าง password reset disk ทันที
หลังจากนั้นก็ next เรื่อยๆ จนถึง finish


64.เพิ่มความเร็วโดยการใช้งาน UDMA66
UDMA66 เป็นโทคโนโลยีในการเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่ใน HDD ความเร็วที่ได้จะมีมากกว่าการใช้งานในโหมดอื่นๆ
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\Class\{4D36E96A-E325-11CE-BFC1-08002BE10318}\0000
คลิกขวาที่ 0000 เลือก new > DWORD Value
พิมพ์ชื่อว่า EnableUDMA66
แล้วดับเบิ้ลคลิก แก้เป็น 1 แล้ว ok



65.ปิดโปรแกรม non-respond เมื่อ shutdown
โดยปกติแล้วเมื่อมีการสั่ง shutdown window แล้ว โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่จะขึ้นค่ามาเป็น non-respond แล้วให้เราเลือกว่าจาทำอะไรกับโปรแกรม ซึ่งปกติจาปรากฏปุ่ม end task เพื่อที่จะปิดโปรแกรม แต่ถ้ามีการเปิดโปรแกรมเยอะๆล่ะ ต้องมานั่งปิดทีละอัน
HKEY_USERS\.DEFAULT\Control Panal\Desktop
ดับเบิ้ลคลิก AutoEndTasks
แก้เป็น1 แล้ว ok
แล้วบู๊ตเครื่องใหม่ คราวนี้ window ก็จะทำการปิดโปรแกรมที่ non-respond โดยอัตโนมัติ


66.เขียนอ่านสบายตา ClearType
ClearType คือรูปแบบการแสดงตัวอักษรที่ microsoft ได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้ท่านสามารถอ่านและเขียนตัวอักษรต่างๆได้ชัดเ จนและสบายตายิ่งขึ้น
การเปิดใช้งาน ClearType สามารถทำง่ายๆโดย
คลิกขวาที่ desktop เลือก propoties
จะขึ้น display propoties ให้คลิกแถบ appearance
จากนั้นคลิก effect ใน effect ให้ติ๊กถูกตรง use the following method to smooth edge of screen fonts
แล้วเลือกที่ ClearType


67.นำโปรแกรมรุ่นเก่าๆเอามาเปิดบน winxp
โปรแกรมรุ่นเก่าๆ ไม่สามารถที่จะมาเปิดใน winxp ได้
แต่เราสามารถที่จะเปิดโปรแกรมนั้นได้ โดย
ไปที่ start > program>Accessories>Program Compatibility Wizard
จะปรากฏหน้าต่าง help and support center
กด next
เลือกอันแรก i want to choose..... แล้ว next
เลือกโปรแกรม แล้ว next
เลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการให้ทำงาน แล้ว next
เลือกความละเอียดของจอภาพให้ดูความเหมาะสม แล้ว next
แล้วก็ next ไปอีก
จาปรากฏโปรแกรมที่เลือก
แล้วเลือก ข้อแรก yes,set this program..... แล้ว next
เลือก no แล้ว next
แล้ว finish



68.ใช้ winxp ไม่ได้ ถ้าไม่มีแผ่นดิสก์
โปรแกรม winxp มีความปลอดภัยที่โปรแกรมอื่นๆไม่มี คือ สามารถไม่ให้บุคคลอื่นเข้าไปใช้งานเครื่องเราได้ ถ้าไม่มีแผ่นดิสก์
ทำได้ดังนี้
start>run พิมพ์ syskey แล้ว ok
ปรากฎหน้าต่าง Securing the Windows... คลิกปุ่ม update
ปรากฎหน้าต่าง startup key
ในกรอบ system generated password คลิกที่ช่อง Store Startup Key on Floppy Disk
กด ok
ใส่แผ่น A: ลงไป แล้วกด ok
หน้าต่าง save startup key จะปรากฏขึ้นคลิก ok
จะปรากฏหน้าต่าง save startup key อีกครั้ง แล้วคลิก ok เป็นอันเสร็จสิ้น เราก็จาได้แผ่น startup key disk ไว้ใช้งาน ทุกครั้งที่เข้าสู่โปรแกรม winxp จะมีการเตือนให้ใส่ แผ่น เสมอ คนที่ไม่มีแผ่นจึงไม่มีสิทธิมาใช้งานได้


69.คนที่เปิด task manager ไม่ได้ ลองเข้าไปดู HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\Curre ntVersion\Policies\System
แล้วดูด้านขวาว่ามี DisableTaskMgr รึป่าว ถ้ามี ลบไปเลย แล้ว ลอง restart เครื่อง



70.เปลี่ยนรูปโลโก้win บน IE
สามารถเปลี่ยนรูปได้ดังนี้
รูปต้องเป็น22*22หรือ38*38 256สี และต้องเป็น .bmp
ไปที่ start>run พิมพ์ gpedit.msc แล้ว ok
เลือก User Configuration > windows setting > internet explorer maintenance > browser user interface
ด้านขวา ดับเบิ้ลคลิก custom logo
จะปะกอบ 2 ส่วน ภาพนิ่งแระภาพเคลื่อนไหว เลือกเอาส่วนใดส่วนหนึ่ง
คลิก browse.....ไปยังที่อยู่ของรูป แล้วกด ok



71.ปรับแต่ง winxp ให้เข้ากับความสเถียนภาพของเครื่อง
ถ้าเครื่องท่านเก่า แต่อยากลง xp ลงแล้วเครื่องช้า ไม่เร็วเมื่อแต่ก่อน เราสามารถลดองค์ปะกอบที่ไม่จำเป็น เพื่อนช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น
คลิกขวา my com >propoties
เลือกแถบ advance
ตรงกรอบ performance ไปที่ setting
แถบ visual effects
คลิกที่ custom
แล้วก็เลือกตามความเหมาะสมของเครื่อง
โดยการเอาถูกออก เพื่อลดทรัพยากรในระบบลง
แล้ว ok


72.หยุดเวลาสตาร์ท winxp ให้เร็วขึ้น
เวลาเปิดเครื่องคอม ตอนเริ่มต้นจะนานเป็นพิเศษเนื่องจากไมโครซอฟให้มีการ หน่วงเวลาไว้ประมาณ 30 วินาที ก่อนเข้าสู่การใช้งาน
เราสามารถให้ไม่ต้องหน่วงเวลาได้ ดังนี้
คลิกขวา my com > propoties
แถบ advance ที่กรอบ startup and recovery กด setting ให้เอาเครื่องหมายถูกออกหน้า time to display list of operating systems ออก
แล้ว ok


73.เปิด IE ให้เต็มจอทันที
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Internet Explorer\Main
ด้านขวาจาพบ fullscreen ดับเบิ้ลคลิก แล้วแก้เป็น yes แล้ว ok


74.ดึงขุมพลังการปะมวลผลสูงสุด
ทิปนี้สำหรับคนที่ต้องการใช้ประสิทธิภาพของโพสเซสเซอ ร์แบบเต็มเปี่ยม ด้วยคำสั่งข้างล่างนี้จะทำให้ winxp ไม่ต้องไปวุ่นวายกับงานต่างๆที่รันในแบคกราวน์ เพื่อว่ามันจะได้สามารถทำงานกับสิ่งที่ท่านต้องการให ้ทำเต็มที่ เช่น เมื่อท่านต้องการเล่นเกมที่ต้องการกราฟิกสูงๆ
ไปที่ start >run พิมพ์คำสั่ง
Rundll32.exe advapi32.dll, ProcessIdleTasks แล้ว ok
แค่นี้ก็เร่งพลังกลับมาได้แล้ว


75.ปิด xp ให้เร็วขึ้นอีกหน่อย
เวลาส่วนหนึ่งของการปิด win ทุกเวอร์ชัน จะถูกใช้ในการรอโหลดไฟล์เสียง ดังนั้นท่านสามารถปิดเสียงที่ไม่ค่อยมีประโยชน์นี้ เพื่อเร่งให้ xp ปิดเครื่องได้เร็วขึ้นอีกหน่อย
ไปที่ start >setting>control panel ไปที่ sound and audio device
ไปแถบ sounds สังเกตที่ program event เลือกไปที่เหตุกาน
exit windows กำหนด sound ด้านล่างให้เป็น none แล้ว ok



76.ทิปนี้สำหรับเครื่องที่แรมเยอะๆ 512 ขึ้นไปถึงจะเห็นผลชัด
เร่งความเร็วด้วยการปรับค่า prefetcher
ปกติ winxp จะมีเซอร์วิสที่ชื่อว่า prefetcher ซึ่งทำหน้าที่คอยดูแลโปรแกรมต่างๆ ที่เริ่มต้นทำงานตอนเปิดเครื่องใหม่ โดยช่วยให้มันเริ่มทำงานได้เร็วขึ้น
HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Contro l\Session Manager\Memory Management\PrefetchParamenters
ด้านขวา ดับเบิ้ลคลิก EnablePrefetcher
ปกติมีค่าเป็น 3 สามารถปรับแต่งได้ระหว่าง 1-6.5
แต่เราปรับเป็น 6 เลย แล้ว ok
แล้วลองบู๊ตเครื่องใหม่


77.เล่นเนต์นานๆแล้วอืด
ส่วนตัวเราจะใช้วิธีลบแคช DNS ของ winxp
พอหลังจากลบ จะเพื่มความเร็วในเข้าเวปเร็วขึ้น
อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ กรุนาใช้วิจารณยานในการทำ
ไปที่ start >run พิมพ์ ipconfig /flushdns แล้ว ok
ท่านจะทำเป็นช๊อตคัด ก็ได้


78.เอาใหม่แบบ เต็มๆ ลง WIN XP
เริ่มต้น โดยการเซ็ตให้บู๊ตเครื่องจาก CD-Rom Drive ก่อน โดยการเข้าไปปรับตั้งค่าใน bios ของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยเลือกลำดับการบู๊ต ให้เลือก CD-Rom Drive เป็นตัวแรกครับ (ถ้าหากเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร)

ทำการปรับเครื่อง เพื่อให้บู๊ตจาก CD-Rom ก่อน จากนั้นก็บู๊ตเครื่องจากแผ่นซีดี Windows XP Setup โดยเมื่อบู๊ตเครื่องมา จะมีข้อความให้กดปุ่มอะไรก็ได้ เพื่อบู๊ตจากซีดีครับ ก็เคาะ Enter ไปที่นึงก่อน

โปรแกรมจะทำการตรวจสอบและเช็คข้อมูลอยู่พักนึง รอจนขึ้นหน้าจอถัดไปครับ

เข้ามาสู่หน้า Welcome to Setup กดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

หน้าของ Licensing Agreement กดปุ่ม F8 เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

ทำการเลือก Drive ของฮาร์ดดิสก์ที่จะลง Windows XP แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

เลือกชนิดของระบบ FAT ที่จะใช้งานกับ Windows XP หากต้องการใช้ระบบ NTFS ก็เลือกที่ข้อบน แต่ถ้าจะใช้เป็น FAT32 หรือของเดิม ก็เลือกข้อสุดท้ายได้เลย (no changes) ถ้าไม่อยากวุ่นวาย แนะนำให้เลือก FAT32 นะครับ แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้ง รอสักครู่ครับ

หลังจากนั้น โปรแกรมจะทำการ Restart เครื่องใหม่อีกครั้ง (ให้ใส่แผ่นซีดีไว้ในเครื่องแบบนั้น แต่ไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ เมื่อบู๊ตเครื่องใหม่ ปล่อยให้โปรแกรมทำงานไปเองได้เลยครับ)

หลังจากบู๊ตเครื่องมาคราวนี้ จะเริ่มเห็นหน้าตาของ Windows XP แล้วครับ รอสักครู่

โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งต่าง ๆ ก็รอไปเรื่อย ๆ ครับ

จะมีเมนูของการให้เลือก Regional and Language ปรับเวลาให้เปง bangkok hanoi...ฯ

ใส่ชื่อและบริษัทของผู้ใช้งาน ใส่เป็นอะไรก็ได้ แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

ทำการใส่ Product Key (จะมีในด้านหลังของแผ่นซีดี) แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

หน้าจอให้ใส่ Password ของ Admin ให้ปล่อยว่าง ๆ ไว้แบบนี้แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป

รอครับ รอ รอ รอสักพัก จนกระทั่งขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมแล้วสำหรับการเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ จากนั้น จะมีการบูตเครื่องใหม่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นการใช้งานจริง ๆ

บู๊ตเครื่องใหม่คราวนี้ อาจจะมีเมนูแปลก ๆ แบบนี้ เป็นการเลือกว่า เราจะบู๊ตจากระบบ Windows ตัวเก่าหรือจาก Windows XP ครับ ก็เลือกที่ Microsoft Windows XP Professional ครับ ถ้าของใครไม่มีเมนูนี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ

เริ่มต้นบู๊ตเครื่อง เข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP

ในครั้งแรก อาจจะมีการถามเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใช้งาน กด OK เพื่อให้ระบบตั้งขนาดหน้าจอให้เราได้เลยครับ นอกจากนี้ ถ้าหากเครื่องไหนมีการถาม การติดตั้งค่าต่าง ๆ ก็กดเลือกที่ Next หรือ Later ไปก่อน บางครั้งอาจจะมีให้เราทำการสร้าง Username อย่างน้อย 1 ชื่อก่อนเข้าใช้งาน ก็ใส่ชื่อของคุณเข้าไปได้เลย


79.ส่วนปรับค่าใน extra setting
คลิกขวา my com > propoties
แถบ hardware กด device manager
ดับเบิ้ลคลิกที่โมเด็มไปที่แถบ advance
ตรง extra setting
ATS15=128&K3 S2=255&W S12=0 S10=100 S11=35 S27=64 S28=0 S36=7
เอาไปใส่


80.เพิ่มความปลอดภัยด้วยการลดไฟล์ชั่วคราวออก

ในขณะที่เราเปิด IE เพื่อเข้าไปยังเวปต่างๆ ไฟล์ html ต่างๆ จาถูกดาวโหลดไปเก็บไว้ที่เป็นไฟล์ชั่วคราวเพื่อประโย ชน์ในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ถ้าเราเข้าไปในเวปทั่วๆไป ไฟล์เหล่านี้ก็ไม่มีค่าไร และถ้าท่านข้าไปใน
เวปซื้อของแบบออนไลน์หรืออออนไลน์แบงค์กิ้ง ไฟล์เหล่านี้สามารถถูกเปิดอ่านและนำข้อมูลส่วนตัวไปใ ช้เพื่อสร้างความเสียหายได้
เราควรลบไฟล์ชั่วคราวเหล่านี้ทุกๆครั้งที่เข้าเวป หรือให้ IE ลบออกทุกๆครั้งโดยอัตโนมัติ
เปิด IE
ไปที่ tools>internet options
ไปที่แถบ advance
ในหัวข้อ security
ให้เลือกติ๊กถูกที่ empty temporary internet files folder when browser is close
กด ok


81.status bar ชอบล่องหน
หลายคนหาประสบปัญหานี้
status bar ที่อยู่ด้านล่างชอบหายไปเฉยๆ ทิปนี้จะช่วยให้ status bar ไม่หายอีก
1. เปิด ie ไปที่ view > status bar แล้วปิด ie
2. เปิด my com ไปที่ view > status bar แล้วไปที่ tools > folder options
3. คลิกแถบ view คลิกปุ่ม apply to all folders กด ok
4. จบ


82.เมื่อถึงคราวที่วินโดว์ของคุณเกิดทำงานผิดพลาดบ่อ ยครั้ง
อันเนื่องมาจากไฟล์ของ
ระบบเสียหาย คุณสามารถติดตั้งเฉพาะตัวโปรแกรมวินโดว์ใหม่โดยไม่จำ เป็น
ต้องฟอร์แมตแล้วลงวินโดว์และติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ เข้าไปใหม่ให้เสียเวลา
นอกจากนี้คุณยังไม่ต้อง มานั่งปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆ ใหม่อีกครั้งแต่อย่างใดด้วย

1. เปิดเครื่องบู๊ตเข้าสู่วินโดว์ตามปกติ
2. นำแผ่น Setup CD ของวินโดว์ใส่ลงในไดร์ซีดีรอม
3. คลิกปุ่ม Start -> Run
4. พิมพ์คำสั่ง E:\i386winnt32 /unattend แล้วคลิกปุ่ม OK
5. โปรแกรมติดตั้งจะเริ่มดำเนินการติดตั้งวินโดว์ให้คุณ ใหม่โดยยังคงรักษา
ค่าการทำงานต่างๆ เอาไว้เหมือนเดิม
by ~•The [Z]eRa`•~

83.การพิมพ์รายชื่อไฟล์จำนวนมากอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้ที่ต้องการแบ็กอัพข้อมูลเก็บไว้ในซีดีและต้ องการพิมพ์หน้าปกเพื่อบอกว่าในซีดี
แผ่นนั้นๆ มีไฟล์หรือโฟลเดอร์อะไรบ้าง หรือกรณีที่ต้องการพิมพ์รายชื่อเพลง MP3
ในแผ่นซีดีออกมาดู การนั่งพิมพ์ด้วยตัวเองคงไม่ใช่วิธีที่สะดวกนัก โชคดีที่คุณสามารถ
สั่งพิมพ์รายชื่อไฟล์ไม่ว่าจะมากหรือน้อยขนาดไหนได้อ ย่างสะดวกง่ายดายด้วยโปรแกรม
ACDSee

1. เปิดโปรแกรม ACDSee
2. คลิกเลือกโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ที่ต้องการพิมพ์รายชื่อ จากรายการในหน้าต่างด้านซ้าย
3. สังเกตจะมีรายชื่อไฟล์ปรากฏขึ้นในหน้าต่างด้านขวา
4. กดปุ่ม Ctrl+G ชื่อไฟล์ทั้งหมดจะถูกนำไปใส่ไว้ในโปรแกรม NotePad
5. ก็อบปี้ข้อความที่ได้จากโปรแกรม NotePad ไปจัดรูปแบบให้สวยงามด้วย
Microsoft Word หรืออื่นๆ แล้วสั่งพิมพ์ตามต้องการ
by ~•The [Z]eRa`•~


84.ทำแผ่นบู๊ตของ winxp
เอาแผ่นเปล่า a:
ไปที่ my com
คลิกขวา a:\ เลือก format
ครง format option
ติ๊กถูกตรง Create an MS-DOS startup disk
แล้ว start

85.การเพิ่มตัวเลือกในเมนูคลิกขวา(คลิกขวาที่Folderห รืออื่นๆ)](ฉบับอธิบายเข้าใจแบบถ่องแท้)
Regedit
HKEY_CLASSES_ROOT\Foler\shell
แล้วคลิกขวาที่เมนูshellแล้วสร้างคีย์ใหม่ว่า
Notepad(คลิกขวาที่shellแล้วเลือกNew>Key
แล้วมันจะมีตัวใหม่ขึ้นมาที่ชื่อNew Key #1
แก้เป็นชื่อNotepad

เสร็จแล้วคลิกขวาที่Notepadแล้วสร้างตัวใหม่ขึ้นเหมื อน
เดิมให้ชื่อว่าCommandนะคับ
เสร็จแล้วในCommand(ทางขวามือ)
จะมี(Default) อยู่นะ ดับเบิ้ลคลิกแล้วใส่ว่า
NOTEPAD คับ
แล้วok คราวนี้เราจะมาtestดูกัน
ลองคลิกขวาที่Folderใดๆก็ได้ จะเห็นว่ามีNotepad
อยู่ข้างใต้Exploreอยู่ เมื่อลองคลิกดูก็จะปรากฏขึ้นNote
padขึ้นมา ..

จากตรงนี้คุณก็จะสามารถ นำตรงนี้ไปประยุกต์ใช้งานได้คะ ^^

*ป.ล. ชื่อที่ใส่ในDedaultน่ะ ต้องเป็นไฟล์.exe
เท่านั้นน่ะคะ


86.การปริ้นรายการในFolderที่เราต้องการคับRegedit
HKEY_CLASSES_ROOT\Foler\shell
แล้วคลิกขวาที่เมนูshellแล้วสร้างคีย์ใหม่ว่า
Printแล้วสร้างในPrintว่าCommand
ในDefaultให้ใส่ว่าPT.BATแล้วok

ต่อมาก็เปิดNotepadขึ้นมาแล้วพิมพ์

@echo off
dir %1 >C:\WINDOWS\test.fil
notepad /p C:\WINDOWS\test.fil
echo on

แล้วsaveไว้ใน Windows ใช้ชื่อว่า PT.BAT
จากนั้นก็ลองทดสอบTestดูครับ
มันจะปริ้นรายการทั้งหมดในFolderที่เราสั่งครับ


87.อันนี้ช่วยให้โมเดม auto dial
ไปที่ HKEY_CURENT_USER\Software\Microsoft\Windows\Curren tVersion\Internet Setting
คลิกให้ Internet Setting เป็นสีน้ำเงิน
แล้วไปที่ด้านขวา
คลิกขวา new > DWORD Value
ตั้งชื่อเป็น EnableAutodial
แล้วดับเบิ้ลคลิกเป็นค่า 1
ถ้าจะยกเลิกก้อปรับเป็น 0


88.รันโปรแกรมเก่าใน dos
คำสั่ง forcedos ตามด้วยชื่อโปรแกรม


89.เพิ่มคำสั่ง Copy To Folder บนคอนเท็กเมนู
อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราสามาถคัดลอกไฟล์ในโฟลเดอร์ ได้สะดวกยิ่งขึ้น
regedit
ไปที่
HKEY_CLASSES_ROOT\AllfilesystemObject\shellex\Cont extMenuHandlers
คลิกขวาที่ ContextMenuHandlers
ไปที่ new > key
พิมพ์คีย์ชื่อ Copy To Folder
ดูด้านขวา ดับเบิ้ลคลิกที่ Default แก้ไข้เป็น
{C2FBB630-2971-11d1-A18C-00C04FD75D13}
กด ok


90.อันนี้เป็นคำส่ง Move To Folder
ทำเหมือน Copy To Folder
คลิกขวาที่
ContextMenuHandlers ไปที่ new > key
พิมพ์คีย์ว่า Move To Folder
แก้ด้านขวาเป็น
{C2FBB631-2971-11d1-A18C-00C04FD75D13}
กด ok



91.จำกัด Links ใน Favorites ทิ้งไปซะ
หลายคนคงไม่ได้ใช้หรือรำคาญ รวมถึงผมด้วย
regedit
ไปที่
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Internet Explorer\Toolbar

ดับเบิ้ลคลิกที่ LinksFolderName ที่ด้านขวา
แก้ไข้ข้อความใน Vaule data ให้เป็น
เพื่อกำจัด Link ใน Favorites
คลิก ok
แล้วไปที่ IE
ไป Favorite >คลิกขวาที่ Links แล้ว Delete ไปเลย
เท่านี้ก็ไม่มี Links แล้ว

 


สายไฟนาโนเปลี่ยนแรงสั่นสะเทือนเป็นไฟฟ้า

นักวิจัยพบวิธีสร้างกระแสไฟฟ้าปริมาณน้อยจากการกระตุ้นสายไฟนาโนด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) ถ้านักวิทย์สามารถทำให้มันมีประสิทธิภาพให้สูงขึ้นได้ เราอาจจะสามารถเปลี่ยนการสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นทุกวันไปเป็นพลังงานได้โดยตัวตรวจจับขนาดเล็กที่ติดตั้งในสิ่งแวดล้อมหรือในตัวเราก็ได้

ทุกคนรู้ว่านาโนเทคโนโลยีหมายถึงสิ่งของขนาดเล็กเช่นตัวตรวจจับ (sensor) ที่สามารถเอาไปใส่ในร่างกายเพื่อตรวจวัดน้ำตาลในเลือดหรือในสนามรบเพื่อตรวจหาแก๊สพิษ แต่ด้วยความซับซ้อนของเทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้สิ่งเหล่านี้มีปัญหาอยู่เพราะว่ามันต้องใช้พลังงานจากภายนอก "ขนาดของอุปกรณ์ขึ้นอยู่กับขนาดของแหล่งพลังงานครับ" กล่าวโดยนักนาโนเทคโนโลยีซอง หลิน วัง (Zhong Lin Wang) แห่งสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย เขากล่าวว่าสิ่งที่เหนือกว่านั้น แบตเตอรี่ต้องใช้สารเคมีมีพิษและต้องมีการเปลี่ยนเป็นระยะๆ

 


แรงสั่นสะเทือนจะทำให้แผ่นอิเล็กโทรด (ด้านบน) ขยับ ทำให้สายไฟนาโน (ด้านล่าง) โค้งงอ และทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น



เมื่อมองไปถึงการสร้างแหล่งพลังงานระดับนาโน วังเริ่มจากความจริงที่ว่าสายไฟนาโนของซิงค์ออกไซด์ (zinc oxide) เป็นวัตถุที่เรียกว่า piezoelectric ซึ่งหมายความว่ามันจะปลดปล่อไฟฟ้าออกมาเมื่อโค้งงอ เขาและทีมงานสร้างเครือข่ายของสายไฟนี้ขึ้นในสารกึ่งตัวนำ (semiconductor) และวางแผ่นอิเล็กโทรดซิลิกอนที่มีลักษณะเป็นลูกฟูกเหนือสารกึ่งตัวนำนั้น (ตามรูป)

คลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) จะผ่านเครื่องมือและทำให้แผ่นอิเล็กโทรดเคลื่อนที่ไปมา ซึ่งมันจะไปทำให้สายไฟโค้งงอ วังกล่าว ประจุที่ได้จะถูกส่งถ่ายไปยังชั้นผิวโลหะของแผ่นอิเล็กโทรดและส่วนที่เรียกว่า voilà ซึ่งเป็นแถวสายไฟนาโนจำนวน 500 เส้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดนาโนแอมแปร์ออกมา ทีมงานรายงานในวารสาร Science ฉบับสัปดาห์นี้

วังกล่าวว่า เมื่อเทียบปริมาณกระแสไฟฟ้าทั่วไปจากเครื่องมืออิเล็กโทรนิกส์เช่นไดโอด (diode) หรือทรานซิสเตอร์ (transistor) แล้ว เขาต้องเพิ่มแรงดันไฟฟ้าของเครื่องมือของเขาจากไม่กี่มิลลิโวลต์ให้เป็นอย่างน้อยครึ่งโวลต์ เขากล่าวว่าเขาวางแผนที่จะทำสายไฟนาโนที่เหมือนกันและหลายแถวมากกว่านี้ อีกทั้งจะเพิ่มตัวเก็บประจุ (capacitor) อีกด้วย
 



JR Minkel. "Nanowires Turn Vibrations into Electricity". science news@sciam: April 06, 2007.


เพลงโมสาร์ทไม่ทำให้คุณฉลาดขึ้น!



การฟังเพลงโมสาร์ทหรือเพลงอื่นๆ ที่คุณชื่นชอบไม่ช่วยให้คุณฉลาดขึ้น แต่ยังต้องมีการศึกษาอีกมากเพื่อดูว่าการฟังเพลงช่วยให้ระดับ IQ ของเด็กสูงขึ้นในระยะยาวหรือไม่ เป็นบทสรุปรายงานการวิเคราะห์เอกสารทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องสติปัญญาและดนตรีทั้งหมดโดยคณะนักวิจัยเยอรมันที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature ฉบับสัปดาห์ก่อน

คณะนักวิจัยที่ได้รับมอบหมายให้ทำรายงานเป็นทีมนักประสาทวิทยาศาสตร์ นักจิตวิทยา นักวิชาการ และนักปรัชญาผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีจำนวน 9 คน (เป็นครั้งแรกที่มีการรีวิวเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสติปัญญาของดนตรีอย่างมีระบบ) คณะนักวิจัยรู้สึกว่าต้องศึกษาเรื่องนี้เพราะว่ามันไม่มีการศึกษาเรื่องนี้ออกมาใหม่เลย

ความสนใจของการศึกษาในเรื่องนี้เกิดขึ้นครั้งแรกจากรายงานที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในวารสาร Nature ปี 1993 โดยนักจิตวิทยาฟรานเชส รอสเชอร์ (Frances Rauscher) และผู้ร่วมงานแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่เมืองเออร์วินได้อ้างว่า หลังจากฟังเพลงของโมสาร์ทเป็นเวลา 10 นาทีแล้ว เราสามารถทำงานที่เกี่ยวกับตำแหน่งเช่นการจดจำรูปแบบต่างหรือจำการวิธีพับกระดาษได้ดีขึ้น

ตอนนี้ปรากฏการณ์โมสาร์ท (Mozard effect) เป็นเพียงกลยุทธ์การขายของอุตสาหกรรมดนตรีและโรงเรียนราษฎร์บางแห่งเท่านั้นหลังจากฝ่ามรสุมการศึกษาเพิ่มเติมมากมายที่เกิดขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อสงสัยของการค้นพบดังกล่าว ในช่วงความวุ่นวายของการโฆษณาที่มีการแปลความหมายข้อมูลที่เกินจริง งานวิจัยที่เกี่ยวกับการฟังเพลงและความสามารถในการฝึกฝนดนตรีมักจะถูกนำมารวมกัน

 


"เราได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดเพื่อค้นหาว่ายังมีคำถามใดหลงเหลืออยู่บ้าง" หัวหน้าการศึกษาราล์ฟ ชูมักเกอร์ (Ralph Schmacher) นักปรัชญาที่ชอบเล่นเปียโนแห่งมหาวิทยาลัยฮัมโบลต์ รายงานนี้ได้แสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์โมสาร์ทไม่เกิดขึ้นจริง

การศึกษาส่วนใหญ่ในเรื่องผลกระทบด้านสติปัญญาของการฟังเพลง (นักวิทยาศาสตร์ด้านดนตรีเรียกชื่อรวมๆ ว่า 'Mozard's Requiem') ไม่สามารถให้ผลการทดลองเดิมได้หรือพบเพียงผลชั่วคราวที่อยู่ได้นานไม่ถึง 20 นาทีหลังจากฟังเพลง อีกทั้งผลกระทบชั่วคราวไม่ได้เกิดขึ้นจำเพาะกับเพลงของโมสาร์ทเท่านั้น แต่ยังเกิดกับเพลงทุกประเภทรวมถึงการอ่านหนังสือที่ผู้ถูกทดลองชอบอีกด้วย

รายงานนี้ให้ความสนใจน้อยกับข้ออ้างในเรื่องผลกระทบของการเรียนดนตรีต่อการพัฒนาระดับสติปัญญา (IQ) โดยเฉพาะในเด็ก การศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาขนาดเล็กและพบว่ายากที่จะแปลผลได้ และบางการศึกษาแนะว่าไม่มีผลกระทบระยะยาวกับระดับสติปัญญาเลย "แต่การศึกษาขนาดใหญ่และน่าเชื่อถือหนึ่งถึงสองอันได้แสดงให้เห็นว่ามันมีผลต่อระดับสติปัญญาน้อยแต่ชัดเจน ซึ่งต้องมีการเฝ้าสังเกตเป็นระยะเวลาหลายปี" ชูมักเกอร์กล่าว

"ถ้าหากว่าผลของการเรียนดนตรีได้รับการยืนยันในการศึกษาต่อไป มันก็ไม่ได้ทำให้ลูกของคุณอัจฉริยะเลยสักนิด ซึ่งเห็นได้ชัดในเอกสารทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน" ชูมักเกอร์กล่าว "จุดที่น่าสนใจที่สุดก็คือ ผลกระทบดังกล่าว (ถ้าเกิดขึ้นจริง) เกิดขึ้นภายในสมองได้อย่างไร"
 


10 ภาพถ่ายสิ่งมีชีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ยอดเยี่ยมประจำปี 2006

ถ้าคุณเคยเล่นกล้องจุลทรรศน์ตอนเด็ก คุณอาจจะรู้สึกทึ่งกับโลกของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเพียงแค่นำตัวอย่างมาส่องดูผ่านเลนส์กล้อง นี่เป็นเหตุผลเดียวกับการจัดการประกวด 2006 Olympus Bioscape Digital Imaging Competition ซึ่งจัดขึ้นทุกปีเพื่อค้นหาภาพถ่ายสิ่งมีชีวิต (หรือเคยมีชีวิตมาก่อน) จากกล้องจุลทรรศน์ที่ดีที่สุด บริษัทโอลิมปัสได้ใช้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านกล้องจุลทรรศน์มาตัดสินผลงานในด้านการนำไปใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ คุณภาพความสวยงาม และการเลือกใช้เทคนิค ต่อไปนี้เป็น 10 ผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกาศผลเมื่อเดือนธันวาคม 2006 และแถม 6 ผลงานที่ได้รับรางวัลชมเชยด้วยจ้า
 

รางวัลที่ 1

ภาพ: เรติน่าของหนู (mouse retina)
เทคนิค: Fluorescence microscopy (quadruple fluorescence); 550x
โดย: Thomas Deerinck; National Center for Microscopy and Imaging Research, University of California, San Diego, U.S.A.
 


รางวัลที่ 2

ภาพ: เซลล์ประสาทการเคลื่อนไหว (motor neuron) ในตัวอ่อนแมลงหวี่ (Drosophila melanogaster)
เทคนิค: Fluorescence microscopy; 200x
โดย: Dr. Hermann Aberle; Max Planck Institute for Developmental Biology, T?bingen, Germany
 


รางวัลที่ 3

ภาพ: ดอกซินเนียแรกเกิด (Zinnia flower primordium)
เทคนิค: Epi-fluorescence microscopy; 200-plus images superimposed
โดย: M. R. Dadpour; Department of Horticulture, University of Tabriz, Iran
 


รางวัลที่ 4

ภาพ: เกสรตัวผู้ของต้นบานเย็น (Mirabilis jalapa)
เทคนิค: Confocal microscopy; 100x
โดย: Dr. Robert Markus; Biological Research Center of the Hungarian Academy of Sciences, Csongrad, Hungary
 


รางวัลที่ 5

ภาพ: ภาพเสมือนจริงภาพแรกของ T-cell (สีเขียว) กำลังฆ่าเซลล์เป้าหมาย (สีม่วง) ในสัตว์ที่มีชีวิตอยู่
เทคนิค: Multiphoton microscopy
โดย: Thorsten Mempel; Harvard University, Cambridge, Mass., U.S.A.
 


รางวัลที่ 6

ภาพ: ราเมือกสกุล Dictyostelium
เทคนิค: Stereo microscopy; 8x
โดย Ron Oldfield; Macquarie University, Sydney, Australia
 


รางวัลที่ 7

ภาพ: สาหร่ายสีทอง Dinobryon
เทคนิค: Differential interference contrast microscopy; 40x
โดย: Wim van Egmond; Rotterdam, the Netherlands
 


รางวัลที่ 8


ภาพ: งวงดูด (proboscis) ของแมลงวันบ้าน
เทคนิค: Dark-field microscopy; 10x
โดย: Ralph Grimm; Jimboomba, Australia


รางวัลที่ 9

ภาพ: ดอกยิปซี (Gypsy flower, Cynoglossum officinale)
เทคนิค: Dark-field stereo microscopy; 5x
โดย: Viktor Sýkora; Charles University, Prague, Czech Republic
 


รางวัลที่ 10

ภาพ: เซลล์บุผิวเส้นเลือดพัลโมนารีของวัว (Live bovine pulmonary epithelial cells)
เทคนิค: Fluorescence microscopy
โดย: Michael Janes; Invitrogen Corp., Eugene, Ore., U.S.A.
 


รางวัลชมเชย

ภาพ: ตัวอ่อนปลาหมึก (Squid embryos)
เทคนิค: Stereo microscopy
โดย: Amelia Harris; Mount Holyoke College, South Hadley, Mass., U.S.A.
 


รางวัลชมเชย

ภาพ: หมัดสุนัข (Dog flea, Ctenocephalides canis)
เทคนิค: Dark-field microscopy; 10x
โดย: Ralph Grimm; Jimboomba, Australia
 


รางวัลชมเชย

ภาพ: ไดอะตอมน้ำลึกจากมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ
เทคนิค: Differential interference contrast microscopy
โดย: Dr. Stephen S. Nagy; Helena, Mont., U.S.A.
 


รางวัลชมเชย

ภาพ: งวงดูดของ Blowfly
เทคนิค: Bright-field microscopy; 60x
โดย: Ron Neumeyer; Delta, British Columbia, Canada
 


รางวัลชมเชย

ภาพ: แรดูลา (radula) ของสัตว์พวกหอย
เทคนิค: Polarized light microscopy
โดย: Dr. Steve Lowry; University of Ulster, Londonderry, U.K.
 


รางวัลชมเชย

ภาพ: HeLa cell (human cervical cancer cell line)
เทคนิค: Fluorescence microscopy; 1500x
โดย: Tomasz Szul; University of Alabama at Birmingham, U.S.A.
 



JR Minkel. "Top 10 Microphotographs of Living Things". science news@sciam. February 01, 2007.


กฎของเคปเลอร์ (Kepler’s laws)


ภาพที่ 1 โจฮานเนส เคปเลอร์

          นักปราชญ์ในยุคก่อนเชื่อว่า วงโคจรของดาวเคราะห์เป็นรูปวงกลมที่สมบูรณ์ จนกระทั่ง โจฮานเนส เคปเลอร์ (Johannes Kepler) นักดาราศาสตร์ชาวเยอรมันซึ่งมีชีวิตอยู่ในระหว่าง ค.ศ.1571 – 1630 ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลตำแหน่งของดาวเคราะห์ ที่ได้จากการตรวจวัดจากการสังเกตการณ์อย่างละเอียด แล้วทำการคำนวณย้อนกลับ พบว่า ผลของการคำนวณซึ่งถือเอาวงโคจรเป็นรูปวงกลมนั้น ไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการณ์ แต่กลับสอดคล้องกับผลของการคำนวณซึ่งถือเอาวงโคจรเป็นรูปวงรี   ในปี ค.ศ.1609 เคปเลอร์ได้ประกาศว่า “ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ที่โฟกัสจุดหนึ่ง” (กฎข้อที่ 1 กฎของวงรี)
หมายเหตุ: การสร้างวงรี สามารถทำได้โดย 2 วิธีคือ วิธีขึงเชือก สร้างสามเหลี่ยมระหว่างจุดโฟกัส 2 จุด และปลายดินสอ จากนั้นลากดินสอรอบจุดโฟกัส โดยให้เส้นเชือกตรึงอยู่ตลอดเวลา ดังภาพที่ 2  และวิธีภาคตัดกรวย ในภาพที่ 3


ภาพที 2 วงโคจรของดาวเคราะห์เป็นวงรี


ภาพที 3 ภาคตัดกรวยชนิดต่าง ๆ

          ในปีเดียวกัน เคปเลอร์พบว่า ความเร็วในวงโคจรของดาวเคราะห์มิใช่ค่าคงที่ แต่จะเคลื่อนที่เร็วเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ และเคลื่อนที่ช้าลงเมื่อออกห่างจากดวงอาทิตย์ เคปเลอร์พบว่า “เมื่อดาวเคราะห์เคลื่อนที่ตามวงโคจรไปในแต่ละช่วงเวลา 1 หน่วย เส้นสมมติที่ลากโยงระหว่างดาวเคราะห์กับดวงอาทิตย์ จะกวาดพื้นที่ในอวกาศไปได้เท่าๆ กัน” (กฎข้อที่ 2 กฎของพื้นที่เท่ากัน)


ภาพที่ 4 พื้นที่ที่กวาดไปช่วงเวลาที่เท่ากัน ย่อมมีขนาดเท่ากัน

          เก้าปีต่อมา ในปี ค.ศ.1618 เคปเลอร์พบว่า พื้นที่ของคาบวงโคจรของดาวเคราะห์ (คำว่า “พื้นที่” หมายถึง กำลังสอง) จะแปรผันตาม ปริมาตรของระยะห่างจากดวงอาทิตย์เสมอ (คำว่า “ปริมาตร” หมายถึง กำลังสาม) หรือพูดอย่างง่ายว่า “กำลังสองของคาบวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ จะแปรผันตาม กำลังสามของระยะห่างจากดวงอาทิตย์” เมื่อนำค่ายกกำลังสองของคาบวงโคจรของดาวเคราะห์ (p2) มาหารด้วย ค่ากำลังสามของระยะห่างจากดวงอาทิตย์ a3 จะได้ค่าคงที่เสมอ (p2/a3 = k, k เป็นค่าคงที่) มิว่าจะเป็นดาวเคราะห์ดวงใดก็ตาม กฎข้อที่ 3 นี้เรียกว่า “กฎฮาร์มอนิก” (Harmonic Law)

ตารางแสดง กฏข้อที่ 3 ของเคปเลอร์

 
คาบการโคจร
รอบดวงอาทิตย์ (ปี)
 
ระยะห่างจาก
ดวงอาทิตย์ (AU)
 
กฏข้อที่ 3
ของเคปเลอร์
 
p
p2
a
a3
p2/a3
ดาวพุธ
0.24
0.06
0.39
0.06
0.97
ดาวศุกร์
0.62
0.38
0.72
0.37
1.03
โลก
1
1.00
1.00
1.00
1.00
ดาวอังคาร
1.9
3.61
1.52
3.51
1.03
ดาวพฤหัสบดี
12
144
5.20
140.61
1.02
ดาวเสาร์
29
841
9.50
857.38
0.98
ดาวยูเรนัส
84
7,056
19.20
7,077.89
1.00
ดาวเนปจูน
164
26,896
30.07
28,189.44
0.99
ดาวพลูโต
248
61,504
39.72
62,655.39
0.98

 

 

 

การค้นพบของกาลิเลโอ

          ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาลี ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ.1564 - 1642 ได้นำกล้องส่องทางไกลซึ่งประดิษฐ์คิดค้นโดยชาวฮอลแลนด์ มาประยุกต์สร้างขึ้นเป็นกล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสง (Refracting telescope) เพื่อใช้ส่องดูเทห์วัตถุท้องฟ้า กาลิเลโอพบว่า พื้นผิวของดวงจันทร์เต็มไปด้วยหลุมขรุขระ และพื้นผิวของดวงอาทิตย์ก็มีจุด (Sunspots) มิได้เป็นทรงกลมที่สมบูรณ์ (มีผิวราบเรียบ) ดังคำสั่งสอนของอริสโตเติล


ภาพที่ 1 กาลิเลโอ กาลิเลอี

          กาลิเลโอพบว่า ดาวพฤหัสบดีมีดาวจันทร์ 4 ดวง เขาเฝ้าบันทึกการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ทั้งสี่ด้วยการสเก็ตรูป (ภาพที่ 2) และสรุปได้ว่า ดวงจันทร์ทั้งสี่โคจรรอบดาวพฤหัสบดีมิได้โคจรรอบโลก แต่โคจรรอบดาวพฤหัสบดี สิ่งที่กาลิเลโอค้นพบ ขัดแย้งกับคำสอนของอริสโตเติลที่ว่า “โลกคือศูนย์กลางของจักรวาล เทห์วัตถุท้องฟ้าทุกอย่างโคจรรอบโลก”


ภาพที่ 2 การบันทึกตำแหน่งดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ของกาลิเลโอ

          เมื่อกาลิเลโอใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องมองดาวศุกร์ เขาพบว่าขนาดของดาวศุกร์เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน เสี้ยวสว่างของดาวศุกร์เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับการที่ดาวศุกร์โคจรรอบดวงอาทิตย์ เมื่อดาวศุกร์โคจรอยู่ด้านเดียวกับโลก ดาวศุกร์จะมีขนาดใหญ่ แต่ปรากฏเป็นเสี้ยวบางคล้ายข้างแรมของดวงจันทร์ เนื่องจากเรามองเห็นแต่ทางด้านหลังดาวศุกร์ เมื่อดาวศุกร์โคจรไปอยู่อีกด้านหนึ่งของดวงอาทิตย์ ดาวศุกร์จะมีขนาดเล็กลง และปรากฏเกือบเป็นวงกลม (ภาพที่ 3)


ภาพที่ 3 ภาพปรากฏของดาวศุกร์

          แม้ว่าการค้นพบของกาลิเลโอจะถูกต้องตรงกับความเป็นจริง แต่ทว่าขัดแย้งกับคำสั่งสอนของศาสนาในยุคนั้น ตำราที่เขาเขียนจึงถูกอายัด และตัวเขาเองก็ถูกจองจำอยู่กับบ้านจนวันตาย จนกระทั่งสามร้อยปีต่อมา ในเดือนตุลาคม ค.ศ.1992 ทางโบสถ์แห่งสำนักวาติกัน ได้ออกมาแถลงการณ์ ยอมรับข้อผิดพลาดที่ปฏิบัติต่อกาลิเลโอ
          กาลิเลโอ มิได้เป็นเพียงนักดาราศาสตร์ผู้เฝ้าสังเกตการณ์ แต่ยังเป็นนักฟิสิกส์ยุคใหม่อีกด้วย ในยุคก่อนอริสโตเติลให้คำอธิบายไว้ว่า “การที่สิ่งของตกลงสู่พื้นดินนั้น เป็นเรื่องของการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติ มิได้มีเรื่องของแรงมาเกี่ยวข้อง หากเป็นเพราะโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ทุกสิ่งจึงต้องเคลื่อนที่เข้าสู่ศูนย์กลางของโลก” กาลิเลโอคิดแตกต่างออกไป เขาเชื่อว่าการที่วัตถุตกลงสู่พื้นนั้น มิใช่เป็นแค่เพียงการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติ แต่เป็นเพราะมีแรงมากระทำต่อวัตถุ กาลิเลโอได้ทำการทดลอง ณ หอเอนแห่งเมืองปิซา (Piza) โดยพิสูจน์ให้เห็นว่า วัตถุต่างชนิดตกลงสู่พื้นโลก ด้วยความเร่งที่เท่ากัน แนวความคิดนี้ถูกนำไปพัฒนาต่อโดย เซอร์ไอแซค นิวตัน นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษในยุคต่อมา

 

 

 

 

กฎของนิวตัน (Newton’s laws)

         เซอร์ ไอแซค นิวตัน (Sir Isaac Newton) เป็นนักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ถือกำเนิดใน ปี ค.ศ.1642 นิวตันสนใจ
ดาราศาสตร์ และประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสง (Reflecting telescope) ขึ้นโดยใช้โลหะเงาเว้าในการรวมแสง แทนการใช้เลนส์ เช่นในกล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสง (Refracting telescope) นิวตันติดใจในปริศนาที่ว่า แรงอะไรทำให้ผลแอปเปิลตกสู่พื้นดินและตรึงดวงจันทร์ไว้กับโลก และสิ่งนี้เองที่นำเขาไปสู่การค้นพบกฎที่สำคัญ 3 ข้อ
 

ภาพที่ 1 เซอร์ไอแซค นิวตัน

กฎข้อที่ 1 กฎของความเฉื่อย (Inertia)
“วัตถุที่หยุดนิ่งจะพยายามหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตราบที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำ ส่วนวัตถุที่เคลื่อนที่จะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงด้วยความเร็วคงที่ ตราบที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำเช่นกัน“

ตัวอย่าง: ขณะที่รถติดสัญญาณไฟแดง ตัวเราหยุดนิ่งอยู่กับที่
          • แต่เมื่อสัญญาณไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว เมื่อคนขับเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า แต่ตัวของเราจะพยายามคงสภาพหยุดนิ่งไว้ ผลคือ หลังของเราจะถูกผลักติดกับเบาะ ขณะที่รถเกิดความเร่งไปข้างหน้า
          • ในทำนองกลับกัน เมื่อสัญญาณไฟเขียวเปลี่ยนเป็นไฟแดง คนขับรถเหยียบเบรคเพื่อจะหยุดรถ ตัวเราซึ่งเคยเคลื่อนที่ด้วยความเร็วพร้อมกับรถ ทันใดเมื่อรถหยุด ตัวเราจะถูกผลักมาข้างหน้า


ภาพที่ 2 การเคลื่อนที่ในอวกาศ

          นิวตันอธิบายว่า ในอวกาศไม่มีอากาศ ดาวเคราะห์จึงเคลื่อนที่โดยปราศจากความฝืด โดยมีความเร็วคงที่ และมีทิศทางเป็นเส้นตรง เขาให้ความคิดเห็นว่า การที่ดาวเคราะห์โคจรเป็นรูปวงรีนั้น เป็นเพราะมีแรงภายนอกมากระทำ (แรงโน้มถ่วงจากดวงอาทิตย์) นิวตันตั้งข้อสังเกตว่า แรงโน้มถ่วงที่ทำให้แอปเปิลตกสู่พื้นดินนั้น เป็นแรงเดียวกันกับ แรงที่ตรึงดวงจันทร์ไว้กับโลก หากปราศจากซึ่งแรงโน้มถ่วงของโลกแล้ว ดวงจันทร์ก็คงจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงผ่านโลกไป
 

กฎข้อที่ 2 กฎของแรง (Force)
“ความเร่งของวัตถุจะแปรผันตามแรงที่กระทำต่อวัตถุ แต่จะแปรผกผันกับมวลของวัตถุ”

          • ถ้าเราผลักวัตถุให้แรงขึ้น ความเร่งของวัตถุก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
          • ถ้าเราออกแรงเท่า ๆ กัน ผลักวัตถุสองชนิดซึ่งมีมวลไม่เท่ากัน วัตถุที่มีมวลมากจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งน้อยกว่าวัตถุที่มีมวลน้อย

ความเร่งของวัตถุ = แรงที่กระทำต่อวัตถุ / มวลของวัตถ (หรือ a = F/m)

ตัวอย่าง: เมื่อเราออกแรงเท่ากัน เพื่อผลักรถให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า รถที่ไม่บรรทุกของจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งมากกว่ารถที่บรรทุกของ



ภาพที่ 3  ความเร่งแปรผกผันกับมวล

          ในเรื่องดาราศาสตร์ นิวตันอธิบายว่า ดาวเคราะห์และดวงอาทิตย์ต่างโคจรรอบกันและกัน โดยมีจุดศูนย์กลางร่วม แต่เนื่องจากดวงอาทิตย์มีมวลมากกว่าดาวเคราะห์หลายแสนเท่า เราจึงมองเห็นว่า ดาวเคราะห์เคลื่อนที่ไปด้วยความเร่งที่มากกว่าดวงอาทิตย์ และมีจุดศูนย์กลางร่วมอยู่ภายในตัวดวงอาทิตย์เอง ดังเช่น การหมุนลูกตุ้มดัมเบลสองข้างที่มีมวลไม่เท่ากัน ในภาพที่ 4


ภาพที่ 4  การหมุนรอบจุดศูนย์กลางมวล

กฎข้อที่ 3 กฎของแรงปฏิกิริยา
“แรงที่วัตถุที่หนึ่งกระทำต่อวัตถุที่สอง ย่อมเท่ากับ แรงที่วัตถุที่สองกระทำต่อวัตถุที่หนึ่ง แต่ทิศทางตรงข้ามกัน”
(Action = Reaction)

 


ภาพที่ 5   แรงกริยา = แรงปฏิกริยา

          หากเราออกแรงถีบยานอวกาศในอวกาศ ทั้งตัวเราและยานอวกาศต่างเคลื่อนที่ออกจากกัน (แรงกริยา = แรงปฏิกิริยา) แต่ตัวเราจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งที่มากกว่ายานอวกาศ ทั้งนี้เนื่องจากตัวเรามีมวลน้อยกว่ายานอวกาศ (กฎข้อที่ 2) ดังภาพที่ ุ6


ภาพที่ 6  การเคลื่อนที่ในอวกาศ

          นิวตันอธิบายว่า ขณะที่ดวงอาทิตย์มีแรงกระทำต่อดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์ก็มีแรงกระทำต่อดวงอาทิตย์ในปริมาณที่เท่ากัน แต่มีทิศทางตรงกันข้าม และนั่นคือแรงดึงดูดร่วม

นิวตันอธิบายการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ตามกฎของเคปเลอร์

          การค้นพบกฎทั้งสามข้อนี้ นำไปสู่การค้นพบ “กฎความโน้มถ่วงแห่งเอกภพ” (The Law of Universal) “วัตถุสองชิ้นดึงดูดกันด้วยแรงซึ่งแปรผันตามมวลของวัตถุ แต่แปรผกผันกับระยะทางระหว่างวัตถุยกกำลังสอง” ซึ่งเขียนเป็นสูตรได้ว่า

F = G (m1m2/r2)   โดยที่ F = แรงดึงดูดระหว่างวัตถุ

m1 = มวลของวัตถุชิ้นที่ 1
m2 = มวลของวัตถุชิ้นที่ 2
r = ระยะห่างระหว่างวัตถุทั้ง 2 ชิ้น
G = ค่าคงที่ของแรงโน้มถ่วง = 6.67 x 10-11 newton m2/kg2

          บางครั้งเราเรียกกฎข้อนี้อย่างง่ายๆ ว่า “กฎการแปรผกผันยกกำลังสอง” (Inverse square law) นิวตันพบว่า “ขนาดของแรง จะแปรผกผันกับ ค่ากำลังสองของระยะห่างระหว่างวัตถุ”

          ตัวอย่าง: เมื่อระยะทางระหว่างวัตถุเพิ่มขึ้น 2 เท่า แรงดึงดูดระหว่างวัตถุจะลดลง 4 เท่า ดังที่แสดงในภาพที่ 6 เขาอธิบายว่า การร่วงหล่นของผลแอปเปิล ก็เช่นเดียวกับการร่วงหล่นของดวงจันทร์ ณ ตำแหน่งบนพื้นผิวโลก สมมติว่าแรงโน้มถ่วงบนพื้นผิวโลกมีค่า = 1 ระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์มีค่า 60 เท่าของรัศมีโลก ดังนั้นแรงโน้มถ่วง ณ ตำแหน่งวงโคจรของดวงจันทร์ย่อมมีค่าลดลง = (60)2 = 3,600 เท่า


ภาพที่ 7  การเคลื่อนที่ในอวกาศ

          ในภาพที่ 8 แสดงให้เห็นว่า ใน 1 วินาที ดวงจันทร์เคลื่อนที่ไปได้ 1 กิโลเมตร จะถูกโลกดึงดูดให้ตกลงมา 1.4 มิลลิเมตร เมื่อดวงจันทร์โคจรไปได้ 1 เดือน ทั้งแรงตั้งต้นของดวงจันทร์ และแรงโน้มถ่วงของโลก ก็จะทำให้ดวงจันทร์โคจรได้ 1 รอบพอดี เราเรียกการตกเช่นนี้ว่า “การตกแบบอิสระ” (Free fall) อันเป็นหลักการซึ่งมนุษย์นำไปประยุกต์ใช้กับการส่งยานอวกาศ และดาวเทียม ในยุคต่อมา


ภาพที่ 8  การเคลื่อนที่ของดวงจันทร์

          ตอนที่เคปเลอร์ค้นพบกฎการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ซึ่งได้จากผลของการสังเกตการณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 นั้น เขาไม่สามารถอธิบายว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จวบจนอีกหนึ่งศตวรรษต่อมา นิวตันได้ใช้กฎการแปรผกผันยกกำลังสอง อธิบายเรื่องการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ตามกฎทั้งสามข้อของเคปเลอร์ ดังนี้
          • ดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นรูปวงรี เกี่ยวเนื่องจากระยะทางและแรงโน้มถ่วงจากดวงอาทิตย์
          • ในวงโคจรรูปวงรี ดาวเคราะห์จะเคลื่อนที่เร็ว ณ ตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์ และเคลื่อนที่ช้า ณ ตำแหน่งไกลจากดวงอาทิตย์ เนื่องจากอิทธิพลของระยะห่างระหว่างดวงอาทิตย์
          • ดาวเคราะห์ดวงในเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าดาวเคราะห์ดวงนอก เป็นเพราะว่าอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากกว่า จึงมีแรงโน้มถ่วงระหว่างกันมากกว่า
 

ความเร็ว (Speed) หมายถึง ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ไปใน 1 หน่วยของเวลา (ระยะทาง/เวลา)
ความเร่ง (Acceleration) หมายถึง ความเร็วของวัตถุที่เปลี่ยนแปลงไปใน 1 หน่วยเวลา (ระยะทาง/เวลา)/เวลา

ตัวอย่าง:
ในวินาทีแรก รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 1 เมตร/วินาที ในวินาทีที่สอง รถคันนี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 5 เมตร/วินาที
เพราะฉะนั้น รถคันนี้มีความเร่ง 4 (เมตร/วินาที)/วินาที


ภาพที่ 9  ความเร่งของการร่วงหล่น

          ณ ตำแหน่งพื้นผิวโลก วัตถุจะร่วงหล่นสู่พื้นด้วยความเร่ง (9.8 เมตร/วินาที)/วินาที ภาพที่ 8 แสดงให้เห็นว่า ความเร็วของแอปเปิลเพิ่มมากขึ้นในแต่ละช่วงเวลา 0.1 วินาที

 

 

ศูนย์กลางของระบบสุริยะ

         มนุษย์พยายามจะทำความเข้าใจเรื่องจักรวาล โดยทำการศึกษาการเคลื่อนที่ของเทห์วัตถุท้องฟ้ามาแต่โบราณแล้ว ประมาณ 800 ปีก่อนคริสตกาล ชาวบาบีโลนได้สร้างปฏิทินโดยการศึกษาการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ผ่านหน้ากลุ่มดาวจักราศี พวกเขาได้ตั้งชื่อ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าทั้งห้าดวง ขึ้นเป็นชื่อวันในสัปดาห์ วันอาทิตย์, วันจันทร์, วันอังคาร, ....... ถึง วันเสาร์ ตามที่เราได้ใช้กันอยู่ตราบจนทุกวันนี้
         เมื่อประมาณ 600 ปีก่อนคริสตกาล พีธากอรัส (Pythagoras) ชาวปราชญ์ชาวกรีกได้สร้างแบบจำลองของจักรวาลว่า โลกของเราเป็นทรงกลมตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลาง ถูกห้อมล้อมด้วยทรงกลมขนาดใหญ่ เรียกว่า ทรงกลมท้องฟ้า (Celestial sphere) ดวงดาวทั้งหลายติดอยู่บนทรงกลมท้องฟ้า ซึ่งเคลื่อนที่จากทางทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก          นอกจากทรงกลมใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของดาวฤกษ์ทั้งหลายแล้ว ยังมีทรงกลมข้างในอีก 7 วง ซ้อนกันอยู่อันเป็นที่ตั้งของ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าอีก 5 ดวง อันได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ ทรงกลมทั้งเจ็ดเคลื่อนที่สวนทางกับทรงกลมท้องฟ้า จากทางทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกด้วยความเร็วที่แตกต่างกันไป คนในยุคก่อนสังเกตการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ทั้งห้า สวนทางกับกลุ่มดาวจักราศีทั้งสิบสอง ซึ่งตั้งอยู่บนทรงกลมท้องฟ้า จึงเกิดเป็น “ปฏิทิน” (Calendar) โดยมีชื่อของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์เป็น “ชื่อของวัน” (Day) และมีชื่อของกลุ่มดาวจักราศีเป็น “ชื่อเดือน” (Month)


ภาพที่ 1  แบบจำลองระบบจักรวาลของพีธากอรัส

หมายเหตุ: ในสมัยนั้นมนุษย์ยังไม่รู้จักความแตกต่างทางกายภาพของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ พวกเขาแยกแยะ ดาวฤกษ์ กับ ดาวเคราะห์ ์ด้วยความแตกต่างของการเคลื่อนที่บนท้องฟ้า พวกเขาเห็น “ดาวฤกษ์” (Star) เป็นดาวประจำที่ เคลื่อนที่ไปเป็นรูปกลุ่มดาว (Constellations) พร้อม ๆ กับทรงกลมท้องฟ้า ส่วนดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ทั้งห้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้น เคลื่อนที่ด้วยในแนวตะวันออก-ตะวันตก ด้วยความเร็วไม่คงที่ ผ่านหน้ากลุ่มดาวจักราศี (Zodiac) จึงเรียกโดยรวมว่า “ดาวเคราะห์” (Planets) ซึ่งแปลว่า “นักท่องเที่ยว” ดังภาพที่ 1  และนี่เองคือต้นกำเนิดของวิชาโหราศาสตร์ (Astrology) ดังที่เราจะได้ยินคำว่า ฤกษ์ เคราะห์ และยาม (เวลา) อยู่เสมอ ในเรื่องของการทำนายโชคชะตา

          ในช่วง 350 ปีก่อนคริสตกาล อริสโตเติล (Aristotle) นักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงของกรีกสอนว่า ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เป็นทรงกลมที่สมบูรณ์ (มีผิวเรียบ) ทั้งดาวฤกษ์ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์ ต่างเคลื่อนที่รอบโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาล อริสโตเติลสอนด้วยว่า การเคลื่อนที่ของวัตถุบนโลกมีอยู่สองชนิด คือ การเคลื่อนที่ในแนวราบเรียกว่า “แรง” (Force)  ส่วนการเคลื่อนที่ในแนวดิ่งนั้นถือว่าเป็น “การเคลื่อนที่ตามธรรมชาติ” (Natural motion) มิได้มีแรงอะไรมากระทำ ทุกสรรพสิ่งต้องเคลื่อนที่เข้าหาศูนย์กลางของโลก เนื่องจาก “โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล” (Geocentric)
           หลังจากนั้นไม่นาน อริสตาชุส (Aristarchus) นักปราชญ์ชาวกรีกแห่งเมืองอเล็กซานเดรีย (ประเทศอียิปต์ในปัจจุบัน) ได้เสนอแบบจำลองใหม่ของจักรวาลซึ่งมี “ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง” (Heliocentric)   อริสตาชุสอธิบายว่า โลกหมุนรอบตัวเองวันละ 1 รอบ ทำให้เรามองเห็นท้องฟ้าเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก ขณะเดียวกันโลกก็โคจรไปรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เรามองเห็น ดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ผ่านหน้ากลุ่มดาวจักราศีทั้งสิบสอง นอกจากนั้นเขายังคำนวณ เปรียบเทียบระยะทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์ และโลกกับดวงอาทิตย์ เขาทราบดีว่า ดวงอาทิตย์มีขนาดใหญ่กว่าโลกมาก ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ว่าแนวความคิดนี้จะถูกต้อง แต่ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับกันในยุคนั้น เพราะเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ตามองเห็น ยากต่อการจินตนาการ และยังไม่มีใครพิสูจน์ความเป็นได้ ประกอบกับ โชคไม่ดีที่ห้องสมุดของเมืองอเล็กซานเดรียถูกไฟใหม้ ตำราที่อริสตาชุสเขียนขึ้น ถูกทำลายจนหมดสิ้น มีแต่หลักฐานที่เกี่ยวข้องจากผู้ที่อยู่ร่วมยุคสมัย
 


ภาพที่ 2  การเคลื่อนที่ย้อนทาง (Retrograde motion)

          ในปี ค.ศ.125 คลอเดียส ปโตเลมี (Claudius Ptolemy) นักดาราศาสตร์ชาวกรีก ได้แต่งตำราดาราศาสตร์ฉบับแรกของโลก ชื่อว่า “อัลมาเจสท์” (Almagest) ปโตเลมีทำการศึกษาการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ ด้วยหลักการทางเรขาคณิตอย่างละเอียด โดยระบุว่า โลกเป็นทรงกลมอยู่ตรงใจกลางของจักรวาล โลกหยุดนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหว เขาให้เหตุผลอธิบาย การเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์ทั้งเจ็ด (รวมดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์) ซึ่งเคลื่อนไปข้างหน้า และบางครั้งก็เคลื่อนที่ย้อนทาง (Retrograde) สวนกับกลุ่มดาวจักราศี บนทรงกลมท้องฟ้า ดังที่แสดงในภาพที่ 2 ว่า การที่เรามองเห็นดาวเคราะห์เคลื่อนที่ย้อนกลับไปมานั้น เป็นเพราะดาวเคราะห์ทั้งเจ็ด เคลื่อนที่อยู่บนวงกลมขนาดเล็กซึ่งเรียกว่า “เอปิไซเคิล” (Epicycle) ซึ่งวางอยู่บนวงโคจรรอบโลกอีกทีหนึ่ง ดังที่แสดงในภาพที่ 3

ภาพที่ 3  ระบบโลกเป็นศูนย์กลางของปโตเลมี และระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของโคเปอร์นิคัส

        แบบจำลองของปโตเลมีได้รับการยอมรับกันในวงการวิทยาศาสตร์โบราณมานานกว่า 1,400 ปี จนกระทั่งในปี ค.ศ.1514  นิโคลาส โคเปอร์นิคัส (Nicolaus Copernicus) บาทหลวงชาวโปแลนด์ ได้ทำการศึกษาเรื่องการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์นานถึง 20 ปี ได้เสนอแนวความคิดซึ่งมีระบบดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง ดังนี้


ภาพที่ 4  นิโคลาส โคเปอร์นิคัส

          1. ทรงกลมท้องฟ้าทั้งหมด (ซึ่งเป็นที่ตั้งของดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ที่ศูนย์กลางของจักรวาล
          2. ระยะทางจากโลกไปยังทรงกลมท้องฟ้าซึ่งเป็นที่ตั้งของดาวฤกษ์ อยู่ไกลกว่า ระยะทางจากโลกไปยังดวงอาทิตย์
          3. การเคลื่อนที่ของทรงกลมท้องฟ้าปรากฏสัมพัทธ์กับเส้นขอบฟ้าในแต่ละวัน เป็นผลมาจากการที่โลกหมุนรอบแกนของตัวเอง
          4. การเคลื่อนที่ย้อนกลับ (Retrograde motion) ของดาวเคราะห์ เกิดขึ้นเนื่องจากการเคลื่อนที่ไปตามวงโคจรของโลกสัมพัทธ์กับการเคลื่อนที่ไปตามวงโคจรของดาวเคราะห์ (ดังภาพที่ 5)


ภาพที่ 5  การอธิบายการเคลื่อนที่ย้อนกลับของดาวเคราะห์

 

 

 

การทดสอบกฎของเคปเลอร์

ระดับชั้นเรียน: มัธยมต้น

กำหนดเวลา: 1 ชั่วโมง

วัตถุประสงค์: ให้นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของระยะห่างและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ ตามกฎของเคปเลอร์ ข้อที่ 3 ที่ว่า “กำลังสองของคาบวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ จะแปรผันตาม กำลังสามของระยะห่างจากดวงอาทิตย์”

อุปกรณ์:
          1. อุปกรณ์สาธิตวงโคจรของวัตถุ
          2. ใบงานกิจกรรมการทดสอบกฎข้อที่ 3 ของเคปเลอร์
          3. เครื่องคิดเลข (ตามความเหมาะสม)

การดำเนินกิจกรรม:
          แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ตามความเหมาะสม คุณครูอธิบายความเป็นมาของกฎข้อนี้อย่างคร่าวๆ เพื่อให้นักเรียนมองเห็นภาพรวม ก่อนที่จะลงมือทำกิจกรรม
แจกใบงานกิจกรรมการทดสอบกฎของเคปเลอร์ ข้อที่ 3 ให้นักเรียนคำนวณตามแบบฝึกหัดในใบงานกิจกรรมที่แจกให้ เพื่อหาค่า p^2 / a^3 ของดาวเคราะห์แต่ละดวงในระบบสุริยะ
จากนั้นให้นักเรียนพิจารณาเปรียบเทียบ ค่าที่ได้จากการคำนวณของดาวแต่ละดวงว่า มีความคล้ายคลึงหรือแตกต่างกันอย่างไร

สรุปการทำกิจกรรม:
          หลังจากที่นักเรียนทำกิจกรรมกันแล้ว ให้คุณครูอธิบายหลักการของกฎข้อนี้อย่างละเอียด โดยใช้อุปกรณ์สาธิตวงโคจรของวัตถุ เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในกฎของเคปเลอร์ได้ดียิ่งขึ้น

 

 

 

กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน


ระดับชั้นเรียน: ประถมศึกษาขึ้นไป

กำหนดเวลา: 1 - 2 ชั่วโมง

วัตถุประสงค์: ให้นักเรียนมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

อุปกรณ์:
          1. รถของเล่น 2 คัน
          2. เชือกไนลอน 2 เส้น
          3. ตุ้มถ่วงน้ำหนัก 3 ก้อน
          4. ไม้บรรทัด
          5. เทปใส
          6. ท่อร้อยสายไฟ ยาว 1 ฟุต

การจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง
          1. วางท่อที่ขอบโต๊ะ แล้วยึดด้วยเทปใสเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างพื้นกับเชือก
          2. นำเชือกทั้ง 2 เส้น ผูกเข้ากับด้านหน้าของรถทั้งสองคัน
          3. นำส่วนปลายเชือกอีกด้านของทั้งสองเส้น ผูกเข้ากับตุ้มน้ำหนัก
          4. วางเชือกให้คาดอยู่บนด้ามปากกาขอบโต๊ะ ดังรูป

หลักการ :
          กฎข้อที่ 1 กฎแห่งความเฉื่อย “วัตถุที่หยุดนิ่งจะพยายามหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตราบที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำ ส่วนวัตถุที่เคลื่อนที่จะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงด้วยความเร็วคงที่ ตราบที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำเช่นกัน“
กฎข้อที่ 2 กฎของแรง “ความเร่งของวัตถุจะแปรผันตามแรงที่กระทำต่อวัตถุ แต่จะแปรผกผันกับมวลของวัตถุ”

F = ma

          กำหนดให้
                     F = แรงที่มากระทำกับวัตถุ
                    m = มวลของวัตถุ
                     a = ความเร่งของวัตถุ

การดำเนินกิจกรรม:

          แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ละเท่าๆ กันตามความเหมาะสม แจกอุปกรณ์ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง ดังต่อไปนี้

ตอนที่ 1 กฎแห่งความเฉื่อย

วิธีการทดลอง
          1. นำรถของเล่นวางบนโต๊ะ นำตุ้มน้ำหนักวางบนรถ ดังรูป แล้วใช้ไม้บรรทัดตีให้รถเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็ว สังเกตการเคลื่อนที่ของตุ้มน้ำหนัก บันทึกผลการทดลอง
          2. นำรถของเล่นวางบนโต๊ะ วางตุ้มน้ำหนักบนรถ ดังรูป แล้วผลักให้รถวิ่งไปพร้อมกับตุ้มน้ำหนัก โดยใช้ไม้บรรทัดกันให้รถหยุดกระทันหัน สังเกตการเคลื่อนที่ของตุ้มน้ำหนัก บันทึกผลการทดลอง

ตอนที่ 2 กฎของแรง

วิธีการทดลอง
          1. ผูกเชือกกับรถของเล่นและตุ้มน้ำหนักวางบนโต๊ะ แล้วใช้ไม้บรรทัดกันเอาไว้ ดังรูป
          2. นำไม้บรรทัดที่กันออก สังเกตการเคลื่อนที่ของรถทดลองทั้ง 2 คัน บันทึกผลการทดลอง
          3. ทำการทดลองซ้ำข้อ 1 โดยเพิ่มตุ้มน้ำหนัก ให้รถอีกคันหนึ่งดังรูป
          4. นำไม้บรรทัดที่กั้นออก สังเกตการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนที่ของรถทั้งสอง บันทึกผลการทดลอง

สรุปการทำกิจกรรม:
           หลังจากที่นักเรียนได้เรียนรู้และสนุกกับการทดลองแล้ว ให้นักเรียนสรุปผลการทดลอง และส่งตัวแทนออกมานำเสนอทีละกลุ่ม และช่วยกันสรุปผลการทดลองอีกครั้ง
 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N  O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ                                       อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

  A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด : | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ  ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต แผ่นใสการเรียนการสอน
เอกสารการสอน PDF

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์ 

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

ภาพประจำสัปดาห์