แนวคิดแรก  

    นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าแท่งหินขนาดใหญ่ที่พบที่สโตนเฮนจ์  ในประเทศอังกฤษ  ถูกใช้สำหรับการเฝ้าดูดาวบนฟากฟ้า

      หลายศตวรรษมาแล้วที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสงสัยว่าจักรวาลของเราเกิดขึ้นได้อย่างไร ตามธรรมเนียมโบราณบางอย่าง  ผู้คนเชื่อว่าดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นเทพเจ้าที่เป็นมิตรกับมนุษย์  เนื่องจากดวงอาทิตย์ให้แสงสว่างและความอบอุ่นในตอนกลางวัน   ขณะที่ดวงจันทร์ช่วยส่องแสงขับไล่ความมืดมิดในเวลากลางคืน 

      ในที่สุดนักดาราศาสตร์ในยุคต้น ๆ จึงได้เฝ้าสังเกตการณ์ท้องฟ้าตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรกแม้ว่าพวกเขาจะทำงานพลาดอยู่บ่อย ๆ ก็ตาม  เช่น  ในสมัยกรีกโบราณ   พวกเขาเชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

      ในศตวรรษที่ 16 นักดาราศาสตร์ชาวโปลิชชื่อ  นิโคลาส  โคเปอร์นิคัสได้ทำการพิสูจน์ให้เห็นว่าทั้งโลกและดาวเคราะห์อื่น ๆ ต่างก็โคจรอยู่ในระบบสุริยจักรวาล  ที่ต้องหมุนไปรอบดวงอาทิตย์  ในปี พ.ศ.  2323 (ค.ศ. 1780)  นักวิทยาศาสตร์พบว่าดาวฤกษ์หลายล้านดวงที่เรามองเห็นจากโลกของเรานั้น  ก่อตัวเป็นกาแล็กซีที่เรียกว่า  ทางช้างเผือก    

 

     ปโตเลมี  นักดาราศาสตร์ชาวกรีกในศตวรรษที่  2  คิดว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล  และทั้งดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์และดาวเคราะห์อื่น ๆ ต้องหมุนรอบโลก

 

      กรีกโบราณเชื่อว่าพระอาทิตย์เดินทางข้ามท้องฟ้าด้วยราชรถที่ขับเคลื่อนโดยเทพฮีลิโอ

ภาพจักรวาลตามแนวคิดของโคเปอร์นิคัส  แนวคิดของเขาถือได้ว่าตรงกันข้ามกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์  ‘ที่เป็นทางการ’  และเป็นเสมือนตัวแทนของโบสถ์คาธอลิคในสมัยนั้นอย่างสิ้นเชิง

1.ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาลและดาวเคราะห์ต่าง ๆ ก็โคจรรอบมัน

2.โลกเป็นดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์

3.วงของกลุ่มดาวที่ไม่เคลื่อนที่

หน้า     3   4   5   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16

          

นำมาจาก  กำเนิดจักรวาล รูปเล่ม และปกโดย KONHOY GRAPHIC TEAM  โดยสำนักพิมพ์หิ่งห้อย   ฟิสิกส์ราชมงคลต้องขอขอบคุณมากครับ

กลับเข้าหน้าแรกกำเนิดจักรวาล

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

รถไฮบริด

      บทนำ

     ขณะที่คุณนำรถไปเติมน้ำมัน  เด็กปั๊มจะนำหัวจ่ายสอดใส่เข้าไปในถังน้ำมัน  พร้อมกับราคาของน้ำมันที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว  แต่ละหยดของน้ำมันหมายถึงเงินในกระเป๋าของคุณ  ที่ต้องโบยบินออกไป

      ปัจจุบันเทคโนโลยีของรถยนต์ก้าวหน้าพัฒนาไปมากมาย เพื่อประหยัดน้ำมันให้กับรถของคุณ  พร้อมก้บพยายามรักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด

      ตอนนี้มีรถสองยี่ห้อ  คือฮอนด้า และโตโยต้า  ที่กำลังแข่งขันกันประหยัดน้ำมัน คำตอบที่เป็นไปได้มากสุด  คือรถแบบผสมผสานที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า รถไฮบริด  ทั้งสองบริษัทเป็นของญี่ปุ่น เริ่มขายรถไฮบริดในประเทศอเมริกา เพราะเป็นประเทศที่ร่ำรวยพอจะมีเงินซื้อเทคโนโลยีใหม่ได้  ส่วนประเทศไทยของเราคงต้องรอให้ราคาถูกกว่านี้จึงจะพอมีปัญญาซื้อมาใช้ได้

รถฮอนด้าอินไซด์   เป็นรถไฮบริดอิเล็กทริก ( hybrid electric)

       รถไฮบริดสามารถวิ่งได้ไกลกว่ารถเก๋งธรรมดา  ไม่ก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมใช่หรือไม่   ฟิสิกส์ราชมงคลจะไขความลับนี้ให้คุณได้ทราบ ว่าเทคโนโลยีอันแสนมหัศจรรย์ของโตโยต้า และฮอนด้านั้น  มันเป็นอย่างไร ในหน้าถัดไป  คลิกครับ

ดิสก์เบรก

      บทนำ

     รถเก๋งส่วนใหญ่  ล้อหน้าจะเป็นดิสก์เบรก  ส่วนล้อหลังเป็นดรัมเบรก  แต่บางรุ่นเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ

ดิสก์เบรก

     ดิสก์เบรกจะใช้ระบบ  คาลิปเปอร์ลอยแบบลูกสูบเดี่ยว  (single-piston floating  caliper)  ฟิสิกส์ราชมงคลจะไขปริศนาหลักการทำงานของดิสก์เบรก ให้คุณได้ทราบในหน้าถัดไป    คลิกครับ

กระป๋องสเปรย์ทำงานอย่างไร

       เมื่อพูดถึงคนที่ชื่อว่า  อีริค  รอทเท็ม  ( Eric Rotheim)  คงจะไม่มีคนรู้จัก  แต่ถ้าพูดถึงงานของเขา  คุณจะไม่สงสัยในงานของเขาเลย  รอทเท็มเป็นวิศวกรและนักประดิษฐ์ชาวนอรเวย์  เมื่อ  75  ปีก่อนเขาได้ประดิษฐ์กระป๋องสเปรย์เป็นคนแรก

        

กระป๋องสเปรย์ของรอทเท็มซึ่งเป็นต้นแบบของกระป๋องสเปรย์ในปัจจุบัน

        กระป๋องสเปรย์ของรอทเท็มตอนที่ประดิษฐ์ออกมาใหม่ๆ  ไม่มีใครให้ความสนใจ  ต้องรอจนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง  เมื่อกองทัพสหรัฐต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่นอกประเทศ  ได้ใช้กระป๋องนี้บรรจุยาฆ่าแมลง   ช่วยให้ทหารอมริกาในภาคพื้นแปซิฟิคสามารถฉีดยาฆ่าแมลงได้อย่างสะดวก  รบกับญี่ปุ่นได้อย่างสบายใจ

        ภายหลังสงคราม  ภาคอุตสาหกรรม  ได้นำกระป๋องสเปรย์ไปประยุกต์ในงานอื่นๆอีกมากมาย    ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์นับเป็นพันๆชนิดที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง   ตั้งแต่น้ำยาฉีดผ้าให้เรียบ  น้ำมันพืช   ครีมโกนหนวด  ไปจนถึงยาพ่นจมูก  

        ฟิสิกส์ราชมงคลจะเปิดภายในกระป๋อง  และไขความลับภายในกระป๋องให้คุณได้ทราบ  ว่าการทำงานเป็นอย่างไร  ในหน้าถัดไป

กระดานแม่เหล็ก แมกนา ดูเดิล

เขียนได้ลบได้

        คริสตศักราช  1974  วิศวกร 4  คน จากบริษัทปากกาไพล๊อต    ไดประดิษฐ์คิดค้น  กระดานที่ไม่ต้องใช้ชอร์ก  สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก สิ่งประดิษฐ์นี้ได้กลายเป็นกระดานให้กับเด็กเล็กๆมากมายได้ใช้ขีดเขียนเล่น  มีคนเก็บสถิติพบว่า แค่ ปีเดียวขายได้กว่า  40  ล้านชิ้น   อุปกรณ์อันมหัศจรรย์นี้ได้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ได้อีกมากมาย  บางคนนำไปเขียนใต้น้ำ   หรือทางองค์การอวกาศนาซา  ได้นำไปเขียนในยานอวกาศที่โคจรอยู่รอบโลก เชื่อไหมละครับ

           อุปกรณ์นี้มีชื่อเรียกว่า  แมกนา  ดูเดิล  (Magna  doodle)   หรือกระดานแม่เหล็ก

           ฟิสิกส์ราชมงคล  จะนำท่านเข้าไปดูความมหัศจรรย์นี้ในระยะใกล้ ๆ  อย่างชนิดว่า แกะออกมาให้เห็นทุกส่วนเลยทีเดียว กดที่นี่หรือรูปภาพเพื่อดูรายละเอียด