ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก
ยุคก่อนมีพระพุทธรูปในประเทศอินเดีย พ.ศ. ๓๐๐–๗๐๐
ถ่ายจากภาพปั้นที่จำลองขึ้นใหม่ เพื่อกิจการแห่งโรงมหรสพทางวิญญาณ ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
-
พุทธทาสภิกขุ รวบรวมและอธิบาย

ภาพที่ ๒๕ สัญลักษณ์การประสูติ

ภาพเทวีนั่งเหนือดอกบัว ในหม้อแบบปูรณฆฏะ ถือดอกบัวบานมีช้างรดน้ำจากหม้อลงบนศีรษะ.
(จากหินสลัก แบบสาญจี สมัยสุงคะ พ.ศ. ๔๐๐–๕๐๐)

คำอธิบายภาพที่ ๒๕

ภาพซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการประสูติภาพนี้ มีความสำคัญเป็นพิเศษยิ่งกว่าภาพอื่นอยู่อย่างหนึ่ง คือ เป็นวัตถุแห่งความวิวาทกันระหว่างนักปราชญ์ทางโบราณคดีที่เกิดแตกกันเป็นสองพวกเป็นอย่างน้อย นับตั้งแต่ภาพนี้ปรากฏออกมาในการขุดค้นโบราณสถานที่สาญจีนั้น. ในครั้งแรกที่สุด มีการเชื่อกันตามนักโบราณคดีคนแรก ๆ ที่สันนิษฐานว่า ภาพนี้เป็นภาพของพระลักษมี เทพเจ้าแห่งโชคลาภของฝ่ายฮินดูกันทุกคน ต่อมาจึงเกิดความเห็นแตกแยก โดยมีผู้ตั้งข้อสังเกตใหม่ และคัดค้านขึ้น ทำให้เกิดการกล่าวกระทบเทียบกันในระหว่างนักปราชญ์เหล่านั้น ด้วยวาจากที่ส่อโทสจริต เหมือนพวกนักปราชญ์ที่เถียงกันเรื่องเมืองศรีวิชัยที่ปาเล็มบังในเกาะสุมาตรา หรือที่พื้นแผ่นดินบนแหลมมลายูตรงที่ค้นพบศิลาจารึกเรื่องเมืองศรีวิชัยนั่นเอง. เมื่อคนชั้นอาจารย์พูดอะไรออกไปแล้ว ยากที่จะกลับได้ แม้จะรู้ว่าพูดผิดไปแล้ว ก็ยอมทนอยู่ในลักษณะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันอยู่นั่นเอง, ดังนั้นจึงมียังมีคนที่เชื่อตามเอกสารที่เขียนลงไปครั้งแรก ว่าภาพนี้เป็นภาพพระลักษมีของฮินดูอยู่มาจนกระทั่งบัดนี้ และส่วนมากเป็นนักศึกษาที่เป็นฮินดู, นักศึกษาที่เป็นฝรั่งเท่านั้น ที่จะคิดอย่างอิสระขึ้นก่อน แล้วแถลงเหตุผลให้คิดกันต่อไป จนในบัดนี้มีผู้ยอมรับว่าเป็นความจริงตามนั้น. ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่น่าฟังหรือมีประโยชน์มาก แม้สำหรับพวกเราชาวไทย ที่อาศัยนักปราชญ์ต่างประเทศอยู่มาก โดยมิได้นึกว่าอาจจะพลัดตกลงไปในเหวแห่งความลำเอียงของใครโดยไม่รู้สึกตัว, เรื่องราวมีดังต่อไปนี้.

ข้อแรกที่สุด จะต้องนึกว่า เป็นที่ยอมรับกันแล้วอย่างไม่มีที่สงสัยว่า ต้นโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ของการตรัสรู้, วงล้อเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงธรรมจักร, และสถูปดินเป็นสัญลักษณ์ของการปรินิพพาน, และปรากฏต่อไปว่า ที่ซุ้มประตูแห่งสถูปสาญจีทั้งหมดนั้น มีภาพต้นโพธิ์แสดงปรากฏอยู่ถึง ๑๘ แห่ง, ภาพล้อธรรมจักรแสดงอยู่ถึง ๑๐ แห่ง, ภาพสถูปดินปรากฏอยู่ถึง ๑๒ แห่ง, แล้วไม่มีภาพอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ของการประสูติเลย เพราะไปสำคัญภาพสตรีในภาพที่ ๒๕ นี้ เป็นภาพของพระลักษมีเสีย ทั้งที่ภาพ "พระลักษมีปลอม" องค์นี้มีประปรายอยู่ทั่วไปในที่นั้น ๆ ถึง ๑๐ แห่ง, หรือ ๑๐ ภาพด้วยเหมือนกัน.

ทีนี้อีกทางหนึ่ง เกิดตั้งข้อสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมพระลักษมีของฮินดูเกิดมามีอยู่ภาพเดียว ในหมู่ภาพมากมายของสถูปซึ่งเป็นของพุทธโดยตรงเช่นนี้เล่า จึงสลัดความคิดที่เคยคิดว่าเป็นภาพพระลักษมีนั้นเสีย แล้วศึกษาภาพนั้นเองโดยละเอียด ในที่สุดก็พบความจริงอันเป็นที่พอใจ และเชื่อว่าภาพ "พระลักษมีปลอม" ทั้ง ๑๐ ภาพนั้นแหละ คือภาพสัญลักษณ์ของการประสูติโดยตรง ซึ่งจะได้แนะให้สังเกตกันต่อไปถึงอะไรหลาย ๆ อย่างในภาพนั้น.

ภาพนั้น มีสตรีถือดอกบัวบานในมือข้างขวา นั่งอยู่บนดอกบัวบาน ซึ่งอยู่ในกอบัว ที่โผล่ขึ้นมาจากหม้อปูรณฆฏะอีกต่อหนึ่ง, มีช้างสองตัว ต่างยืนอยู่บนดอกบัวบาน ต่างเทน้ำจากหม้อน้ำลงบนศีรษะของสตรีนั้น, กอบัวนั้น มีใบ ๕ ใบ, ดอกตูม ๖ ดอก, ดอกบาน ๓ ดอก รวมทั้งดอกที่ใช้เป็นที่นั่งนั้นด้วย.

อะไรเป็นตัวสัญลักษณ์ของการประสูติในที่นี้. ตามธรรมดา ดอกบัวเฉย ๆ ก็เป็นสัญลักษณ์อยู่แล้ว, บัวทั้งกอ ก็เป็นสัญลักษณ์ด้วยเหมือนกัน, ในภาพนี้ มีสตรีถือดอกบัวเพิ่มเข้ามา ควรจะเป็นดอกบัวที่ถืออยู่ในมือเป็นสัญลักษณ์ดังนั้นหรือ, หรือว่าตัวสตรีนั่นเองเป็นสัญลักษณ์. ตามเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในพุทธประวัติชนิดตำนานที่สืบ ๆ กันมาของทุกนิกายมีอยู่ว่า ในขณะประสูติแล้ว มี "นาค" สองตัว รดน้ำลงบนพระเศียร สายหนึ่งน้ำเย็น สายหนึ่งน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น, ทำให้เชื่อว่า สิ่งที่ถูกรดนั่นแหละคือตัวสัญลักษณ์ของพระกุมาร, ดังนั้น ควรจะสังเกตให้ละเอียดต่อไปว่า บนศีรษะของสตรีในภาพนี้ มีอะไรบางอย่างสูงขึ้นไปจากศีรษะหน่อยหนึ่ง ในลักษณะที่อาจจะเป็นที่รองรับพระกุมาร หรือสัญลักษณ์ของพระกุมาร ที่แสดงด้วยที่นั่งว่าง ๆ ตามแบบของศิลปะสาญจีนั่นเอง. เราไม่อาจจะกล่าวว่า สตรีในที่นี้คือพระมารดา, จะกล่าวได้อย่างมากก็เพียงเป็นสัญลักษณ์ของพระมารดาอีกต่อหนึ่ง, ดังนั้นน่าจะถือว่า อะไรก็ตาม ที่สตรีนั้นทรงไว้ด้วยศีรษะนั่นแหละ คือสัญลักษณ์แทนพระองค์ในขณะแห่งการประสูติ. ข้าพเจ้าเรียกภาพนี้และภาพถัดไป ว่าเป็นภาพประเภท ครึ่งสัญลักษณ์ ครึ่งภาพเหมือน ก็มีด้วยเหตุผลอันนี้.

สัตว์ที่เรียกว่านาคในที่นี้ ที่สาญจีทำเป็นช้างเหมือนกันทุกภาพ, ไม่เหมือนกับศิลปะยุคหลัง เช่นยุคคุปตะ ซึ่งพบที่สารนาถ ทำนาคนี้เป็นคนมีหัวนาคหลายเศียรปกข้างบน แล้วมีหางเป็นงู, คนนั่นเอง ซึ่งมีอยู่ข้างละคน ถือหม้อน้ำรูปร่างอย่างเดียวกับในภาพที่ ๒๕ ของเรานี้ เทน้ำลงบนพระเศียรของพระกุมาร ซึ่งเป็นรูปทารกอย่างคนธรรดา; ดังนั้นคำว่านาค จึงมีปัญหาเกิดขึ้นว่าหมายถึงช้างหรืองู? ดอกเตอร์ เอ. ฟูเชอร์ ให้คำอธิบายอย่างน่าฟังว่า คำว่านาค หมายถึงเทพเจ้าแห่งน้ำ (Water-Spirits) ซึ่งมีหน้าที่อำนวยน้ำ, ทำสัญลักษณ์ของเทพเจ้านี้เป็นงูที่พ่นน้ำออกมา, ซึ่งความหมายหมายถึงท่อกลวงคดไปคดมามีน้ำออกมาได้ก็แล้วกัน, ช้างมีงวงของมันในลักษณะเหมือนงูหรือนาค, มันจึงถูกเรียกว่านาค โดยกฎเกณฑ์ของภาษาบาลีหรือสันสกฤตก็ตาม ซึ่งอำนวยให้เกิดศัพท์เช่นนั้นได้. (คือแทนที่จะต้องมีรูปศัพท์ว่า "มีนาค" ตามแบบของตัตทิตหรือสมาส, ก็มีรูปศัพท์ว่า "นาค" เฉย ๆ เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งมีอยู่บ่อยเหมือนกันในภาษานั้น หรือแม้ภาษาอื่นในยุคปัจจุบัน), ดังนั้น ภาพช้างสองตัวในที่นี้ ก็คือสัญลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งน้ำนั่นเอง, ไม่ควรจะเข้าใจไปว่าเล็งถึงช้างที่เป็นสัญลักษณ์ของพระองค์ ในคราวปฏิสนธิตามภาพในความฝันของพระมารดา (ดังที่ปรากฏอยู่ในภาพที่ ๒๘ ข้างหน้า) นั้นเลย, น่าสงสัยอยู่ก็แต่ว่าทำไมจะต้องทำให้ยืนบนดอกบัวด้วยเล่า ดูจะศักดิ์สิทธิ์เกินตัวไป, ทำให้ต้องสันนิษฐานว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของศิลปินผู้กระทำภาพเสียมากกว่า, เพราะศิลปินมักจะขาดความรู้ทางธรรมเป็นธรรมดา.

ภาพพระศรี หรือลักษมีของฮินดู ไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับช้าง หรือแม้กับดอกบัวมาแต่ก่อน และกล่าวกันว่าเกิดมาจากทะเลน้ำนม, จะเกี่ยวกันอยู่บ้างก็แต่หม้อปูรณฆฏะ คือหม้อปริ่มด้วยน้ำ ซึ่งทางฮินดูถือเป็นสัญลักษณ์แห่งลางดี หรือโชคดีนั่นเอง. แต่ในที่สุด เราต้องไม่ลืมว่า ในวงโบราณคดีเท่าที่ทราบกันมาแล้ว ไม่เคยพบรูปพระลักษมีของฮินดูเก่าเท่าหรือเก่ากว่าศิลปกรรมแบบสาญจี ดังนั้นพระลักษมีจึงยังไม่เกิดในสมัยนั้น เพิ่งจะเกิดในสมัยต่อมา และยืมเอาภาพเหล่านี้ที่สาญจีไปเป็นแบบก็ยังได้ แต่ไม่ควรจะมายืนยันให้มีพระลักษมีอยู่รูปเดียวโดดเดี่ยว ในท่ามกลางภาพพุทธประวัติอันมากมายของพุทธสถานล้วน ๆ แห่งนี้. มีธรรมเนียมที่ไหนในอินเดียเอง ที่มีรูปเทพเจ้าหรือรูปศาสดาของศาสนาอื่นในปูชนียสถานของศาสนาอื่น!

ข้อที่กล่าวว่า รูปสตรีมีช้างรดน้ำทำนองนี้ มีถึง ๑๐ แห่งในซุ้มประตูแห่งสาญจีนั้น ขอให้เข้าใจว่า ทำแบบต่าง ๆ กัน คือเป็นสตรีนั่งห้อยเท้าในลักษณะที่เรียกว่า "ลีลาศนะ" ดังเช่น สตรีในภาพที่ ๒๕ นี้บ้าง, ทำเป็นท่ายืน ดังในภาพที่ ๒๖ คือภาพถัดไปบ้าง, มีหม้อปูรณฆฏะบ้าง ไม่มีบ้าง, และที่นั่งขัดสมาธิอย่างโยคีก็ยังมี, นำมาแสดงในที่นี้เพียงสองแบบเพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้นเอง.

นอกจากนั้น ขอแนะให้นักเขียนลายไทย ตั้งข้อสังเกตไว้บ้างว่าลายแบบก้านขด ที่ขอบของภาพนี้ทั้งสองข้าง จะให้ความรู้ทางโบราณคดีของลวดลายไทยได้อย่างไรบ้าง, เพราะลายนี้เป็นแบบมาตรฐานของแบบสาญจี ซึ่งมีอายุตั้ง ๒,๒๐๐ ปีมาแล้วในประเทศอินเดีย. และลายบัวทำนองนี้ที่ทำถูกต้องตามแบบแผนแล้ว จะตั้งต้นขึ้นมาจากหม้อปูรณฆฏะเสมอ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของน้ำ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอยู่เย็นเป็นสุขไปในที่สุด.

ความหมายของบัวที่ถึงกับทำให้ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ในทุก ๆ ภาพที่แล้วมานั้น อยู่ตรงที่ว่า บัวทั้งหลายสามารถขึ้นมาจากน้ำและโคลน; แต่รูปและสีและกลิ่นของมันหาเหมือนกับโคลนไม่ มันต่างกันเหมือนอย่างกะว่าเกิดขึ้นมาจากโลกแล้ว ก็ลอยขึ้นเหนือโลกไปทีเดียว ซึ่งเป็นใจความสำคัญแห่งการเกิดของพระพุทธองค์ ขึ้นมาในโลกนี้นั่นเอง, น้ำเปรียบเหมือนธรรม ซึ่งมีหน้าที่หล่อเลี้ยงบัวคือพระพุทธองค์ ให้เบิกบานถึงที่สุด.

@

 ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก > ภาพที่ ๒๕


หัวข้อธรรมในคำกลอน (คัดมาเฉพาะที่เป็นลายมือของท่าน)

: คำนำ | คำประพันธ์ | ความทุกข์เกิด | สัพพัญญู | ส.ค.ศ. | การงาน | กิเลสคุย | จริงซี่! | ยาระงับสรรพทุกข์ | ปิด-ปิด-ปิด | เปิด-เปิด-เปิด | นั่งริมธาร | นั่งเหนือเมฆ | บ้า ดี | อะไรที่ไหน | บาปใหญ่-บาปลึก? | ตัวกู-ตัวสู | ของกู-ของสู | ตัวกู-ตัวสู | สุจิต-ทุจิต | มีอยู่แล้ว | รักสงบ | สหายเอ๋ย | ความแก่ | ต้นสนเฒ่า | ตายก่อนตาย | ปริญญาจากสวนโมกข์ | มันมีเท่านี้เอง | รสแห่งความเปลี่ยนแปลง | ดับสังขาร | ยามไหนก็ได้ | เป็นอยู่ด้วยจิตว่าง | ปากอย่างใจอย่าง | อะไรเผือก? | บุญเป็นอะไร | ชาวบ้าน-ชาววัด | เป็นมนุษย์หรือเป็นคน? | เราสร้างดวง อย่าให้ดวงสร้างเรา | อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ | การพึ่งผู้อื่น | มองแต่แง่ดีเถิด | ตาบอด-ตาดี | โลกนี้คืออะไรแน่? | โลกรอดเพราะกตัญญู | ความสุข | ความอยาก | อาจารย์ไก่ | สูบบุหรี่? | ถ้าสตรีดื่มเหล้า | มีมาร-ไม่มีมาร


พินัยกรรม

: บทนำ | ๑.อนุสาวรีย์ของเรามีแล้ว | ๒.พินัยกรรมทำไม? | ๓.พินัยกรรม | | | | | | | ๑๐ | ๑๑ | ๑๒.พอสักว่าได้ยิน | ๑๓.หาธรรมเพื่อชีวิตเถิด | ๑๔.เกษตรกรรม | ๑๕.มัชฌิมา ๓ | ๑๖.ดีที่สุดก็ไม่ดีเท่าว่าง(จากดี) | ๑๗.อย่าให้มันเข้าไปอยู่ในใจ | ๑๘.อภิธรรมแท้ | ๑๙.ปมาณ/มิติ ไม่มีสำหรับพระอรหันต์ | ๒๐.อนิจฺจํไปพลางก่อน | ๒๑.อภิธรรมหรือจ้ะ | ๒๒.พ้นตายได้นะจ้ะ | ๒๓.เราไม่มีปัญญาที่จะมีเงินถึงล้าน | ๒๔.สิ่งที่น่ารักและควรรักที่สุด | ๒๕.สุขจริงแท้–แท้จริง | ๒๖.ถ้ากินไข่ได้หมดฟอง | ๒๗.ความจริงที่พากันมองข้าม | ๒๘.พินัยกรรม ๓ ข้อ | ๒๙ | ๓๐.โลงมีหลาย


จิตประภัสสร


ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก

 


ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่นำผลงานของท่านมาลงเพื่อเป็นวิทยาทานมา ณ ที่นี้ด้วย

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N 

O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ            

                          อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

 

 A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด : | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ 

ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์