ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก
ยุคก่อนมีพระพุทธรูปในประเทศอินเดีย พ.ศ. ๓๐๐–๗๐๐
ถ่ายจากภาพปั้นที่จำลองขึ้นใหม่ เพื่อกิจการแห่งโรงมหรสพทางวิญญาณ ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
-
พุทธทาสภิกขุ รวบรวมและอธิบาย

ภาพที่ ๒๗

ภาพเทวดาพากันเข้าไปอัญเชิญพระโพธิสัตว์ (แท่นว่าง) ให้เสด็จจุติลงมาบังเกิด เพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในมนุษยโลก. ริมล่างมีภาพพระมารดาบรรทมฝัน และช้างแทนพระโพธิสัตว์ที่กำลังจุติ.
(จากหินสลัก แบบสาญจี สมัยสุงคะ พ.ศ.๔๐๐-๕๐๐)

คำอธิบายภาพที่ ๒๗

นับตั้งแต่ภาพที่ ๒๗ นี้เป็นต้นไป นับได้ว่าเป็นภาพโดยสมบูรณ์ มิได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ล้วน ๆ หรือครึ่งภาพครึ่งสัญลักษณ์ เหมือนที่แล้ว ๆ มาตั้งแต่ต้นจนถึงภาพที่ ๒๖ แต่อย่างไรก็ตาม คงมีสัญลักษณ์อยู่ที่การไม่ทำภาพพระพุทธองค์โดยเฉพาะอยู่นั่นเอง.

ภาพที่ ๒๗ นี้ เป็นภาพเทวดาประชุมกัน แล้วเข้าไปทูลเชิญพระโพธิสัตว์ให้จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิต ลงมาบังเกิดเป็นพระพุทธเจ้าในมนุษยโลก, และตอนริมล่างนั้น เป็นภาพพระมารดาฝันเห็นพระโพธิสัตว์เสด็จจุติลงมาสู่ครรภ์ของพระนางในลักษณะที่เป็นช้าง.

ควรทราบเป็นหลักทั่ว ๆ ไปเสียตั้งแต่บัดนี้ว่า หินสลักแบบสาญจีนั้น นิยมใช้แท่นว่างเฉย ๆ เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์ จะมีสิ่งอื่นเพิ่มเข้ามาบ้าง ก็เพียงเครื่องหมายติรตนะ บนเท่นนั้น (แต่ก็มีน้อยที่สุด เช่นในภาพชุดนี้ก็มีเพียงภาพเดียว คือภาพที่ ๔๑), และหินสลักแบบภารหุตนั้นยิ่งเคร่งครัดไปกว่านี้อีก, ส่วนหินสลักแบบอมราวดีนั้น นิยมใช้สัญลักษณ์หลายอย่างด้วยกัน และที่สำคัญที่สุดก็คือ รูปเสามีไฟลุกโดยรอบ, รอยพระบาท, และอื่น ๆ.

ในภาพนี้ แท่นว่างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นเอง คือสัญลักษณ์ของพระพุทธองค์, สังเกตได้ง่าย ๆ ตรงที่มีต้นโพธิอยู่ข้างบน; และให้สังเกตไว้เสียเลยว่าต้นโพธินั้น จะทำเหมือนกันในทุก ๆ ภาพ คือมีพวงมาลาแขวนตามกิ่ง มีฉัตรกั้นอยู่ข้างบน มีเทวดาแบบมาตรฐานโดยเฉพาะขนาบสองข้าง, ถ้าทำเต็มที่ดังในภาพนี้ก็มีข้างละ ๒ ตัว คู่บนเป็นเทวดาชนิดที่มีปีกหางของตนเอง คู่ล่างต้องขี่สัตว์ประหลาดชนิดหนึ่ง, ถ้าไม่ทำเต็มที่ ดังเช่นในภาพอื่น ๆ โดยมาก ก็มีเทวดาชนิดคู่บนเท่านั้น, นี้เป็นหลักทั่วไป ซึ่งจะต้องจำไว้ก่อนเพื่อความง่ายในการศึกษาภาพต่อ ๆ ไป. เทวดาที่ยืนล้อมพระแท่น รวม ๑๓ องค์นั้น คือเทวดาที่เข้ามาอัญเชิญ, องค์ที่อยู่ตรงกลางตรงหน้าพระแท่น มีลักษณะเป็นหัวหน้าหมู่ หรือผู้อัญเชิญ ซึ่งเมื่อพระโพธิสัตว์ได้ทรงใคร่ครวญเหตุผลและความเหมาะสมทุกอย่างแล้ว ก็รับเชิญตามความประสงค์ของเทวดาเหล่านั้น.

ในภาพครึ่งล่างที่คั่นไว้ด้วยลายรั้วแบบรั้วอโศกนั้น ภาพสตรีนอน หมายถึงพระมารดาหรือพระนางมหามายา กำลังบรรทมหลับและทรงสุบินว่ามีช้างเผือกมาวนรอบ ๆ พระนาง แล้วเข้าไปในอุทรของพระนาง, มีภาพคนโผล่หน้า ๕ คน หมายถึงเทวดาที่ปรนนิบัติ ตามท้องเรื่องที่ว่า เทวดาได้ยกพระนางไปทั้งเตียงไปยังสุวรรณบรรพต ซึ่งงดงามไปด้วยป่าไม้ที่อึงอลไปด้วยเสียงแห่งนกยูง, ให้สรงสนาน ให้ประดับตกแต่ง แล้วให้บรรทม, เทวดาที่อยู่ชิดพระบาทมีแส้ปัดแมลงอยู่ในมือ ซึ่งหมายถึงการปรนนิบัติ, ทั้งหมดนี้เป็นไปภายใต้มณฑปหรือปราสาท บนยอดสุวรรณบรรพตนั้น. เทวดาผู้ชายมีผ้าโพกสูง, เทวดาผู้หญิงมีเครื่องคลุมศีรษะบาง ๆ.

ในแง่ของโบราณคดีนั้น ศาสตราจารย์ ริดส์ เดวิดส์ แนะให้ศึกษาลักษณะของหลังคาและตัวอาคารนั้น ๆ เพื่อทราบถึงสถาปัตยกรรมแห่งอินเดีย ในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๓-๔ ซึ่งอาจใช้ได้ด้วยกันกับสมัยพระพุทธองค์เอง คำกล่าวอันนี้ใช้ได้กับภาพทั้งหลายอันจะมีมาข้างหน้า จะไม่กล่าวอีก.

ในแง่โบราณคดีของศิลป์นั้น ในภาพนี้มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งอยู่ภาพหนึ่ง คือลายก้านขดที่ขอบยืนสองข้างของภาพ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นแบบเฉพาะของสาญจีทีเดียว. สิ่งที่น่าสังเกตไว้ก็คือ ลวดลายนี้ไปมีอยู่ที่หินสลักในราชวังของกษัตริย์อิสลามที่เข้ามายึดครองอินเดีย ในระยะ ๑,๐๐๐ ปีเศษต่อมา ทำให้มีผู้เข้าใจไปว่าต้นกำเนิดลายก้านขดนั้นเป็นของมุสลิม โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นสิ่ง ๆ นี้ที่สถูปสาญจี ที่เก่ากว่าราชวังมุสลิมตั้งพันกว่าปีนั่นเอง. ลายก้านขดชนิดนี้ ของจีนก็มี แต่เรายังค้นไม่ได้ว่าของจีนนั้น ตั้งต้นในสมัยใดกันแน่ และอาจจะเป็นได้เหมือนกันว่า ลายก้านขดของจีนนั้น รับไปจากอินเดีย ดังเช่นวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่เป็นศิลปะขีดเขียน ที่นำไปใช้เขียนภาพโบราณในถ้ำที่เป็นของพุทธศาสนา เช่นถ้ำที่ภูเขายุงกังและตุนฮวง เป็นต้น. ส่วนข้อที่ลวดลายแบบนี้ได้มาถึงไทยเรา โดยผ่านทางสายไหนนั้น เป็นสิ่งที่ต้องศึกษากันต่อไป ในที่นี้ต้องการแต่จะชี้ให้เห็นว่า ลายก้านขดที่เก่าแก่ที่สุดในโลกนั้น ควรจะได้แก่ลายก้านขดที่สาญจี อันมีอายุตั้งสองพันปีเศษมาแล้วนี่เอง.

สิ่งที่น่าสังเกตในแง่ของธรรมะอีกอย่างหนึ่งก็คือท่าบรรทมของพระมารดานั้น เป็นท่าสีหไสยา เช่นเดียวกับท่านอนของผู้ปฏิบัติกรรมฐาน หรือผู้ปฏิบัติชาคริยานุโยค ซึ่งกำหนดไว้ในหลักปฏิบัติธรรมอย่างตายตัว. เป็นท่านอนของผู้มีสติสมบูรณ์ กระทั่งเป็นท่าปรินิพพานของพระอรหันต์ รวมทั้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย จนถือกันว่าเป็นท่าแห่งอิริยาบถที่ศักดิ์สิทธิ์ท่าหนึ่ง, ทำไมศิลปินจึงทำภาพพระมารดาด้วยท่านอนท่านี้ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมอินเดียที่แนบสนิทอยู่กับปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา.

ภาพนี้ ควรจะได้รับการศึกษาเปรียบเทียบกันกับภาพที่ ๒๙ ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในคำอธิบายของภาพนั้น.

@

 ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก > ภาพที่ ๒๗


หัวข้อธรรมในคำกลอน (คัดมาเฉพาะที่เป็นลายมือของท่าน)

: คำนำ | คำประพันธ์ | ความทุกข์เกิด | สัพพัญญู | ส.ค.ศ. | การงาน | กิเลสคุย | จริงซี่! | ยาระงับสรรพทุกข์ | ปิด-ปิด-ปิด | เปิด-เปิด-เปิด | นั่งริมธาร | นั่งเหนือเมฆ | บ้า ดี | อะไรที่ไหน | บาปใหญ่-บาปลึก? | ตัวกู-ตัวสู | ของกู-ของสู | ตัวกู-ตัวสู | สุจิต-ทุจิต | มีอยู่แล้ว | รักสงบ | สหายเอ๋ย | ความแก่ | ต้นสนเฒ่า | ตายก่อนตาย | ปริญญาจากสวนโมกข์ | มันมีเท่านี้เอง | รสแห่งความเปลี่ยนแปลง | ดับสังขาร | ยามไหนก็ได้ | เป็นอยู่ด้วยจิตว่าง | ปากอย่างใจอย่าง | อะไรเผือก? | บุญเป็นอะไร | ชาวบ้าน-ชาววัด | เป็นมนุษย์หรือเป็นคน? | เราสร้างดวง อย่าให้ดวงสร้างเรา | อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ | การพึ่งผู้อื่น | มองแต่แง่ดีเถิด | ตาบอด-ตาดี | โลกนี้คืออะไรแน่? | โลกรอดเพราะกตัญญู | ความสุข | ความอยาก | อาจารย์ไก่ | สูบบุหรี่? | ถ้าสตรีดื่มเหล้า | มีมาร-ไม่มีมาร


พินัยกรรม

: บทนำ | ๑.อนุสาวรีย์ของเรามีแล้ว | ๒.พินัยกรรมทำไม? | ๓.พินัยกรรม | | | | | | | ๑๐ | ๑๑ | ๑๒.พอสักว่าได้ยิน | ๑๓.หาธรรมเพื่อชีวิตเถิด | ๑๔.เกษตรกรรม | ๑๕.มัชฌิมา ๓ | ๑๖.ดีที่สุดก็ไม่ดีเท่าว่าง(จากดี) | ๑๗.อย่าให้มันเข้าไปอยู่ในใจ | ๑๘.อภิธรรมแท้ | ๑๙.ปมาณ/มิติ ไม่มีสำหรับพระอรหันต์ | ๒๐.อนิจฺจํไปพลางก่อน | ๒๑.อภิธรรมหรือจ้ะ | ๒๒.พ้นตายได้นะจ้ะ | ๒๓.เราไม่มีปัญญาที่จะมีเงินถึงล้าน | ๒๔.สิ่งที่น่ารักและควรรักที่สุด | ๒๕.สุขจริงแท้–แท้จริง | ๒๖.ถ้ากินไข่ได้หมดฟอง | ๒๗.ความจริงที่พากันมองข้าม | ๒๘.พินัยกรรม ๓ ข้อ | ๒๙ | ๓๐.โลงมีหลาย


จิตประภัสสร


ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก

 


ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่นำผลงานของท่านมาลงเพื่อเป็นวิทยาทานมา ณ ที่นี้ด้วย

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N 

O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ            

                          อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

 

 A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด : | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ 

ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์