ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก
ยุคก่อนมีพระพุทธรูปในประเทศอินเดีย พ.ศ. ๓๐๐–๗๐๐
ถ่ายจากภาพปั้นที่จำลองขึ้นใหม่ เพื่อกิจการแห่งโรงมหรสพทางวิญญาณ ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
-
พุทธทาสภิกขุ รวบรวมและอธิบาย

ภาพที่ ๓๘

ภาพมหาภิเนษกรมณ์แบบอมราวดียุคแรก ๆ ไม่มีเทวดาชูม้า ไม่มีการโรยดอกไม้ มีแต่เทวดาห้อมล้อมม้าออกไป. น่าสังเกตแบบประตูเมือง, การมัดผมม้า และอื่น ๆ รวมทั้งรั้วที่คล้ายแบบสาญจี.
(จากหินสลัก แบบอมราวดียุคแรก ๆ สมัยอันธระ พ.ศ.๔๐๐-๗๐๐)

คำอธิบายภาพที่ ๓๘

ภาพอภิเนษกรมณ์แบบอมราวดียุคแรกภาพนี้ ควรได้รับความสนใจอย่างยิ่ง ตรงที่ไม่มีเทวดาชูเท้าม้า แบกม้า หรือโรยดอกไม้กันเสียงดัง ดังที่ได้วิจารณ์กันบ้างแล้วในภาพก่อน ๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกัน.

ในส่วนที่หักหายไปเสียส่วนหนึ่งทางมุมบนขวา เห็นได้ว่ามีภาพคน ๒ คน ในท่าที่เหาะลอยอยู่ในอากาศ เมื่อรวมกับอีก ๓ คนข้างล่าง ในภาพนี้ก็มีคน ๕ คนพอดี, สังเกตจากเครื่องแต่งตัว เห็นได้ว่าเป็นเทวดาสี่ เป็นมนุษย์หนึ่ง คือคนที่กั้นฉัตรให้ม้านั่นเอง ภาพเหนือยอดหลังคาเรือนขึ้นไป ไม่ใช่ท้องเรื่อง เป็นภาพประดับ, ส่วนที่เป็นท้องเรื่อง ก็นับตั้งแต่หลังคาเรือนลงมา. ม้ากำลังออกจากซุ้มประตูชั้นนอกของเมือง มีฉัตรกั้นอยู่ข้างบน ย่อมแสดงตามแบบฉบับของศิลปกรรมยุคนี้ ว่ามีพระสิทธัตถะประทับนั่งอยู่บนนั้น, ข้างล่างสุดมีลายรั้วแบบอโศก ซึ่งลวดลายแบบนี้ ไม่มีในหินสลักอมราวดียุคหลัง เพราะเปลี่ยนแปลงไปเป็นลวดลายที่สวยงามอย่างอื่นเสีย ดังเช่นในภาพที่ ๓๙ ถัดไป

การที่มีเทวดา ๔ องค์พาม้าออกไปเช่นนี้ เข้ากันกับคำกล่าวที่กล่าวถึงท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ เป็นผู้รับผิดชอบในการนำพระสิทธัตถะออกให้ได้ ดังที่กล่าวแล้วในภาพที่ ๓๗ มิฉะนั้นอาจจะถูกพิจารณาโทษในสภาเทวดา. คนที่กั้นกลด จะเป็นนายฉันนะใช่หรือไม่ ต้องพิจารณาดู. ในเมืองไทยเรารู้กันว่านายฉันนะวิ่งตามหางม้า มิใช่กั้นกลด, แต่ในภาพหินสลักทุกภาพ ไม่มีภาพใครกุมหางม้าวิ่งตามหลังเลย, เข้าใจว่าความคิดเรื่องกุมหางม้าวิ่งตามนี้เป็นความคิดชั้นหลังรุ่นลังกาเสียมากกว่า และเราก็ได้รับมาจากสายนี้, ดังนั้น ควรจะได้พิจารณากันถึงหินสลักยุคเก่าเสียบ้าง จะเข้าใจอะไรได้ถูกต้องขึ้น หรือที่ใกล้ชิดความจริงแห่งยุคพุทธกาลในอินเดียโดยตรง. เมื่อถือว่าในภาพยุคแรก ๆ ไม่มีคนกุมหางม้าวิ่งตามหลังแล้ว ตำแหน่งของนายฉันนะก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน, และการกั้นกลดนั้นมิใช่เรื่องจริง เป็นเพียงสัญลักษณ์ตามแบบฉบับของศิลปกรรมในยุคที่ไม่ยอมทำรูปพระศาสดา เพื่อให้หมายรู้กันว่าพระศาสดาประทับอยู่ ณ ที่ว่างใต้กลดนั้นเอง, ดังนั้นจะถือว่าคนกั้นกลดเป็นนายฉันนะ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรในทางความจริง ได้แต่สมมติเอาพอให้ครบเรื่อง เมื่อถูกเด็ก ๆ ถามเท่านั้น ในคัมภีร์ชั้นเก่าบางราย กล่าวถึงนายฉันนะวิ่งเคียงข้าง และไม่ได้พูดถึงกุมหางม้าไว้ ซึ่งคงจะเพิ่งกล่าวกันในคัมภีร์ชั้นหลังต่อมาอีกก็เป็นได้, แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องจักต้องแน่นอนเสมอว่า มีนายฉันนะตามไปด้วย ดังนั้นศิลปินผู้ทำภาพนี้ จึงอุปโลกน์ให้นายฉันนะเป็นคนถือฉัตรเสียเลยกระมัง. ฉัตรในภาพนี้มีลวดลายอะไรทางด้านในของใบฉัตร, มีอะไรแขวนฉัตร แต่ดูไม่ออกว่าเป็นพวงมาลัยเหมือนในภาพอื่น ๆ, บัดนี้เราไม่นิยมเขียนลวดลายอะไรที่ฉัตร เพราะจะกลายเป็นร่มของชาวบ้านไป จะถือว่าทั้งหมดนี้เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับโบราณคดีได้บ้างกระมัง.

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดทางโบราณคดีจริง ๆ นั้น คือรูปร่างซุ้มประตูชั้นนอกในแบบอมราวดีรุ่นนี้ มีไม้ขวางข้างบน (อาคิเตรฟ) ๓ อัน ทำนองเดียวกันกับซุ้มประตูสาญจี, และมีรูปทรงเหมือนประตูจีนอีกด้วย, และเมื่อเทียบกับรูปซุ้มประตูนอกเมือง ในภาพที่ ๓๕ ซึ่งเป็นภาพแบบสาญจีโดยตรง, จะพบว่ามีรูปร่างคล้ายกันอีก หากแต่ในภาพที่ ๓๕ นี้มีไม้ขวางหรืออาคิเตรฟข้างบนเพียงอันเดียว, (ประตูที่อยู่เหนือม้าตัวแรก ในภาพที่ ๓๕), นั่นมิใช่สำคัญ สำคัญอยู่ที่แบบเดียวกันต่างหาก. ข้อนี้ทำให้เห็นได้ว่าอมราวดียุคแรกนั้น มีอะไรที่อยู่ใต้อิทธิพลศิลปกรรมแบบสาญจีหรือสุงคะโดยตรงอยู่หลายอย่าง เพิ่งจะเปลี่ยนให้มีอะไรเป็นอะไรเป็นตนเองในยุคต่อ ๆ มา ดังเช่นที่ลายรั้วแบบรั้วอโศกได้แสดงให้เห็นแล้วในภาพที่ ๓๘ นี้ และลายอีกแบบหนึ่งในภาพที่ ๓๙ ที่เปลี่ยนแปลงไป, ดังนั้นควรให้ความเชื่อถือแก่อมราวดียุคแรกให้มากที่สุด.

ซุ้มประตูมีอาคิเตรฟแบบอมราวดียุคแรกและแบบสาญจีนี้เรียกกันในภาษาอินเดียว่า โดระนะ (โทรณ), คล้ายประตูโดริของญี่ปุ่น ทั้งโดยรูปร่างและโดยชื่อที่เรียก, ถ้าประตูโดริของญี่ปุ่นเป็นวัฒนธรรมที่รับไปจากจีนแล้ว ย่อมมีทางที่จะเป็นไปได้ว่าเป็นของอินเดียมาแต่เดิม, เพราะอินเดียได้ให้วัฒนธรรมแก่จีนหลายอย่าง ซึ่งคงจะรวมทั้งประตูแบบโทรณนี้ด้วย. สำเนียงอินเดียออกเสียงตัว ท หรือ ฑ เป็น ด. โทรณ จึงเป็น โด ระ นะ, ซึ่งมีทางที่จะเป็นคำเดียวกับโดริได้, และเป็นซากทางวัฒนธรรมที่เหลืออยู่ โดยอาศัยภาษาและลวดลายทางศิลปกรรม.

ขอให้สังเกตความสละสลวยเพรียวลม ของศิลป์แบบอมราวดีแท้ไว้จากภาพภาพนี้ เพื่อการศึกษาเปรียบเทียบต่อไปข้างหน้าอีกด้วย.

สิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตเป็นพิเศษอย่างยิ่งในทางโบราณคดีอีกอย่างหนึ่งคือ อมราวดียุคแรกนั้น ไม่มีร่องรอยว่านิยมนับถือความศักดิ์สิทธิ์ของพระยานาคเหมือนอมราวดียุคถัดมา ซึ่งจะได้ศึกษากันต่อไปในภาพหลัง ๆ, ในขั้นนี้ให้ตั้งข้อสังเกตว่า ในภาพที่ ๓๘ นี้ ไม่มีร่องรอยแห่งการนิยมนาคไว้ทีก่อน บางทีจะทำให้เราได้ความรู้ว่า ในอินเดียใต้นั้น การนับถือนาคเริ่มขึ้นเมื่อไร หรืออย่างไร.

@

 ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก > ภาพที่ ๓๘


หัวข้อธรรมในคำกลอน (คัดมาเฉพาะที่เป็นลายมือของท่าน)

: คำนำ | คำประพันธ์ | ความทุกข์เกิด | สัพพัญญู | ส.ค.ศ. | การงาน | กิเลสคุย | จริงซี่! | ยาระงับสรรพทุกข์ | ปิด-ปิด-ปิด | เปิด-เปิด-เปิด | นั่งริมธาร | นั่งเหนือเมฆ | บ้า ดี | อะไรที่ไหน | บาปใหญ่-บาปลึก? | ตัวกู-ตัวสู | ของกู-ของสู | ตัวกู-ตัวสู | สุจิต-ทุจิต | มีอยู่แล้ว | รักสงบ | สหายเอ๋ย | ความแก่ | ต้นสนเฒ่า | ตายก่อนตาย | ปริญญาจากสวนโมกข์ | มันมีเท่านี้เอง | รสแห่งความเปลี่ยนแปลง | ดับสังขาร | ยามไหนก็ได้ | เป็นอยู่ด้วยจิตว่าง | ปากอย่างใจอย่าง | อะไรเผือก? | บุญเป็นอะไร | ชาวบ้าน-ชาววัด | เป็นมนุษย์หรือเป็นคน? | เราสร้างดวง อย่าให้ดวงสร้างเรา | อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ | การพึ่งผู้อื่น | มองแต่แง่ดีเถิด | ตาบอด-ตาดี | โลกนี้คืออะไรแน่? | โลกรอดเพราะกตัญญู | ความสุข | ความอยาก | อาจารย์ไก่ | สูบบุหรี่? | ถ้าสตรีดื่มเหล้า | มีมาร-ไม่มีมาร


พินัยกรรม

: บทนำ | ๑.อนุสาวรีย์ของเรามีแล้ว | ๒.พินัยกรรมทำไม? | ๓.พินัยกรรม | | | | | | | ๑๐ | ๑๑ | ๑๒.พอสักว่าได้ยิน | ๑๓.หาธรรมเพื่อชีวิตเถิด | ๑๔.เกษตรกรรม | ๑๕.มัชฌิมา ๓ | ๑๖.ดีที่สุดก็ไม่ดีเท่าว่าง(จากดี) | ๑๗.อย่าให้มันเข้าไปอยู่ในใจ | ๑๘.อภิธรรมแท้ | ๑๙.ปมาณ/มิติ ไม่มีสำหรับพระอรหันต์ | ๒๐.อนิจฺจํไปพลางก่อน | ๒๑.อภิธรรมหรือจ้ะ | ๒๒.พ้นตายได้นะจ้ะ | ๒๓.เราไม่มีปัญญาที่จะมีเงินถึงล้าน | ๒๔.สิ่งที่น่ารักและควรรักที่สุด | ๒๕.สุขจริงแท้–แท้จริง | ๒๖.ถ้ากินไข่ได้หมดฟอง | ๒๗.ความจริงที่พากันมองข้าม | ๒๘.พินัยกรรม ๓ ข้อ | ๒๙ | ๓๐.โลงมีหลาย


จิตประภัสสร


ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก

 


ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่นำผลงานของท่านมาลงเพื่อเป็นวิทยาทานมา ณ ที่นี้ด้วย

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N 

O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ            

                          อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

 

 A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด : | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ 

ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์