ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก
ยุคก่อนมีพระพุทธรูปในประเทศอินเดีย พ.ศ. ๓๐๐–๗๐๐
ถ่ายจากภาพปั้นที่จำลองขึ้นใหม่ เพื่อกิจการแห่งโรงมหรสพทางวิญญาณ ณ สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี
-
พุทธทาสภิกขุ รวบรวมและอธิบาย

ภาพที่ ๔๐ ก.-ข.


 

ภาพมารวิชัย แบบสาญจี ซึ่งแปลกกว่าแบบอื่น : ทำมารเป็นรูปคนธรรมดาสามัญทั้งพญามารและเสนามาร, บัลลังก์ว่างหน้าต้นโพธิ์คือพระพุทธองค์, คนที่นั่งบัลลังก์ห้อยเท้าข้างหนึ่งคือพญามาร ในท่าผจญ, ที่ยืนชิดต้นโพธิ์พนมมือ คือพญามารในท่าพ่ายแพ้, ที่แสดงท่าคล้ายโบกมือ คือการสั่งให้ลูกน้องแพ้ (?)…
(จากหินสลัก แบบสาญจี สมัยสุงคะ พ.ศ.๔๐๐-๕๐๐)


 

ภาพที่ ๔๐ (ก)

ภาพมารวิชัย ขยายส่วนจากภาพที่ ๔๐ ให้เห็นรายละเอียดชัดขึ้น : แม่นางธรณีพยานอยู่ข้างต้นโพธิ์ ซึ่งมีบัลลังก์ว่าง แทนพระพุทธองค์, คนยืนไหว้คือพญามารยอมแพ้, คนยืนโบกมือคือพญามารสั่งเสนาให้ยอมแพ้, คนนั่งห้อยเท้ามีฉัตรกั้น คือพญามารเมื่ออยู่ในท่าผจญ.
(จากหินสลัก แบบสาญจี สมัยสุงคะ พ.ศ.๔๐๐-๕๐๐)


 

ภาพที่ ๔๐ (ข)

ภาพมารวิชัย ขยายส่วนจากภาพที่ ๔๐ ให้เห็นรายละเอียดชัดขึ้น : ภาพคนในลักษณะต่าง ๆ กันเหล่านี้ คือเสนามาร ซึ่งเล็งถึงกิเลสนานาชนิดที่มาผจญพระพุทธองค์ร่วมกับพญามาร ชื่อปรนิมมิตวสวัตดีมาร.
(จากหินสลัก แบบสาญจี สมัยสุงคะ พ.ศ.๔๐๐-๕๐๐)

คำอธิบายภาพที่ ๔๐ ก.-ข.

ภาพที่ ๔๐ ก. และ ข. นี้ต่อกันในหินแท่งเดียวกัน, เอาแผ่น ข. ไปต่อแผ่น ก. ทางขวามือ จะเข้ารูปกันพอดี รวมกันแล้วเป็นภาพพญามารทำการผจญพระพุทธองค์ในวันที่จะตรัสรู้ ในท่อน ก. มีภาพพระพุทธองค์ (คือต้นโพธิ์กับบัลลังก์) และภาพพญามารที่อยู่บนบัลลังก์ทางขวามือ มีฉัตรเล็ก ๆ กั้นอยู่ข้างบน ส่วนทางท่อน ข. นั้นเป็นภาพของเสนามารล้วน.

สิ่งที่ควรสนใจที่สุดก็คือข้อที่ว่า หินสลักยุคแรกที่สุดแผ่นนี้ทำภาพพญามารเป็นภาพหรือเทวดาเฉย ๆ ไม่มีอาวุธ ไม่ขี่ช้างดุร้ายเข้ามา หรือมีไพร่พลที่เป็นสัตว์ดุร้าย เหมือนในภาพที่เขียนหรือสลักกันรุ่นหลัง, พอใคร ๆ มองเข้าก็ต้องคิดทันทีว่า มารนั้นหมายถึงกิเลสที่แนบเนียนสุขุมที่สุดนั่นเอง, สิ่งที่เรียกว่ามารหรือซาตานก็ตาม ไม่ควรจะถูกเขียนเป็นคนหรือสัตว์ที่ดุร้าย เพราะจะเป็นเรื่องที่ตื้นอย่างเด็กเล่นไปเสีย, จะต้องเป็นภาพที่แสดงว่าสวยงามน่ารัก มีแววฉลาดน่าเชื่อถือ น่าเป็นสมัครพรรคพวกด้วย จึงจะถูกต้องตามเรื่องราว ที่มีหน้าที่ลวงคนให้ลงผิดติดจมอยู่ในกองทุกข์ หินสลักที่สาญจีแผ่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดในการให้ความรู้ความเข้าใจในหลายแง่หลายมุม ในทางที่ควร. หินสลักยุคหลัง ๆ ต่อมา ได้เปลี่ยนทำเป็นภาพยักษ์ดุร้าย มีสัตว์ร้าย และอาวุธต่างชนิดเข้าประกอบ ในเมืองไทยเราก็ได้รับแบบ ๆ นี้มา จึงได้เขียนฝาผนังโบสถ์กันไปในทำนองนั้น, ทำให้ผลที่ได้น้อยไปในทางที่จะทำให้คนฉลาด หรือรู้ธรรมในลักษณะที่ถูกต้อง; ดังนั้นเราควรจะพิจารณากันดู โดยรายละเอียดในหินสลักแผ่นนี้.

จากทางซ้ายมือในท่อน ก. มีหญิงหิ้วหม้อน้ำมือหนึ่งชูภาชนะอะไรอย่างหนึ่งด้วยมืออีกข้างหนึ่ง ออกจากซุ้มประตูออกมา เข้าใจว่าเป็นเครื่องหมายของทานบารมี ที่ทรงอ้างเอาเป็นพยานเพื่อต่อสู้มารว่าบัลลังก์นั้นควรเป็นของพระองค์ผู้ได้บำเพ็ญบารมีมาแล้วเต็มที่, ซึ่งในประเทศไทยเราเขียนเป็นนางธรณีบีบน้ำจากผมนั่นเอง มีเจ้าหน้าที่ทางอินเดียอธิบายกันว่าเป็นนางสุชาดาที่ถวายข้าวปายาส, นี้ไม่น่าจะเห็นด้วยเลย. ถัดมาเป็นบัลลังก์ว่าง มีต้นโพธิ์ข้างบนตามแบบสาญจี คือมีฉัตร และมีเทวดาแบบกินนรขนาบสองข้าง, นี้คือพระพุทธองค์ในขณะที่ผจญมาร, ถัดมามีผู้ชายพนมมือกับผู้หญิงและเด็กคนหนึ่ง นี้เข้าใจว่าพญามารพร้อมทั้งเสนาคือลูกเมีย แสดงอาการยอมแพ้, ถัดไปอีกมีผู้ชายยืนชูมือในท่าโบก มีผู้หญิงและเด็กอีกอย่างเดียวกัน, นี้เข้าใจว่าเป็นการบอกให้เสนาของตนยอมแพ้, ถัดไปอีกมีคนแต่งตัวภูมิฐาน เป็นแบบเทวดาสูงสุดตามแบบอินเดีย นั่งบนบัลลังก์มีฉัตรกั้นข้างบน นั่นคือตัวพญามารเอง มีหญิงคนหนึ่งชะโงกเข้ามาทางขวามือของพญามารและเด็กคนหนึ่งอยู่ข้างเข่าขวาของพญามาร ชุดเดียวกันอีก, นี้คือพญามารในท่าผจญอย่างเต็มที่; โดยปุคคลาธิษฐานก็คือการตอบโต้กันว่าใครควรจะได้บัลลังก์เป็นของตน, โดยธรรมาธิษฐานก็คือ ความรบกวนของกิเลสประเภทความอาลัยอาวรณ์ในกามสุขหรือบุตรภรรยา, ทางซ้ายมือของพญามารออกไปจนกระทั่งในภาพท่อน ข. ทั้งหมด คือเสนามารอื่น ๆ หน้าตาท่าทางต่าง ๆ กันตามความหมายของกิเลสต่างชื่อกัน เช่นกิเลสชื่อ สักกายทิฏฐิ, วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, กามราคะ, ปฏิฆะ, รูปราคะ, อรูปราคะ ฯลฯ แห่งสัญโญชน์ ๑๐ ประการ เป็นต้น, ซึ่งในหนังสือแต่งใหม่ยุคปัจจุบันเช่นหนังสือ The Light of Asia ของ Sir Edwins Arnold เป็นต้น พรรณนากิเลสชื่อนั้นมีหน้าตาอย่างนั้น ๆ อย่างตรงกับข้อแนะในภาพหินสลักนี้โดยหลักใหญ่ทีเดียว.

ควรจะสังเกตกันต่อไปอีกว่า ศิลปินอินเดียยุคนี้ จะเป็นแบบสาญจีหรือภารหุตก็ตาม ถือว่าไม่จำเป็นที่จะต้องสลักภาพให้เป็นไปตามลำดับของเรื่องหรือเหตุการณ์เสมอไป เพราะจะทำให้ลำบากและไม่งดงามตามทางของศิลป์, ดังเช่นในภาพนี้ ถ้าเอาบัลลังก์พญามารเข้ามาไว้ติดกับต้นโพธิ์ก็จะขัดตาอย่างยิ่ง, จึงต้องแยกออกไปในขนาดที่เหมาะสม, ที่ตรงกลางเลยว่างอยู่ จึงเอาฉากอื่นมาบรรจุลง คือฉากยอมแพ้และสั่งให้ลูกน้องยอมแพ้ ทำให้เกิดการประหยัดเนื้อที่ขึ้นได้มากมาย คือในภาพแผ่นเดียวแสดงได้หลายฉาก; ข้อนี้จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งกว่านี้ในแผ่นที่สลักภาพเวสสันดรที่ซุ้มประตูแห่งเดียวกัน และภาพอื่น ๆ อีกมากมายหลายแผ่น, ความงามมีเต็มที่, เนื้อเรื่องก็มิได้เสียไป และฝึกให้ผู้ดูฉลาดยิ่งขึ้นเป็นอันมาก, น่านิยมวิธีการอันนี้ สำหรับภาพศิลป์ โดยเฉพาะในการแกะสลัก เพราะทำยากลำบากต้องหาทางประหยัดอย่างยิ่ง. ฉากไม่สำคัญไม่ต้องทำให้เด่น แทรกไว้ตรงที่ควร.

ดูเฉพาะในท่อน ข. เห็นว่าจะไม่มีผู้หญิงปนอยู่เลย, คงจะเป็นเพราะแยกเอาไปไว้ใกล้ชิดกับพญามารเองเสียแล้ว, จึงดูมีแต่ผู้ชายแม้กระทั่งเด็ก, และมีวัตถุอะไรบางอย่างที่ "มาร" เหล่านั้นถืออยู่ในมือ เข้าใจได้ยากเพราะหินสลักนั้นกร่อนมากจึงรู้ได้เท่าที่ตาเห็น และมีทางที่จะเข้าใจผิด, จึงต้องกล่าวกันอย่างกว้าง ๆ เสนามารเหล่านั้นตัวใหญ่มากบ้าง พอประมาณบ้าง เล็กและเล็กที่สุดบ้าง, นี้เป็นเจตนาของศิลปินโดยตรง เพื่อจะแสดงความหมายของกิเลสนั้น ๆ โดยน้ำหนักและโดยขนาด. การที่ทำให้หน้าตาต่าง ๆ กัน แลบลิ้นก็มี ไม่แลบก็มี เป็นต้นนี้ ยิ่งแสดงความหมายของกิเลสได้ชัดขึ้น คือมีความหมายในทางหลอกลวงบ้าง ยั่วยวนบ้าง ล้อเลียนบ้าง, น่าเกรงขามบ้าง, น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็ก ๆ บ้าง ดังนี้เป็นต้น ล้วนแต่เป็นอันตรายทั้งนั้น อย่าได้ไปหลงใหลเข้า. ผู้ดูทุกคนคิดทายความหมายชั้นปลีกย่อยเอาเองดีกว่า สนุกกว่า เพราะเรื่องทำนองนี้ไม่มีข้อจำกัดรัดกุมอะไรมากมาย, และมีเค้าเรื่องส่วนใหญ่เป็นหลักนำทางอยู่แล้ว, บางทีจะพบอะไรใหม่ ๆ ดี ๆ ถูกต้องกว่าที่เคยพบ หรืออธิบายกันไว้ก่อนแล้วก็ได้.

ภาพเด็กตัวเล็กอยู่ใกล้ผู้หญิงในภาพท่อน ก. นั้น อาจจะมีปัญหาขึ้นว่าจะเป็นลูกพญามารได้หรือ เพราะเรารู้กันอยู่ว่าพญามารนั้นเป็นเทวดาในชั้นปรนิมมิตวสวัตดี, เทวดานั้นถือกันว่าไม่คลอดบุตรและมีลูกไม่ได้ แต่แล้วก็ขัดกันอยู่ในตัวเองอีกว่าเรายอมรับกันว่าพญามารมีลูกสาวที่ใช้ให้ไปรบกวนพระโพธิสัตว์ที่ใต้ต้นโพธิ์, ถ้ามีลูกสาวได้ ทำไมจะมีลูกชายไม่ได้. แต่ถ้ากล่าวกันในทางธรรมาธิษฐานแล้ว ก็กล่าวว่าหมายถึงความรักใคร่อาลัยอาวรณ์ในบุตร ซึ่งเป็นกิเลสที่รบกวนอย่างยิ่ง, พระสิทธัถตะมีลูกชายคือพระราหุล ไม่มีลูกหญิงเลย, การทำลูกชายไว้ข้างพญามารนั้นนับว่าถูกต้องแล้ว, และผู้หญิงคนนั้นก็ควรจะเล็งถึงพระชายาเช่นพระนางยโสธราด้วย, ถ้าเป็นไปตามนี้จริงก็นับว่า ศิลปินแห่งสาญจี ได้ทำสิ่งที่ฉลาดที่สุดแล้วในศิลปะที่เป็นการบันทึกเรื่องราวทางศาสนา.


 

ภาพมารผจญ แบบอมราวดี
แสดงแตกต่างกันกับแบบสาญจีที่แล้วมา อย่างไม่อาจจะเข้ากันได้, คือแสดงเป็นภาพยักษ์มารที่ดุร้าย และสตรียั่วยวน ตามที่เราเคยเห็นกันทั่วไป. บัลลังก์มีเบาะว่างอยู่ มีต้นโพธิ์อยู่ข้างหลัง นั่นคือสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์, มารบางคนมีหน้าที่ท้อง, ไทยเราได้แบบนี้มาเช่นเดียวกับภาพมหาภิเนษกรมณ์แบบอมราวดียุคกลาง.
(จากหินสลัก แบบอมราวดี สมัยอันธระ พ.ศ.๔๐๐-๗๐๐)

@

 ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก > ภาพที่ ๔๐


หัวข้อธรรมในคำกลอน (คัดมาเฉพาะที่เป็นลายมือของท่าน)

: คำนำ | คำประพันธ์ | ความทุกข์เกิด | สัพพัญญู | ส.ค.ศ. | การงาน | กิเลสคุย | จริงซี่! | ยาระงับสรรพทุกข์ | ปิด-ปิด-ปิด | เปิด-เปิด-เปิด | นั่งริมธาร | นั่งเหนือเมฆ | บ้า ดี | อะไรที่ไหน | บาปใหญ่-บาปลึก? | ตัวกู-ตัวสู | ของกู-ของสู | ตัวกู-ตัวสู | สุจิต-ทุจิต | มีอยู่แล้ว | รักสงบ | สหายเอ๋ย | ความแก่ | ต้นสนเฒ่า | ตายก่อนตาย | ปริญญาจากสวนโมกข์ | มันมีเท่านี้เอง | รสแห่งความเปลี่ยนแปลง | ดับสังขาร | ยามไหนก็ได้ | เป็นอยู่ด้วยจิตว่าง | ปากอย่างใจอย่าง | อะไรเผือก? | บุญเป็นอะไร | ชาวบ้าน-ชาววัด | เป็นมนุษย์หรือเป็นคน? | เราสร้างดวง อย่าให้ดวงสร้างเรา | อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ | การพึ่งผู้อื่น | มองแต่แง่ดีเถิด | ตาบอด-ตาดี | โลกนี้คืออะไรแน่? | โลกรอดเพราะกตัญญู | ความสุข | ความอยาก | อาจารย์ไก่ | สูบบุหรี่? | ถ้าสตรีดื่มเหล้า | มีมาร-ไม่มีมาร


พินัยกรรม

: บทนำ | ๑.อนุสาวรีย์ของเรามีแล้ว | ๒.พินัยกรรมทำไม? | ๓.พินัยกรรม | | | | | | | ๑๐ | ๑๑ | ๑๒.พอสักว่าได้ยิน | ๑๓.หาธรรมเพื่อชีวิตเถิด | ๑๔.เกษตรกรรม | ๑๕.มัชฌิมา ๓ | ๑๖.ดีที่สุดก็ไม่ดีเท่าว่าง(จากดี) | ๑๗.อย่าให้มันเข้าไปอยู่ในใจ | ๑๘.อภิธรรมแท้ | ๑๙.ปมาณ/มิติ ไม่มีสำหรับพระอรหันต์ | ๒๐.อนิจฺจํไปพลางก่อน | ๒๑.อภิธรรมหรือจ้ะ | ๒๒.พ้นตายได้นะจ้ะ | ๒๓.เราไม่มีปัญญาที่จะมีเงินถึงล้าน | ๒๔.สิ่งที่น่ารักและควรรักที่สุด | ๒๕.สุขจริงแท้–แท้จริง | ๒๖.ถ้ากินไข่ได้หมดฟอง | ๒๗.ความจริงที่พากันมองข้าม | ๒๘.พินัยกรรม ๓ ข้อ | ๒๙ | ๓๐.โลงมีหลาย


จิตประภัสสร


ภาพพุทธประวัติจากหินสลัก

 


ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิที่นำผลงานของท่านมาลงเพื่อเป็นวิทยาทานมา ณ ที่นี้ด้วย

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

 

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N 

O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ            

                          อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

 

 A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด : | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ 

ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์