|
สุริยุปราคามีกี่ประเภท
ลักษณะเงาของดวงจันทร์
เนื่องจากดวงจันทร์เป็นวัตถุทึบแสงและมีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์มาก
เมื่อมันโคจรมาบังแสงจากดวงอาทิตย์ก็จะทำให้เกิดเงา
2 ลักษณะคือ เงามืด (Umbra)
ซึ่งเป็นอาณาเขตที่แสงอาทิตย์ส่องไปไม่ถึงผู้ที่อยู่ใต้เงามืดจะเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์มืดไปทั้งดวงก็จะเห็นสุริยุปราคาเต็มดวง
และ เงามัว (Penumbra)
ซึ่งเป็นอาณาเขตที่แสงอาทิตย์ส่งออกไปถึงได้บ้าง
ผู้ที่อยู่ใต้เงามัวจะเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เพียงบางส่วน
ก็จะเห็นสุริยุปราคาบางส่วน
แต่ถ้าดวงจันทร์อยู่ไกลโลกมากกว่าปกติเงามืดจะทอดไปไม่ถึงโลก
คงมีแต่เงามัวเท่านั้น
ดวงจันทร์จึงบังดวงอาทิตย์ไม่มิด
คนที่อยู่ใต้เงามัวส่วนในจะเห็นดวงอาทิตย์เป็น
รูปวงแหวน
มีดวงจันทร์อยู่กลาง
ก็จะเห็นสุริยุปราคาเป็นรูปวงแหวน
ซึ่งเราแบ่งสุริยุปราคาออกตามลักษณะการเกิดได้
3 ประเภท คือ
1.
ถ้าเงาของดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เห็นมืดเป็นบางส่วน
จะเรียกว่า สุริยุปราคาบางส่วน
(Partial Solar Eclipse)
2.
ถ้าดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง
ซึ่งจะเกิดให้เราได้เห็นไม่บ่อยนัก
และเกิดให้เห็นในระยะอันสั้น
เราเรียกว่า สุริยุปราคาเต็มดวง
(Total Solar Eclipse)
โอกาสที่จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงให้เห็นได้นานที่สุดเท่าที่มีมา
ไม่เคยถึง 8
นาทีเลยสักครั้งเดียว
3.
ถ้าดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เฉพาะตรงกลาง
ทำให้เกิดขอบแสงสว่างปรากฏออกโดยรอบดุจมีวงแหวนล้อมรอบ
ก็เรียกว่า
สุริยุปราคาวงแหวน (Annular Solar
Eclipse)
ปรากฏการทั้งสามอย่างนี้จะเกิดขึ้นได้ในตอนกลางวันของแรม
14-15 ค่ำ และวันขึ้น 1 ค่ำ
ปรากฏการณ์ของสุริยุปราคานั้น
เห็นได้ในบางส่วนของโลก
และสุริยุปราคาเต็มดวงมีระยะการเห็นได้กว้างไม่เกิน
167 ไมล์
ซึ่งเป็นเขตให้เงาดำสนิทเคลื่อนผ่านไป
แต่อย่างไรก็ตามผู้ที่อยู่นอกเขตเงาดำสนิท
ก็จะเห็นปรากฏการณ์ของสุริยุปราคาด้วยเหมือนกัน
หากไม่เห็นเต็มดวง
คงเห็นเพียงบางส่วนเท่านั้นและอาณาบริเวณที่เห็นได้บางส่วนนี้มีความกว้างยิ่งกว่าที่เห็นเต็มดวง

ภาพขณะเกิดสุริยุปราคาบางส่วน
|