ยินดีต้อนรับสู่สื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิคส์ ในรายวิชา โลหะวิทยา InE221     
 
     
 
เลื่อนลง
บทเรียนที่1
 
บทเรียนที่2
 
บทเรียนที่3
 
บทเรียนที่4
 
บทเรียนที่5
 
คำถามท้ายวิชา

บทเรียนที่5 เหล็กหล่อ
 

 เหล็กหล่ออบเหนียวดำ

สัญลักษณ์ย่อ : GTS
คาร์บอน 2,3...2,6%
อุณหภูมิอบอ่อน 900°...950° C
ความหนาแน่น 7,4 kg/dm3
ความต้านแรงดึง 350...700 N/mm2
ความยืด 3...12%
ชุบแข็งได้ การหดตัว 0...1,5%

       ในการผลิตเหล็กชนิดนี้ จะทำจากเหล็กหล่อดิบอบเหนียวที่มี Si มากกว่าชนิดที่ใช้ทำเหล็กหล่ออบเหนียวขาวประมาณ 0,5 ถึง 0,6%  ด้วยกรรมวิธีใหม่จะให้เหล็กหล่อดิบอบเหนียวหลอมในเตาที่มีก๊าซไนโตรเจนอยู่  การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
จะเกิดขึ้น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นการอบที่ 950° C ซีเมนต์ไตต์ที่แทรกอยู่ในเลเดอบูไรต์(Ledeburite)จะแยกตัวกลาย
เป็นออสเตไนต์และเทมเปอร์คาร์บอน (temper carbon) เมื่อให้อุณหภูมิลดต่ำลงช้า ๆ  ประมาณ 2-3° C / ชั่วโมง  ในช่วง
ระหว่าง 800 ° C ... 700 ° C จะเกิดการแยกตัวในขั้นตอนที่สอง ตอนนี้ออสเตไนต์จะกลายป็นเฟอร์ไรต์และเทมเปอร์ คาร์ 
บอน(temper carbon) การอบแบบนี้จะต้องใช้เวลาหลายวัน แต่เนื่องจากมีปริมาณซิลิคอนสูงที่ช่วย  ให้เกิดการแยกตัวเป็น
แกรไฟต์ จึงทำให้เวลาอบสั้นลงกว่าเหล็กหล่ออบเหนียวขาว



                               

รูป เหล็กหล่ออบเหนียวดำ GTS-35 มีเทมเปอร์คาร์บอน


                                                         รูป เหล็กหล่ออบเหนียวดำ GTS-35 มีเทมเปอร์คาร์บอน (temper                             carbon) ในโครงสร้างพื้นฐานเฟอร์ไรต์ (ภาคขยาย 200 :1)



                                              

รูป เหล็กหล่ออบเหนียวดำ GTS-55 มีเทมเปอร์คาร์บอน



                            รูป                             เหล็กหล่ออบเหนียวดำ GTS-55 มีเทมเปอร์คาร์บอน (temper                             carbon) ในโครงสร้างพื้นฐานเพิร์ลไลต์ (ภาคขยาย 200                             : 1)


        การจะทำให้ได้ความเค้นสูงขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการควบคุมการอบ และการเย็นตัว โดยในขั้นตอนที่สอง  ให้เย็นตัวเร็วใน
อากาศ หรือน้ำมัน แทนที่จะเกิดเป็นเฟอร์ไรต์ แต่จะกลายเป็นเพิร์ลไลต์ (pearlite) ที่มีความเหนียวสูงกว่าและทำให้ทนการ
สึกหรอได้ดีกว่า จึงเป็นเหล็กที่มีเกรดดีที่สุด



              

รูป แผนภาพกรรมวิธีทางความร้อนของเหล็กหล่ออบเหนียวดำเฟอร์ไรต


                            รูป                             แผนภาพกรรมวิธีทางความร้อนของเหล็กหล่ออบเหนียวดำเฟอร์ไรต์



               

รูป แผนภาพกรรมวิธีทางความร้อนของเหล็กหล่ออบเหนียวดำเพิร์ลไลต


                            รูป                             แผนภาพกรรมวิธีทางความร้อนของเหล็กหล่ออบเหนียวดำเพิร์ลไลต์



                

รูป แผนภาพกรรมวิธีทางความร้อนของเหล็กหล่ออบเหนียวดำ (โครงสร้างอบชุบ)


                            รูป                             แผนภาพกรรมวิธีทางความร้อนของเหล็กหล่ออบเหนียวดำ (โครงสร้างอบชุบ)


       เหล็กหล่ออบเหนียวดำที่เจือแมกนีเซียมเพิ่มเติมจะทำให้เกิดเป็นแกรไฟต์กลมขึ้น ทำให้มีคุณสมบัติเหมือนเหล็กหล่อ
เหนียวและเหล็กหล่อเหนียวดำมารวมเข้าด้วยกัน เหล็กนี้ถ้ามีปริมาณคาร์บอนสูงจะเชื่อมยาก แต่จะสามารถบัดกรีได้ ปาดผิว
ได้ง่ายกว่าเหล็กหล่อเหนียวขาว มีความยืด  2...12% นอกจากนี้ยังสามารถนำไปอบชุบ โดยกระทำได้โดยตรงหลังจากอบให้
เหนียวแล้ว ในการชุบแข็งเปลวไฟและชุบแข็งเหนี่ยวนำจะทำให้ผิวทนการสึกหรอ แต่แกนในยังเหนียวอยู่ เหมาะที่จะทำเป็น
ชิ้นส่วนที่มีผนังหนาที่ต้องทำการปาดผิวอีก ฟันเฟือง ชิ้นส่วนชุดโซ่ลำเอียง ลูกสูบ ชิ้นส่วนขับดัน



                    

รูป แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต้านแรงดึง ความยืดกับความหนาของเหล็กหล่ออบเหนียวขาวและดำ


                            รูป                             แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต้านแรงดึง ความยืดกับความหนาของเหล็กหล่ออบเหนียวขาวและดำ






 


 












                                             

 

 

 

 




 

 

 

การเรียนการสอนโลหะวิทยาฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1.ความหมายของวัสดุศาสตร์  2. คุณสมบัติทางกายภาพของโลหะ      3. คุณสมบัติเชิงกลของโลหะ  

4. การค้นพบอิเล็กตรอน  5. พันธะเคมี    6. ระบบผลึก   7. การเติบโตของผลึก 

 8. เครื่องตรวจหาโลหะ  9. รังสีเอกซ์    10.  การเลี้ยวเบนของรังสีเอกซ์ 

11. เฟสไดอะแกรม  12. การกัดกร่อน  13. แบบฝึกหัดโลหะวิทยา

14. เรียนโลหะกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  15. เรือไททานิค อัปปางเพราะความผิดพลาดทางโลหะวิทยาจริงหรือ

16. หนังสือโลหะวิทยาฟิสิกส์

กลับหน้าสารบัญโลหะวิทยาฟิสิกส์

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

โลหะวิทยา