
3. หม้อสะสมไฟฟ้า (Accumulator) จัดว่าเป็นเซลล์แบบหนึ่งเรียกว่าเซลล์ทุติยภูมิ เนื่องจากต้องอัดไฟฟ้าก่อนการใช้งาน และเมื่อใช้งานไประยะหนึ่งแรงเคลื่อนไฟฟ้าอ่อนลง ก็นำมาอัดไฟใหม่ได้ ใช้แผ่นตะกั่ว (Pb) เป็นขั้วลบ และแผ่นตะกั่วไดออกไซด์ (PbO2) เป็นขั้วบวก ใช้สารละลายกรดกำมะถันเจือจาง (dill H2SO4) เป็นสารละลายไฟฟ้า เมื่อใช้ไฟฟ้าจะเกิดปฏิกิริยาดังนี้

เมื่อใช้ไฟไปนานเข้าทั้งบวกและขั้วลบจะกลายเป็นตะกั่วซัลเฟตและกรดกำมะถันจะเจือจางจนความถ่วงจำเพาะลดลงเหลือประมาณ 1.15 ก็จะต้องนำไปอัดใหม่ เมื่ออัดไฟก็จะเกิดปฏิกิริยาดังนี้


จะเห็นได้ว่าเมื่ออัดไฟแล้วขั้วบวกจะกลายเป็น PbO2 และขั้วลบก็จะกลายเป็น Pb เหมือนเดิม กรดกำมะถันก็จะเข้มข้นจนถึง ถ.พ. 1.21 จึงจ่ายไฟฟ้าได้ดีเหมือนเดิม เซลล์ไฟฟ้าแบบตะกั่วนี้สามารถจ่ายไฟได้เซลล์ละ 2 โวลต์ โดยทั่วไปจะนำ 3, 6 หรือ 12 เซลล์ มาต่ออนุกรมกัน จึงเรียกกันว่าเป็นแบตเตอรี่ (Battery) จัดว่าเป็นเครื่องมือที่จ่ายไฟฟ้าประเภทไฟฟ้ากระแสตรง
หน้าก่อน หน้าถัดไป
ของ ผศ. อดิชาติ บ้วนกียาพันธุ์
|
|
|
| 1. การวัด | 2. เวกเตอร์ |
| 3. การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ | 4. การเคลื่อนที่บนระนาบ |
| 5. กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน | 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน |
| 7. งานและพลังงาน | 8. การดลและโมเมนตัม |
| 9. การหมุน | 10. สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง |
| 11. การเคลื่อนที่แบบคาบ | 12. ความยืดหยุ่น |
| 13. กลศาสตร์ของไหล | 14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน |
| 15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก | 16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร |
| 17. คลื่น | 18.การสั่น และคลื่นเสียง |


ครั้งที่
บทความพิเศษ