|
ไฟฟ้าสถิต
ในปี ค.ศ. 1750
เบนจามิน แฟลงคลิน (BenjaminFlanklin)
ในอาณานิคมอเมริกาสั่งซื้อขวดเลเดนมาศึกษาและตั้งข้อสังเกตว่าประกายไฟฟ้าจากขวดเลเดนนี้
มีลักษณะเหมือนกับฟ้าแลบ
เขาเกิดความคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าฟ้าแลบเป็นประกายไฟฟ้า
วันหนึ่งขณะที่ฝนเริ่มตกฟ้าคะนอง
เขาและวิลเลียมลูกชายของเขาขึ้นว่าวที่ทำด้วยผ้าไหม ผูกลูกกุญแจไว้ที่ปลายสายป่านขณะที่ฟ้าแลบเขาเอามือแตะลูกกุญแจ
เขารู้สึกว่ามีแรงกระตุกและเมื่อเขาเกี่ยวตะของของขวดเลเดนเข้าที่ลูกกุญแจก็มีประกายไฟฟ้าไหลเข้าไปในขวดเลเดนจนเต็ม
เบนจามิน แฟลงคลิน
เรียนรู้ได้ทันทีว่า
ที่ฟ้าผ่าต้นไม้ โรงนา บ่อย ๆ
เกิดจากไฟฟ้าในก้อนเมฆนี้เอง
เขาจึงคิดสร้างสายล่อฟ้าติดบนอาคารสูง
ๆ
ป้องกันการเกิดฟ้าผ่าได้สำเร็จ
ต่อมีมีผู้ทำการทดลองขึ้นว่าวกลางฝนเช่นเดียวกับแฟลงคลินในรัสเซียและฝรั่งเศส
ปรากฏว่าพวกเขาถูกฟ้าผ่าตาย
การทดลองเช่นนี้จึงนับว่าเสี่ยงอันตรายมาก แฟลงคลินนับว่าเป็นคนโชคดีมากที่ไม่ได้รับอันตราย
ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าในประเทศไทยของเรามีสิ่งก่อสร้างสูง
ๆ เช่น เจดีย์
พระธาตุ โบสถ์ ฯลฯ
อยู่มากมาย ทำไมจึงไม่เกิดฟ้าผ่าหรือนานครั้งจึงจะมีฟ้าผ่าสิ่งก่อสร้างเหล่านี้
เราจะได้ศึกษาไฟฟ้าสถิตในเชิงวิทยาศาสตร์โดยตรง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคำนวณแรงไฟฟ้าซึ่งค้นพบความสัมพันธ์ว่า
แรงไฟฟ้าเป็นปฏิภาคโดยตรงกับประจุไฟฟ้าและเป็นปฏิภาคผกผันกับระยะห่างยกกำลังสอง
โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
ชื่อ ชาร์ล ออกุสติน
เดอ คูลอมบ์ (Charles Augustin de Coulomb)
ในปี ค.ศ. 1784
นอกจากนี้ยังมีการทดลองเกี่ยวกับคุณสมบัติของประจุไฟฟ้าในลักษณะต่าง
ๆกันอีกหลายอย่าง
|