แผ่นดิสก์มหัศจรรย์

            จริง ๆ แล้วคำว่า “แผ่นดิสก์” Diskettes หรือ Floppy Disk  นั้น  ได้มีการกำหนดชื่อให้มีลักษณะคล้ายกับคำว่า  “คาสเซ็ต”   ในเริ่มรู้จักในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990 โดยเฉพาะการที่ประชาชนได้รู้จักการนำแผ่นดิสก์มาใช้ส่วนตัวที่บ้านกันมากยิ่งขึ้น

            ความเป็นมาของแผ่นดิสก์นั้น  สามารถย้อนไปไกลถึงปี 1967 จุดเริ่มต้นสำคัญเกิดขึ้นที่แคลิฟอร์เนีย  ในช่วงนั้นทางไอบีเอ็มได้เริ่มมีการพัฒนา และเริ่มใช้อุปกรณ์ที่เรียกกันว่า “เซมิคอนดัคเตอร์”  กัน  พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นหน่วยความจำอย่างหนึ่งนั่นเอง  และเมื่อใดก็ตามที่เรื่องคอมพิวเตอร์เกิดปิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก็จะมีการโอนถ่ายข้อมูลเข้าไปในอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เก็บหน่วยความจำนี้ทันที

            ต่อมาทางไอบีเอ็มได้เล็งเห็นความสำคัญของแผ่นดิสก์ จึงได้พยายามพัฒนาขึ้นมาอย่างจริงจัง  ผลก็คือได้เกิดแผ่นดิสก์แบบอ่านอย่างเดียวขึ้น มีขนาด 8”  (ซึ่งปัจจุบันไม่มีการใช้งานกันแล้วในขณะนั้นมีการเรียกกันว่า “เม็มโมรี ดิสก์” 

            ในปี 1973 ไอบีเอ็ม ได้ออกแผ่นดิสก์แบใหม่ขึ้นมา เป็นแผ่นดิสก์ที่มีความสามารถในการเขียนและอ่านได้ด้วย  อย่างไรก็ตาม เมื่อไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 1970 นั้น  แผ่นดิสก์ขนาด 8”  ได้มีการนำมาใช้งานสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าในสมัยนั้นเช่นเดียวกัน

            ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นได้เริ่มมีการนำแผ่นดิสก์มาใช้กับคอมพิวเตอร์แอปเปิล ทู เมคอินทอช  และไอบีเอ็ม   วัตถุประสงค์ของการใช้แผ่นดิสก์ก็เพื่อโอนย้ายข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง และเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ

            ช่วงต้น ปี 1990  ปรากฏว่าได้มีการเพิ่มขนาดของซอฟต์แวร์ขึ้น ซึ่งหมายความว่าโปรแกรมหลาย ๆ โปรแกรมได้ถูกโอนถ่าย หรือบันทึกไว้ในฟล็อปปี้ดิสก์เป็นจำนวนมาก

            เมื่อเทคโนโลยียิ่งก้าวล้ำมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกระแสของอินเทอร์เน็ตที่กำลังมาแรงในปัจจุบันนั้น ได้ส่งผลทำให้ความจำเป็นในการใช้ฟล็อปปี้ลดลง โดยเฉพาะการลดบทบาทด้านการถ่ายทอดข้อมูล

            ลักษณะการทำงานของแผ่นดิสก์ในปัจจุบันจัดเป็นอุปกรณ์สำหรับเก็บข้อมูล ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย  ซึ่งสามารถเก็บบันทึกข้อมูล หรือลบข้อมูล และบันทึกใหม่ได้

            นอกจากนี้ ยังมีลักษณะกลมบาง ทำจากสารไมลาร์ (Mylar) ที่ฉาบด้วยสารแม่เหล็ก  บรรจุในซอง PVC หรือพลาสติกแข็ง  เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและการขูดขีด  มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน คือ แผ่นดิกส์แบบ ซึ่งปัจจุบันไม่มีการใช้งานแล้ว

            ส่วนแผ่นดิสก์ 5-1/4”  ซึ่งปัจจุบัน มีใช้อยู่น้อยมาก จะมีก็แค่คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ประกอบด้วยสื่อบันทึกข้อมูลที่เป็นแผ่นพลาสติกบาง ทำจากสารไมลาร์ ครอบผิวด้วยสารแม่เหล็ก ซึ่งเรียกว่า  cookie กับซอง PVC หรือที่เรียกว่า Protective jacket  ทำหน้าที่ป้องกันแผ่นบันทึกข้อมูล

            แผ่นดิสก์ 5-1/4”  นั้น สามารถย้อนความเป็นมาไปไกลถึงปี 1976  ผู้มีบทบาทสำคัญในการคิดค้นคือ
จิม แอดคิสสัน  ซึ่งเขามองว่าแผ่นดิสก์แบบเดิมนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป  ไม่สะดวกต่อการใช้งาน  เขาจึงพัฒนาแผ่นดิสก์ในลักษณะนี้ขึ้นมาใหม่

            อย่างไรก็ตาม ก่อนปี 1978  มีผู้ผลิตเป็นจำนวนมากกว่า 10 ราย ได้ผลิตดิสก์ขนาดนี้ขึ้นมาก  เรียกว่าได้รับความนิยมเหมือนกัน

            ส่วนแผ่นดิสก์แบบ 3-1/2”  ปัจจุบันใช้กันมาก  และเป็นที่นิยม เพราะมีขนาดเล็ก และสะดวกในการพกพา  แผ่นดิสก์แบบนี้สามารถย้อนความเป็นมาไปได้ไกลถึงทศวรรษที่ 1980  ซึ่งมีการพัฒนาโดยหลายบริษัทด้วยกัน

            บางพื้นที่ในโลกอย่างเช่นแอฟริกาใต้นั้นได้เรียกแผ่นดิสก์ขนาด 3-1/2”   กำหนดเป็นชื่อสามัญว่า
“สตีฟฟี ดิสก์”    แม้ว่าชื่อจะฟังดูแปลก ๆ ไปหน่อย แต่หน้าที่การทำงานก็เหมือนกับแผ่นดิสก์โดยทั่วไป

            ถ้าหากว่าไม่มีแผ่นดิสก์ เชื่อแน่ว่าการเก็บข้อมูลหรือการโอนถ่ายข้อมูล คงไม่สามารถทำได้สะดวกดังเข่นทุกวันนี้อย่างแน่นอน  ใครหลายคนจึงยกให้เป็น  “แผ่นดิสก์มหัศจรรย์”

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ