|
|
|
|
เครื่องยนต์ทำให้ล้อหมุนไปได้อย่างไร เครื่องยนต์จะทำให้รถเคลื่อนไปได้ ก็ต่อเมื่อลูกสูบที่ชักขึ้นลงเพราะการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงนั้นไปหมุนเพลาล้อเสียก่อน การเร่งกำลังเครื่อง กำลังของเครื่องยนต์ 4 สูบที่ใช้กันทั่วไป เกิดจากการนำน้ำมันมาผสมกับอากาศ แล้วนำมาอัดและจุดให้เผาไหม้อยู่ในกระบอกสูบ (cylinder) ของเครื่องยนต์ แก๊สร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้จะดันลูกสูบ (piston) ให้ลงไปในกระบอกสูบ มีการตั้งช่วงเวลาให้เกิดการเผาไหม้ไล่เรียงกันไปทีละกระบอกเพื่อให้เครื่องมีกำลังอย่างต่อเนื่อง ลูกสูบอาศัยก้านสูบ (rod) และตุ๊กตาหรือแบริ่ง (bearing) เพื่อเชื่อมต่อกับเพลาหลักของเครื่องยนต์คือเพลาข้อเหวี่ยง (crankshaft) เมื่อลูกสูบเลื่อนลงก็จะดันเพลาข้อเหวี่ยงให้หมุน เพลาข้อเหวี่ยงมีล้อตุนกำลัง (flywheel) ซึ่งมีน้ำหนักมากติดอยู่ที่ปลายข้างหนึ่ง เพื่อทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุนอย่างสม่ำเสมอและทำให้ลูกสูบทำงานราบเรียบ ล้อตุนกำลังยังเชื่อมเครื่องยนต์กับระบบส่งกำลัง (transmission) ไปยังล้อรถ
เมื่อลูกสูบชักขึ้นลง 1 ครั้ง จะทำให้เพลาข้อเหวี่ยงหมุน 1 รอบ ลูกสูบอาจชักขึ้นลง 6,000 ครั้ง/นาที เพื่อหมุนเครื่องยนต์ด้วยความเร็วสูงสุด
ความร้อนเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อน น้ำมันและอากาศนั้นผสมกันในคาร์บูเรเตอร์ แล้วฉีดเข้าไปในกระบอกสูบโดยผ่านทางลิ้นไอดี จากนั้นหัวเทียนที่อยู่ด้านบนของกระบอกสูบ (ซ้าย) ก็จะจุดระเบิด การเผาไหม้ของน้ำมันและอากาศทำให้เกิดแก๊สร้อนขยายตัวขึ้นในเวลา 2/1000 วินาที ภายในกระบอกสูบ ดันลูกสูบลงมาทำให้ไปหมุนเพลาข้อเหวี่ยง ลูกสูบทำงานเป็น 4 จังหวะ 1) ลง เพื่อส่งกำลังหลังการเผาไหม้ 2) ขึ้น เพื่อขับแก๊สที่เผาไหม้ออกไปทางลิ้น 3) ลงอีกครั้งเพื่อสูบเชื้อเพลิงเข้า 4) ขึ้นอีกครั้ง เพื่ออัดเชื้อเพลิง ก่อนการเผาไหม้ครั้งต่อไป ลูกสูบแต่ละลูกจะทำงานอยู่ในจังหวะที่แตกต่างกันเสมอ
| |||||||||||||||||||||||