|
เทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
เทคโนโลยีที่ใช้พัฒนาการผลิตกระจกอัจฉริยะนี้ก็มีหลายวิธีด้วยกัน
ซึ่งแต่ละวิธีที่ได้กระจกเป็นผลิตภัณฑ์ออกมา
ก็จะเหมาะกับการนำไปใช้งานแตกต่างกันไป เช่น
กระจกบางแบบก็เหมาะที่จะใช้กับเฉพาะอาคาร,
บ้านเรือน, รถยนต์,
เครื่องบิน, เรือ ,
จอมอนิเตอร์และอื่น ๆ เป็นต้น
ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตแตกต่างกันก็มีดังนี้คือ
-
เทอร์โมทรอปิก (Thermotropics)
-
โฟโตโครมิก (Photocromics)
-
ซัสเปนต์พาร์ติ้เกิลดิสเพลย์ (Sspended
Particle Displays : SPD)
-
ลิควิดคริสตอล (Liquid Crystals)
-
อิเล็กทรอโครมิก (Electrochromics)
-
รีเฟล็กตีฟไฮไดรต์ (Reflective
Hydrides)
เทอร์โมทรอปิกและโฟโตโครมิกถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานของกระจกอัจฉริยะก็ว่าได้
ซึ่งจะใช้กันในอุตสาหกรรมการผลิตแว่นตากันแดด
คงไม่เหมาะที่จะนำมาทำเป็นกระจกหน้าต่างของอาคารบ้านเรือนหรือยวดยานพาหนะเท่าไรนัก
เพราะว่าแบบโฟโตโครมิกและเทอร์โมโครมิกจะตอบสนองต่อแสงแดดและความร้อนที่ผ่านเข้ามา
แล้วจะทำให้กระจกเปลี่ยนจากโปร่งแสงกลายเป็นทึบแสงมากขึ้น
ซึ่งไม่สามารถจะควบคุมได้
ในกรณีที่ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาวที่ต้องการให้แสงแดดส่องเข้ามาในอาคาร
เพื่อให้ความอบอุ่นแทนการเปิดเครื่องทำความร้อน
หรือการจะมองวิววทิวทัศน์ที่สวยงามข้างนอกในช่วงฤดูหนาวก็จะไม่ได้จินตภาพ
เพราะกระจกอัจฉริยะกลายเป็นวัสดุทึบแสงไปเสียนี่
เมื่อมีข้อจำกัดจากอุปสรรคต่อการใช้งานกระจกอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีพื้นฐานจากแบบเทอร์โมทรอปิกและโฟโตครอมิกจึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีแบบใหม่ขึ้นมา
คือ แบบซัสเปนต์พาร์ติเกิลดิสเพลย์,
แบบลิควิดคริสตอล,
แบบอิเล็กทรอครอมิกและแบบรีเฟล็กดีฟไฮไดรต์ เป็นต้น
ซึ่งกระจกอัจฉริยะแต่ละแบบที่ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีใหม่ไล่เรียงลำดับกันมาและก็ได้ถูกนำมาติดตั้งใช้งานตามอาคารที่อยู่อาศัยตลอดจนยวดยานพาหนะกันมากขึ้น
มาดูพื้นฐานโครงสร้างพื้นฐานการทำงานของกระจกอัจฉริยะในแต่ละแบบเท่าที่จะค้นหาได้กันต่อ |