10สุดยอดนักฟิสิกส์โลก (13:จบ)

เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด  

ชัยวัฒน์ คุประตกุล

kshaiwat@hotmail.com

คุยกันก่อน : 10 สุดยอดนักฟิสิกส์โลกตลอดกาล ตามผลสำรวจของ Physics World เริ่มต้นจากอันดับสูงสุด คือ อันดับ 1 : อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ตามด้วย อันดับ 2 : ไอแซก นิวตัน อันดับ 3 : เจมส์ คลาร์กแมกซ์เวลล์ อันดับ 4 : นีลส์ บอร์ อันดับ 5 : เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก อันดับ 6 : กาลิเลโอ อันดับ 7 : ริชาร์ด ไฟน์แมน อันดับ 8 มี 2 คน คือ พอล ดิแรก และ เออร์วิน ชโรดิงเจอร์


อันดับ 10 : เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด (Ernest Rutherford)

คำว่า อะตอม (Atom) มีมานานกว่าสองพันปีแล้ว แต่ภาพโครงสร้างอะตอมที่ถูกต้องในส่วนเป็นโครงสร้างภาพรวม คือ ประกอบด้วยนิวเคลียสและอิเล็กตรอน คล้ายระบบสุริยะ เพิ่งเกิดเมื่อต้นศตวรรษที่ยี่สิบ โดย เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด

ชื่อของรังสีหรืออนุภาคที่เป็นกัมมันตรังสีพื้นฐานที่สุด มีอยู่ 3 ชนิด คือ แอลฟา บีตา และแกมมา อนุภาคพื้นฐานชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของอะตอมในจักรวาล คือ โปรตอน ชื่อทั้งหมดเหล่านี้ คือ แอลฟา บีตา แกมมา และโปรตอน ล้วนได้รับการตั้งชื่อโดย เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด

ผู้ที่ทำให้ความฝันของนักอัลเคมี (Alchemist) ในอดีต เป็นจริงขึ้นมา โดยการเปลี่ยนอะตอมของธาตุไนโตรเจน เป็นธาตุอะตอมได้สำเร็จ คือ เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด

เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด สุดยอดนักฟิสิกส์โลกตลอดกาล อันดับที่สิบ เป็นชาวอังกฤษ เกิดที่นิวซีแลนด์ (บรรพบุรุษเป็นชาวสก็อต) เมื่อปี ค.ศ. 1871 ถึงแก่กรรม ปี ค.ศ. 1937 เป็นนักฟิสิกส์ที่เก่งทั้งเชิงทฤษฎี และการทดลอง เป็นลูกศิษย์ของนักฟิสิกส์มีชื่อ ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีโครงสร้างอะตอมอย่างเป็นรูปธรรมยุคใหม่ (ถึงแม้จะผิด) คือ เจ.เจ.ทอมสัน (J.J. Thomson) และก็เป็นผู้ที่ดัดแปลง๊.ปรับปรุงทฤษฎีโครงสร้างอะตอมของ เจ.เจ.ทอมสัน จะกระทั่งเป็นต้นแบบโครงสร้างอะตอมที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันในปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยนิวเคลียสและอิเล็กตรอน คล้ายระบบสุริยะ

เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด เติบโตเป็นวัยรุ่นที่นิวซีแลนด์ อาชีพทางฟิสิกส์ของเขาเริ่มต้นในปี ค.ศ.1895 เมื่อเขาได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ หลังจากที่สำเร็จปริญญาเอกฟิสิกส์ เขาได้มีโอกาสทำการวิจัยหลังปริญญาเอกอยู่กับ เจ.เจ.ทอมสัน ไปทำงานที่แคนาดา อยู่พักหนึ่ง กลับไปนิวซีแลนด์ แต่งงาน แล้วก็กลับไปปักหลักอาชีพทางฟิสิกส์อย่างถาวรในประเทศอังกฤษ

งานวิจัยสำคัญในช่วงตั้งแต่ระยะแรกๆ ที่ปักหลักทำงานเจาะศึกษาวิจัยทางฟิสิกส์อย่างจริงจัง ของ เออร์เนสต์ รัท-เทอร์ฟอร์ด คือ งานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี ซึ่งในระยะแรกๆ นั้น ยังไม่รู้จักกันเลยว่า จริงๆ แล้ว คืออะไร นอกเหนือไปจากธรรมชาติความเป็นกัมมันตภาพรังสีของบางสิ่งบางอย่าง กล่าวคือ สารบางชนิด มีคุณสมบัติแปลกๆ ซึ่งก็คือกัมมันตภาพรังสีในปัจจุบัน

เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด พบว่า สารกัมมันตรังสี ปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกมาหลายชนิด

ชนิดหนึ่งมีประจุไฟฟ้าเป็นบวกเขาตั้งชื่อเรียกว่า รังสีแอลฟา

ชนิดหนึ่งมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ เขาตั้งชื่อเรียกว่า รังสีบีตา

รังสีแอลฟา รังสีบีตา ล้วนมีผลเมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็ก แต่ในยุคสมัยนั้น ได้มีการค้นพบกัมมันตภาพรังสี ซึ่งสนามแม่เหล็กไม่สามารถไปมีอิทธิพลส่งผลต่อกัมมันตภาพรังสีชนิดนั้นได้ เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด เป็นผู้ตั้งชื่อเรียกกัมมันตภาพรังสีนี้ว่า แกมมา

เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด ได้รับรางวัลโนเบล ในปี ค.ศ.1908 สำหรับผลงานเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี เขาพบว่า รังสีแอลฟา จริงๆ แล้ว คือ อะตอมของธาตุฮีเลียม ที่สูญเสียอิเล็กตรอนไป

จากการศึกษาอัตราการสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีชนิดต่าง ๆ เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด เสนอทฤษฎีว่า ธาตุทุกชนิด มีอัตราการสลายตัวครึ่งหนึ่ง ตามช่วงเวลาเฉพาะตัวที่แน่นอน เช่น ธาตุคาร์บอน-14 จะสลายตัวไปเป็นปริมาณเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ทุก 5,600 ปี เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด เป็นผู้ตั้งชื่อ คำว่า Half Life (ค่าครึ่งชีวิต) สำหรับช่วงเวลาที่ธาตุกัมมันตรังสีแต่ละชนิด จะสลายตัว เหลือปริมาณครึ่งหนึ่งเสมอ

สำหรับการคิดเสนอภาพจำลองโครงสร้างอะตอมของธาตุต่าง ๆ เป็นระบบสุริยะ มีนิวเคลียสอยู่ตรงกลาง (เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์) มีอิเล็กตรอนโคจรอยู่รอบ ๆ นิวเคลียส (เช่นเดียวกับดาวเคราะห์ต่าง ๆ โคจรรอบดวงอาทิตย์) เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด เกิดความคิดขึ้นมา จากการทดลองยิงกระสุนรังสีแอลฟา ใส่แผ่นทองบาง ๆ พบว่า รังสีแอลฟา ซึ่งก็คือ อะตอมฮีเลียม มีประจุไฟฟ้าเป็นบวก ส่วนใหญ่เดินทางทะลุผ่านแผ่นทอง แต่มีอยู่จำนวนหนึ่ง เบนไปจากทิศทางเดิม หรือสะท้อนถอยกลับออกมาจากแผ่นทอง เขาจึงเกิดความคิดภาพของอะตอม เป็นแบบระบบสุริยะที่รู้จักกันดีถึงปัจจุบัน

เมื่อเออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด ถึงแก่กรรม ! ร่างของเขาได้รับเกียรติฝังอยู่ในโบสถ์เวสมินสเตอร์ ใกล้ที่ฝังร่างของไอแซก นิวตัน


ที่มา - 29 พฤศจิกายน 2543
 

         

  

สารบัญหน้าที่  

 

1. ใครคือสุดยอดนักฟิสิกส์

2. อริสโตเติล

3. อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein)

4. เจมส์ คลาร์ก แมกซ์เวลล์ (James Clerk Maxwell)   นีลส์ บอร์ (Niels Bohr)

5. เวิร์นเนอร์ ไฮเซนเบิร์ก (Werner Heisenberg)

6. กาลิเลโอ กาลิเลอี

7. ริชาร์ด ไฟน์แมน (Richard Feynman)

8. พอล ดิแรก

9. พอล ดิแรก (ต่อ)

10. เออร์วิน ชโรดิงเจอร์

11. เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ ( ต่อ )

12.เออร์วิน ชโรดิงเจอร์ (ต่อ)

13. เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด (Ernest Rutherford)


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)  ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1   ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง   สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 


การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์


แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา    แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์


คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว   การประดิษฐ์แของโลก   ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน   6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง  11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น  18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน


 การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า   3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า  7. สนามแม่เหล็ก   8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์  11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 


 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   3. งานและโมเมนตัม    4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า    7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน

 

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ