โคลัมบัสค้นพบ  “โลกใหม่ได้อย่างไร

       ก่อน ค.ศ. 1492  ไม่มีชาวยุโรปคนใดรู้แน่ชัดว่าเลยจากหมู่เกาะคานารีและหมู่เกาะอซอร์สออกไปแล้วจะเป็นเช่นไร  เมื่อคริสโตเฟอร์  โคลัมบัสออกเดินเรือไปทางทิศตะวันตกนั้น  เขามุ่งแสวงหาเส้นทางเดินเรือไปสู่  “อินดีส”  (อินเดีย  ตลอดจนดินแดนและหมู่เกาะต่างๆ ในตะวันออกไกล  ต่อมาเรียกว่า  อินดีสตะวันออก)  แต่เขากลับพบทวีปใหม่ซึ่งยังไม่เคยมีนักสำรวจหรือนักภูมิศาสตร์ที่มีชื่อเสียงผู้ใดในทวีปยุโรปรู้ว่ามีอยู่  ต่อมาดินแดนนี้เรียกว่ามุนดุส  โนวุส  (Mundus  Novus)  หรือ  “โลกใหม่”  ซึ่งปัจจุบันคือทวีปอเมริกาเหนือและใต้

       ดินแดนที่โคลัมบัสไปถึงคือหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน  ไม่ใช่อเมริกาเหนือ  โคลัมบัสไม่เคยตระหนักในความผิดพลาดนี้เลยและยืนยันอยู่จนวันตายว่าดินแดนที่เขาค้นพบคือ  “อินดีส”  ด้วยเหตุนี้ดินแดนที่เขาพบนั้นจึงได้ชื่อว่า อินดีสตะวันตก  และชนพื้นเมืองของทวีปอเมริกาเหนือจึงได้ชื่อว่าชาวอเมริกันอินเดียน

       โคลัมบัสเกิดที่เมืองเจนัวในอิตาลีเมือ  ค.ศ. 1451  เขาออกทะเลตั้งแต่อายุ  14  ปี  พออายุ  30  ปีก็เป็นนักเดินเรือและผู้นำร่องที่เชี่ยวชาญ

       ในคริสต์ศตวรรษที่  15  ชาวโปรตุเกสหาเส้นทางเดินเรือสู่  “อินดีส”  โดยมุ่งไปทางทิศตะวันออก อ้อมแหลมด้านใต้ของทวีปแอฟริกา  ขณะนั้นมีเส้นทางค้าขายเครื่องเทศ  อัญมณี  และผ้าไหมโดยทางบกจาก  “อินดีส”  อยู่แล้ว

       โคลัมบัสศึกษาปูมการเดินเรือจากแหล่งความรู้ต่างๆ เท่าที่หาได้  เช่น  คัมภีร์ไบเบิล  วรรณกรรมโบราณ  และหนังสือวิทยาศาสตร์ซึ่งมีอยู่น้อยเล่มแล้วสรุปว่าหากเดินเรือไปทางทิศตะวันตกจะถึง  “อินดีส”  ได้เร็วกว่า 

 

                โคลัมบัส  เป็นนักเดินเรือชาวอิตาลีจากเมืองเจนัวผู้ไม่เคยตระหนักเลยว่าตนได้ค้นพบทวีปอเมริกา

       สำเนาคำอธิบายประกอบหนังสือที่เขาคัดจาก  Description  of  the  World  (คำอธิบายเกี่ยวกับโลก) ที่มาร์โคโปโลเขียนไว้และหนังสือ  Imago  Mundi  (อิมาโก  มุนดี-ภาพของโลก)  ของพระคาร์ดินับปีแอร์  ดายยี  ยังมีให้เห็นเป็นหลักฐานอยู่

       ข้อความตอนหนึ่งในอิมาโก  มุนดี  ซึ่งเขียนไว้เมื่อ  ค.ศ. 1410  ระบุว่า  อริสโตเติลกล่าวว่า  “ทะเลที่อยู่ระหว่างดินแดนด้านตะวันออกสุดของสเปนกับดินแดนที่ใกล้ที่สุดกับแถบตะวันตกของอินเดียมิได้กว้างใหญ่เท่าใดนัก”  ในขณะที่มาร์โคโปโลอ้างว่าประเทศญี่ปุ่นอยู่ห่างจากคาเธย์  (ประเทศจีน)  ไปทางทิศตะวันออกเป็นระยะทาง  2,400  กม.  ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นอยู่ใกล้กับสเปนเกินกว่าที่เป็นจริง

       โคลัมบัสหลงไขว้เขวตามข้อเขียนของพระคาร์ดินัลดายยีและมาร์โคโปโล  และหลงตามข้อมูลในคัมภีร์อะพ็อกคริฟาเล่มที่สองของเอสดราสซึ่งระบุว่าโลกแบ่งเป็นแผ่นดิน  6  ส่วน  และทะเล  1  ส่วน  (ที่ถูกต้องคือแผ่นดิน  1  ส่วน  และพื้นน้ำเกือบ  3  ส่วน)  นอกจากนี้  เขายังคำนวณด้วยมาตราไมล์ของอิตาลีโดยมิได้เฉลียวใจว่ามาตรานี้สั้นกว่ามาตราของอาหรับ  ซึ่งใช้ทำแผนที่ส่วนใหญ่ในยุคนั้น  ดังนั้นเขาจึงคำนวณว่า  “อินดีส”  อยู่ห่างจากหมู่เกาะคานารีไปตามตะวันตก  6,300 

                “โลกเก่า”  แผนที่โลกเก่าเป็นภาพพิมพ์ไม้แกะ  พิมพ์ที่เมืองอูล์มในเยอรมนีเมื่อ  6  ปีก่อนโคลัมบัสพบโลกใหม่  แผนที่นี้มาจากตำราภูมิศาสตร์ฉบับประกอบแผนที่ของปโตเลมี  (ประมาณ  ค.ศ. 90-168)  ผลงานของนักภูมิศาสตร์และดาราศาสตร์ชาวอียิปต์ – กรีก ผู้นี้บันดาลใจให้โคลัมบัสมุ่งตะวันตกเพื่อหาเส้นทางสู่เอเชีย

                เข็มทิศ  ของนักเดินเรือชาวอิตาลี  พร้อมกล่องและฝา  เป็นแบบที่ใช้ในสมัยของโคลัมบัส  มีลายเฟลอร์  เดอ  ลี  บนหน้าปัดเพื่อระบุทิศเหนือ

 

      

หน้าที่   1    2
นำมาจาก รู้รอบตอบได้  ของรีดเดอร์ส ไดเจสท์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)  ฟิสิกส์ 2 

ลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1   ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง  

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 

การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์

สรุปฟิสิกส์

แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา   

แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว  

การประดิษฐ์แของโลก   ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์   

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน   6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 

7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง  11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น 

18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน

 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า  

3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก   8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 

 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   

3. งานและโมเมนตัม    4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า   

7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ