<

เวลาของไอน์สไตน์

วัยทำงาน

1906

     ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ  2   ของสำนักงานรับจดทะเบียนสิ่งประดิษฐ์

1907

      ขณะนั่งทำงานอยู่ในสำนักงานไอน์สไตน์เกิดความคิดวาบขึ้นเรื่องหลักการแห่งความสมมูล  (Principle  of  equivalence)   ซึ่งต่อมาเป็นหลักการพื้นฐานของทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไป  หลักการนี้กล่าวว่าผลจากการสังเกตในระบบที่เคลื่อนที่อย่างมีความเร่งกับที่อยู่ในความโน้มถ่วง นั้นไม่ต่างกัน  ภายหลังไอน์สไตน์เรียกแนวคิดนี้ว่า   "The   happinest thought of  my life"

1908

ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์ ของมหาวิทยาลัยเบิร์น

ลูกชายคนที่ ชื่อ  Eduard   เกิดที่กรุงเบิร์น

1909

ลาออกจากสำนักงานรับจดทะเบียนสิ่งประดิษฐ์

ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ ของมหาวิทยาลัยซูริก

1911

   Ernest  Rutherford  เสนอโครงสร้างอะตอมว่าประกอบด้วยนิวเคลียส และมีอิเล็กตรอนโคจรโดยรอบ

1911- 1912

    ย้ายไปกรุงปราก  เป็นศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย เยอรมัน (German University  of  Prague)

1912-1914

กลับมาอยู่เมืองซูริก เป็นศาสตราจารย์ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งซูริก

เริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับสมการคณิตศาสตร์ที่จะอธิบายแนวคิดเรื่องความโน้มถ่วง กับความโค้งของอวกาศเขาทำนายปรากฎการณ์ที่แสงเดินทางเป็นเส้นโค้ง

1913

    Niels Bohr  ปรับปรุงแบบจำลองอะตอมว่าอิเล็กตรอนจะอยู่ในอะตอมตามระดับชั้นที่แน่นอน  และจะกระโดดไปมาระหว่างชั้นได้โดยการรับและคายพลังงานในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

1914

กลับไปอยู่ที่ประเทศเยอรมนี โดยเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน  และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการของสถาบันฟิสิกส์ไกเซอร์  วิลเฮล์มในกรุงเบอร์ลิน  โดยไม่ต้องทำงานสอน   ทำให้ไอน์สไตน์มีเวลาคิดเรื่องทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปได้เต็มที่  แต่ต่อมา  Mileva  แยกทางกลับไปอยู่ทีเมืองซูริก  พร้อมลูกทั้งสองคน

เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1   ในเดือนสิงหาคม  ไอน์สไตน์ลงนามในคำประกาศต่อต้านสงคราม  "Manifesto to Europeans" 

1915

-  10  ปี  หลังจากการเสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ  ไอน์สไตน์ก็คิดทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป( General  theory  of  Relativity)   เสร็จสมบูรณ์และเสนอต่อวิทยาศาสตร์บัณฑิตยสภาของปรัสเซียเมื่อวันที่  25  พฤศจิกายน

    สมการซึ่งเป็นหัวใจของทฤษฎีนี้เรียกว่า  สมการสนามของไอน์สไตน์ ( Einstein's  field  equation)   สามารถคำนวณการส่ายของวงโคจรดาวพุธได้ใกล้เคียงกับผลการสังเกตจริงมากที่สุด   และนำไปสู่คำอธิบายเรื่องความโค้งของอวกาศ กำเนิดของจักรวาล ฯลฯ  

   ตามทฤษฎีนี้  ความโน้มถ่วงยังมีผลต่อเวลาด้วย กล่าวคือ  เวลาในสภาพความโน้มถ่วงสูงจะช้ากว่าเวลาในสภาพความโน้มถ่วงต่ำกว่า

- David Hilbert  ยอดนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันคิดสมการสนามสำหรับทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปได้ก่อนไอน์สไตน์เพียง  วัน

1916

ทฤษฎีสัมพัทธภาพได้รับการตีพิมพ์

- Karl  Scawarzchild  ประยุกต์ใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป   พบว่าวาระสุดท้ายของดาวฤกษ์มีมวลมากจะกลายเป็นหลุมดำ

1917

- ไอน์สไตน์ทำนายว่าอะตอมที่ถูกกระตุ้นด้วยแสงความถี่หนึ่งสามารถจะให้แสงความถี่เดียวกันออกมาได้  ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของเลเซอร์ 

"Willem  de  sitter  ใช้ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปพบว่าจักรวาลกำลังขยายตัว  ในขณะที่ไอน์สไตน์ซึ่งเชื่อตามความคิดขณะนั้นว่า จักรวาลมีสภาพคงที่ทั้งที่ได้ผลการคำนวณว่าจักรวาลขยายตัวเช่นกัน   แต่ก็ได้ปรับแก้การคำนวณโดยใส่"ค่าคงที่ของจักรวาล" ลงไปในสมการสนามของตนเอง   ภายหลังไอน์สไตน์ถึงกับกล่าวว่า "the  biggest  blunder  of  my life" 

1917-1920

   สุขภาพอ่อนแอ  ป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับตับ และกระเพาะอาหาร ญาติชื่อ  Elsa  Loewenthal  ช่วยดูแล  ต่อมาปี  1919   ไอน์สไตน์จึงหย่ากับ  Mileva   และแต่งงานกับ  Elsa

1918

    สนับสนุนการจัดตั้งสาธารณรัฐไวมาร์ (Weimar  Republic)  ในประเทศเยอรมนี

1919

    Arthur  Eddington  นำคณะนักดาราศาสตร์ไปสังเกตการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงที่แอฟฟิกาเพื่อตรวจสอบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปเกี่ยวกับปรากฎการณ์ที่แสงเดินทางเป็นเส้นโค้งเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์  ผลปรากฎเป็นจริงตามทฤษฏี ทำให้ไอน์สไตน์มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

 

1921

   เดินทางไปสหรัฐอเมริกาครั้งแรกเพื่อหาทุนสำหรับการสร้างมหาวิทยาลัยฮีบรู  ได้บรรยายที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันเรื่อง ทฤษฎีสัมพัทธภาพ

   
   

 

 

         

น้าที่  

1.  ก่อนเวลาของไอน์สไตน์

2. ชีวิตครอบครัว

3. วัยทำงาน

4. รางวัลโนเบล

5. บั้นปลายของชีวิต

6. หลังเวลาของไอน์สไตน์

 

โดย  สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

 

 

 

 


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน) 

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1  

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง   สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 


การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์


แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา    แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์


คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว   การประดิษฐ์แของโลก  

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  

 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง 

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น 

 18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า   3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า  7. สนามแม่เหล็ก  

8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์  11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 


 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   3. งานและโมเมนตัม    

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า   

7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน


กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ