<

เวลาของไอน์สไตน์

รางวัลโนเบล

1922

- เดินทางไปบรรยายในประเทศญี่ปุ่นและจีน

- ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี  1921  จากผลงานเรื่องปรากฎการณ์โฟโตอิเล็กทริก  ไอน์สไตน์ยกเงินรางวัลทั้งหมดให้ภรรยาคนแรกคือ Mileva

1923

- เดินทางไปบรรยายที่ปาเลสไตน์  ณ สถานที่ที่จะตั้งเป็นมหาวิทยาลัยฮิบรู ในกรุงเยรูซาเลม

- เดินทางไปเยือนประเทศสเปน

1924

   Louis de Broglie  เสนอทฤษฎีทวิภาคของความเป็นอนุภาค-คลื่น  นั่นคือ อนุภาคทุกชนิดมีคุณสมบัติเป็นทั้งอนุภาคและคลื่น

1925

- เดินทางไปอเมริกาใต้เยือนประเทศอาร์เจนตินา บราซิล  และอุรุกวัย

- ลงนามในคำประกาศต่อต้านกฎหมายบังคับการเป็นทหาร

1927

- Werner  Heisenberg  เสนอหลักความไม่แน่นอน (The uncertainty  principle)  ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานสำคัญของทฤษฎีควอนตัม  ที่บอกว่า เราไม่สามารถหาตำแหน่ง และโมเมนตัมของอิเล็กตรอนได้อย่างแม่นยำพร้อมๆกัน  การวัดปริมาณจะได้ผลในลักษณะของ "ความน่าจะเป็น"  ต่อมาไอน์สไตน์โต้แย้งในเรื่องนี้ว่า "พระเจ้าไม่ทอดลูกเต๋า"  Heisenberg  ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี  1932   จากผลงานนี้

 

- A.G.E. Lemaitre  นักบวชและนักดาราศาสตร์  ชาวเบลเยียม เสนอว่า  ถ้าจักรวาลกำลังขยายตัว ก็น่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจาก การระเบิดใหญ่ของ  super  comic egg   นับเป็นต้นคิดของทฤษฎีกำเนิดจักรวาล ที่เรียกว่า big bang

1928

- ไอน์สไตน์เริ่มต้นค้นคว้าเกี่ยวกับทฤษฎีสนามรวม (Unified field theory)  ซึ่งจะเป็นทฤษฎีที่รวมแรงพื้นฐานในธรรมชาติทั้ง  ชนิด ไว้ในกฎเดียวกัน  ไอน์สไตน์มุ่งมั่นคิดค้นเรื่องนี้จวบจนวาระสุดท้ายแต่ไม่สำเร็จ  และยังไม่มีใครทำสำเร็จจนกระทั่งทุกวันนี้

-Paul Dirac  ประยุกต์ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษกับควอนตัม   พบว่าอิเล็กตรอนน่าจะมี  ชนิด  คือ  อิเล็กตรอน  ที่มีประจุบวก   หรือปฏิอนุภาคของอิเล็กตรอน

1929

   Edwin  Hubble   ศึกษากาแลกซีต่างๆ  จากกล้องโทรทรรศน์ และสรุปได้อย่างแน่ชัดว่า  จักรวาลกำลังขยายตัวช่วยยืนยันความถูกต้องของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์

1930

- ทำกิจกรรมในนามของแปซิฟิสม์ (Pacifism)  ซึ่งเชื่อในเรื่องการสร้างสันติภาพระหว่างประเทศและต่อต้านสงคราม

-Chandrasekhar  นักดาราศาสตร์อเมริกัน เชื้อสายอินเดีย  ในวัยเพียง 20  ปี   ค้นพบดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่า 1.5  เท่าของดวงอาทิตย์  จะมีวาระสุดท้ายเป็นดาวนิวตรอนหรือหลุมดำ  ถ้าน้อยกว่า  1.5  เท่าจะเป็นดาวแคระขาว

1930-1932

   เดินทางจากเยอรมนี ไปสหรัฐอเมริกา ครั้ง โดยส่วนใหญ่จะพักอยู่ที่สถาบัน เทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย  ในปี 1932  ไอน์สไตน์ได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ของสถาบันการศึกษาขั้นสูง ที่เมืองพรินซ์ตัน  ไอน์สไตน์ทำงานให้แก่สถาบันแห่งนี้จวบจนวาระสุดท้าย  โดยไม่รับตำแหน่งที่สถาบันแห่งใดอีก

1933

- อายุ 54  ปี  เดินทางไปเยือนประเทศเบลเยียม และอังกฤษขณะเดียวกันจอมเผด็จการฮิตเลอร์ขึ้นครองอำนาจในเยอรมนี  มีนโยบายกำจัดชาวยิว  หนังสือของไอน์สไตน์ถูกนาซีนำมาเผาทิ้ง  ไอน์สไตน์จึงไม่กลับประเทศ  และอพยพไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

- หนังสือชื่อ Why war?  ได้รับการตีพิมพ์

 

 

1934

   หนังสือรวมบทความชื่อ  The world As I see It  ได้รับการตีพิมพ์

1935

   ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเรื่อง  Einstein-Podolsky-Rosen Paradox

 

1936

Elsa  เสียชีวิต  ไอน์สไตน์อายุ 57  ปี  และไม่ได้แต่งงานกับใครอีก

 

 

         

น้าที่  

1.  ก่อนเวลาของไอน์สไตน์

2. ชีวิตครอบครัว

3. วัยทำงาน

4. รางวัลโนเบล

5. บั้นปลายของชีวิต

6. หลังเวลาของไอน์สไตน์

 

โดย  สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

 

 

 

 


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน) 

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1  

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง   สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 


การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์


แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา    แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์


คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว   การประดิษฐ์แของโลก  

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  

 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง 

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น 

 18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า   3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า  7. สนามแม่เหล็ก  

8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์  11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 


 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   3. งานและโมเมนตัม    

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า   

7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน


กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ