นักกีฬาตี  “ลูกโค้ง”  ได้อย่างไร

       นักกีฬาประเภทบอล  ไม่ว่าเป็นเบสบอล  ฟุตบอล  กอล์ฟ  เทนนิส  ฯลฯ  จะรู้จัก “สปิน”

(Spin)  หรือลูกหมุนกันโดยทั่วไป

       เขาจะใช้ลูกหมุนเพื่อเปลี่ยนทิศทางของลูกเมื่อตกกระทบพื้น  และยังทำให้ลูกวิ่งโค้งได้ด้วย

       เหตุใดลูกหมุนหรือลูกสปิน  จึงวิ่งเป็นเส้นโค้งได้ด้วย  คำถามนี้มีผู้ให้คำตอบเมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้วนักฟิสิกส์ชาวอังกฤษชื่อ  ลอร์ด  เรย์ลี  เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “แมกนัส  เอฟเฟ็กต์”

(Magnus  Effect)  ตามชื่อนักวิจัยชาวเยอรมัน  เฮนริค  กุสตาฟ  แม็กนัส

ปรากฏการณ์นี้อธิบายได้ว่าขณะลูกหมุนแหวกอากาศไปนั้น  ก็จะดึงเอาอากาศรอบๆให้หมุนไปด้วย

อากาศที่เคลื่อนผ่านลูกซีกหนึ่งจะเคลื่อนเร็วขึ้นและอีกซีกหนึ่งจะเคลื่อนช้าลง  ซีกที่อากาศเคลื่อนเร็วขึ้น

จะมีแรงดันน้อยกว่า  ลูกจึงวิ่งเป็นเส้นโค้งได้

       มีการใช้เทคนิคลูกสปินในเกมกีฬาหลายชนิดนักเทนนิสมือดีสามารถตีลูกท็อป-สปิน

(top-spin  lop)  ซึ่งดูเหมือนว่าลูกจะ “ออก” แต่กลับตกลงพื้นก่อนถึงเส้นหลังหรือเบสไลน์

(baseline)

       นักกอล์ฟจะตีลูกหมุนโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ไดรฟ์ลูก  ซึ่งจะทำให้ลูกพุ่งไปด้วยความเร็วกว่า

160 กม./ชม.  โดยมีแบ็กสปิน(back  spin-ลูกหมุนกลับ)  ในอัตรา 50 รอบ/ วินาที

       ลูกหมุนที่นักกอล์ฟตีไปนี้  ในระยะแรกจะต้านกับแรงโน้มถ่วง  ทำให้ลูกวิ่งเป็นเส้นตรงก่อน

ที่จะกลายเป็นโค้ง  ถ้าใช้ไม้เหล็กที่เบอร์สูงขึ้นก็จะทำให้ลูกหมุนได้มากขึ้น  และลูกลอยสูงขึ้นอีก

       นักกอล์ฟมือใหม่จะพบว่า  แม้ว่าจะออกแรงตีเท่า  แต่ถ้าตีลูกพลาด  คือหัวของไม้ตีดันกระทบ

ลูกเป็นมุมเฉียง  ก็จะทำให้ลูกเฉเข้ารกเข้าพงได้

       คนขว้างลูกเบสบอลจะมีวิธีจับแบบต่างๆ  เพื่อให้ได้ลูกที่ต่างกันไป

       ลูกหมุนที่นิยมเล่นกันในกีฬาเบสบอลเรียกว่า “เคิร์ฟ-บอล” (curve-ball-ลูกโค้ง)

ซึ่งจะทำให้ลูกหักโค้งและตกลงพ้นรัศมีของคนตีลูกไปได้

       คนขว้างลูกเบสบอลบางคนอาจใช้เทคนิคขว้างลูกแบบ “เฟด-อะเวย์”(fade-away)

หรือ “สกรูว์-บอล” (screw-ball)  ซึ่งก็คือการขว้างลูกโค้งที่เข้าหาคนตี  ส่วนลูกที่ขว้างแบบลูก

“สไลด์” (slider)  จะเคลื่อนที่หักมุมและตกลงในช่วงสุดท้าย

       การที่จะทำให้ลูกวิ่งโค้งได้ดังกล่าว  ก็ต้องทำให้ลูกหมุนด้วยความเร็วถึง  38  รอบ/วินาที  ซึ่งจะทำให้ลูกหักเลี้ยวได้ถึง  60  ซม. (2 ฟุต)  ในระยะ  18  ม.  (60 ฟุต)  ระหว่างจุดขว้างกับจุดตีลูก

       สำหรับลูกหมุนในกีฬารักบี้และอเมริกันฟุตบอลผู้เล่นจะเตะลูกที่มีลักษณะกลมรี  ให้หมุนไปตามแกนตั้ง  ทีแรกลูกจะหมุนไปเป็นเส้นตรงก่อนจนเมื่อลูกเริ่มตกและแกนหมุนเปลี่ยนไป  ลูกจึงจะเลี้ยวโค้ง

       ถ้าเป็นผู้เล่นเก่งๆ  เขามักเตะลูกให้ขนานไปกับเส้นขอบสนาม  เพราะรู้ว่าลูกจะเลี้ยวโค้งออกตอนกำลังตกพื้นพอดี

       ในการเล่นคริกเก็ต  คนขว้างลูกจะทำลูกโค้งหรือลูกสวิงได้โดยไม่ต้องใช้ลูกหมุน  แต่เขาต้องขว้างลูกด้วยความเร็ว  ขณะที่ลูกพุ่งไปนั้น  เส้นตะเข็บของลูกจะทำให้เกิดคลื่นอากาศบางๆ  อากาศจะเคลื่อนที่ผ่านซีกหนึ่งของลูกเร็วกว่าอีกซีกหนึ่ง  ในเมื่ออากาศเคลื่อนที่ผ่านลูกด้วยความเร็วไม่เท่ากัน จึงเกิดแรงดันต่างกัน  และทำให้ลูกสวิงไปได้  คนขว้างลูกยังชอบทำให้ผิวของลูกบอลมีความสากไม่เท่ากันโดยถูลูกด้านหนึ่งกับกางเกง

                ลูกโค้ง   คนขว้างลูกทีมเบสบอล  นิวยอร์ก  เมตส์  ชื่อ  บ็อบ  โอเจดา  (บน)  ขว้างลูกโค้ง  ซึ่งทำให้ทีมชนะการแข่งขัน  เวิลด์  ซีรีส์  ปี  1986  สเตฟาน  เอ็ดเบิร์ก  แชมป์เทนนิสวิมเบิลดัน  ปี 1988   (ล่าง)  ตีลูกท็อป – สปิน  (ดูภาพขยาย)  ซึ่งทำให้ลูกวิ่งโค้งหลังกระทบแรกเก็ต

      

หน้าที่ 
นำมาจาก รู้รอบตอบได้  ของรีดเดอร์ส ไดเจสท์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)  ฟิสิกส์ 2 

ลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1   ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง  

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 

การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ 

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์

สรุปฟิสิกส์

แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา   

แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว  

การประดิษฐ์แของโลก   ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์   

3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน   6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 

7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน  

10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง  11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น 

18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน

 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า  

3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า 

7. สนามแม่เหล็ก   8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์ 

11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 

 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   

3. งานและโมเมนตัม    4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า   

7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน

กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ