เกิด วันที่ 23 เมษายน ค.ศ.1858
ที่เมืองคีล (Kiel) ประเทศเยอรมนี (Germany)
เสียชีวิต วันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1947 ที่เมืองกอตติงเกน (Gottingen)
ประเทศเยอรมนี (Germany)
ผลงาน - ผู้ค้นพบทฤษฎีควอนตัม (Quantum Physics)
- ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์

แพลงคเกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน ค.ศ.1858 ที่เมืองคีล
ประเทศเยอรมนี บิดาของเขาเป็นทนายความ และศาสตราจารย์ประจำ
ภาควิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่มหาวิทยาลัยคีล (Kiel University) ชื่อว่า
จูเลียต วิลเฮล์ม แพลงค (Juliet Wilhelm Planck)
เมื่อเขาอายุได้ 9 ปี ครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองมิวนิค (Munich)
เนื่องจากบิดาต้องย้ายไปทำงานที่นั่น ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ
ประเทศเยอรมนี
ต่อจากนั้นเขาได้เข้าศึกษาขั้นต้นที่โรงเรียนแมกซิมิเลียม ยิมเนซียม
(Maximiliam Gymnasium) แต่เรียนอยู่
ได้ไม่นานนักก็ต้องลาออก
เนื่องจากบิดาของเขาต้องย้ายไปทำงานที่เมืองเบอร์ลิน (Berlin)
เมืองหลวงของประเทศเยอรมนี
ต่อจากนั้นเขาได้เข้าศึกษาต่อในวิชาฟิสิกส์ทฤษฎี ที่มหาวิทยาลัยมิวนิค
(Munich University) หลังจากจบการศึกษาเขาได้เข้า
ศึกษาต่อในวิชาฟิสิกส์ ในมหาวิทยาลัยเบอร์ลิน (Berlin University)
หลังจากจบการศึกษาแล้ว ในปี ค.ศ.1885
มหาวิทยาลัยคีลได้ตกลงกับแพลงคเข้าเป็นอาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์ทฤษฎีในระหว่าง
นี้แพลงคได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับพลังงานเรื่องธรรมชาติของพลังงาน
และเอนโทรปี (Entropy) และได้ส่งผลงานการค้นคว้า
เกี่ยวกับธรรมชาติของพลังงานเข้าประกวดที่เมืองกอตติงเกน (Gottingen)
และได้รับรางวัลที่ 2 จากนั้นในปี ค.ศ.1889 เขาย้าย
ไปสอนที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินแทนกุลสตาฟ เคิร์กชอฟ
ศาสตราจารย์ที่เสียชีวิตไป พร้อมกับได้เลื่อนตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์
แพลงคได้ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จนกระทั่งปี ค.ศ.1926
ในปี ค.ศ.1900 แพลงคได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับเทอร์โมไดนามิค
(Thermo dynamic) ซึ่งเป็นผลงานที่ทำให้เขาได้รับ
มอบปริญญาเอก
ต่อจากนั้นเขาได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการแผ่รังสีของวัตถุ
แพลงคพบว่าเมื่อวัตถุมีอุณหภูมิสูงขึ้นมักจะเปลี่ยนสี
เช่น เมื่อโลหะได้รับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดง
เพราะฉะนั้นเมื่อวัตถุถูกทำให้ร้อนขึ้นย่อมแผ่รังสีความร้อนออกไป
แพลงคได้ทำ
การทดลองต่อไป เพื่อค้นหาลักษณะของรังสีที่แผ่ออกมา
แพลงคพบว่ารังสีจะแผ่ออกมาเป็นระยะ ๆ และเป็นอนุภาคเล็ก ๆ ที่เรียก
ว่า ควอนตัม ไม่ได้ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ
ตลอดเวลาเขาได้ตั้งชื่อทฤษฎีนี้ว่า ทฤษฎีควอนตัม
เขาได้นำผลงานเกี่ยวกับทฤษฎีควอนตัม
เสนอต่อสมาคมฟิสิกส์แห่งเบอร์ลิน เมื่อทฤษฎีของเขาเผยแพร่ออกไปแล้ว
แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับกันเท่าไรนัก จนกระทั่งปี ค.ศ.1906
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
ได้นำทฤษฎีของแพลงคมาอธิบายประกอบกับทฤษฎีโฟโตอิเล็กทริค เอฟเฟค
(Photoelectric Effect) และ
ในปี ค.ศ.1913 นีลส์ บอร์ ได้นำทฤษฎีนี้มาอธิบายประกอบทฤษฎีอะตอมของเขา
และจากการค้นพบทฤษฎีควอนตัม ในปี ค.ศ.1918
แพลงคได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์
และได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิกในสถาบันที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง เช่น
ราชบัณฑิตยสภา
(Royal Institute) และสมาคมฟิสิกส์แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
ต่อมาในปี ค.ศ.1930
แพลงคได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งประธานของสมาคมไกเซอร์วิลเฮลืฒแห่งเบอร์ลิน
ต่อมาสมาคมนี้
ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมแมกซ์ แพลงค (Max Planck Society)
เพื่อเป็นเกียรติให้กับเขา ในระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งนี้
เขาได้ริเริ่มให้ออกวารสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ฉบับหนึ่งชื่อ Annalen
der Physik เพื่อเผยแพร่ผลงานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
ของทางสมาคมให้สาธารณชนได้รับรู้

แพลงคได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองกอตติงเกน ในปี ค.ศ.1945
และหลังจากนั้นอีก 2 ปี เขาก็เสียชีวิตในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ.1947