เทคนิคสำคัญสองข้อ

ระเบิดลูกแรกถล่มที่เมืองฮิโรชิมา  ประเทศญี่ปุ่น

               จะเห็นได้ว่าเราไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย  ปฎิกิริยานิวเคลียร์จะเกิดขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ ปัญหาสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่เราจะเข้าใจทฤษฎีนิวเคลียร์แต่อยู่ที่เทคนิคมากกว่า..เทคนิคสำคัญ ๆ ก็คือ

                1)   จะต้องใช้ U-235 ปริมาณเท่าใดจึงจะเกิดระเบิดขึ้นเองได้..คำตอบข้อนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเข็นใจอะไร เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า ต้องการระเบิดร้ายแรงมากน้อยขนาดไหน ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือ  คำนวณผลปฏิบัตินิวเคลียร์อะไรให้เปลืองสมองหรอกครับ  คิดกันง่ายๆคือการระเบิดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยระเบิดเอ-บอมบ์  จะทำลายล้างอาณาบริเวณเนื้อที่ 1/3 ไมล์ นับจากจุดศูนย์กลางของการระเบิด จนราบเรียบเหี้ยนเตียนโล่งไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักต้น  ถัดออกไปอีก 2/3 ไมล์ก็จะเป็นบริเวณที่พังพินาศย่อยยับแต่ยังมีซากเหลือให้เห็นเป็นลักษณะถ่านดำๆ และถัดออกไปอีก 1/4 ไมล์ก็จะเป็นบริเวณที่ได้รับรังสีขนาดความร้อนขนาดละลายรถถังได้สบาย ๆ สุดท้ายอีก 50 ไมล์รอบนอกก็เป็นบริเวณรังสีปรมาณู  สิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบจะม้วยมรณามิเหลือหรอสรุปรวมแล้วรัศมีทำลายทั้งหมดกินเนื้อที่ประมาณ 60 ไมล์กว่าๆกำลังดีความแรงขนาดนี้ ท่านต้องใช้ U-235 สักประมาณ 30 ปอนด์ หรือ ขนาดก้อนเท่ากำปั้นเท่านั้นเองแหละครับแต่ในที่นี้เราขอแนะนำให้ใช้  U-235 ขนาด 36-37  ปอนด์ เผื่อเอาไว้  คิดว่ากำลังพอเหมาะพอสมกับการที่จะมีไว้ติดบ้านสักลูกสำหรับบ้านคาไทยทั่วๆ ไป...   ถ้าสมมุติว่าท่านนำระเบิดเอ-บอมบ์ขนาด 36 ปอนด์ ไปตั้งให้มันระเบิดที่กลางสนามหลวงแล้วคำนวณดูอย่างหยาบๆ แล้วพบว่าคนในกรุงเทพจำนวนประมาณ250,000 คนก็จะสลายตัวกลายเป็นไอหายไปในทันทีที่มัน “บึม” ขึ้นมา ที่ยังไม่ถึงก็สลายกลายเป็นไอแต่ก็คงเละตุ้มเปะอีกประมาณ 200,000 คน  แถมยังมีพวกแขนขาขาด ไส้ไหล หัวหลุดอีกประมาณ 300,000 คน และคงมีอีกซัก 200,000 คนที่โดนรังสีเป็นตายเท่ากัน...ร่วมตัวเฉลี่ยแล้ว “บึม” เดียวกวาดได้ 950,000 คน เท่านั้นเอง...ยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ ด้วยซ้ำดังนั้นอำนาจการทำลายขนาดนี้ก็คงยังคิดว่าคงพอเหมาะดีแล้วใช่ไหมครับ             

                2)   เทคนิคสำคัญของการทำระเบิดเอบอมบ์ก็คือ จะทำอย่างไรจึงให้ยูเรเนียม-235 สองก้อนประกบกันอยู่ติดกันอย่างหนาแน่นจนได้เวลา “บึม” ด้วยตัวของมันเอง ..ช่วงเวลาที่ต้องการให้มันประกบติดกันแน่นสนิทจะต้องใช้เวลา1/2วินาที..แต่ท่านต้องทำความเข้าใจ ณ.จุดนี้ให้ดีกล่าวคือ โดยธรรมชาติ U-235 จะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกับธาตุปกติธรรมดาทั่วไปเมื่อนำเอา U-235 สองก้อนเข้าใกล้กันมันแสดงพฤติกรรมประหลาดไม่ยอมประกบติดกันง่ายๆ แต่มันจะเกิดพลังงานผลักกัน และแตกออกเป็นเสี่ยงๆกระเด็นหนีออกจากกันไปคนละทิศละทางภายในเวลาไม่ถึง1/100ของวินาที คือเกิดการระเบิดขึ้นนั่นเอง แต่ไม่ใช่เป็นการระเบิดแบบระเบิดปรมาณู เมื่อมันระเบิดออกจากกันจะเกิดควันกัมมันตภาพรังสีฟุ้งกระจายออกมาด้วย..ซึ่งเป็นอันตรายพอๆกับรังสีปรมาณูเหมือนกัน..นี่แหละครับคือปัญหาใหญ่

   กลับหน้าแรกเรื่อง  Stem cell   

หน้าที่
  1. ง่ายกว่าปอกกล้วย
  2. เทคนิคสำคัญสองข้อ
  3. อุปกรณ์จุดชนวน
  4. รายการวัสดุ  และอุปกรณ์เครื่องใช้
  5. เตรียมการเบื้องต้น
  6. การเตรียมยูเรเนียม
  7. การสร้างฐานระเบิด
  8. การสร้างหน่วยจุดชนวนระเบิด
  9. การสร้างเข็มแทงชนวน
  10. การประกอบหน่วยจุดระเบิดปรมาณู
  11. บทผนวก
ที่มา ของ ดนต์ รัตนทัศนีย   มิติที่4   พ.ย. 2523

จากเรื่อง  Build  Your  Own  A-Bomb  And  Wake  up  The  Neighborthood  ของ  George  W.  Harper. 

 

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ