<

100 ปี ไอน์สไตน์ กับวิชาฟิสิกส์

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) เขาได้รับการศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษาที่เมืองมิวนิค (Munich) เมื่ออายุ 16 ปี ไอน์สไตน์สอบเข้าเรียนวิศวกรรมไฟฟ้าที่โรงเรียนเทคนิคช้นสูงแห่งเมืองชูริค (Zurich) ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ไม่ได้ เขาจึงต้องไปเรียนเพิ่มเติมที่โรงเรียนมัธยมแห่งเมืองอาเรา (Aarau) เพื่อหาทางเข้าศึกษาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่เมืองชูริค

การพลิกโฉมของวิชาฟิสิกส์

ในที่สุดเขาก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยในความฝันของตนเองได้สำเร็จ และได้รับปริญญาตรีเมื่ออายุ 21 ปี จากนั้นก็สมัครหางานทำเป็นครูสอนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ แต่งานสอนที่ได้เป็นงานชั่วคราวเขาจึงพยายามหางานใหม่ และในที่สุดก็ได้งานเป็นพนักงานจดสิทธิบัตรที่กรุงเบิร์น (Bern) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ชีวิตของไอน์สไตน์ในช่วงเวลา 7 ปีที่เบิร์น ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากเพราะในปี พ.ศ. 2448 ไอน์สไตน์ได้ตีพิมพ์งานวิจัย 3 เรื่อง ในวารสาร Annalender Physik ซึ่งพลิกโฉมของฟิสิกส์อย่างสิ้นเชิง ทั้งๆ ที่ไอน์สไตน์ไม่มีเพื่อนให้คำปรึกษาและไม่มีวารสารวิชาการที่ทันสมัยให้อ่านเลย ไอน์สไตน์สำเร็จการศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิตด้วยวิทยานิพนธ์เรื่องการหาขนาด ของโมเลกุลในปี พ.ศ. 2448 นั้นเอง

งานวิจัยอันยิ่งใหญ่

งานวิจัยชิ้นแรกของไอน์สไตน์ เกี่ยวข้องกับการศึกษาการเคลื่อนที่ของอนุภาคเล็กๆ ที่ลอยในของเหลว ซึ่งไอน์สไตน์พบว่าการที่อนุภาคเหล่านี้เคลื่อนที่ตลอดเวลานั้น ก็เพราะมันถูกโมเลกุลของเหลวพุ่งชน งานวิจัยนี้จึงแสดงให้โลกเห็นเป็นครั้งแรกว่าโมเลกุลที่เราสามารถ "เห็นได้" มีจริงอีกทั้งยังสามารถวัดขนาดมันได้ด้วย

งานวิจัยชิ้นที่สองนั้น ไอน์สไตน์แสดงให้โลกเห็นว่า เมื่อแสงพุ่งกระทบสสารแล้วพฤติกรรมเสมือนว่าเป็นก้อนอนุภาคก้อนเล็กๆ ซึ่งไอน์สไตน์เรียกก้อนอนุภาคนี้ว่า ควอนตัม (quantum) คำอธิบายของไอน์สไตน์เช่นนี้ ขัดกับความรู้ของคนยุคนั้นมาก เพราะนักฟิสิกส์ทุกคนในสมัยนั้นต่างก็เชื่อว่า แสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ทฤษฎีที่ว่าแสงเป็นคลื่นไม่สามารถอธิบายการทดลองที่ให้แสงกระทบโลหะแล้วมีกระแสอิเล็กตรอนไหลออกมาได้เลย ในขณะที่ทฤษฎีของไอน์สไตน์มาสามารถอธิบายผลการทดลองเดียวกันนี้ได้หมดทฤษฎีของไอน์สไตน์ จึงเป็นที่ยอมรับ และจากผลงานชิ้นนี้ หรือ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กตริค (photoelectric effect) จึงทำให้ไอน์สไตน์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี พ.ศ. 2464

ส่วนงานวิจัยชิ้นที่สามซึ่งเป็นทฤษฎีที่ทำให้ไอน์สไตน์เป็นที่รู้จักมากที่สุดนั้น คือ ทฤษฎี สัมพัทธภาพพิเศษ เพราะในทฤษฎีนี้ไอน์สไตน์ได้ล้มล้างความคิดเดิมๆ ที่เกี่ยวกับ เวลา สถานที่ น้ำหนัก พลังงาน ฯลฯ อย่างสิ้นเชิง โดยได้พบว่า ปริมาณต่างๆ ดังกล่าวขึ้นกับความเร็วของผู้สังเกต และสูตรที่ไอน์สไตน์ คำนวณได้รับการทดสอบและพบว่าจริงทุกสูตร

ทฤษฎีที่งดงามที่สุด

ในปี พ.ศ. 2455 ไอน์สไตน์ได้ทุ่มแทความพยายามศึกษาเหตุการณ์ ขณะที่ผู้สังเกตเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่สม่ำเสมอ คือ มีความเร่ง และเขาก็พบว่าในการคิดสร้างทฤษฎีใหม่นี้ เขาต้องอาศัยคณิตศาสตร์ชั้นสูง คือ แคลคูลัส ของเทนเสอร์ (tensor) และได้ตั้งชื่อทฤษฎีใหม่ของเขาว่า ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ซึ่งเป็นทฤษฎีที่งดงามที่สุด เพราะสร้างขึ้นจากสมมติฐานง่ายๆ แต่สามารถอธิบายและทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ได้มากมหาศาล เช่น อธิบายว่าจักรวาลถือกำเนิดจากระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ (Big Bang) จักรวาลกำลังขยายตัวตลอดเวลา ดาว Pulsar เกิดได้อย่างไรและธรรมชาติของหลุมดำเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามไอน์สไตน์ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี พ.ศ. 2464 จากผลงานด้านควอนตัมของแสง หาใช่ผลงานด้านทฤษฎีสัมพัทธภาพไม่

สมองของอัจฉริยะ

ในด้านชีวิตส่วนตัวนั้น ไอน์สไตน์เป็นคนมีอารมณ์ขันรักเด็กเล็กๆ มีนิสัยถ่อมตัว และชอบพักผ่อนโดยการเล่นเรือหรือเล่นไวโอลิน เขาไม่ชอบลัทธิเผด็จการของนาซี เขาเป็นคนที่มีชาตินิยมยิวสูง ดังนั้น เมื่อประธานาธิบดีคนแรกของอิสราเอล ถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2495 รัฐบาลอิสราเอล ได้เสนอให้ไอน์สไตน์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนต่อไป แต่ไอน์สไตน์ปฏิเสธ เพราะเขาไม่ชอบการเมือง

เมื่อไอน์สไตน์มีอายุ 70 ปี สุขภาพก็เริ่มทรุดโทรม เขาเริ่มเขียนพินัยกรรมโดยมอบเอกสารวิจัยทุกชิ้นที่เขาเขียนให้แก่มหาวิทยาลัยฮิบรู (Hebrew) และหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ไอน์สไตน์จะเสียชีวิต เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งร่วมกับเบอร์แทรนด์ รัสเซล (Bertrand Russell) แห่งอังกฤษ ขอร้องให้ประเทศต่างๆ ที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองสัญญาว่าจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการตัดสินความขัดแย้งใดๆ

ไอน์สไตน์สิ้นใจเมื่อเวลา 4 โมงเย็น ของวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2498 ที่โรงพยาบาลในเมือง เทรนตัน (Trenton) รัฐนิวเจอร์ซีย์ (New Jersey) และศพถูกฌาปนกิจในวันนั้นเอง โดยศัลยแพทย์ได้เก็บสมองของไอน์สไตน์ไว้ศึกษาหาสาเหตุของความเป็นอัจฉริยะ ส่วนเถ้าอังคารนั้นไม่มีใครรู้ว่าญาตินำไปฝังที่ใด

เรียบเรียงจาก: ชีวิตและผลงานนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล โดย สุทัศน์ ยกส้าน.
กรุงเทพฯ: ปาเจรา, 2547. หน้า 71-78.



 

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
กรมวิทยาศาสตร์บริการ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

         

น้าที่  

1. ประวัติ

2. ชีวิตการทำงาน

3. ผลงานอันลือลั่น

4. 100 ปี ไอน์สไตน์

5. 100 ปี ไอน์สไตน์ กับ ฟิสิกส์

6. 100 ปี ไอน์สไตน์ กับวิชาฟิสิกส์

7. 100 ปี ไอน์สไตน์ กับนิวเคลียร์

8. ความเป็นมาของการจัดงาน

9. งานฟิสิกส์โลก

โดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

 

 


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน) 

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1  

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง   สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 


การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์


แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา    แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์


คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว   การประดิษฐ์แของโลก  

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  

 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง 

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น 

 18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า   3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า  7. สนามแม่เหล็ก  

8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์  11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 


 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   3. งานและโมเมนตัม    

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า   

7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน


กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ