<

ความเป็นมาของการจัดงาน
     

       ในปี ค.ศ.1905 (พ.ศ. 2448) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 26 ปี ได้สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการที่ปฏิวัติแนวคิดพื้นฐานในวงการฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ทั้งมวล โดยการตีพิมพ์บทความสำคัญ 5 บทความด้วยกัน

      บทความแรก ("On a Heuristic Point of View Concerning the Production and Transformation of Light") ได้เสนอแนวคิดว่า แสงสามารถแสดงสมบัติของอนุภาคได้ในปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก (photoelectric effect) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อิเล็กตรอนหลุดออกจากโลหะเมื่อมีแสงมาตกกระทบ แนวคิดนี้ท้าทายความคิดของนักวิทยาศาสตร์แทบทุกคนในยุคนั้นที่เชื่ออย่างสนิทใจว่า แสงเป็นคลื่นและสามารถอธิบายได้อย่างสมบูรณ์ด้วยทฤษฎีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

      ปรากฏการณ์ที่คลื่น (เช่น แสง) สามารถแสดงสมบัติของอนุภาคได้นี้ เป็นส่วนหนึ่งของสภาวะที่เรียกว่า ทวิภาพของคลื่นและอนุภาค (wave-particle duality) ซึ่งเป็นแก่นความคิดของกลศาสตร์ควอนตัม (quantum mechanics) กลศาสตร์ควอนตัมนี้เองที่เป็นรากฐานของความรู้ความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับสสารและการแผ่รังสี และเป็นทฤษฎีพื้นฐานของอุปกรณ์ไฮเทคที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ แสง และแม่เหล็ก รวมทั้งนาโนเทคโนโลยี (nanotechnology) ซึ่งมีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

      บทความที่สอง ("A New Determination of Molecular Dimensions") เป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของไอน์สไตน์ ซึ่งไอน์สไตน์ได้เสนอวิธีการใหม่ในการวัดขนาดของโมเลกุล ที่นอกจากจะบ่งเป็นนัยว่าอะตอมและโมเลกุลมีจริงแล้ว ยังสามารถใช้คำนวณหาเลขอาโวกาโดร (Avogadro number) ซึ่งเป็นปริมาณพื้นฐานที่มีความสำคัญในวิชาเคมีและวิทยาศาสตร์ทั้งมวลอีกด้วย

      ในบทความที่สาม ("On the Motion of of Small Particles Suspended in Liquids at Rest Required by the Molecular-Kinetic Theory of Heat") ไอน์สไตน์ ได้นำเสนอทฤษฎีอธิบายการเคลื่อนที่ของอนุภาคเล็กๆ ที่แขวนลอยในของเหลวโดยอาศัยทฤษฎีจลน์โมเลกุลของความร้อน ซึ่งทำให้เราเข้าใจเกี่ยวกับการแพร่ (diffusion) อย่างลึกซึ้ง และที่สำคัญคือ ทฤษฎีนี้บ่งเป็นนัยว่าอะตอมมีจริงด้วยเช่นกัน

      สำหรับบทความที่สี่ ได้แก่ "On the Electrodynamics of Moving Bodies" ไอน์สไตน์ได้นำเสนอแนวคิดใหม่เกี่ยวกับที่ว่าง (space) และเวลา (time) ซึ่งต่อมาเรียกว่า ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ (Special Theory of Relativity) ซึ่งทำให้มนุษย์เข้าใจอย่างถูกต้องว่า ที่ว่างและเวลาไม่ใช่สิ่งสัมบูรณ์ที่ทุกๆ คนสังเกตเห็นตรงกันหมด และในบทความสุดท้าย ("Does the Inertia of a Body Depend on Its Energy Content?") ไอน์สไตน์ได้แสดงให้โลกเห็นว่าแท้จริงแล้ว สสารกับพลังงานมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งตามสมการ E = mc2 ที่มักจะมีการกล่าวถึงกันอยู่เสมอๆ นั่นเอง

      ผลงานวิจัยแต่ละชิ้นของไอน์สไตน์ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1905 ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญยิ่งยวด และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ และถึงแม้เวลาจะผ่านมาร่วมศตวรรษแล้วก็ตาม ผลงานที่ไอน์สไตน์ได้มอบเป็นมรดกไว้ให้นั้น ก็ยังคงมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความคิดของมนุษย์ รวมทั้งพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง จึงถือกันว่า ปี ค.ศ. 1905 เป็นปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์ (Einstein's Miraculous Year หรือ Annus Mirabilis ในภาษาละติน)

      ในวาระโอกาสครบ 100 ปี แห่งปีมหัศจรรย์ของไอน์สไตน์นี้เอง สหภาพสากลแห่งฟิสิกส์บริสุทธิ์และประยุกต์ (The International Union of Pure and Applied Physics : IUPAP) จึงได้ประกาศให้ปีนี้เป็น "ปีฟิสิกส์โลก" (World Year of Physics) และองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ก็ได้ประกาศให้ปีนี้เป็น "ปีฟิสิกส์สากล" (International Year of Physics) อีกทั้ง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นบุคคลที่ทั่วโลกยกย่องว่าเป็นบุคคลแห่งศตวรรษที่ 20 และเป็นสัญลักษณ์ของนักวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่น ดังนั้น ทั่วโลกจึงต่างให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมเพื่อฉลองวาระสำคัญดังกล่าว โดยเน้นกิจกรรมที่มีสาระทางฟิสิกส์เกี่ยวเนื่องกับไอน์สไตน์เป็นสำคัญ


 

 

         

น้าที่  

1. ประวัติ

2. ชีวิตการทำงาน

3. ผลงานอันลือลั่น

4. 100 ปี ไอน์สไตน์

5. 100 ปี ไอน์สไตน์ กับ ฟิสิกส์

6. 100 ปี ไอน์สไตน์ กับวิชาฟิสิกส์

7. 100 ปี ไอน์สไตน์ กับนิวเคลียร์

8. ความเป็นมาของการจัดงาน

9. งานฟิสิกส์โลก

โดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

 

 


หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)  ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน) 

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์  เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1  

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)  

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  ฟิสิกส์พิศวง   สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

   ทดสอบออนไลน์  วีดีโอการเรียนการสอน  หน้าแรกในอดีต 

 


การทดลองเสมือน  บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์  ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์  ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์  การทดลองมหัศจรรย์


แบบฝึกหัดกลาง   แบบฝึกหัดโลหะวิทยา    แบบทดสอบ   ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?   ทดสอบความรู้รอบตัว   (เกมเศรษฐี)   คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์   เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์


คำศัพท์ประจำสัปดาห์   ความรู้รอบตัว   การประดิษฐ์แของโลก  

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ     นักวิทยาศาสตร์ไทย     ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์   การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

1. การวัด    2. เวกเตอร์    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ   4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ 

5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  

 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน  7.  งานและพลังงาน  

 8.  การดลและโมเมนตัม    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง 

11. การเคลื่อนที่แบบคาบ  

 12. ความยืดหยุ่น   13. กลศาสตร์ของไหล  

14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน  

15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก 

16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร   17.  คลื่น 

 18.การสั่น และคลื่นเสียง 19.หน้ากากการเรียน


 

การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. ไฟฟ้าสถิต   2.  สนามไฟฟ้า   3. ความกว้างของสายฟ้า 

4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 

5. ศักย์ไฟฟ้า   6. กระแสไฟฟ้า  7. สนามแม่เหล็ก  

8.การเหนี่ยวนำ

9. ไฟฟ้ากระแสสลับ   10. ทรานซิสเตอร์  11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ   14. กลศาสตร์ควอนตัม   

15. โครงสร้างของอะตอม

16. นิวเคลียร์  15. หน้ากากการเรียน

 


 การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

 

 1. จลศาสตร์ ( kinematic)  2. จลพลศาสตร์ (kinetics)   3. งานและโมเมนตัม    

4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง  

5.  ของไหลกับความร้อน     6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า   

7. แม่เหล็กไฟฟ้า    8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง    

9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพกับนิวเคลียร์  10. หน้ากากการเรียน


กลับเข้าหน้าแรก

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ