เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) เป็นเซลล์ตัวอ่อนของโลหิตซึ่งอาศัยในไขะดูก และเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดโลหิตแดง (ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย), เม็ดโลหิตขาว (ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค)  และเกล็ดโลหิต (เป็นส่วน สำคัญที่ช่วยให้โลหิตแข็งตัว) เข้าสู่กระแสโลหิตในเด็กจะมีการสร้างเม็ดโลหิตในกระดูกทุกชิ้นของร่างกาย  แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จะมีการสร้างเม็ดโลหิตในกระดูกบางชิ้นของร่างกาย เช่น กระดูกเชิงกราน,กระดูกซี่โครงส่วนหัวของกระดูกต้นขา เป็นต้น 

       เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก (Cord Blood) เป็นโลหิตส่วนที่เหลือในสายสะดือของเด็กทารกหลังจากที่ได้รับ
การตัดสายสะดือ และมักจะถูกทิ้งไป เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกก็เหมือนกับไขกระดูก  กล่าวคือเป็นแหล่งที่อุดมด้วย
เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (Stem Cell) ซึ่งเป็นแม่พิมพ์ในการสร้างเม็ดโลหิต และระบบภูมิคุ้มกัน  โดยที่เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจะเจริญเติบโตไปเป็นเม็ดโลหิตแดง (ทำหน้าที่นำอ๊อกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย)  เม็ดโลหิตขาว (ต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค) และ เกล็ดโลหิต (เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้โลหิตแข็งตัว)     เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตในเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรก (Cord Blood)ถูกนำมาใช้หลังจาการรักษาโรคทางโลหิต และมะเร็งต่างๆ   การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากรกคือ  กระบวนการเก็บเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตจากสายสะดือของเด็กทารกทันทีหลังคลอด และรีบนำไปแช่แข็งทันทีจะเก็บไว้ได้นานหลายปี  ถ้าพบว่าเด็กเจ็บป่วยเป็นโรคที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยใช้การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเด็กคนนี้ก็จะมีเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตของตนเองนำมาใช้ได้


   กลับหน้าแรกเรื่อง  Stem cell   

หน้าที่ 
  1. สเต็มเซลล์คืออะไร
  2. สเต็มเซลล์แบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร
  3. สเต็มเซลล์เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างไร
  4. การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนทำอย่างไร
  5. เทคโนโลยีชีวภาพ (Bio-Technology)
  6. ความลับในเซลล์
  7. สเตมเซลล์จากเอ็มบริโอ
  8. สเตมเซลล์ของผู้ใหญ่
  9. สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
  10. ยาปลูกอวัยวะ
  11. เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
 
 

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ