สเตมเซลล์จากเอ็มบริโอ

(embryonic stem cell)

ที่มาสองแห่งของเอ็มบริโอ

                สเตมเซลล์จากเอ็มบริโอส่วนใหญ่ที่ใช้การวิจัยได้มาจากเอ็มบริโอในการทำเด็กหลอดแก้ว  แต่นักวิทยาศสตร์กำลังศึกษาการแยกเซลล์จากเอ็มบริโอที่ได้จากการโคลน  ซึ่งเป็นการนำนิวเคลียสของเซลล์ใส่เข้าไปในไข่ที่ถูกแยกนิวเคลียสออกเมื่อครบ  5  วัน  นักวิทยาศาสตร์จะถ่ายมวลภายในเอ็มบริโอพร้อมด้วยสเตมเซลล์ที่ต้องการประมาณ  40  เซลล์ใส่จานเพาะเลี้ยงที่มีเซลล์ให้อาหาร  และเปลี่ยนจานเพาะเลี้ยงระหว่างที่เซลล์เติบโต  หากสเตมเซลล์ชุดนี้แบ่งตัวเป็นเซลล์ที่แข็งแรงหลายล้านเซลล์ได้โดยไม่เปลี่ยนเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่เฉพาะ ก็จะเป็นสายสเตมเซลล์จากเอ็มบริโอซึ่งสามารถแบ่งตัวได้ไม่มีที่สิ้นสุด

 

ากเซลล์สู่การบำบัดโรค

                สเตมเซลล์จากเอ็มบริโอสามารถพัฒนาเป็นเซลล์ชนิดใดก็ได้  นักวิทยาศาสตร์จึงต้องพยายามไม่ให้เซลล์ที่เพาะไว้เจริญเต็มที่  ก่อนจะนำไปเปลี่ยนเป็นเซลล์ตามที่ผู้ป่วยต้องการ  อะไรคือความลับของธรรมชาติที่สั่งให้สเตมเซลล์หนึ่งๆ  พัฒนาไปเป็นเลือด ผิวหนัง  หรือ  เนื้อเยื่อตับ    การทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อนของสารที่จำเป็นต่อการเติบโต  องค์ประกอบทางเคมีและรหัสพันธุกรรมเป็นตัวผลักดัน  ให้เกิดกระบวนการที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะเริ่มเข้าใจ  ดังนั้นการบำบัดโรคด้วยสเตมเซลล์จากเอ็มบริโอจะยังไมใช้กับมนุษย์จนกว่าพวกเขาจะเข้าใจกระบวนการดังกล่าวได้อย่างถ่องแท้

 

   กลับหน้าแรกเรื่อง  Stem cell   

หน้าที่ 
  1. สเต็มเซลล์คืออะไร
  2. สเต็มเซลล์แบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร
  3. สเต็มเซลล์เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างไร
  4. การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนทำอย่างไร
  5. เทคโนโลยีชีวภาพ (Bio-Technology)
  6. ความลับในเซลล์
  7. สเตมเซลล์จากเอ็มบริโอ
  8. สเตมเซลล์ของผู้ใหญ่
  9. สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
  10. ยาปลูกอวัยวะ
  11. เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
 
จาก National Geographic กรกฎาคม 2548   ฟิสิกส์ราชมงคลขอขอบคุณครับ

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ